ใบหน้าของคนในห้องพลันเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวน่าเกลียดต้าจุนผู้มีความสูงถึง 180 เซนติเมตรก็ยืนขึ้นปลดกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นกล้ามอกอันเต่งตึง จ้องมองหยางเฉินตาเขม็ง
"ไอ้บัดซบสมองของแกยังทำงานดีอยู่หรือเปล่า หืม? แหกตาดูให้ดีว่าที่นี่คือที่ไหนเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย ลูกดื้อก็ต้องสั่งสอน แกยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย!"
จางฟู่กุ้ยโกรธแค้นอย่างล้นเหลือด้วยความอัปยศอดสูมันชี้ไปที่หยางเฉินและโม่เชี่ยนนีพร้อมกล่าวว่า
"ดี…นังสารเลวตัวน้อย เจอผู้ชายเข้าหน่อยทำขัดขืนนะแกอยากทำให้พ่อของแกอกแตกตายตั้งแต่มาถึงจงไห่เลยหรือไง!?"
โม่เชี่ยนนีมองจางฟู่กุ้ยด้วยความสิ้นหวังเธอกัดริมฝีปากนัยน์ตาเต็มไปด้วยน้ำตาพลางกล่าวว่า
"คุณจะพูดยังไงก็ได้แต่หนี้ของคุณ คุณก็ต้องใช้ด้วยตัวเอง หยางเฉินกลับ!" โม่เชี่ยนนีกล่าวพลางจับมือหยางเฉินเตรียมออกจากห้องไป
หยางเฉินคิดว่าจางฟู่กุ้ยคงไม่กู่ไม่กลับอีกต่อไปแล้วถ้ามันไม่ได้เป็นพ่อเลี้ยงของโม่เชี่ยนนี หยางเฉินคงเตะมันจนคอพับไปแล้ว แต่คนที่อยู่ในห้องเห็นได้ชัดว่าไม่ปล่อยให้ทั้งสองจากไปได้โดยง่าย
ต้าจุนตะโกนขึ้นมาอย่างเย็นชา
"ถ้าไม่จ่ายก็อย่าหวังจะได้ไปไหนเด็ดขาด!"
เหล่าคนงานก่อสร้างเผยรอยยิ้มชั่วร้ายพวกเขารีบวิ่งไปขวางกั้นทางออกและจ้องมองโม่เชี่ยนนีด้วยสายตาหื่นกระหาย
"ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนในละครยังไงชอบกล"หยางเฉินเอ่ยขึ้นมาอย่างสนใจในเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น
โม่เชี่ยนนีไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะตลกกับหยางเฉินเธอพยายามอย่างหนักที่จะทนต่อความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"พวกนายจะทำอะไรน่ะ!?ฉันจะเรียกตำรวจมาจับพวกนายทั้งหมด!"
ได้ยินดังนั้นคนที่เหลือก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าพวกเขาได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก
ต้าจุนเดินไปข้างหน้าพร้อมกล่าวขึ้นด้วยท่าทางนักเลง
"นี่สาวน้อยฉันขอบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะ เมื่อก่อนก็มีคนพูดแบบนี้แหละ แต่รู้มั้ยสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาคืออะไร?"
"อะไรล่ะ"โม่เชี่ยนนีตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัว
"โลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็กเมื่อฉันอัดเจ้าพวกนั้นจนแม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ยังจำหน้ามันไม่ได้กฎหมายทั้งหลายก็แค่ขี้เท่านั้น สุดท้ายพวกมันก็ต้องเชื่อฟังฉันทุกอย่าง!"
ต้าจุนมองโม่เชี่ยนนีขึ้นลงไปมาจากนั้นก็เดาะลิ้น พลางกล่าวว่า
"...อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในวันนี้นั้นพิเศษหน่อยฉันไม่ได้เป็นคนที่จะชอบทำร้ายผู้หญิงถ้าเป็นเรื่องนี้พวกฉันยินดีที่จะให้หญิงสาวแสนสวยอย่างคุณมีความสุขกับพวกพี่น้องของฉันส่วนเรื่องเงินนั้นเราจะไปเจรจากันภายหลังก็แล้วกัน"
ความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดเหล่านี้นั้นชัดเจนว่าต้องการให้โม่เชี่ยนนีจ่ายแทนด้วยร่างกาย
เหล่าคนงานก่อสร้างได้ยินดังนั้นก็ต่างส่งสายตาหื่นกระหายออกมายิ่งกว่าเดิมราวกับว่าพวกมันรอที่จะได้รับจากอาหารอันโอชะมื้อนี้มานานแล้ว
จางฟู่กุ้ยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา มันรีบตะโกนเสริมโม่เชี่ยนนีทันที
"นี่นังลูกตัวดีพี่ต้าจุนเขาพูดขนาดนี้แล้ว แกยังจะจ้องหาอะไร ฮะ!?"
"แกเป็นบ้าอะไรเนี่ย!?"ต้าจุนสบถพลางเดินไปตบหัวจางฟู่กุ้ย
"เห็นข้าเป็นพวกชอบบังคับฝืนใจผู้หญิงหรือไง?อีกอย่างเงินสองหมื่นจะสามารถเทียบได้กับหญิงสาวแสนสวยเช่นนี้ได้อย่างไร?"
เมื่อเห็นว่าจางฟู่กุ้ยเห็นดีเห็นงามกับต้าจุนโม่เชี่ยนนีก็อยากกระอักเลือดตายเนื่องจากความโกรธแต่ไม่นานเธอก็กลับสู่ภาวะสงบนิ่ง จากนั้นเผยรอยยิ้มน่ากลัว กล่าวว่า
"ฝันไปเถอะอย่าคิดว่าฉันจะกลัวพวกนาย ถ้าพวกนายฉลาดพอก็ถอยออกไป มิฉะนั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!" คำพูดของโม่เชี่ยนนีทำให้หยางเฉินรู้สึกชื่นชมจากภายในโม่เชี่ยนนีนั้นสมแล้วที่สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารเธอสามารถระงับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
"ข้ามักจะพูดเสมอว่าผู้หญิงนั้นโง่เง่าพวกแกว่าข้าพูดไร้สาระหรือไม่?" ต้าจุนแคะหูพร้อมพูดอย่างเหยียดหยัน
"สารวัตรตำรวจท้องถิ่นในพื้นที่นี้มีความสัมพันธ์อันดีกับพี่เขยของฉันและแน่นอนว่ามันย่อมไม่มีอะไรเกิดขึ้นพี่ชายของฉันเป็นหัวหน้าที่อยู่ถัดไปอีกห้องหนึ่งเงินของฉันก็เหมือนเป็นเงินของเขา"
หยางเฉินเข้าใจทุกอย่างในทันทีน้องเขยงั้นหรือ ไม่น่าแปลกใจที่มีการเล่นพนันในสำนักงานทั้งหมดก็เพื่อหลอกเงินจากพวกคนงานนั่นเอง
โม่เชี่ยนนีไม่สนใจอีกต่อไปเธอกล่าวกับหยางเฉินว่า"หยางเฉิน ไปกันเถอะอย่าไปสนใจพวกนี้เลย!"
เมื่อทั้งสองกำลังจะจากไปชายสองคนก็รีบเข้ามาขวางกั้นเส้นทางไว้
"จับพวกมันมาให้ข้า"ต้าจุนไม่สนใจอะไรอีกต่อไป มันตัดใจใช้กำลังเข้าจัดการทันที
เมื่อเห็นท่าไม่ดีจางฟู่กุ้ยก็รีบคร่ำครวญและร้องไห้ออกมา
"พี่ต้าจุนเป็นพวกมันเองที่ไม่ให้เงินพี่ นี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมใช่มั้ย!"
"อยู่เงียบๆไปซะ!" ต้าจุนประกาศลั่นพร้อมเตะก้นจางฟู่กุ้ยจนร่วงลงกับพื้น
กลุ่มชายฉกรรจ์ต่างเดินไปหาหยางเฉินและโม่เชี่ยนนีแต่มีหรือที่หยางเฉินจะปล่อยให้พวกมันได้ทำตามใจ เขาดึงโม่เชี่ยนนีมาไว้ข้างๆจากนั้นยกขาขึ้นเตะเข้าชายโครงของชายที่อยู่ใกล้สุด!
ลูกเตะถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็วเสียงดังคล้ายกระดูกหักก็ตามมาดั่งขนมกรุบกรอบ
หยางเฉินมองผู้นำอย่างต้าจุนสายตาว่างเปล่าเขาหัวเราะในลำคอจากนั้นจึงจับหัวของมันเหวี่ยงเข้าไปในห้องอย่างแรงจนเส้นผมกระจุกใหญ่ติดมาพร้อมกับมือของเขา
ต้าจุนล้มลงกับพื้นมันไม่คิดว่าจะเจอกับชายที่มีร่างกายอันแข็งแกร่งขนาดนี้และไม่แม้แต่จะมีโอกาสตอบโต้สักกระบวนท่าเดียว ต่อหน้าชายที่ดูธรรมดาเยี่ยงนี้
เป็นความเจ็บปวดที่คล้ายกับเส้นผมถูกดึงออกเมื่อต้าจุนสัมผัสศีรษะมันก็รู้สึกได้ทันทีว่าเส้นผมของมันถูกดึกออกไปกระจุกใหญ่จนเลือดไหลซึมออกมาอย่างน่ากลัว!
ทันทีที่โต๊ะถูกปัดออกหยางเฉินก็เป็นดั่งหมาป่าท่ามกลางฝูงแกะ พวกคนงานก่อสร้างต่างร่ำร้องหาแม่กันอย่างโอดครวญ
ดวงตาจางฟู่กุ้ยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนประหลาดใจ เมื่อเขาได้เห็นฉากนี้มันรีบฝืนทนต่อความเจ็บปวดรีบวิ่งไปหาหยางเฉินอย่างรวดเร็ว
"น้องชายเจ้าช่างเก่งกาจนัก ฮิๆ ช่วยฉันจัดการกับพวกนี้ทีรับรองมันไม่กล้าทำอะไรฉันอีกในอนาคตแน่ๆ ฮ่าๆ!"
หยางเฉินเพียงเหลือบมองจากนั้นก็ยกขาเตะก้นของจางฟู่กุ้ย
"โอ้ว!!!"
จางฟู่กุ้ยกระเด็นก้นกระแทกพื้นอีกครั้ง
"แก!แกเตะฉันทำไม ฉันเป็นพ่อนีซี่นะ"
"ฉันไม่มีพ่ออย่างคุณ!!"ไม่รอให้หยางเฉินตอบ โม่เชี่ยนนีก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"นี่…เธอ… " จางฟู่กุ้ยอยากจะด่าออกไปซักหลายคำแต่เมื่อเห็นสายตาของหยางเฉินแล้ว นั่นก็ทำให้มันไม่กล้าเอ่ยคำใดๆ อีก
โม่เชี่ยนนีที่ยังไม่หายจากอาการตื่นกลัวแต่เมื่อเห็นสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมของหยางเฉิน เธอก็ทั้งหวาดกลัวและดีใจรู้สึกว่าตัดสินใจถูกที่พาหยางเฉินมาด้วย เธอไม่คิดว่าหยางเฉินจะช่วยเธอได้มากขนาดนี้ถ้าเขาไม่มากับเธอ เธอก็ไม่อยากจะคิดว่าผลที่ตามมาจะน่ากลัวขนาดไหน!
"เกิดอะไรขึ้น!?"
เสียงดังขึ้นจากทางด้านหลังมันเป็นผู้จัดการอ้วนก่อนหน้านี้และยังเป็นพี่เขยของต้าจุนอีกด้วย
เมื่อต้าจุนเห็นนายอ้วนเข้ามามันเหมือนเห็นแสงแห่งสวรรค์ โดยไม่สนใจเลือดที่ไหลรินออกจากหัวมันรีบกล่าวขึ้นทันทีว่า
"พี่เขย!พี่เขยมาแล้ว! พวกมันไม่ยอมจ่ายเงิน หนำซ้ำยังทำร้ายพวกของผมอีกด้วย!!"
ใบหน้านายอ้วนเปลี่ยนเป็นดำมืดทันที
"บัดซบแค่ชายหญิงคู่เดียวพวกแกยังไม่สามารถจัดการได้!?"
"ไอ้สารเลวนี้มันรู้กังฟูอ่ะพี่มันเจ็บจริงๆ ให้ตายสิ..." ชายคนหนึ่งร้องโอดครวญอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นสภาพของลูกน้องนายอ้วนก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ภายใน แต่มันก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาแสดงความขลาดเขลา
"ไอ้สารเลวรู้กังฟูแล้วมันทำไม? บ้านเมืองมีขื่อมีแปในเมื่อแกทำร้ายคนของฉันแกจะต้องเข้าคุก!"
"เข้าคุก?"หยางเฉินยิ้ม
"พวกแกเล่นการพนันกันเยี่ยงนี้แม้กระทั่งการสมรู้ร่วมคิดกันปล้นเงินผู้อื่น หากเรื่องรู้ถึงหูคนอื่นแน่นอนว่ามันจะไม่แค่เข้าคุกวันสองวัน จริงมั้ย?"
เมื่อได้ยินคำขู่นี้ใบหน้านายอ้วนก็แดงก่ำ
"อย่าพูดมั่วๆนะ! เป็นจางฟู่กุ้ยต่างหากที่ต้องการเล่นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเรา!?"
"หืม?แกบอกว่าไม่เกี่ยวกับพวกแกใช่มั้ย?"หยางเฉินเดินไปหานายอ้วนอย่างยิ้มแย้ม และกล่าวว่า "งั้นสิ่งที่ฉันจะทำต่อไปนี้มันก็คงไม่เกี่ยวกับพวกแกเหมือนกัน พวกแกคิดว่าไงล่ะ?"
"แก...หมายความว่าอะไร?" นายอ้วนตกใจเล็กน้อย
หยางเฉินคว้าคอของนายอ้วนอย่างฉับพลันเขาลากนายอ้วนเข้าไปในห้องเหมือนลากตุ๊กตาเหมือนน้ำหนักสองร้อยปอนด์ไม่เป็นภาระใดๆ กับเขา
หลังจากโยนนายอ้วนเข้าไปในห้องหยางเฉินก็หันไปยิ้มให้โม่เชี่ยนนีพร้อมกล่าวว่า "ไปห้องข้างๆเอากระดาษกับปากกามาด้วย ผมต้องใช้มัน"
โม่เชี่ยนนีรู้แล้วว่าเรื่องนี้ไปไกลว่าที่เธอคิดและมันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่เธอไม่ได้มีทางเลือกอื่นใดนอกจากเชื่อใจหยางเฉินเธอมองลึกเข้าไปในตาของหยางเฉินและพยักหน้า
ไม่นานโม่เชี่ยนนีก็กลับมาพร้อมกระดาษและปากกาหลังจากส่งมันให้หยางเฉินแล้ว เธอก็มีท่าทีจะอยากจะถามอะไรบางอย่างแต่เธอก็ไม่กล้าถามออกไปหยางเฉินพยักหน้าเข้าใจพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่โม่เชี่ยนนี
"ไม่ต้องกลัวไม่มีความรุนแรงใดๆ หรอกครับ"
ทุกคนในห้องต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวพวกมันไม่กล้าแม้แต่จะผายลม
หลังจากหยางเฉินให้โม่เชี่ยนนีออกไปก่อนแล้วเขาก็ล็อกประตูห้องพร้อมหันกลับมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแสนอ่อนโยนดั่งแสงตะวันยามเช้า