บทที่ 29
ความสำเร็จในความล้มเหลว
สายลมเย็นๆพัดกระทบใบหน้าจางอี้รู้สึกตัวขึ้นดวงตาที่พับปิดค่อยๆเปิดอย่างช้าๆดวงตาคู่นั้นพร่ามัวมองเห็นแสงที่ส่องกระทบลงมาที่ใบหน้าของตน
ในตอนนี้แม้จะตื่นขึ้นมาจากห้วงภวังค์แต่ก็รู้ได้ทันทีว่าตนเองออกมาจากถ้ำแห่งนั้นแล้วผู้คนมากมายก็อยู่เบื้องหน้าของเขา
ดูเหมือนว่าหลังจากที่ร่างกายนั้นล้มลงไปของวิเศษนี้จะทำให้ร่างกายนั้นเคลื่อนย้ายออกมาด้านนอกเอง
ปัญญาชนของสำนักกระบี่์ไม่ธรรมดาเลยผลิตของเช่นนี้ขึ้นมาได้มันถือว่าเป็ของที่มีค่าเป็อย่างมาก
จางอี้ที่ค่อยๆได้สติประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ความเ็ปที่อยู่ๆก็มีพลังมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายยังคงไม่หายไป
ผู้คนจะกล่าวว่ามีพลังในร่างกายเพิ่มพูนนั้นย่อมเป็เื่แต่ถ้าเกิดว่าพลังพวกนั้นไหลเวียนเข้ามาในครั้งเดียวมันเองก็ไม่ใช่ว่าจะดีกับร่างกายเสมอไป
ร่างกายในยามนี้โดนพลังนั้นกระแทกกระทั้นเข้ามา จนทำให้ร่างกายนั้นไม่สามารถปรับตัวได้ใน่วินาทีจึงเกิดความเ็ปขึ้นตามเส้นชีพจรในร่างกาย
จางอี้หลับตาของตนเองลงวันนี้สิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือการผนึกพลังในร่างกายจางอี้ผนึกพลังไหลเวียนก่อนที่จะทำให้พวกมันนั้นคงที่
ถือว่ายังโชคดีในครั้งนี้ร่างกายเริ่มคงที่มันไม่ได้เ็ปแล้วไม่สามารถควบคุมได้เหมือนก่อนหน้านี้
เมื่อสามารถควบคุมได้แล้ว พลังที่ถูกผลึกอย่างแข็งแกร่งเหมือนเดิมเริ่มกลับคืนสู่ปกติจางอี้สุดหายใจเข้าออกก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้น
กวาดสายตามองไปด้านหน้าดูเหมือนว่าจะมีคนที่ออกมาจากถ้ำแห่งนั้นหมดแล้วมองดูจากดวงตะวัน้าคล้ายว่าจะผ่านมาสักประมาณ 2-3ชั่วยามเห็นจะได้
เขาเองก็หลับไปนานเช่นเดียวกันร่างกายไม่สามารถปรับสภาพได้เพียงแต่ว่าในสายตาของคนผู้อื่นจางอี้คือคนที่ล้มเหลว
มีผู้คนมากมายเล่าลือกันว่าเพียงก้าวเข้าไปภายในโถงของถ้ำร่างกายของเขาเองก็ล้มหมดสติลงช่างอ่อนแอยิ่งนัก
แต่ว่าในสายตาของคนอื่นที่ล้มเหลวจางอี้กับประสบความสำเร็จจนยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากพลังก่อนหน้านี้ที่ไหลเวียนสู่ร่างกายอย่างไม่สามารถควบคุมได้
จางอี้ตระหนักรู้ได้ว่ามันคือแก่นทักษะที่เป็จิตกระบี่ไหลเวียนผนึกเข้าสู่กระดูกปราณในตอนนี้กระดูก์นิรันดร์หลอมรวมเข้ากับพลังนั้น
ทำให้ตอนนี้ตนเองมีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นมานอกจากกระบี่ลึกลับที่สถิตอยู่ในกระดูกปราณ ดูเหมือนว่าตนเองจะได้ทักษะพิเศษที่เป็พลังโจมตีขึ้นมาอีกหนึ่งทักษะ
จางอี้ก้มมองมือของตนเองพลางขบคิดเกี่ยวกับเื่นี้อย่างจริงจังแต่ในขณะที่กำลังไตร่ตรองกับพลังที่ตนเองได้รับ
เสียงชื่นชมของผู้คนมากมายก็ดังขึ้น “เ้าดูสิคุณชายหลัวเห็นว่ามีจิตกระบี่ไหลเวียนสู่ร่างกายทั้งสามอย่าง ”
“ เห็นว่าเป็จิตกระบี่ระดับขุนพลทั้งสามจิตกระบี่เลยเป็อัจฉริยะในยอดอัจฉริยะจริงๆ”
คำกล่าวชมไม่ขาดสายผู้คนมากมายชื่นชมอัจฉริยะจากอาณาจักรฟ้าครามผู้นี้คุณชายผู้นี้แม้จะได้รับคำกล่าวชมแต่ว่ากับยืนสงบนิ่งด้วยท่าทางองอาจ
คล้ายว่าไม่สนใจคำยกยอพวกนั้นสำหรับทักษะที่หลอมรวมเข้ากับกระดูกปราณแล้วแน่นอนว่าพวกมันจะถูกแบ่งระดับออกเป็ตามสายเืของสัตว์อสูรหรือแม้กระทั่งความหายากของจิตทักษะ
พวกมันจะเริ่มไล่ั้แ่ระดับ ทั่วไป ระดับขุนพล ระดับราชันระดับจักรพรรดิ ระดับา สุดท้ายเป็ระดับต้นกำเนิด
สำหรับภายในถ้ำจิตกระบี่นี้แน่นอนว่าทักษะเพียงแค่การได้รับการยอมรับจากจิตกระบี่โบราณเพียงระดับขุนพล 3 อย่างคนพวกนี้ก็ถือได้ว่าเป็อัจฉริยะ
มองดูแล้วหลังจากการผนึกจิตกระบี่ทั้ง 3 เข้ากับร่างกายและก็หลอมรวมมันเข้ากลายเป็ทักษะของกระดูกปราณ
ความสามารถของคนผู้นี้ทะลวงระดับขึ้นไปอยู่ในระดับจิตต่อสู้ขั้นต่ำเรียบร้อยแล้วไม่แปลกที่มีผู้คนมากมายนั้นเอ่ยชื่นชมความสามารถของคนผู้นี้
จางอี้หาได้สนใจคนพวกนี้ไม่แม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะเก่งกาจเพียงใดแต่จางอี้รู้ดีที่สุดคนที่ได้กำไรกับการเข้าไปในครั้งนี้มากที่สุดก็คงจะไม่พ้นตนเอง
หลังจากนั้นพิธีการเข้าสู่ถ้ำมันเองก็จบลงถ้ำจิตกระบี่ถูกปิดลงอีกครั้งเหล่าผู้ที่เป็ลูกศิษย์จะได้กลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้งหลังจากที่มีผลงานยอดเยี่ยมและได้รับการอนุญาตจากสำนัก
ในครั้งนี้มีคนที่ทั้งประสบความสำเร็จแล้วก็มีคนที่ผิดหวังไปมากมายการเข้าไปภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แน่นอนว่าย่อมเป็ผลประโยชน์
มีผู้คนมากมายได้รับทักษะและก็มีผู้คนมากมายที่ไม่ได้ถูกยอมรับเช่นเดียวกับจางอี้ในสายตาคนอื่น
จางอี้ในสายตาของผู้อื่นจะมองเห็นว่าเขานั้นไม่ได้รับทักษะอันใดออกมาแต่จางอี้รู้ดีที่สุดว่าตนเองนั้นได้รับทักษะแถมยังเป็ระดับที่สูงกว่าทุกคน
จางอี้เคยขบคิดเกี่ยวกับเื่นี้อยู่สักพักถึงเมื่ออ่านตำราของเหล่ากุ้ยไปได้ประมาณนึงจึงเข้าใจ
ที่ว่าพวกผู้าุโของสำนักแห่งนี้มองถึงแก่นกระดูกของเขาไม่ออกเพราะว่าแก่นกระดูกภายในร่างกายมันมีความพิเศษ
คนที่ถือครองกระดูกปราณระดับ์นิรันดร์กระดูกปราณประเภทนี้สามารถควบแน่นรวมไปถึงสถิตพลังอย่างแข็งแกร่งปิดกั้นต่อการรับรู้เบื้องนอก
จึงทำให้พวกยอดฝีมือไม่สามารถมองทักษะของเขาหรือความแข็งแกร่งของกระดูกออกจางอี้คิดว่านี่เองก็ดีเช่นเดียวกันตนเองจะสามารถปิดซ่อนเร้นความสามารถของตนเองได้ง่ายดายมากขึ้น
หลังจากพิธีนั้นจบลงจางอี้เดินทางกลับมายังกระท่อมหลังเก่าๆที่อยู่ตีนเขาเช่นเดิมเมื่อเดินกลับมาก็เห็นหนึ่งชายชราหนึ่งนักพรตชุดขาวกำลังนั่งสนทนากันอยู่บริเวณด้านหน้ากระท่อม
ทั้งสองดูเหมือนว่าจะนั่งสนทนากันมาสักพักใหญ่ๆแล้วเมื่อเห็นจางอี้เดินมาชายชราทั้งสองหันยิ้มให้เด็กหนุ่ม
ชายชราหลังค่อมผู้าุโเกายกยิ้มที่มุมปากชี้นิ้วแล้วก็พูดว่า“ ขอทานน้อยดูเหมือนว่าเ้าจะได้ของดีมาแล้วสินะ ”
จางอี้ตะลึงลานไม่คิดว่าตาเฒ่าสองคนนี้จะมีประสาทััเฉียบคมและไกลขนาดนี้แม้จะเป็ถ้ำแห่งนั้นตัวของเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตั้งอยู่ที่ไหน
แต่ทั้งสองคนกับสามารถััได้ถึงตัวตนและยังสามารถััได้ด้วยว่าเขานั้นได้ของดีจางอี้ไม่คิดจะปิดบังตาเฒ่าทั้งสองจะเฉลียวฉลาด
แม้ว่าจะปิดบังไปก็ไม่สามารถลอดเล็ดสายตาของตาเฒ่าพวกนี้ไปได้“ กล่าวตามตรงอย่างไม่ปิดบังก็ใช่ขอรับ ”
“ ในครั้งนี้ถือว่าเป็การไปที่คุ้มค่าเสียจริงๆ”
“ ได้จิตกระบี่อันใดมาเล่า ”
“ เป็จิตกระบี่ทักษะโจมตีรู้สึกว่ามันจะถูกเรียกขานในอดีตว่าจิตกระบี่ราชันย์” จางอี้กล่าวออกมา จิตกระบี่นี้ยามผนึกเข้ากับร่างกาย มันเองก็มีนามของมันถูกเรียกขานเอาไว้ในอดีต
จิตกระบี่แม้จะเป็ประเภทเดียวกับแก่นทักษะแต่ว่ามันเองก็มีความทรงจำในอดีตอยู่เพราะมันเป็สิ่งที่อยู่ในรูปร่างจิตสำนึก
เพราะแบบนั้นมันจึงมีชื่อเรียกยามผนึกเข้ากับร่างกายจางอี้จึงได้รู้ถึงพลังของมันในทันที กระบี่นี้มีชื่อว่าจิตกระบี่ราชันย์เป็ทักษะการโจมตีที่รุนแรง
ในทันทีที่กล่าวออกไปตาเฒ่าทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันและกันนักพรตชุดขาวเอ่ยออกมา ” เ้าได้ของดีมาแล้วจริงๆ ”
“ ถ้าเกิดว่าเ้าบ่มเพาะแก่นทักษะนี้ไปจนถึงระดับฟ้าได้เกรงว่าการโจมตีของเ้าคงจะพิฆาตคนที่อยู่ขั้นเหนือกว่าเ้าถึงสามขั้นได้อย่างง่ายดาย”
แม้ว่าจะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ว่าน้ำเสียงนั้นกับดูจริงจังทำให้จางอี้รู้ว่าถ้อยคำที่พูดออกมานั้นไม่ได้โกหก
ทักษะนี้ทรงพลังเป็อย่างมากเกรงว่าตนเองต้องลองปมเพราะมันดูดูเหมือนว่าตนเองจะได้โชคลาภก้อนโตมาแล้วจริงๆ
จบบท