บทที่ 114
และนั่นมันทำให้องค์ชายต่างแดนเริ่มที่จะไม่สู้หน้าเข้าไปอีก เขาเดินถอยหลังไปหลายก้าว เฟียร์ที่ยังอารมณ์ขึ้นไม่หาย เธอได้กล่าวถามท่านพี่ของตนขึ้นมาอย่างลอยๆ“ท่านพี่เจ้าคะ.. เราสามารถยึดอาณาจักรบิสทะนง บิสทาเนียอะไรนั่นได้ภายในเวลาเท่าไรเจ้าคะ.. น้องอยากให้ราชวงศ์ที่เลี้ยงคนชั่วช้าอย่างนี้ขึ้นมา..ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เจ้าค่ะ..” เฟียร์กล่าวถามออกมาพรัอมกับอารมณ์ที่มีน้ำโห ในขณะเดียวกันทหารของบิสเทเนียก็วิ่งเข้ามาคุ้มครององค์ชายของพวกเขาในทันที ซึ่งมันจังหวะเดียวกันกับทหารของดีไวท์ที่เข้ามาถึงพอดี และเมื่อพวกเขาเห็นทั้งองค์จักรพรรดิ และจักรพรรดินีที่ถือปืนเล็งไปที่ชายคนหนึ่งอยู่ พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะล้อมทหารของบิสเทเนียเอาไว้อีกต่อหนึ่ง องค์ชายใหญ่แห่งบิสทาเนียก็ได้แต่นิ่งอึ้งอยู่กลางวงล้อมของทหารมากมาย ความกลัวเริ่มจะครอบนำจิตใจ “ตัวของข้านั้นไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องที่เจ้ากล่าวหาราชวงศ์ของเราแต่อย่างใด เพราะผลงานและกิริยาของราชวงศ์เรามันบ่งบอกทุกอย่างอยู่แล้ว ว่าพวกเราเป็นคนแบบไหน.. แต่สิ่งที่ข้าไม่พอใจในตัวของเจ้านั้นก็เพราะ..เจ้าได้ดูถูกเหยียดหยามภรรยาของข้าผู้นี้... จงกลับไปยังอาณาจักรของเจ้าเถอะ ราชวงศ์ของเราไม่ต้อนรับ และไม่อยากทำการค้าใดๆกับพวกเจ้าราชวงศ์บิสเทเนีย ไปซะ!!...” ฌอนกล่าวออกมาพร้อมกับโบกมือไล่ แน่นอนว่าองค์ชายใหญ่นั้นถึงกับเขาอ่อนเลยทีเดียว ถึงเขาจะเป็นคนเกเร ไม่รู้จักกาลเทศะ แต่เขาก็ไม่ได้โง่ที่จะรู้ว่าอาณาจักรแห่งนี้ทำการค้าขายในรูปแบบใด และทำการยึดครองได้ในเวลากี่วัน เขาเพียงแค่ต้องการอวดบารมีของตัวเองเพียงเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาคิดสนใจจะเป็นถึงจักรพรรดินีของอาณาจักรนี้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเจอของจริงในวันนี้ “..เออ.. แล้วอีกอย่าง กลับไปบอกท่านพ่อของเจ้าด้วยว่า เตรียมตัวทำสงครามกับเราเหล่าโอเวอร์ลอร์ดได้เลย.. และจะไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้น ไปได้แล้ว” จากนั้นฌอนก็โอบตัวของเฟียร์แล้วเดินหันหลังกลับจะไปนั่งรอที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เดี๋ยวก่อนขอรับ ท่านองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ตัวข้ามีตาหามีแววไม่ ข้าน้อย..ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ โปรดอภัยให้กับความโง่เขลาของข้าน้อยด้วยเถอะขอรับ...” องค์ชายใหญ่ที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่คลานเข้ามาใกล้ฌอนเรื่อยๆ แน่นอนว่าฌอนก็ทำดวงตาเข้มขึ้นในทันที เขาพูดโดยปล่อยจิตสังหารออกมาตลอดทุกคำพูด“ข้าบอกกับเจ้าแล้วว่าไม่มีการเจรจาใดๆ เจ้าจะกลับไปเสียตอนนี้ หรือจะกลับแบบเป็นชิ้นส่วนก็เลือกเอา... ทหาร!! หากภายใน 10 วินาทีต่อจากนี้ ข้ายังเห็นหนอนแมลงนี้อยู่อีก ไม่ใช่มันที่จะเป็นชิ้นส่วน แต่มันจะเป็นพวกเจ้า และครอบครัวของเจ้าที่จะเป็นชิ้นๆแทน ถ้ามันไม่ยอมออกไปเองก็ฆ่าพวกมันตรงนี้แหละ เข้าใจไหม!!!” ฌอนกล่าวจบก็หันหลังเดินทันทีก่อนที่จะเริ่มนับหนึ่งขึ้นมาเสียงดัง แน่นอนว่าเหล่าทหารก็เริ่มปฏิบัติการด้วยความกลัวตายในทันที“พวกเจ้าได้ยินแล้วนะ ตอนนี้พวกเจ้ายังออกไปได้ครบสามสิบสอง แต่ถ้าวินาทีที่ 6 พวกเจ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะจากไปแต่โดยดี พวกข้าก็จำเป็นต้องปกป้องตัวเองเช่นกัน..” นายทหารคนหนึ่งกล่าวออกมาเสียงดังพอประมาณ แน่นอนว่ามันทำให้ทหารบิสทาเนียถึงกับกัดฟัน และลากตัวขององค์ชายใหญ่ออกไปเป็นการด่วน อย่างน้อยๆรักษาชีวิตของพระองค์เอาไว้น่าจะเป็นการดีที่สุดในตอนนี้ องค์ชายใหญ่ร้องลั่นไปทั่วบริเวณ เขากล่าวขอโทษ และขอให้ฌอนให้อภัยซ้ำๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ผลอะไรเลย ฌอนยังคงนั่งนิ่งเงียบเช่นเคย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สาวใช้ของโรแลนด์ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเธอก็ไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไรต่อไปดี เธอหันลงมานั่งกับพื้นแทนที่จะยืนอยู่อย่างนั้น และเธอก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ตอนนี้บรรยากาศมันช่างเงียบสงบเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกมาเลย แม้แต่หายใจยังต้องให้เบาที่สุด เฟียร์ที่เห็นท่านพี่ของตนทำหน้าบึ้งตึงไม่ยอมพูดจา เธอก็ได้แต่โทษตัวเอง“สเฟียร์ เฟียร์.. ทำอะไรไม่คิดอีกแล้ว.. ท่านพี่ต้องโกรธข้ามากแน่ๆเลย ทำยังไงดีล่ะทีนี้..” เฟียร์ไม่รู้จะทำยังไง เธอได้แอบเอาเรื่องนี้พิมพ์เป็นข้อความปรึกษากับรุ่นพี่แนนซี่ทันที แต่สิ่งที่แนนซี่ตอบกลับมานั้นคือ ฮ่าๆๆ แล้วก็เยี่ยมแค่นั้นเอง เธอไม่เข้าใจจึงได้หันมองท่านพี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฌอนกลับมองมาที่เธอด้วยเช่นกัน“น้องไปเชื่อแนนซี่มากเกินไป ทำอะไรก็ไม่ได้คิดไตร่ตรองออกมาให้ดีก่อน... แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็ไม่ได้โกรธอะไรน้องหรอกนะ.. ต่อให้เป็นศัตรูกับคนทั้งโลก ข้าก็จะปกป้องเจ้าเอง จำเอาไว้น้องพี่..” จากนั้นฌอนก็หันหน้ากลับไปนิ่งๆเหมือนเดิม แต่ในใจตอนนี้มันเขิน และใจเต้นรัวๆ ราวกับว่ามันจะระเบิดออกมา แต่เพื่อไม่ใช่เสียมาดจักรพรรดิ เขาต้องทำเป็นไม่สนใจ และนิ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น เฟียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะนำใบหน้าของตนเข้าไปใกล้กับฌอน และกระซิบข้างๆหูของเขา“..คืนนี้น้องมีรางวัลให้นะเจ้าคะ ท่านพี่...” จากนั้นเธอก็เป่าไปที่หูของฌอนครั้งหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เพราะอาการของท่านพี่ที่แสดงออกมาว่าเขาเขินจริงๆ และมันเก็บเอาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนมาขัดฟิวส์ความรู้สึกนั้นไปก่อน“พวกเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง.. เมื่อสักครู่มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ นี่ทหารองครักษ์ของท่านแม่ข้าบอกมาว่ามีองค์ชายจากเมืองไหนไม่รู้กล้ามีเรื่องกับจักรพรรดิของโอเวอร์ลอร์ดด้วยล่ะ.. ข้าไม่อยากจะคิดเลย ใครกันช่างกล้าขนาดนี้... แล้วทำไมเจ้าถึงไปนั่งอยู่ตรงนั้นล่ะ..” โรแลนด์กล่าวถามถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น และแน่นอนว่าเขาก็อยากจะรู้ไปเสียทุกเรื่อง ก่อนที่เขาจะหันไปเจอสาวใช้ส่วนตัวของเขาที่นั่งอยู่บนพื้น“ช่างเถอะ.. ก่อนอื่นข้าขอแนะนำท่านแม่ของข้าก่อนก็แล้ว... ราชินีอเบลล่า ผู้ครองดินแดนทางเหนือ อาณาจักรเอสปีโร่.... หือ..” โรแลนด์ยังกล่าวต่อ แน่นอนว่าเขาแนะนำท่านแม่ที่ลงมาพร้อมกับเขาให้ทั้งสองรู้จัก แต่เมื่อหันไปทางท่านแม่ของตนอีกทีเขาก็เริ่มมึนงง และสงสัยว่าทำไมท่านแม่ต้องคุกเข่าด้วยในตอนนี้ อเบลล่าที่เห็นว่าบุตรชายของตนแทบจะกอดคอกับองค์จักรพรรดิของราชวงศ์โอเวอร์ลอร์ดอยู่แล้ว เธอก็รีบส่งสัญญาณสายตาไปหา ‘เซร่า’ สาวใช้ส่วนตัวของโรแลนด์ทันที แน่นอนว่าเซร่าก็เข้าใจในความหมายนั้น เธอก้มหัวลงครั้งหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น“ข้าน้อยต้องขออภัยเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ ท่านองค์จักรพรรดิ ..องค์จักรพรรดินี..ครั้งนี้ข้าน้อยคงต้องขอเสียมารยาทต่อหน้าพวกท่านเจ้าค่ะ..” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับบิดไปที่หูของโรแลนด์ แล้วดึงให้เขาคุกเข่าลง ส่วนโรแลนด์ก็ตกใจร้องลั่นเลยว่า ‘อะไรนะ จักรพรรดิ’ เขาตกใจอย่างสุดขีด แน่นอนว่ามีเสียงร้องโอ๊ยออกมาด้วย“ตัวข้าต้องขออภัยองค์จักรพรรดิ และองค์จักรพรรดินีด้วยที่ทำให้พระองค์ต้องมาเดือดร้อนกับบุตรชายของข้าเจ้าค่ะ..” อเบลล่ากล่าวออกมาอย่างจนใจ ไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิจะคิดอย่างไร แต่ตอนนี้การขอโทษ ขออภัยเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ยิ่งอาณาจักรของเธอได้อยู่ภายใต้การปกครองของโอเวอร์ลอร์ดอีกด้วย การที่บุตรผู้สืบบัลลังก์ทำกิริยาเช่นนี้ มันก็ไม่มีทางเลือกมากแล้วจริงๆ