บทที่ 19 บ้านตระกูลเซโนะ
เช้าวันถัดมาซึ่งเป็วันเสาร์ ฉันขึ้นชาฟเตอร์เดินทางจากเมืองนีโอสยามซิตี้ไปยังเมืองดิโอลด์แบงค็อก ซึ่งก็คือกรุงเทพมหานครในอดีตนั่นเอง ฉันนัดกับคุณเซโนะ ฮานะ ลูกสาวของโค้ชเซโนะ ชิริวไว้ตอน 10 โมงเช้า ฉันมาถึงดิโอลด์แบงค็อกตอน 9 โมงเช้า เผื่อเวลาเอาไว้มากหน่อยเผื่อมีเหตุฉุกเฉินอะไร
ดิโอลด์แบงค็อกในยุคนี้กลายเป็เวนิสเมืองไทยไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพื้นดินบริเวณนี้ทรุดตัวลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็แอ่งกะทะ ทำให้น้ำทะเลหนุนเข้ามาค่อย ๆ เปลี่ยนกรุงเทพมหานครในอดีตให้กลายเป็เมืองแห่งสายน้ำไปโดยปริยายในปัจจุบัน และมันไม่ได้เป็เมืองหลวงของไทยอีกต่อไปแล้ว เมืองหลวงของประเทศเราอยู่ข้างบนนั่น
ฉันเหลือบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะกำลังเดินไปเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านของโค้ชชิริว หมู่เกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่สูงขึ้นไปบนนั้นถูกเรียกว่า เฮเว่นโฟลต (Heaven Float) นี่แหละคือเมืองหลวงของประเทศเรา เมืองที่ไม่ใช่ว่าใครอยากจะขึ้นไปเมื่อไหร่ก็ได้ การรักษาความปลอดภัยเคร่งครัดและแ่ายิ่งกว่านีโอสยามซิตี้หลายเท่า คนที่อาศัยอยู่บนได้กว่า 90% เป็ประชากรเอพลัสคลาสและเอสคลาสระดับสูงกันทั้งนั้น
ฉันกดปุ่มเรียกรถแท็กซี่ที่ ‘เครื่องสารพัดบริการสาธารณะ’ ไม่ว่าจะเรียกใช้บริการอะไรมีให้หมดเลย จะเรียกรถบริการสารพัดแบบ เช่ายานพาหนะ เรียกกู้ภัยฉุกเฉิน เรียกตำรวจ เรียกไกด์นำเที่ยวล้วนมีบริการให้ทั้งหมด รอไม่ถึง 2 นาทีแท็กซี่ที่ฉันเรียกก็มาจอดตรงหน้าฉันเรียบร้อย แท็กซี่ในยุคนี้เล็กกะทัดรัดมาก โครงรถทำจากกระจกใสสามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้ ถึงมันจะใสแต่มันสามารถกรองแสงยูวีได้ ไม่ต้องกังวลว่าผิวจะเสีย ปกติจะมีให้เลือกแบบ 2 หรือ 4 ที่นั่ง ฉันเลือกแบบ 2 ที่นั่ง ฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ
‘้าให้ไปส่งที่ไหนคะคุณผู้หญิง’ เสียงระบบของรถถาม รถนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไม่มีคนขับ มีที่นั่ง 2 ที่สำหรับผู้โดยสารเท่านั้น
“ไปบ้านตระกูลเซโนะที่ศูนย์ฝึกอบรมเซโนะค่ะ” ฉันตอบ
‘จะไปถึงที่นั่นในอีก 15 นาทีค่ะ’ เสียงระบบรถตอบ แล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มันวิ่งราบไปกับพื้นถนนโดยไม่ต้องใช้ล้อ
ฉันมองออกไปภายนอกรถ ความเร็วรถแท็กซี่ยังไม่เร็วขนาดชาฟเตอร์ ทำให้สามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้อยู่ ตึกสูงระฟ้าเบียดเสียดกันแน่นไปหมด แม้ดิโอลด์แบงค็อกจะไม่ใช่เมืองหลวงของไทยแล้ว แต่ยังเป็เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศเหมือนเดิม ด้วยเป็เมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองเมืองหนึ่งของประเทศ มีสิ่งเอื้ออำนวยต่าง ๆ สารพัด และยังเป็เมืองที่ใกล้ชิดกับเมืองหลวงมากที่สุดด้วย
สักพักแท็กซี่ก็แล่นเข้าสู่แถบที่อยู่อาศัยของชนชั้นมีอันจะกินหรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าพวกคนรวยนั่นแหละ ตึกสูง ๆ แทบมองไม่เห็นแล้ว ที่อยู่อาศัยแถบนี้จะเป็บ้านเดี่ยวแยกกันเป็หลัง ๆ แต่ละบ้านมีเนื้อที่กว้างขวางมีรั้วล้อมไว้ แบบบ้านสมัยใหม่เน้นประหยัดพลังงาน วัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ ออกแนวสไตล์อีโค่ แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้นฉันก็มาถึงศูนย์ฝึกอบรมเซโนะในที่สุด มันดูเรียบง่ายมาก ลักษณะสถาปัตยกรรมและการตกแต่งต่าง ๆ โดยรอบเป็แบบญี่ปุ่นโบราณ ฉันสามารถััได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์สดใสมาก ๆ
แท็กซี่เลี้ยวไปตามทางที่แยกไปทางขวาซึ่งมีป้ายบอกว่าเป็ทางไปบ้านตระกูลเซโนะ ตามที่ฉันหาข้อมูลของโค้ชเซโนะ ชิริวมา ท่านเป็หัวหน้าตระกูลเซโนะคนปัจจุบัน ตระกูลเซโนะเปิดศูนย์ฝึกอบรมสอนการฝึกพลังจิตมาอย่างยาวนานเกือบ 200 ปีแล้ว เป็ศูนย์ฝึกอบรมที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ลูกศิษย์ของโค้ชชิริวหลายท่านต่างเป็บุคคลที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่า 1 ในนั้นก็คือเลดี้ฮันน่า
รถวิ่งมาจอดเทียบหน้าประตูบ้านตระกูลเซโนะ ใช้เวลาเดินทาง 15 นาทีเป๊ะ ๆ ตามที่ระบบของแท็กซี่แจ้งไว้ก่อนออกเดินทาง ฉันสแกนนิ้วที่มีฟิงเพื่อชำระค่าโดยสารในช่องชำระเงิน ประตูปลดล็อกเปิดออก ฉันก้าวลงไปยืนหน้าบ้านแล้วกดออด หันหน้าไปมองแท็กซี่อีกที มันวิ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไวมาก
‘บ้านเซโนะสวัสดีค่ะ ติดต่อเื่อะไรคะ’ เสียงระบบต้อนรับหน้าบ้านดังขึ้น
“ดิฉันวิกกี้ โนเรีย นัดพบคุณเซโนะ ฮานะไว้ค่ะ” ฉันตอบกลับไป
‘กรุณารอตรวจสอบสักครู่นะคะ’ แล้วระบบก็เงียบหายไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาว่า
‘ขออภัยที่ให้คอยค่ะ กรุณาเชิญด้านในได้เลยค่ะ’ สิ้นเสียงตอบของระบบ ประตูหน้าบ้านที่ทำจากไม้เนื้อเข้มหนาหนักก็ปลดล็อกเลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นบ้านชั้นเดียวทรงญี่ปุ่นโบราณแบบเรียบง่าย ทางเดินโรยด้วยกรวดทอดเข้าไปถึงตัวบ้าน ฉันก้าวเท้าเข้าไปด้านในแล้วประตูบ้านก็เลื่อนปิดโดยอัตโนมัติ
ฉันเดินก้าวตามแผ่นหินทางเดินเท้าเข้าไปก็มองการจัดสวนหน้าบ้านไปด้วย เป็การจัดสวนแบบญี่ปุ่นที่เรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การจัดวางหิน ต้นไม้ที่ถูกตัดตกแต่งอย่างดี มีบ่อน้ำเล็ก ๆ หน้าบ้านและมีระบบน้ำไหลจากกระบอกไม้ไผ่ลงมายังบ่อน้ำนี้ วิถีแห่งธรรมชาติยังไงก็เป็ะสินะ ผ่านมาหลายร้อยปีก็ยังคงอยู่ไม่หายไป
“สวัสดีค่ะคุณวิกกี้” เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวผู้หนึ่งทำให้ฉันละสายตาจากบ่อน้ำเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวในชุดยูกาตะนางหนึ่งเลื่อนเปิดประตูกระจกออกมาต้อนรับฉัน การปรากฏตัวของเธอทำให้ฉันถึงกับอึ้ง
เธอเป็ผู้หญิงที่สวยมาก แค่มองเธอแวบเดียวก็สามารถหลงใหลในรูปโฉมของเธอได้แล้ว ขนาดตัวฉันเป็ผู้หญิงยังอดจะรู้สึกหวิว ๆ ในใจไม่ได้เลยจริง ๆ เป็ความงามที่ละมุนละม่อมเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด ใบหน้าเธอไม่ได้แต่งแต้มสีสันอะไรมากมาย รอยยิ้มละลายใจของเธอยังช่วยเสริมให้ตัวเธอดูมีสเน่ห์ขึ้นไปอีก เธอทำให้ฉันนึกถึงคำว่าเทพเซียนขึ้นมาในหัว เธอไม่ผิดไปจากคำจำกัดความนี้จริง ๆ ขนาดฉันที่มั่นใจในรูปโฉมตัวเองอยู่บ้างยังไม่กล้าพูดต่อหน้าเธอได้เต็มปากเลยว่าฉันสวย ถ้าฉันเป็ผู้ชายต้องได้ตามจีบเธอแหง ๆ
“เอ่อ…ขอโทษค่ะที่เสียมารยาทเอาแต่จ้องคุณอยู่ได้ พอดีั้แ่วิกกี้เกิดมายังไม่เคยเจอใครที่สวยมีสเน่ห์น่าหลงใหลแบบคุณจริง ๆ ไม่ทราบว่าคุณคือ…?”
อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ “ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ ดิฉันเซโนะ ฮานะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณค่ะ”
“อ่อ…คุณฮานะนั่นเอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
“คุณวิกกี้มาถึงก่อนเวลาตั้งเยอะเลยค่ะ เดี๋ยวเชิญเข้ามาด้านในก่อนค่ะ”
ฉันเดินเข้าไปในบ้านแล้วถอดรองเท้าออกวางไว้บนชั้นวางรองเท้า เดินตามคุณฮานะเข้าไปด้านใน ในบ้านดูโปร่งโล่งตกแต่งแบบเรียบง่ายอย่างที่ฉันคิด ใช้โทนสีครีมแซมน้ำตาลอ่อนเป็หลัก พื้นบ้านเป็ไม้สีอ่อน ที่ผนังประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนพู่กันญี่ปุ่น คุณฮานะเชิญฉันนั่งที่โต๊ะรับแขก เป็โต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีเบาะรองนั่งกับพื้น เธอบอกให้ฉันรอสักครู่ แล้วเธอก็นำขนมมาให้ฉันทาน เป็ไดฟุกุขนาดชิ้นพอดีคำจานหนึ่งที่เธอบอกว่าเธอเป็คนทำเอง จากนั้นเธอก็แสดงสิ่งที่เรียกว่าพิธีชงชาญี่ปุ่นให้ฉันชม เธอคงทราบจากที่ไหนมาสักแห่งว่าฉันดื่มชา ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องถามฉันก่อนแล้วว่าปกติฉันดื่มชารึเปล่า
พิธีชงชาญี่ปุ่นเป็การชงชาที่พิถีพิถันมาก เริ่มจากเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ชงชา ซึ่งเวลาใช้ผ้าเช็ดยังต้องมีแบบแผนรูปแบบเฉพาะในการเช็ดเลย หลังจากนั้นก็ล้างถ้วยชาด้วยน้ำร้อนแล้วเช็ดด้วยผ้าอีกชนิดหนึ่ง แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการชง ตักผงชาเขียวในกระปุกใส่ถ้วยชา เทน้ำร้อนจากกาลงในถ้วย แล้วใช้แปรงไม้ชงชาคนผสมชาในถ้วย จากนั้นคุณฮานะก็ยกถ้วยชามาส่งให้ฉันอย่างมีแบบแผน ั้แ่ต้นจนจบพิธีชงชา ทุกท่วงท่าของคุณฮานะดูงดงามอ่อนช้อยมาก ทำเอาฉันดูเพลินไปเลย
คุณฮานะปล่อยให้ฉันนั่งดื่มชาทานขนมจนเกือบจะหมดจานแล้ว กะว่าจะหน้าด้านขอขนมไดฟุกุของคุณฮานะกลับไปฝากแม่ฉันสักหน่อยไม่รู้เธอจะยอมให้มั้ยนะ เพราะมันอร่อยมากเลย แล้วคุณฮานะก็เดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามฉันก่อนจะบอกว่า
“วันนี้คุณวิกกี้อาจจะได้เจอ หรือไม่ได้เจอคุณพ่อของฉันก็ได้นะคะ”
“คะ?”
----------------------------------------
ไรท์ก็อยากจะรู้เหมือนกันค่ะว่ากรุงเทพของเราในโลกอนาคตจะเป็ยังไงน้า
ยังจะเป็เมืองหลวงของไทยอยู่อีกมั้ย ใครคิดเห็นอย่างไรคอมเม้นท์บอกกันบ้างน้า
ตอนหน้า มีเื่น่าตื่นเต้นให้ลุ้นกันค่า