หลังจากเจียงเฉินทำความสะอาดหม้อปรุงยา และเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ เสร็จ เวลาก็เลยเข้ายามเที่ยง เจียงเฉินกับหลิงเยว่ต่างก็ไม่อยากออกไปไหน ดังนั้นทั้งคู่จึงได้แต่หมกตัวฝึกวิชาอยู่ภายในบ้าน
หลิงเยว่มักจะทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝน ตลอดทั้งวันนางจึงนั่งสมาธิอยู่บนเตียงตลอดเวลา
ส่วนเจียงเฉินใช้เวลาไปอีกหนึ่งชั่วยามในการสร้างสถานที่ชำระล้างร่างกายของเขาชั่วคราว แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันแล้ว แต่เื่อย่างกลิ่นตัวหลังจากฝึกวิชาหมัดยุทธ์แท้เสร็จนี่ เจียงเฉินก็ไม่อยากจะให้มีคนที่สองััเหมือนกัน
หลังจากจัดแจงสถานที่เสร็จ เจียงเฉินก็เริ่มร่ายรำกระบวนท่าตามแนวเคล็ดวิชาหมัดยุทธ์แท้ ความเ็ปอันหนักหนาสาหัสที่ส่งมาจากทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เจียงเฉินอดเหงื่อแตกไม่ได้
เพียงแต่หากเทียบกับเมื่อวานแล้ว ท่าร่างวันนี้ของเขาก็ดูค่อนข้างจะลื่นไหลขึ้นเล็กน้อย ความเ็ปก็เหมือนจะลดลงจากเมื่อวานเสี้ยวหนึ่ง
นี่เป็ไปตามครรลองของวิชาหมัดยุทธ์แท้ หากเมื่อใดที่เขาสามารถออกกระบวนท่าได้อย่างลื่นไหลไม่ติดขัด ระหว่างร่ายรำไม่มีความเ็ป นั่นก็แสดงว่าเขาฝึกมันถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว
เพียงแต่หากอยากจะก้าวหน้าไปอีกขั้น จนถึงขั้นขีดสุดของร่างกาย นั่นจะต้องฝึกจนเกิดเป็ 'พลังกายา' ขึ้นมาสายหนึ่ง
ในดินแดนเทียนหลิงนี้ นอกจากการแบ่งระดับพลังของผู้ฝึกยุทธ์ออกเป็ระดับขั้นต่าง ๆ เช่น ระดับหลอมกายา ระดับรวมปราณ และอื่น ๆ แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จะแบ่งความสูงต่ำด้านพลังต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ออกได้ นั่นคือ ระดับของ 'วิถี' ที่คนผู้นั้น
และ 'พลัง' ก็คือก้าวแรกของวิถีนั่นเอง
นั่นหมายความว่า หากเจียงเฉิน้าจะบรรลุขีดสุดของขั้นหลอมกายา เขาก็จะต้องฝึกร่างกายจนสามารถเข้าถึงวิถี...
หากเป็คนอื่นคงจะยอมแพ้ให้กับขั้นขีดสุดไปแล้ว แต่อย่าลืมว่าเจียงเฉินไม่ได้กำลังเข้าสู่ขอบเขตของวิถีเป็ครั้งแรก ในด้านกระบี่เจียงเฉินได้ข้ามผ่านธรณีประตูนั้นไปนานแล้ว...
...
หลังจากฝึกหมัดยุทธ์แท้ไปหลายรอบติดต่อกัน ทำให้พลังในร่างกายของเจียงเฉินเหลือน้อยเต็มที มองดูคราบสกปรกที่อาบอยู่ทั่วร่างกาย เจียงเฉินทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
"เยอะซะจริง!!" บ่นออกมาเบา ๆ พลางเดินไปยังห้องอาบน้ำที่เตรียมไว้ ก่อนจะลงมือจัดการสิ่งไม่พึงประสงค์ออกไป
...
ยามอัสดง
หลังจากชำระร่างกายเสร็จ หลิงเยว่ที่เพิ่งออกมาจากห้องก็ได้เรียกเจียงเฉินไปทานข้าวที่บ้านของหลิงเทียนและซูหว่าน
"เจียงเฉิน ท่านแม่เรียกไปกินข้าว" ที่แท้ตอนที่เจียงเฉินกำลังตั้งสมาธิกับการอาบน้ำ ซูหว่านได้ให้สาวรับใช้มาตามที่จวนแล้ว
"อ้อ ตกลง ไปกันเถอะ" มือไวเท่าคำพูด เอื้อมไปหมายจะจับมือของหลิงเยว่ เพียงแต่หลิงเยว่ก็ระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว ทำให้คนหน้าซื่อใจคดคนนี้คว้าได้เพียงความว่างเปล่า ก่อนจะมองเจียงเฉินอย่างดุ ๆ
"เอ่อ ข้านึกว่าเ้าเพิ่งจะเริ่มรักษาตัว อาจจะมีอาการข้างเคียงหน่ะ... พวกเรารีบไปกันเถอะ อย่าปล่อยให้พวกท่านรอนาน" เจียงเฉินพูดจบก็หันหลังเดินออกไปทันที
หลิงเยว่มองตามแผ่นหลังเจียงเฉินไปด้วยรอยยิ้มขี้เล่นวูบหนึ่ง ก่อนจะปั้นหน้านิ่งเดินตามเขาไป...
บ้านผู้นำตระกูลหลิง
ซูหว่านตักข้าวให้เจียงเฉินและ หลิงเยว่ ก่อนที่จะลากให้ทั้งคู่นั่งลงข้าง ๆ กัน พร้อมคีมกับข้าวให้จนเต็มชาม
"เฉินเออร์ เ้าต้องกินให้เยอะ ๆ ล่ะ ร่างกายจะได้แข็งแรง" ซูหว่านพูดพร้อมกับคีบเนื้อก้อนโตให้เขา
ฉากนี้ทำให้เจียงเฉินอดนึกถึงพ่อกับแม่ของเขาไม่ได้ 'หากว่าพวกท่านอยู่ข้างกายข้า จะดีแค่ไหนกันนะ'
หลิงเยว่เห็นเจียงเฉินเงียบไป จึงแอบสะกิดเขา "นี่!!... เ้าเป็อะไรเหรอ?"
"อ้อ เปล่าน่ะ ข้าแค่คิดอะไรเพลิน ๆ ขอโทษด้วย ขอบคุณท่านแม่ยายมากขอรับ" เจียงเฉินรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทจึงตอบด้วยความนอบน้อม และไม่ลืมขอบคุณซูหว่านที่คีบเนื้อให้
"ฮ่าๆ วัยรุ่นก็มักจะเป็อย่างงี้แหละ" หลิงเทียนหัวเราะเสียงดัง ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์
หลังจากกลับมาที่บ้าน เจียงเฉินก็จัดแจงอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในวันนี้ นั่นคือการทะลวงจุดลมปราณที่สองบนร่างของหลิงเยว่...
แสงไฟวับแวมตัดกับแผ่นหลังที่ขาวเนียนของหลิงเยว่ ทำให้เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะคิดไปไกล ก่อนที่เขาจะรวบรวมสติจรดเข็มลงไปบนจุด 'ต้าจุย' ก่อนจะค่อย ๆ ถ่ายทอดพลังปราณอันบริสุทธิ์ยิ่งยวดเข้าไปทะลวงสิ่งอุดตัน
หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงความบริสุทธิ์ของลมปราณในร่างเจียงเฉิน เมื่อเทียบกับลมปราณในร่างนางแล้วกลับยิ่งบริสุทธิ์มากกว่า เมื่อวานด้วยความประหม่าทำให้หลิงเยว่คิดว่าตัวเองอาจจะมองผิดไป แต่วันนี้ลมปราณขุมนั้นกลับยิ่งบริสุทธิ์ขึ้นอย่างมาก
'เขาทำได้อย่างไร?'
... ผ่านไปสองก้านธูป
"เสร็จแล้ว" เสียงที่อ่อนแรงก็ดังขึ้นจากข้างหลัง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะฟุบลงบนแผ่นหลังของหลิงเยว่
"ขอบคุณมาก..." หลิงเยว่ค่อย ๆ พยุงร่างของเจียงเฉินมานอนบนเตียงอีกฝั่ง ก่อนที่จะดับไฟในห้องแล้วเอนกายลงข้าง ๆ เหลือเพียงหมอนข้างที่อยู่ตรงกลางเหมือนเดิม
...
หลังจากจัดแจงธุระในบ้านเสร็จ เจียงเฉินจะออกไปยังร้านค้าสมาคมเทียนหลิง เพื่อซื้อสมุนไพรสำหรับหลิงเยว่
เื่นี้หลิงเยว่เคยเสนอที่จะให้เงินเจียงเฉินเป็ค่าโอสถ แต่เขาปฏิเสธนางไป
"ข้าเป็สามีเ้า ข้าจะดูแลเ้าเอง เื่เงินหน่ะ ข้าสามารถหาได้"
ทุกครั้งเจียงเฉินไม่ได้ซื้อกลับมาแค่สมุนไพรสำหรับหลิงเยว่เท่านั้น แต่ยังซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถฟื้นฟูพลังระดับหนึ่ง และโอสถสมานแผลระดับหนึ่งกลับมาด้วย
เจียงเฉินจะใช้เวลาว่างในตอนเช้าหลอมโอสถเ่าั้เพื่อนำไปขายที่สมาคมร้านค้าเทียนหลิง
แม้ว่าจะเป็เพียงโอสถระดับหนึ่ง แต่โอสถของเจียงเฉินทุกเม็ดล้วนมีความบริสุทธิ์สูงกว่าโอสถทั่วไปในตลาด
ทำให้ทุกครั้งโอสถของเจียงเฉินโผล่ออกมาได้ไม่กี่อึดใจเท่านั้น... แน่นอนว่าเงินที่ได้จากการขายโอสถนั้นช่างเป็กอบเป็กำเสียจริง!!
หลังจากต้มยาให้หลิงเยว่ดื่ม เจียงเฉินก็จะเข้าสู่โลกของตนเอง
่เช้าหลังหลอมโอสถเพื่อนำไปขายในวันต่อไป เจียงเฉินจะฝึกหมัดยุทธ์แท้ในลานบ้าน ทบทวนการหลอมกายาทั้งเจ็ดส่วน แม้จะยังฝึกไม่ถึงขีดสุด แต่ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
่บ่าย เจียงเฉินจะฝึกใช้ "กระบี่เงาทมิฬ" เพื่อให้คุ้นเคยกับน้ำหนักและตัวกระบี่ จากนั้นจึงลองใช้วิชากระบี่ที่เขาเคยใช้ในอดีต ‘กระบี่วายุอัสนี’
เจียงเฉินพบว่าวิชากระบี่วายุอัสนีที่เขาเชี่ยวชาญ กลับเต็มไปด้วยข้อบกพร่องมากมาย เจียงเฉินพยายามหาทางแก้ไขก็พบว่าหน้าหนังสือสีทองไม่ตอบสนองเลยแม่แต่น้อย นั่นอาจจะเป็ที่รากฐานความรู้ด้านวิชากระบี่ของเขาต่ำเกินไป
ดังนั้นตอนนี้จึงมีเหลือแค่ทางเลือกเดียว ...
"ท่านพ่อตา ข้าขอเข้าไปอ่านหนังสือในหอคัมภีร์ของตระกูลหลิงได้หรือไม่ขอรับ?" เขาเอ่ยปากขอหลิงเทียนในวันที่สาม
หลิงเทียนมองเขยผู้นี้อย่างละเอียด เขาเคยให้คนรับใช้คนสนิทจับตาดูเจียงเฉินอย่างลับ ๆ ยิ่งรู้เื่ราวระหว่างเจียงเฉินกับบุตรสาวของตนเขาก็ยิ่งถูกใจ ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล
"ไปเถิด... เ้าเป็เขยของตระกูลหลิง... หอคัมภีร์ตระกูลหลิงเ้าอ่านได้เท่าที่อยากอ่าน"
"ขอบคุณท่านพ่อตา" เจียงเฉินประสานมือโค้งคำนับด้วยรอยยิ้ม
หลังจากเข้าไปในหอคัมภีร์ เจียงเฉินผู้มีหน้าหนังสือสีทองก็กลายเป็เสมือนฟองน้ำที่ดูดซับทุกสิ่ง!
วิชาการแพทย์ วิชาโอสถ ส่วนใหญ่เหมือนที่เจียงเฉินเคยศึกษา จึงไม่ทำให้เขาตื่นเต้นนัก
แต่วิชายุทธ์และวิชากระบี่ กลับทำให้เขาแทบะโจนตัวลอย
เจียงเฉินมองดูชั้นหนังสือประเภทวิชากระบี่ตรงหน้า คาดว่ามีประมาณสองร้อยกว่าเล่ม
"เฮือก" สูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะลงมืออ่านอย่างรวดเร็ว นี่ก็คือความสามารถอีกอย่างของหน้าหนังสือสีทอง คัมภีร์ที่เขาเคยผ่านตาล้วนจำได้ขึ้นใจ อยากจะนึกเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ตำราที่หลาย ๆ คนต้องใช้เวลานานในการขบคิด กลับถูกเจียงเฉินพลิกเปิดอย่างรวดเร็ว
เคล็ดกระบี่วายุคลั่ง เคล็ดกระบี่เมฆาไหล บันทึกจุดอ่อนกระบี่ ประสบการณ์วิถีการฝึกกระบี่...
เจียงเฉินกวาดตามองทุกตัวอักษรและรูปภาพในทุกหน้าส่วนหน้าหนังสือสีทองก็ "ดูด" ความรู้ทุกอย่างจากสมองของเขาเข้าไป แก้ไขข้อบกพร่อง และส่งคืนกลับมา สร้างเป็รากฐานวิชากระบี่ที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
กระบวนการเหล่านี้ดูเหมือนนาน แต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นแทบจะทันทีที่เจียงเฉินเริ่มอ่าน หน้าหนังสือสีทองก็ทำงานของมันเองอัตโนมัติ
ความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเขา พัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ!
หลังจากอ่านหนังสือในหอคัมภีร์หมดทุกเล่ม เจียงเฉินก็บิดี้เีหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินออกมา และกลับไปเริ่มฝึกกระบี่'ใหม่'
...
แล้วเวลาก็ได้ผ่านไปเก้าวัน...
สำหรับเจียงเฉินและหลิงเยว่ "กิจวัตร" ที่ต้องทำในทุกวัน มันคือสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
ทุกค่ำคืน... เจียงเฉินจะนั่งลงบนขอบเตียงของหลิงเยว่ก่อนที่จะจรดปลายเข็มลงไปอย่างนุ่มนวล
และทุกค่ำคืน หลังจากที่เจียงเฉินใช้พลังปราณทั้งหมดที่มี ทะลวงจุดหยางที่อุดตันของหลิงเยว่ เขาก็จะหมดแรง ล้มฟุบลงบนแผ่นหลังของนาง หลิงเยว่จะเป็คนจัดท่านอนใหม่ให้เขาทุกครั้ง
ทุกครั้งเจียงเฉินก็จะตื่นขึ้นมาพบกับความอบอุ่น พร้อมด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ทำให้เจียงเฉินรู้สึกว่า 'มันช่างคุ้มค่าจริง ๆ'
จนกระทั่งวันที่เก้าทุกอย่างกลายเป็ความเคยชิน วันนี้หลิงเยว่ตื่นขึ้นมาก่อน แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้ปฏิเสธเจียงเฉินอีกต่อไป
หลิงเยว่ไม่รู้... ว่าร่างกายที่ฝึกวิชาหยินจัดของนาง เมื่อถูกเปิดจุดชีพจรหยาง มันก็เหมือนกับดินแดนน้ำแข็งที่โหยหาแสงอาทิตย์ ในยามราตรีที่ไร้การควบคุม ร่างกายของนางแสวงหาสิ่งที่เป็ "เตาหลอม" แห่งพลังชีวิตและพลังหยางอันบริสุทธิ์โดยสัญชาตญาณ...
คืนวันที่เก้าของการรักษามาถึง...
"นี่คือจุดสุดท้าย... จุด 'เสินเหมิน' ที่ฝ่ามือ" เจียงเฉินกล่าว... เข็มเงินในมือสั่นเล็กน้อย
นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด แต่ก็สำคัญที่สุดเช่นกัน
"ข้าพร้อมแล้ว" หลิงเยว่พยักหน้า
เจียงเฉินปักเข็มลงไป
พลังปราณทั้งหมดในร่างถูกปล่อยออก... ทะลวงปราการด่านสุดท้าย!
ฟู่!
คราวนี้ใช้เวลาไปถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม
ไอเย็นสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากร่างของหลิงเยว่ เส้นลมปราณหยินหยางของนาง บัดนี้เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แล้ว!
"สำเร็จ..." เจียงเฉินพึมพำ...ก่อนจะล้มพับลงไปเช่นเคย เพียงแต่ครั้งนี้เขารู้สึกถึงมืออันอ่อนนุ่มประคองเขาไว้ก่อนจะจัดให้เขานอนที่เดิม
"ขอบคุณนะ... เจียงเฉิน" เสียงของหลิงเยว่แว่วเข้าหูของเจียงเฉินก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการตื่นนอนเช่นทุกครั้ง เจียงเฉินก็มุ่งหน้าไปยังสมาคมเทียนหลิงตามปกติ เขานำโอสถที่หลอมไว้ไปขาย และซื้อสมุนไพรบำรุงร่างกายชุดสุดท้ายให้นาง
ขากลับ ขณะเดินผ่านถนนเล็ก ๆ
ทันใดนั้น...
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ...
เงาร่างสี่สายในชุดดำ พร้อมกลิ่นอายสังหาร พลันปรากฏตัวขึ้นจากตรอกซอย ล้อมเจียงเฉินไว้ทุกทิศทาง
"แน่ใจนะ ว่าใช่เ้านี่?" คนชุดดำคนหนึ่งพูดเยาะ
"ต้องใช้พวกเราถึงสี่คน... 'นายท่าน' คิดมากไปรึเปล่า"
ผู้นำกลุ่มเป็ชายวัยกลางคนผู้มีพลังปราณอัดแน่น อยู่ขั้นหลอมกายขั้นที่เจ็ดสูงสุด!
"หุบปาก!" ผู้นำกล่าวเสียงเหี้ยม
"ทำงานให้สำเร็จ! นายท่านย้ำว่า 'ห้ามพลาด' อีกเป็อันขาด!"
อีกคนเสริมขึ้น "ครั้งก่อนไอ้ขยะนี่รอดตายช่างเป็โชคดีของมันจริง ๆ ช่างเถอะ ฆ่ามันซะ จะได้รีบไปรับเงิน!"
ดวงตาของเจียงเฉินพลันหรี่ลง พวกนี้คือกลุ่มเดียวกับที่วางยาข้าสินะ!
"ลงมือ!"
นักฆ่าอีกสามคนที่มีพลังขั้นหลอมกายขั้นสี่และขั้นห้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน!
เจียงเฉินไม่ตื่นตระหนก... เก้าวันที่ผ่านมาเขาไม่ใช่ขยะคนเดิมอีกแล้ว! วันนี้ได้โอกาสทดสอบวิชากระบี่พอดี
เคร้ง!
เจียงเฉินเอื้อมมือใบด้านหลังกระชาก "กระบี่เงาทมิฬ" ออกจากฝัก!
นักฆ่าหลอมกายาขั้นห้าคนหนึ่งแทงดาบสั้นมาที่หัวใจของเจียงเฉิน...
เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เจียงเฉินกลับไม่หลบเลี่ยง... เขาตวัดกระบี่ปัดป้อง และแทงสวนเข้าใส่คอหอยของอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น! นี่เป็หนึ่งในความพิเศษของวิชากระบี่ใหม่ ‘รวดเร็วและแม่นยำดุจลูกธนู’
กระบี่อันหนักอึ้งปะทะเข้ากับดาบสั้น
เช้งง!
พลังกายอันมหาศาลของเจียงเฉินปัดดาบสั้นของนักฆ่าเบนออกจากมุมเดิม...!
"เป็ไปได้..." ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว "ฉึก!"
กระบี่เงาทมิฬแทงทะลุคอหอยของนักฆ่า ปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว!!
อีกสองคนเห็นสหายโดนฆ่าตาย จึงตั้งใจจะถอยกลับก่อน แต่เจียงเฉินมีหรือจะปล่อยโอกาสทองไป เขาตวัดกระบี่แนวขวาง ใบกระบี่ลู่ลมจนแทบไม่เกิดแรงต้าน
ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงดังขึ้นสองเสียงจนเกือบจะพร้อมกัน ทันใดนักฆ่าทั้งสองคนก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ พร้อมกับทัศนวิสัยที่เปลี่ยนไป
สองศีรษะลอยขึ้นฟ้า
"เ้า!" ผู้นำระดับหลอมกายาขั้นเจ็ดตกตะลึง! นี่มันขยะที่ไหน! นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ! กลับไปทั้งอย่างนี้ก็คงจะถูกนายท่านล่าสังหาร มิสู้สู้ตายดูซักรอบ!!
"ตายซะ!" ผู้นำระดับหลอมกายาขั้นเจ็ดะเิพลังทั้งหมด หวังว่าจะฆ่าเจียงเฉินให้ตายในดาบเดียว...
เจียงเฉินเพียงมองอย่างเห็นชา ในสายตาเขา เพลงดาบนั้นเต็มไปด้วยจุดอ่อน!
เจียงเฉินรวบรวมกำลังทั้งหมดโจมตีสวนออกไป พลังพิฆาตของกระบี่นี้ถึงขีดสุดของเขาในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ‘ทะลวงดุจหอก’
เคร้ง! ฉึก!
กระบี่ของเจียงเฉินเข้าปะทะกับดาบของอีกฝ่ายและทำลายมันลง จากนั้นตัดผ่านข้อมือของผู้นำนักฆ่าและแทงเข้าสู่หัวใจ ปลิดชีพในกระบวนท่าเดียวอีกครั้ง!
เจียงเฉินยืนหอบเล็กน้อย กระบวนท่าสุดท้ายเขาแทบจะดึงพลังทั่วร่างมาใช้ในกระบี่เดียว
เจียงเฉินมองศพของคนทั้งสี่ พลางนึกในใจ 'นายท่าน งั้นรึ?' เขายกยิ้มเ็า...
...
ไม่นานนักร่างสองร่างก็เดินเข้ามาในตรอก มองออกจากไกล ๆ ว่าเป็เจียงเหว่ยกับหลิงเฟิง
"บัดซบ! ทำไมมันเงียบแบบนี้!" เจียงเหว่ยสบถออกมา
"ใจเย็นน่า เจียงเหว่ย อีกไม่นานคงจะมีข่าวดี"
เจียงเหว่ยมีท่าทีนอบน้อมอย่างเห็นได้ชัด "พี่หลิงเฟิง... หรือว่าพวกมันจะตามไอ้ขยะนั่นไปที่อื่น?"
"มีความเป็ไปได้" หลิงเฟิงกล่าวอย่างสงบ "คราวก่อนมันโชคดีรอดจากพิษสลายิญญาของข้าไปได้... ข้าไม่เชื่อว่ามันจะรอดคมดาบวันนี้ได้อีก!" หลิงเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ที่แท้...พิษสลายิญญานั่น ก็มาจากหลิงเฟิง!
บนหลังคา ดวงตาของเจียงเฉินเย็นเยียบจนถึงขีดสุด!
"ไปเถอะ! รอฟังข่าวกัน!" หลิงเฟิงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
เจียงเหว่ยรีบวิ่งตามออกไป
...
เจียงเฉินนั่งนิ่งอยู่บนหลังคาอีกครู่ใหญ่ เขาไม่ได้ลงมือในตอนนี้เนื่องจากสูญเสียพลังไปเยอะ และเ้าหลิงเฟิงนั่นเป็ไปได้ว่าอาจจะถึงขั้นรวมปราณแล้วด้วย
เจียงเฉินเก็บความคิด เดินกลับจวน ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
เพียงแต่วันนี้... เจียงเฉินกลับมาช้าไปมาก
เมื่อเปิดประตูห้อง ก็พบหลิงเยว่นั่งรออยู่ที่โต๊ะ วันนี้นางไม่ได้กำลังฝึกอยู่
"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมวันนี้เ้ามาช้า?" หลิงเยว่ถามขึ้นทันที
เจียงเฉินชะงัก... เขาเห็นความกังวลในดวงตาคู่นั้นจึงบอกความจริงโดยไม่ปิดบัง...
"เ้า... าเ็หรือไม่?" หลิงเยว่ถามเสียงสั่น
"ข้าไม่เป็ไร" เจียงเฉินยิ้มให้นางอย่างอบอุ่น
"และข้ารู้แล้วด้วยว่าใครเป็คนวางยาพิษข้าในวันแต่งงาน แต่เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเื่นี้เอง"
หลิงเยว่มองเจียงเฉินอย่างลึกซึ้งก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ หากเขาไม่้าให้นางช่วย นางก็มั่นใจว่าเขาจะจัดการได้ ความมั่นใจนี้ไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่จากที่อยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง หลิงเยว่ก็รู้สึกว่ามันควรจะเป็เช่นนั้น
หลังจากนั้นเจียงเฉินก็ไปต้มยาให้หลิงเยว่ และกลับไปฝึกฝนตามกิจวัตรเดิม ‘เื่ที่ข้าฆ่าลูกน้องของพวกเขาไป คงปิดได้อีกไม่นาน ่นี้คงต้องเร่งมือสักหน่อย’ เจียงเฉินคิดในใจ
...
ยามค่ำคืนมาถึงอีกครั้ง
ภายในห้อง เจียงเฉินมองเตียง แล้วก็มองหลิงเยว่สลับกันไปมา ตอนนี้ข้ออ้างในการรักษาของเขาถือว่าใช้จนครบถ้วนแล้ว...
"ฟู่..." เจียงเฉินถอนหายใจเสียงดัง จงใจให้หลิงเยว่ได้ยิน จากนั้นทำทีว่าจะเดินไปยังเก้าอี้ไม้แข็ง เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานกำลังจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะทรุดตัวลงนั่ง
"เดี๋ยวก่อน..." เสียงของหลิงเยว่ดังขึ้น
เจียงเฉินหันกลับไปมอง
หลิงเยว่นาง... กำลังตบที่ว่างข้าง ๆ แม้ใบหน้าจะแดงก่ำ แต่นางก็พูดชัดเจน
"คืนนี้... เ้าก็นอนบนเตียงนี่เถอะ"
เจียงเฉินยืนนิ่งไปชั่วขณะ "ได้เหรอ" เขาเผลอหลุดปากถามออกไป ในใจคิดว่าไม่ดีแล้ว
"ชั่งเถอะ" หลิงเยว่เตรียมจะหันกลับไป
"ในเมื่อเ้าเชื้อเชิญเอง... ข้าก็คงไม่อาจปฏิเสธได้" ลูกผู้ชายหน้าด้านบ้างก็ไม่เป็ไร
เจียงเฉินก้าวเท้าไปยังเตียงของหลิงเยว่ ในฐานะสามีที่ได้รับอนุญาตให้ทวงคืนพื้นที่ของตนเอง แม้จะแค่... การนอนเฉยๆก็ตามที