เพื่อแยกเอาปลายข้าวที่แตกหักไว้เป็อาหารสัตว์แม้ว่าจะเคยทำนานมาแล้ว แต่ก็ยังพอจดจำได้บ้าง
" หน้าตาดีแฮะ " เอ่ยชมตัวเองอีกทั้งยังรู้สึกว่าการเริ่มต้นชีวิตด้วยการลงมือทำเองเช่นนี้ก็นับว่าไม่เลว
ถึงแม้การสีข้าวจะดีกว่ามากก็เถอะแต่ใจร้อนไป อยากได้ไป ก็ไม่ได้ทำให้ประสบกับสิ่งที่้าในทันที
จากนั้นหญิงสาวจึงให้เด็กแฝดออกจากครัวไปด้านนอกเพราะพื้นที่ครัวไม่ได้กว้างเท่าใดนัก เกรงจะอันตรายกับทั้งคู่ได้
หลังจากต้มข้าวต้มสีขาวนวลเพราะไม่ได้ผ่านการขัดสีดีหน่อยที่ไม่มีเปลือกอะไรปะปนเมื่อยกข้าวต้มลงจากเตาแล้วไปวางบนโต๊ะที่อยู่ตรงข้าม เธอจึงเตรียมผัดผักบุ้งต่อ
จะเรียกว่าผัดผักบุ้งก็ไม่ได้น่าจะเรียกว่านำผักบุ้งไปคั่วกับน้ำมันมากกว่า เพราะไม่มีวัตถุดิบอื่นเลยมีเพียงน้ำมันเล็กน้อยและเกลือ
น้ำมันร้อนได้ที่แล้วจึงนำผักที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป
ซู่!!!!!
เสียงซู่ซ่าที่ดังอยู่ในครัวยิ่งทำให้ใบหน้าของเด็กทั้งสองซีดลงหรือว่าพี่สาวของพวกเขาจะโกรธที่นำอาหารไก่มาป้อนให้กินตอนนอนป่วยไม่ได้สติ
แต่หลังจากตื่นขึ้นมา คงไม่ได้..
ติดใจอาหารสัตว์หรอกใช่หรือไม่?
พลอยไพลินไม่ได้รู้ความคิดของน้องตัวน้อยทั้งสองกลับกำลังแยกสำรับไว้ให้บิดาต่างหาก เพราะกว่าจะกลับมาก็ก่อนเที่ยงพอตักข้าวต้มสามถ้วยและผัดผักบุ้งหนึ่งจานพูนๆ จึงเดินไปวางบนแคร่ไม้หน้าบ้าน
ตอนนี้น่าจะเกือบแปดโมงแล้วมั้งเธอไม่มีสิ่งบอกเวลาอย่างอื่นจึงคาดเดาจากดวงอาทิตย์เอา
เพชรและทับทิม ยังคงมีความคิดประหลาดอยู่ในหัวที่พี่สาวนำอาหารเป็ดไก่มาทำให้พวกเขากินวันนี้ หรือพี่สาว้าลงโทษพวกเขาทั้งสองได้แต่มองตากันไปมา ในเมื่อถ้าพวกเขากินแล้วพี่สาวจะหายโกรธ
..จะกินก็ได้ ถ้านี่ทำให้พี่สาวเลิกเจ็บแค้น
ทั้งสองเตรียมใจอย่างเต็มที่เพชรเป็คนเอาใส่ปากก่อน ทับทิมจึงทำตาม
เด็กทั้งคู่เคี้ยวอาหาร
ตอนแรกคิดว่ามันจะมีความรู้สึกแปลกแต่พอลองเคี้ยว และััจริง ๆ ธัญพืชขาวนุ่ม ๆ กับความกรอบของผักผักบุ้งไม่ได้ถูกผัดจนเปื่อยยุ่ยเหมือนอาหารเป็ด แต่มันยังคงความกรอบเอาไว้เพราะผัดด้วยไฟแรงและใช้เวลาน้อย ทำให้ความรู้สึกของเพชร และทับทิมเปลี่ยนไป
ทั้งสามคนต่างทานอาหารตรงหน้าโดยไม่ได้พูดจากันให้มากความ ปริมาณที่ทำเอาไว้ ก็ทำให้เพียงพอแต่ในบ้านอิ่มได้ในมื้อแรกของวัน
เอิกกกก!!!!!
เสียงเรอของเด็กชายดังขึ้นหลังจากที่กินข้าวเสร็จทำให้ทับทิมและพลอยไพลินขบขัน หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดครัวล้างถ้วยชาม ซึ่งเด็กๆ อาสาเป็คนรับหน้าที่นี้ไป
" พี่จะลองเดินขึ้นูเาด้านหลัง "
" ไปด้วย / ไปด้วย " ทั้งคู่กล่าวขึ้นพร้อมกัน
เห็นน้องชายและน้องสาวตื่นเต้นเพียงนั้นคนอายุมากกว่าจึงปฏิเสธพวกเขาไม่ลงแตู่เาด้านหลังยังไงมันก็เป็ป่าที่มีอันตรายซ่อนอยู่
แต่ผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านคงไปหาของป่าทีู่เาทั้งนั้นเมื่อมองทั้งสองคิดว่าเด็กเจ็ดขวบ น่าจะพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้างอีกทั้งเธอก็ไม่คิดที่จะเดินเข้าไปในป่าลึก ้าแค่สำรวจเพียงเท่านั้นแถว ๆตีนเขาเท่านั้น
เผื่อได้อะไรติดไม้ติดมือ
" ตกลง "
พอได้ยินคำอนุญาตเด็กทั้งสองจึงวิ่งไปเตรียมตะกร้าสำหรับสะพายหลังแล้วพี่น้องจึงเดินออกทางหลังบ้าน ซึ่งเป็ทางตรงไปยังูเาด้านหลังหมู่บ้าน เด็กๆ ดูร่าเริงร่าเริงมากขึ้น ด้วยเพราะวันนี้รู้สึกอิ่มกว่าทุกวัน
พลอยไพลินเผยรอยยิ้มด้วยความเอ็นดู
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินถึงทางขึ้นเขา..
มีชาวบ้านหาของป่าบนูเาบ้างทำให้หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นมามากขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ได้รู้สึกว่าป่านี้น่ากลัวถึงอย่างนั้นก็เถอะจะมีอะไรให้เก็บกลับบ้านบ้างละในเมื่อคนอื่นก็ออกมาหาของป่าเช่นกัน
แต่ใช่ว่าการเดินสำรวจครั้งนี้จะราบรื่นั้แ่เริ่มหรอกนะ
คู่แฝดขมวดคิ้วมุ่นรู้สึกแปลก ๆ จากสายตาและการกระทำของชาวบ้าน พวกเขาอยู่บริเวณนั้นต่างก็ชี้มือมาทางพวกเขาพี่น้องแล้วหันไปซุบซิบกัน
" พูดเื่ที่มีคนมาเมื่อวานหรือเปล่าพี่ "
เพชรเปิดปากถามด้วยความสงสัยทับทิมพยักหน้าเห็นด้วย
" แต่พี่ว่าไม่น่าจะใช่เื่นั้น น่าจะเป็เื่พี่มีคนรักมากกว่า" ตอบน้องไปด้วย ตัวเองก็มองหาลู่ทางที่จะเดินขึ้นไปด้วย
ทางเดินไม่รกมาก
..น้องแฝดน่าจะเดินได้ละนะ
น้องเล็กสุดแสดงความคิดเห็น
" ใครเขาก็มีคนคบหา หรือพวกเขาไม่เคยพบเจอพูดคุยผู้ใด "ด้วยความเป็เด็กผู้หญิง จึงสนใจเื่ชายหญิงอยู่บ้าง
ทับทิมจึงได้ยินเื่นี้บ่อยๆ จากการไปวิ่งเล่นใกล้กับสาว ๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งชื่นชอบรวมตัวกันอยู่ใกล้กับคลองที่ขุดลอกมาจากน้ำสายหลักต่างหมู่บ้าน
" เห็นสายตาแต่ละคนแล้ว ไม่น่าจะใช่เื่ธรรมดา "ได้ยินพี่สาวตอบเช่นนั้น ก็ทำให้เด็กทั้งสองแสดงสีหน้ากลัดกลุ้ม
แต่พลอยกลับขำมากกว่าเด็กสองคนนี้ต่างก็เป็เด็กเจ็ดขวบเท่านั้น แต่กลับขี้กังวลจนเกินไป..
พี่สาวที่พึ่งรู้จักกับทั้งคู่เพียงสัปดาห์ก็ให้รู้สึกเวทนานักอายุเท่านี้แต่กลับเข้าใจความเป็ไปของผู้คนเสียแล้วไม่ได้มีท่าทีสนแต่เื่สนุกน่าสนใจอย่างที่ควรจะเป็ต้องพบเจอสิ่งใดบ้างจึงทำให้แสดงออกมาเช่นนี้ได้
เป็เด็กเป็เล็กกันแท้ๆ
แต่ในเมื่อมีพี่สาวอยู่ต่อจากนี้จะมีเพียงเื่ดี ๆ เท่านั้น
เธอส่งเสียงชักชวนน้องๆ
" ไปเถอะ ชาวบ้านเ่าั้ไม่ได้หาให้เรากินไม่จำเป็ที่เราจะต้องไปใส่ใจขนาดนั้น ยกเว้นว่ามันจะกระทบกับชีวิตของเราอันนั้นค่อยมาทำหน้ากลุ้ม "
เมื่อเห็นว่าพี่สาวพวกตนดูไม่คิดมากทั้งคู่จึงเดินตามไปเช่นกันโดยไม่โต้แย้ง แม้กังวลแต่ในเมื่อได้ยินว่าไม่เป็ไรจากเ้าของเื่ราวที่ผู้อื่นซุบซิบนินทากันอยู่พวกเขาเป็แค่เด็กจึงเชื่อคำพูดของพี่สาวโดยง่าย
เพราะไม่อยากให้ทั้งคู่กังวลอยากให้ดูสนุกสนานสมวัยมากกว่า พลอยไพลินจึงเลือกที่จะไม่เอ่ยอะไรซับซ้อนแม้ว่าเื่นี้ดูไม่ธรรมดา
..เหมือนว่าสองแม่ลูกมหาภัยนั่น
จะกัดไม่ปล่อยจริงๆ สินะ
" ว่าแต่... " เดินมาสักพัก จึงมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง "นี่มันต้นพริกนี่นา มีผลอยู่เยอะด้วย "
อย่าบอกนะว่า..
เด็กทั้งสองที่มองพี่สาวของพวกเขาด้วยความตกตะลึงแต่กลับไม่กล้ากล่าวออกไปทันที
..พืชชนิดนี้กินไม่ได้นะ แม้กระทั่งเป็อาหารเลี้ยงสัตว์ก็ยังไม่ได้แต่พอเห็นสายตาของพี่สาวราวกับพบเจอของล้ำค่า จึงได้เลือกที่เงียบ
มันคิดอย่างอื่นไม่ได้เลยจริงๆ
นี่พี่สาวยังไม่หายโกรธใช่หรือไม่?