
“ถ้าคุณโดยส่งไป "กักตัวที่เถียงนา เป็เวลา 14 วัน" แล้วจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบในคู่มือของการ กักตัวในเถียงนาให้ครบทั้ง 14 วัน เป็คุณเองนั้น จะสามารถอยู่รอดและทำตามที่เขียนไว้ได้กี่วัน ?”
เื่ราวนี้มีชายท่านหนึ่งต้องไปกักตัว14วันที่เถียงนา โดยความที่ชายคนนี้จากบ้านมาไกล ด้วยความที่ว่าหวังว่าจะไปหาเงินที่เมืองใหญ่ ในเมืองหลวงอันแสนสบาย ในเมืองที่ใครหลายๆคนเข้ามาสร้างเนื้อสร้าง ตัวเขาก็เช่นกันก็อยากที่จะมาหาเงินสักก้อนหนึ่งกลับไปสร้างบ้านกลับไปซื้อที่ดินสักพื้น แต่ว่าเขาดันโชคร้าย ปรากฏว่าการมาเมืองหลวงของเขาในครั้งนี้นั้นเขาดัน ติดโรคระบาดโควิด19 ในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย ตัวเขาเองไม่สามารถหาที่รักษาได้เลย เตียงเต็มบ้าง บุคลากรทางการแพทย์ไม่พอบ้าง
แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ตัวเขาสามารถไปได้ นั้นก็คือ ตัวของเขาจะถูกส่งกลับภูมิลำเนานับว่าเป็ความโชคดีของเขา
ในความโชคดีนั้นก็ยังมีความโชคร้ายปนอยู่ ซึ่งหมู่บ้านของเขานั้น ไม่ได้มีโรงบาลสนามไม่ได้มีโรงบาลสำหรับการรักษาตัว สถานที่สุดที่เขาหลงเหลือนั้นก็คือ เถียงนาเก่าๆ หลังคาทำมาจากสังกะสี แผ่นใหม่บ้าง แผ่นเก่าบ้างปะปนกันไปตามกาลเวลา รอบๆบริเวณเถียงนานี้ห่างออกไปเกือบ200ถึง300เมตร ไม่มีบ้านคนแต่อย่างใด มีเพียงแค่ป่าละเมาะ แล้วก็ทุ่งนาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มันเป็ทางเดียวที่จะรอดกับสถานการณ์แบบนี้ และก็ป้องกันไม่ให้โรคระบาด และเพื่อเป็การป้องการระบาดภายในหมู่ เขาจึงต้องมากักตัวที่เถียงนา
ในเย็นวันนั้นรถพยาบาลที่ตัวของเขาถูกส่งตัวมาจากเมืองหลวงก็มาถึงยังหมู่บ้านแห่งนี้ พอมาถึงก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดPVEมายืนรอรับ ที่ศาลาที่หน้าหมู่บ้านข้างๆกายเขามีรถกระบะคันหนึ่งเก่าๆจอดสตาร์ททิ้งไว้
ชายคนนี้ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็ผู้ใหญ่บ้านที่เห็นเขามาั้แ่เด็กแต่เล็ก จริงแล้วลุงผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อยากทอดทิ้งให้เขาอยู่ตัวคนเดียว
แต่มันเป็หนทางเดียวที่ทำให้ตัวของเขาและคนในหมู่บ้านรอดพ้นจาการแพร่ระบาดครั้งนี้ เขาจะต้องอยู่ให้ครบ14วัน
หลังจากนั้นลุงผู้ใหญ่บ้านก็ได้พาตัวของเขานั้นไปยังเถียงนาที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านพอสมควร เถียงนาแห่งนี้ดูวังเวงมาก แค่คิดว่าจะอยู่เถียงนาให้ครบ14วันก็เครียดจนไม่อยากจะอยู่ที่นี้อีกแล้ว
สีหน้าและแววตาของชายคนนี้ทำให้ลุงผู้ใหญ่บ้านรู้ได้อย่างดีเลยว่า ตัวเขานั้น เครียดและเป็กังวลเป็อย่างมาก
ลุงผู้ใหญ่บ้านได้ยื่นหนังสือเล็กๆเล่มหนึ่งและกระเป๋าคาดเอวเก่าๆแล้วบอกกับเขาว่าให้ตัวของเขานั้นปฏิบัติตามทุกอย่าในนี้อย่างเคล่งคัด ถ้าไม่อยากหายไปจากเถียงนานี้ก่อนที่จะครบกำหนด14วัน ให้ทำตามคู่มือนี้บอกอย่างจริงจัง
หลังจากนั้นลุงผู้ใหญ่บ้านก็ขับรถออกไปเหลือเพียงแค่ตัวของเขากับสัมภาระส่วนตัว พวกมุ้ง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม และอาหารแห้ง รวมไปถึงตะเกียงไฟฟ้า ห่างไปไม่ไกลมีเครื่องปั่นไฟใช้เป็ไฟฟ้าในเถียงนาแห่งนี้
่เวลานั้นที่มาถึงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงรวมไปถึงลมที่พัดมาทำให้อากาศค่อนข้างที่จะเย็นสบาย ภาพบรรยากาศทุ่งอันกว้างสุดลูกหูลูกตาทำให้ตัวของเขานั้นรู้สึกผ่อนคลาย และคิดว่าคงไม่แย่เกินไปที่มากักตัวให้ครบ14วัน หลังจากก็จัดข้าวจัดของ แล้วก็เริ่มกางมุ้งเตรียมตัวที่จะนอน จัดการทำธุระส่วนตัว รอบข้างเริ่มจะมืดแล้ว เริ่มที่จะมองอะไรไม่เห็น ตามคันนาก็มีแสงไฟส่องทาง ที่เดินตามคันนาก็มีแสงไฟส่องทางที่ยาวไปถึงบ้านที่ใกล้ที่สุด ที่อยู่ห่างจากเถียงนานี้ไป200เมตร เห็นแสงไฟวับๆทำให้อุ่นใจขึ้นมานิดหน่อยว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
ฟ้าเริ่มมืดแล้วตัวของเขาได้ตัดสินใจสตาร์ทเครื่องปั่นไฟ จนเสียงเครื่องปั่นไฟดังขึ้นมา ตะเกียงไฟฟ้าที่ติดอยู่มันก็กระพริบๆ
วันนี้เป็วันกักตัววันแรก เขาก็ไม่รู้จะทำไรดีจึงตัดสินใจ ล้มตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆ
เสียบมือถือชาร์จไฟ แล้วก็หยิบคู่มือที่ผู้ใหญ่บ้านให้มา หนังสือเล่มนี้มันดูแปลกมากๆ มันมีตราราชการแล้วก็ตัวอักษรบนหน้าปก บอกเื่ทั่วๆไปเช่นการวัดไข้ การติดตั้งแอพพลิเคชั่นรายงานตัว
แต่ที่น่าแปลกคือ ที่หน้าปกเขียนกำกับเอาไว้ว่าคู่มือการกักตัวบนเถียงนา
ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาว ถูกเขียนด้วยมืออย่างเรียบร้อย ดูแล้วไม่น่าใช่เอกสารทางราชการและก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก แต่เขาจำได้ว่านี้มันน่าจะเป็รายมือของผู้ใหญ่บ้าน ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ทีแรกก็สงสัยว่าผู้ใหญ่บ้านนั้นจะเล่นตลกอะไรรึป่าว
แต่พออ่านเนื้อหาข้างในแล้วมันไม่น่าจะใช่เื่การเล่นตลกอย่างแน่นอน
ในหนังสือคู่มือการกักตัวบนเถียงนาเขียนไว้ว่า
“ไม่ว่าคุณจะเป็ใคร แต่เมื่อต้องมากักตัวยังที่เถียงนานี้แล้ว คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้ให้ขึ้นใจ จำไว้ว่ามันจะช่วยชีวิตคุณ หากทำผิกกฏก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะรอดไปจนครบ 14 วันหรือไม่”
กฎที่1 ป่าละเมาะหลังเถียงนาควรจะเป็ตัวเลือกสุดท้ายในการที่คุณจะทำอะไร ถ้าไม่จำเป็แนะนำว่าอย่าเข้าไปเสียจะดีกว่า
กฏที่2 ั้แ่เวลาสามทุ่มถึงตีห้า ห้ามแกจากเถียงนานี้ ยกเว้นเมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ระบุไว้ในข้ออื่นหลังจากนี้ ถ้าคุณออกไปนอกจากข้อที่ระบุให้คุณออก เราไม่รับประกันว่าคุณจะได้กลับมาอีก
กฏที่3 เมื่อถึงเวลาสามทุ่ม คุณจะได้ยินเสียงฆ้องดังสามครั้ง นั่นเป็สัญญาณว่ายามค่ำคืนของคุณได้เริ่มขึ้นแล้ว ขอให้ปลอดภัย
กฏที่4 หลังเสียงฆ้องคุณจะได้ยินเสียงกริ่งจักรยานและเสียงล้อที่บดไปตามพื้นทรายดังเข้ามาใกล้ๆเถียงนาก่อนจะหยุดลง คุณจะไม่เห็นใคร แต่ให้คุณพูดออกไปว่า “ที่นี่ปลอดภัยดี ขอบคุณสำหรับความเป็ห่วง” แล้วคุณจะได้ยินเสียงล้อจักรยานกับเสียงกริ่งค่อยๆห่างไกลออกไป ถ้าคุณได้ยินแบบนั้น วันนี้คุณโชคดีแล้ว คุณสามารถทำอะไรก็ได้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ เว้นแต่คุณจะออกนอกเถียงนาเข้าไปในป่าละเมาะด้านหลัง
4.1 แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ยินเสียงกริ่งและจักรยานภายใน 5 นาทีแล้วล่ะก็ วันนี้เป็วันซวยของคุณ ให้รีบพูดว่า “ถ้าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับผมขอความช่วยเหลือได้ไหม” หลังจากนั้นคุณจะเห็นว่ามีเหรียญเก่าๆเหรียญหนึ่งปรากฏขึ้น ตรงปลายเถียงนา และจะเกิดเสียงจักรยานและกริ่งดังขึ้นและห่างไกลออกไป เก็บมันไว้ มันจะช่วยชีวิตคุณได้หนึ่งครั้งในคืนนี้ หลังจากนั้นปฏิบัติตามกฏต่อไปนี้ให้ดี
กฏที่5 ่สี่ทุ่มถึงสี่ทุ่มสิบนาที คุณจะได้ยินเสียงเดินเบาๆดังมาจากทางถนนหน้าเถียงของคุณ ไม่ว่าจะเป็ใครเดินมาหรือเกิดอะไรขึ้น อย่าได้สนใจ อย่าออกเถียงนา อย่าเชิญชวนให้ใครเข้ามาในเถียงไม่ว่าเขาหรือเธอจะพูดอะไรก็ตาม สิ่งนั้นกำลังเดินทางไปที่อื่น ถ้าคุณไม่อยากไปอย่าได้ออกไปหาเขาหรือเธอเด็กขาด แต่โชคดีที่พวกเขาใน่เวลานี้มักจะไม่เรียกร้องหรือเชิญชวนคุณมากนัก
กฏที่6 ถ้าหากคุณสามารถทำตัวตามสบายได้จนกว่าจะเที่ยงคืน มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างนี้ แต่ทันทีที่เที่ยงคืน คุณจะได้ยินเสียงฆ้องตีหกครั้งและนั่นเป็การเริ่ม่เวลาที่อันตรายที่สุดของคุณ ภายในหนึ่งนาทีหลังจากนั้น คุณจะได้ยินเสียงปั่นจักรยานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณจะเห็นคนปั่นจักรยานผ่าหน้าคุณไป ไม่ต้องกังวล เขาคือคุณบุญหนึ่งในมิตรแท้ไม่กี่คนในยามค่ำคืน คุณสามารถทักทายเขาได้ ยิ้ม ผงกหัว หรืออะไรก็ตามยามที่เขาผ่านไป เขาจะยิ้มตอบกลับคุณแม้จะดูน่าสยองเล็กน้อยก็ตาม
กฏที่7 หลังจากคุณบุญผ่านไป จะดีกว่าถ้าคุณพยายามทำตัวเองให้ตื่นในเวลานี้ เพราะ่เวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างเที่ยงคืนจนถึงตีหนึ่ง คุณจะเห็นว่ามีคนบางคนวิ่งมาทางเถียงที่คุณอยู่ เขาวิ่งได้เร็วมาก มากจนคุณคิดไม่ถึง ให้คุณะโออกไปทันที “ที่นี่ไม่ต้อนรับแก ออกไป” หลังจากนั้นเงาดำจะชนเข้ากับอะไรบ้างอย่างที่เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น มันอาจจะวอ่งกลับมาอีกหลายครั้งจนกว่าจะพ้นตีหนึ่งไป
กฏที8 เมื่อคุณได้ยินเสียงระฆังหนึ่งครั้ง นั้นหมายความว่าผ่านเวลาตีหนึ่งไปแล้ว ตอนนั้นเอง ไฟในเถียงนาจะค่อยๆดับลง และกลับมาติดใหม่ เมื่อมันเกิดขึ้นเป็สัญญาณให้คุณเตรียมตัว กระเป๋าคาดเอวเก่าๆที่ผมให้คุณไป หยิบมันมาคาดเอวไว้ซะ แต่อย่าเปิดจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ตามที่บอก จากนั้นให้คุณรีบออกมาจากเถียงนาใน่เวลาที่ไฟกลับมาสว่าง และเดินไปอยู่ที่เสาไฟที่ใกล้ที่สุดให้เร็วที่สุดก่อนไฟในเถียงนาจะดับอีกครั้ง เมื่อคุณอยู่ใต้แสงไฟแล้วมองไปรอบๆ จะเกิดเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น
8.1 ถ้าไฟในเถียงนาดับลงให้คุณยืนอยู่ใต้เสาไฟจนกว่าไฟในเถียงนาจะติดอีกครั้ง ไม่ว่าจะได้ยินเสียงหรือเห็นเงาในเถียงนา อย่าได้เอ่ยปากหรือส่งเสียง ถ้าคุณเผลอทำเสียง มันอาจจะเปลี่ยนเป้ามาที่คุณ
8.2 ถ้าไฟในเถียงไม่ดับ แต่คุณได้ยินเสียงหมาหอนมาจากป่าละเมาะ อย่าหันไปมองในป่า ให้คุณจ้องมองไปยังทุ่งนา ระวังอย่าให้เห็นป่าในสายตาคุณ ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นและอาจจะเป็ภาพสุดท้ายของคุณ
8.3 ถ้าไฟในเถียงดับลง พร้อมกับหมอกที่ปรากฏขึ้นรอบๆตัว คุณจะได้เห็นร่างต่างๆในสายหมอก ได้ยินเสียงพูดคุย ได้ยินเสียงเรียก หรือเงาที่คุ้นเคย ให้คุณระวัง อย่าได้ก้าวเข้าไปในหมอก จะไม่มีหมอกเข้ามาในแสงไฟ แต่แสงไฟจะหรี่ลงเรื่อยๆ คุณจะต้องทำให้แน่ใจว่าตัวคุณอยู่ในวงของแสงไฟ แล้วหมอกจะจางไปเอง
8.4 ถ้าเสาไฟที่คุณยืนอยู่ค่อยๆหรี่ลง ให้คุณรีบเปิดกระเป๋าคาดเอว ในนั้นจะมีของหลายอย่าง แต่ที่สำคัญตอนนี้คือ เทียนไขสีขาวและไม้ขีด รับเอามันออกมาจุดจนกว่าแสงของเสาไฟจะกลับมาเหมือนเดิม และอย่าลืมดับเทียนก่อนคุณจะกลับไปที่เถียงนา
9 หลังเหตุการณ์ทั้งหมดใน 8 ข้อจบลง คุณจะได้ยินเสียงฆ้องดังสองครั้งเป็สัญญาณว่าระยะเวลาตีสองได้ผ่านไปแล้ว ไฟในเถียงนาจะกลับมาสว่างตอนนี้ให้คุณกลับไปยังเถียงนาได้ เมื่อคุณกลับไปที่เถียงนา มองให้ชัดเจนว่ามีอะไรผิดแปลกไปหรือไม่ เช่นว่า มีสิ่งของที่เปลี่ยนลวดลายไป กระเป๋า ผ้าห่ม ปลอกหมอน ถ้าไม่มีก็กลับเข้าไปได้ แต่ถ้ามีอะไรผิดแปลกไปให้เดินกลับไปที่เสาไฟ พักหนึ่งคุณจะเห็นคุณยายคนหนึ่งเดินถือไม้กวาดมามา มันอาจจะแปลกแต่อย่าได้สงสัย เธอจะถามว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ ให้ตอบไปว่า เถียงนาผมสกปรก ยายช่วยทำความสะอาดหน่อยได้ไหม เธอจะแสยะยิ้มให้คุณแล้วลากไม้กวาดไปทางเถียงนาของคุณ ระหว่างที่รอนั้นให้คุณหยิบเหรียญในกระเป๋าคาดเอวออกมา สามเหรียญ ห้ามขาดและเกินเมื่อคุณยายเดินกลับมาให้ส่งให้เธอพร้อมกล่าวขอบคุณ คุณยายจะพอใจและจากไป ส่วนคุณก็กลับไปยังเถียงนาได้ คุณจะพบว่าของทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ให้เหรียญเธอหรือให้น้อยกว่าที่บอก เธอจะไม่ยอมช่วยคุณในคืนอื่นๆ ถ้าคุณให้เหรียญมากกว่าที่บอก เธอจะพาตัวคุณไปอยู่กับเธอชั่วนิรันดร์
กฏที่10 เมื่อเสียงระฆังสามครั้งดังขึ้น ตอนนี้คุณคงจะง่วงเต็มทีเมื่อผ่านอะไรแปลกๆมามากมาย แต่มันยังไม่จบลง คุณจะได้ยินเสียงจากทางป่าละเมาะ ตั้งสติแล้วฟังว่ามันเป็เสียงอะไร
10.1 เสียงนกเขา ถ้าได้ยินเสียงนี้ถือว่าโชคดีแล้ว ล้มตัวลง และนอนให้สบาย นกเขาจะคุ้มครองคุณไปจนเช้า
10.2 เสียงอีกา อย่าหลับเด็ดขาด ถ้าคุณเผลอหลับ คุณจะได้ฝันร้ายและไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย ยกเว้นแมวดำจะอยู่กับคุณ ถึงจะสามารถหลับได้
ทันทีที่เขาอ่ากฎทั้งหมดภายในหนังสือเล่มนั่นเสร็จ ตัวของเขาได้แต่กลับคิดว่า คงเป็แค่เื่แต่งขึ้นไว้เพื่อแก้เพื่อ ผู้ใหญ่บ้านคงกลัวว่าเขาจะไม่มีอะไรอ่านแก้เบื่อ เขาวางหนังสือเล่มนั้นลงไว้ข้างๆกาย
ทันใดนั้นเสียงฆ้องก็ดังขึ้น 3 ครั้ง พร้อมกับเสียงจักรยานบดพื้นถนน เป็สัญญาณว่าค่ำคืนของเขานั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว จงปฏิบัติให้ครบ10ข้อ เพื่ออยู่รอดใน14คืน