Chapter I หนีตายกับระบบกาชา
“เฮ้ย ไอ้ขี้ข้า!”
วันหนึ่งในฤดูฝนที่โรงเรียนมัธยมปลาย... ไม่ใช่ฉากในฝันของใคร แต่นี่คือชีวิตประจำวันของ ซีน เด็กหนุ่ม ม.6 ที่ตอนนี้กำลังโดนหัวโจกของโรงเรียนและพวกของมันไถเงินอยู่ ถ้าไม่ให้คงเป็เื่แน่ รอยช้ำคงประดับอยู่บนหน้าของผมอีกตามเคย ผมอยากจะกำหมัดแล้วต่อยสวนไปสุดแรงเกิด ะโใส่หน้าพวกมันว่า “ที่นี่อะ พี่ใหญ่สุดโว้ยไอ้น้อง! กูเหนือกว่าพวกมึง!” ฮ่า ๆ แต่เื่แบบนั้นก็เป็ได้แค่ฝันแหละ เพราะความเป็จริง... ผมเพิ่งยื่นเงินค่าขนมก้อนสุดท้ายให้พวกมันไปจนหมดแล้ว
“แกก็เป็ได้แค่นี้แหละไอ้ขี้แพ้ ไปหาอะไรแดกกันดีกว่าพวกเรา ฮ่า ๆๆๆ”
ผมทำได้แค่ยืนนิ่ง ๆ มองแผ่นหลังของไอ้หัวโจกกับลูกน้องที่เดินหัวเราะกันไปอย่างเริงร่า ถึงมันจะน่าเจ็บใจจนแทบกระอักเื แต่การเจ็บตัวมันคงไม่คุ้มกับแรงที่ต้องเก็บไว้ทำงานหาเงิน ผมรีบเดินไปห้องเรียนเพราะคาบแรกของวันจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ในใจผมก็ไม่อยากไปเลย เพราะสายตาของคนในห้องที่มองผมด้วยความสมเพช มันน่าสะอิดสะเอียนกว่ารอยช้ำบนร่างกายเสียอีก
ก็สภาพผมน่ะ... เสื้อผ้าใส่ซ้ำ ๆ วนไป แถมยังสะบักสะบอมจากการโดนพวกหัวโจกแกล้ง ไหนจะร่างกายที่ดูเหมือนคนไม่ได้นอน เพราะต้องทำงานพิเศษไปด้วยเรียนไปด้วยอีก
“ไอ้ตัวสกปรกเอ๊ย ไอ้ขี้ข้า ไอ้ขี้แพ้ ไอ้ตัวเสนียด ไอ้เวร! โดนด่าว่าแบบนี้แกยังยิ้มได้อีกหรอ? หยะแหยงว่ะ ไอ้คนไม่มีพ่อแม่!”
ใช่ครับ... ผมไม่มีพ่อแม่ พวกเขาหนีไปต่างประเทศั้แ่ผมยังเด็ก พร้อมกับทิ้งหนี้สินไว้ให้ผมอีกเป็กอง แต่ผมยังดีที่มีน้าส่งเงินมาให้ใช้บ้าง แต่ผมก็ไม่อยากพึ่งพาและเป็ภาระเขาจนเกินไป ผมเลยออกมาทำงาน ถึงแม้จะสภาพอย่างนี้ แต่ผมก็ยังรักษาการเรียนไว้ได้นะจะบอกให้
คำว่า “ไอ้คนไม่มีพ่อแม่” สำหรับผมมันไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิตเลยครับ ตอนโดนด่าผมเลยไม่ได้คิดอะไร แล้วยิ้มให้พวกเขาไป จนพวกเขามองผมเป็คนบ้ามั้ง ฮ่า ๆๆ
แต่บางครั้งตอนกลางวันผมก็มาแวะบนดาดฟ้าของอาคารเรียน แล้วมาร้องไห้คนเดียว... บางทีเราก็ควรปลดปล่อยความรู้สึกที่ถูกกดทับมันออกมาบ้างใช่ไหมครับ? เหมือนกับตอนนี้ที่ผมกำลังทำอยู่ น้ำตาแห่งความเหนื่อยล้ากำลังไหลอาบแก้มที่เงียบสงบ
“เน่... รุ่นพี่ ทำอะไรอยู่น่ะ?”

เสียงที่เต็มไปด้วย พลังงานบวก กับท่าทีที่ร่าเริงดังขึ้นข้างหลังในขณะที่ผมกำลังไม่ทันตั้งตัว ผมสะดุ้งใรีบเช็ดน้ำตาแล้วหันไปตามต้นเสียง
“ฉันรู้นะคะ ว่าที่แบบนี้เหมาะแก่การมาแอบร้องไห้ แต่ก็เหมาะแก่การรับประทานอาหารกลางวันของฉันเหมือนกัน!”
เด็กสาวหิ้วข้าวกล่องพร้อมกับเท้าสะเอวด้วยท่าทีสบาย ๆ เส้นผมสีดำพริ้วไหว พร้อมกับใบหน้าที่สละสลวยราวกับเทพธิดา แต่สิ่งที่ทำให้ผมตะลึงยิ่งกว่าความสวยของเธอคือ ดวงตาคู่นั้นที่ไม่ได้มองผมด้วยความสมเพช เหมือนคนอื่น ๆ
“ขะ... ขอโทษนะครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”
ผมรีบเดินกลับลงไปข้างล่าง ระหว่างเดินผ่านเธอ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น จ๊อก... จ๊อก... เสียงท้องร้องของผมเอง หลังจากโดนไถเงินตอนเช้าไป ก็ไม่มีเงินกินข้าวเช้า แถมข้าว่กลางวันก็ด้วยเช่นกัน การที่ผู้ชายอย่างเราท้องร้องต่อหน้าผู้หญิงแบบนี้ คงเป็เื่ที่โคตรน่าอายที่สุด! ผมจึงรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นก็มีมือที่แสนนุ่มนวลมาจับมือของผมไว้!?
“ถ้าไม่รังเกียจ... ฉันแบ่งข้าวกล่องให้ได้นะ”
มันเหมือนกับฟ้ามาโปรดเลย! มีสาวสวยแบ่งอาหารของตัวเองให้กิน แถมยังนั่งข้างกันบนม้านั่งอีก! ข้าวสวยพร้อมกับปลาทอดที่สีดู... น่าสงสัย ั้แ่กัดไปคำแรก ผมรู้ได้ทันที่ว่าคนธรรมดากินไปคงตายแน่ ๆ ถ้ากลิ่นจะละมุนดี แต่รสชาติแบบนี้มนุษย์คงไม่กล้ากิน (น่าจะเป็ผลมาจากการพยายามฝึกและลองทำอาหารของเธอแน่ๆ) แต่สำหรับเราผู้ที่กินเพื่ออยู่แล้วนั้นแค่นี้ถือว่าสบายมาก... ไม่สิ! อร่อยด้วยซ้ำ!! ผมกินไปด้วยสีหน้าที่ดูเอร็ดอร่อย พร้อมกับแม่สาวคนนั้นมองมาพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มเล็กยิ้มน้อย
“นี่มันอะไรกัน! อร่อยมากเลย!!”
“ใช่ไหมล่ะ ๆ นี่นะฉันตั้งใจทำมากเลยนะรุ่นพี่ กินเข้าไป ๆ ”
“เธอบอกว่าฉันเป็รุ่นพี่แสดงว่าอยู่ ม.5 สินะ ขอบคุณนะ เอ่อ..เธอคืออ...”
“ฉันชื่อว่า ไอรีน ล่ะ จำไว้ด้วยล่ะ รุ่นพี่ซีน”
“เธอรู้ชื่อฉันได้ยังไงกัน เรารู้จักกันมาก่อนหรอ?”
“บะ... บะ... บังเอิญได้ยินมาจากเพื่อนนะ แหะ ๆ”
อย่างงั้นหรอกหรอ... ฉันคงจะดังมากในชื่อเสียงด้านลบไปทั่วโรงเรียนสินะ ก็ไม่แปลก แต่เธอคนนี้ก็ยังทำดีกับเราขนาดนี้ไม่กลัวบ้างหรอ? คนที่มาข้องเกี่ยวกับเรา มีแต่จะโดนหมายหัว และตราหน้าว่าเป็เพื่อนของคนอย่างเราจนโดนคนรอบข้างเกลียด ถ้ามีใครมาเห็นว่าเราอยู่กับเธอ เธอคงจะโดนเกลียดไปด้วย เราคงต้องถอยออกไปเองเพื่อคนดี ๆ แบบนี้สินะ
“ว่าแต่ รุ่นพี่ฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่าคะ?”
“อะ... อา มะกี้คุณว่ายังไงนะ.....”
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมม!!
“เสียงอะไรน่ะ!”
จู่ ๆ เสียงดังราวกับเสียงะเิ ไม่สิ! มันคือเสียงะเิแบบ สารเคมี แน่นอน! ดังมาจากประตูทางเข้าโรงเรียนของเรา ผมและไอรีนหันไปที่ที่เกิดเสียงะเิจากมุมสูงบนดาดฟ้าก็เห็นได้ชัดเลยว่ามีรถถังที่ะเิอยู่หน้าโรงเรียน มีทั้งไฟไหม้หน้าโรงเรียนและควันจากการะเิ ไอรีน ไม่ได้ใอย่างเดียว แต่หันมาวิเคราะห์ทันที “รถถังที่ไหนจะะเิเป็แบบนั้น! มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้วรุ่นพี่!”
ทันใดนั้นก็มีคนคนหนึ่งเดินผ่านไฟจากหน้าโรงเรียนเข้ามาในโรงเรียน หลังจากนั้นก็มีเสียงไซเรน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วโรงเรียน
“ประกาศแจ้งเตือนฉุกเฉิน ขอให้นักเรียน อาจารย์ และบุคลากรต่าง ๆ ทุกคนรีบหาทางหนีออกจากโรงเรียนไปให้เร็วที่สุดเลยค่ะ เดี๋ยวนี้เลยค่ะ และอย่าให้โดนพวกมันกัดเอานะคะ อ๊าก อะไรน่ะ!! อย่าเข้ามานะ!! อย่าาาาา”
หลังจากเสียงแจ้งเตือนจากอาจารย์เมื่อกี้ เหมือนกับมีใครเข้ามาทำร้ายอาจารย์เลย แล้วที่ว่าอย่าให้โดนพวกมันกัด หมายถึงอะไร? พวกอะไรกันแน่? นี่มีงานอีเว้นท์อะไรรึเปล่า?
“กรี๊ดดดด รุ่นพี่ดูนั่น!!” ไอรีนชี้ไปข้างล่างจากบนอาคารดาดฟ้าที่พวกเราอยู่กัน ชี้ไปหานักเรียนสาวคนหนึ่งที่กำลังถูกนักเรียนอีกคนฉีกร่างเขา กรีดร้องจนขาดใจตาย พร้อมทั้งโดนกัดกินไส้และเครื่องในที่ยังห้อยกับร่างกายเขาอยู่
มันเป็ภาพที่น่าสยดสยอง! ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็คนที่เคยมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม แต่ภาพตรงหน้ามันเกินกว่าที่ใครจะรับไหว นี่มันไม่ใช่แค่การแกล้งกันแล้ว...
เห็นแค่นั้นใคร ๆ ก็คิดว่านางตายแล้ว แต่กลับกัน นางกลับยังมีชีวิตอยู่และคลานไปหาคนอื่น ๆ แม้ร่างกายท่อนล่างจะขาดกับตัวไปแล้วก็ตาม.....
วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับโรงเรียนนี้... ไม่สิ! กับโลกตอนนี้กันแน่เนี่ย!!!
ระบบสุ่มกาชา หลังโลกาวินา