ลึกเข้าไปทางตะวันตกของทวีป หลังแนวูเาสูงที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเงิน มีผืนป่ามหาศาลที่ไม่มีมนุษย์คนใดกล้าก้าวล้ำเข้าไปง่าย ๆ
“มหาป่าซิลวาเนียร์”
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเอลฟ์ ต้นไม้ทุกต้นสูงหลายร้อยเมตร ใบไม้เปล่งแสงสีเขียวอ่อนในยามค่ำคืน สายน้ำใสไหลผ่านรากไม้ขนาดั์ เสียงธรรมชาติดังก้องไปทั่วป่า และใจกลางมหาป่าแห่งนี้ คือเมืองหลวงของเผ่าเอลฟ์
“ซิลวาเรีย”
นครแห่งป่าโบราณ
เมืองที่สร้างขึ้นบนต้นไม้ั์นับพันต้น สะพานไม้เวทมนตร์เชื่อมต่ออาคารแต่ละส่วนเข้าหากัน แสงจากผลึกธรรมชาติส่องสว่างทั่วเมืองอย่างงดงาม เหล่าเอลฟ์เดินผ่านกันอย่างสง่างาม บางคนถือคันธนูสีเงิน บางคนควบคุมพลังธรรมชาติ บางคนกำลังฝึกเวทมนตร์กับต้นไม้โบราณ ทุกอย่างดูสงบ…
แต่ในวันนี้ บรรยากาศของซิลวาเรียกลับแตกต่างออกไป ภายในหอประชุมแห่งพฤกษา เหล่าขุนนางและแม่ทัพเอลฟ์กำลังรวมตัวกันอย่างเคร่งเครียด กลางห้องทรงกลมขนาดใหญ่ มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สีทองตั้งอยู่ และบนบัลลังก์ที่สร้างจากรากไม้โบราณ หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งเงียบ ๆ เส้นผมสีเงินยาวถึงเอว ดวงตาสีมรกตเย็นสงบ มงกุฎกิ่งไม้สีทองประดับอยู่บนศีรษะ เธอคือ
“ราชินีอาเอลเรีย”
ผู้ปกครองแห่งซิลวาเรีย
ราชินีแห่งพฤกษา
สายลมอ่อนพัดผ่านห้องประชุม ก่อนที่แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งจะก้าวออกมา เขาคุกเข่าลงช้า ๆ
“ฝ่าา…”
“ข่าวจากชายแดนได้รับการยืนยันแล้ว”
อาเอลเรียลืมตาช้า ๆ
“พูดมา”
แม่ทัพสูดลมหายใจลึก
“าระหว่างมนุษย์กับเนเธอร์กาห์ได้เริ่มขึ้นแล้ว”
“กองทัพปีศาจเปิดศึกที่สะพานอเวจี”
“และ…”
สีหน้าของเขาเริ่มจริงจัง
“เผ่าเฟรัลทัสได้ประกาศเข้าร่วมกับจอมมารเพลิง”
ทันทีที่พูดจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วห้อง ขุนนางหลายคนเริ่มมีสีหน้ากังวล
“เผ่าสัตว์เข้าร่วมจริงหรือ…”
“ถ้าอย่างนั้น าครั้งหน้าคงไม่ใช่เื่เล็ก…”
“จอมมารคิดจะยึดทั้งทวีปหรือ?”
อาเอลเรียยังคงนิ่ง แต่ั์ตาสีมรกตของเธอเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“แล้วผลของาล่าสุดล่ะ”
แม่ทัพเอลฟ์ชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด
“มนุษย์… ชนะครับ”
ทั้งห้องเงียบลงทันที ขุนนางบางคนถึงกับขมวดคิ้ว
“เป็ไปไม่ได้”
“อาร์คาเนียไม่น่าต้านจอมมารเพลิงได้”
“หรืออาร์คาเดียสลงสนามเอง?”
แต่แม่ทัพกลับส่ายหน้า
“ไม่ใช่ครับ…”
“ผู้ที่หยุดกองทัพปีศาจ…”
“คือฮีโร่ปริศนาคนหนึ่ง”
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศในห้องก็เริ่มเปลี่ยนไป อาเอลเรียเริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ฮีโร่ปริศนา?”
แม่ทัพพยักหน้า
“สายลับของเรารายงานว่า เขาปรากฏตัวในอาร์คาเนียได้ไม่นาน”
“แต่กลับสามารถใช้พลังของฮีโร่ทุกสายได้”
“ทั้งนักดาบ นักเวท นักฆ่า ซัพพอร์ต และแครี่”
เสียงซุบซิบเริ่มดังทั่วห้อง แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนใที่สุด คือประโยคต่อมา
“รวมถึง…”
“พลังของเผ่าเอลฟ์ด้วย”
พรึ่บ…
ทันทีที่พูดจบ เถาวัลย์รอบห้องประชุมสั่นไหวทันที ดวงตาของอาเอลเรียเปลี่ยนไปเล็กน้อย ครั้งแรกในวันนี้…
ราชินีแห่งพฤกษาแสดงสีหน้าสนใจอย่างชัดเจน
“พลังของเอลฟ์?”
แม่ทัพรีบพยักหน้า
“สายลับยืนยันครับ”
“เขาใช้เวทธรรมชาติระดับสูง”
“รวมถึงพลังฟื้นฟูที่คล้ายกับสายเืราชวงศ์เอลฟ์”
ขุนนางบางคนเริ่มลุกขึ้นทันที
“เป็ไปไม่ได้!”
“มนุษย์ไม่มีทางใช้พลังของเราได้!”
“หรือมีเอลฟ์ทรยศอยู่เื้ั!?”
แต่แม่ทัพกลับพูดต่อ
“ยังไม่หมดครับ…”
เขากลืนน้ำลาย
“จากรายงาน…”
“เขาไม่ได้แค่ใช้ได้”
“แต่ประสิทธิภาพของพลัง…”
“สูงกว่าฮีโร่ต้นแบบบางคนเสียอีก”
เงียบ…
ทั้งห้องเงียบสนิททันที แม้แต่ขุนนางที่กำลังโวยวายยังพูดไม่ออก เพราะเื่นี้เกินกว่าจะอธิบายได้ อาเอลเรียค่อย ๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์ ชายกระโปรงสีขาวเงินลากผ่านพื้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อย่างสง่างาม เธอเดินลงมาช้า ๆ ก่อนหยุดตรงหน้าหน้าต่างขนาดใหญ่ สายตามองออกไปยังมหาป่าด้านนอก
“ชื่อของเขา”
แม่ทัพตอบทันที
“ภาคิน ครับ”
อาเอลเรียพึมพำช้า ๆ
“ภาคิน…”
สายลมเริ่มพัดแรงขึ้นรอบตัวเธอ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลางห้องเริ่มส่องแสงแปลกประหลาด ขุนนางเอลฟ์หลายคนเริ่มมองหน้ากัน เพราะภาพนี้…
ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ราวกับธรรมชาติกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง อาเอลเรียหลับตาลงช้า ๆ ก่อนััพลังของต้นไม้โลก ทันใดนั้น…
ภาพบางอย่างก็แวบเข้ามาในจิตใจของเธอ
สนามรบเพลิง
กองทัพปีศาจ
โล่สีทองขนาดมหึมา
และชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางา
รอบตัวเขา…
มีเงาของฮีโร่มากมายซ้อนทับกัน
รวมถึงเงาของเอลฟ์ด้วย
อาเอลเรียลืมตาทันที ดวงตาสีมรกตสั่นไหวเล็กน้อย
“จิติญญา…”
เธอพึมพำเบา ๆ
“เขามีจิติญญาของ Elyndra จริง…”
Elyndra ฉายา: มหานักบุญแห่งพฤกษา เผ่า: เอลฟ์ชั้นสูง (High Elf)
จอมเวทสายฟื้นฟู ผู้ปกป้องนคร Sylvaria และเป็ผู้นำวิหารแห่งแสงจันทรา
ขุนนางรอบห้องเริ่มใ เพราะราชินีแห่งพฤกษาแทบไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ แม่ทัพถามอย่างระวัง
“ฝ่าาคิดว่า เขาเป็ภัยหรือไม่”
อาเอลเรียเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ
“ยังไม่รู้”
“แต่…”
เธอหันกลับมา สายตาคมกริบขึ้นทันที
“หากเขาคือผู้ที่จะเปลี่ยนสมดุลของาจริง”
“ซิลวาเรียต้องรู้จักเขาให้มากกว่านี้”
จากนั้นเธอจึงยกมือขึ้นเบา ๆ เถาวัลย์สีทองจำนวนมากเคลื่อนไหวรอบห้องทันที ก่อนที่ประตูด้านหลังจะเปิดออก หญิงสาวเอลฟ์คนหนึ่งเดินเข้ามา เธอสวมชุดเกราะหนังสีเขียวเข้ม มีธนูสีเงินสะพายอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีทองคมกริบเหมือนเหยี่ยว ทันทีที่เธอปรากฏตัว แม่ทัพหลายคนก็รีบก้มศีรษะ เพราะเธอคือ
“ลูนาเรีย”
หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนเงาแห่งซิลวาเรีย
เอลฟ์สาวคุกเข่าลง
“ฝ่าา”
อาเอลเรียมองเธอช้า ๆ
“ไปยังอาร์คาเนีย”
“สืบข้อมูลของชายชื่อภาคิน”
ลูนาเรียพยักหน้าทันที แต่ราชินีแห่งพฤกษาพูดต่อ
“และถ้าเป็ไปได้…”
ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย
“จงพาเขามาพบข้า”
สายลมในห้องประชุมเริ่มพัดแรงขึ้นอีกครั้ง ลูนาเรียก้มศีรษะ
“รับทราบ”
ฟึ่บ…
ร่างของเธอหายไปทันทีราวกับเงา หลังจากนั้น ห้องประชุมก็กลับมาเงียบอีกครั้ง ขุนนางหลายคนยังมีสีหน้ากังวล แต่ในดวงตาของอาเอลเรีย กลับมีประกายบางอย่างปรากฏขึ้น ความรู้สึกที่เธอไม่ได้ััมานานมากแล้ว
“ความคาดหวัง”
เธอหันมองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนของซิลวาเรีย ก่อนพึมพำเบา ๆ
“ภาคิน…”
“เ้าคือความหวัง”
“หรือหายนะของโลกใบนี้กันแน่…”