นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๙
สิ้นเสียงปืน
นพนิตรีบขับรถออกไปจากที่ตรงนั้น!!
พี่นัทจะออกไปช่วยคนรักของเขา
แต่นังบุษจับตัวคุณนัทของมันเอาไว้ มันรีบปลดล็อกและปิดประตูลิฟท์ แล้วกดลิฟท์ลงมาชั้นล่างสุดทันที
“บุษ!!” นัทเรียกชื่อมันเสียงหลง “แกทำอะไร?”
“ช่วยคุณนัทค่ะ”
“แล้วนพล่ะ” นัทถามมัน
สีหน้านังบุษทำให้นัทรู้ทันทีว่ามันเพิ่งนึกได้ “บุษขอโทษค่ะ เราขึ้นไปกันอีกครั้งก็ได้ค่ะ” แล้วนังบุษก็รีบกดลิฟท์ให้เปิดชั้นที่ใกล้ที่สุด
ณัฐกนกถอนหายใจเขาไม่รู้จะหาคำใดมาว่ามัน ก็มันเป็นแบบนี้ แต่นัทรู้ว่ามันรักและเคารพนัทเป็นที่สุด
.. คราวนี้พ่อทำเกินไป .. พ่อทำเกินไปแล้ว .. ณัฐกนกบอกตนเอง
พอลิฟท์เปิดประตู นังบุษก็รีบวิ่งออกไป!!
นัทจะเรียกก็เรียกไม่ทัน เขาจึงปล่อยให้มันวิ่งไป แต่เขาเคลียร์สัญญาณของลิฟท์ใหม่ แล้วก็ให้มันพาเขาขึ้นไปชั้นบนสุดอีกครั้ง
..
พอลิฟท์เปิดออกมาที่ชั้นบนสุด ณัฐกนกเดินออกมาจากตัวลิฟท์ เขามองไปรอบๆอาณาบริเวณ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ..
ลานจอดรถทั้งลาน .. ก็.. เงียบสนิท ..
ไร้สรรพเสียง ..
ไร้ผู้คน ..
ไร้รถยนตร์ ..
แต่ที่ผิดคือ .. ถ้าเมื่อครู่ ณัฐกนกเป็นคนเดินออกไปเอง หรือออกไปพร้อมกับนพนิต
แล้ว.. พวกนั้นจะกล้ายิงมั้ย?
แล้ว.. ถ้ามันกล้ายิงล่ะ?
แสดงว่า.. พ่อกล้าสั่งฆ่าลูกตัวเอง !!
แต่ถ้ามันไม่กล้ายิงล่ะ? แสดงว่าพ่อยังไม่ใจร้ายเกินไป
แต่ไม่ว่าคิดอย่างไร?มันก็พิสูจน์อะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากปล่อยให้นพนิตออกไปเสี่ยงอันตราย
เสียงเปิดประตูหนีไฟดังขึ้น!!
ณัฐกนกหันไปมองที่มาของเสียงอย่างระแวดระวังถ้าเป็นคนของพ่อ เขาก็จะได้เห็นหน้ามันชัดๆ ตอนนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ ...
เป็นนังบุษที่เปิดประตูออกมาและก็ทรุดตัวกองอยู่กับพื้นตรงนั้น มันวิ่งขึ้นมากี่ชั้นก็ไม่รู้วิ่งอย่างเร็วด้วย มันเลยเหนื่อยมาก มากจนเหมือนหมาหอบแดดไม่มีผิดมันยังชะเง้อคอหันหน้าหาคุณนพของนัน
นพนิตไม่ได้ขับรถได้อย่างเก่งกาจแต่ในยามที่ต้องเอาตัวรอดแบบนี้ เขาก็ซัดเต็มเหนื่ยวเช่นกัน
อีกฝ่ายได้แต่วิ่งตาม จึงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะพอลงจากชั้นบนสุด ก็มีทั้ง รปภ.ทั้งผู้คนอีกมากมายที่เดินกันขวักไขว่
จนฝ่ายที่ตามติด ไม่อาจติดตามได้ พวกเขาจะชักปืนและวิ่งไล่ยิงอีกฝ่ายแบบในหนังไม่ได้เพราะนั่นคือการแสดงตัวชัดเจน และรปภ.ของห้างคงไม่ปล่อยให้คนแบบนี้ลอยนวลเป็นแน่
นพนิตขับรถออกจากลานจอดรถนั่นและขับรถไปตามท้องถนนสักระยะใหญ่ๆ ก็เลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถของสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง เขาขับวนในลานจอดรถนั้นช้าๆจนมีที่ที่เขาจะจอดรถได้ นพนิตจึงจอดรถและโทรศัพท์หาณัฐกนก
นัทดีใจมากที่นพนิตโทรศัพท์หาเขา “เป็นไงบ้าง?” .. “ปลอดภัยดีใช่ไหม?” ..เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” .. และอีกสารพัดคำถาม
คนพี่ถามด้วยความรัก.. ความห่วงใย.. ในความปลอดภัยของคนรัก..อย่างที่สุด
คนน้องตอบซ้ำตอบซาก แต่เขาก็ตอบทุกคำถามที่พี่นัทของเขาเฝ้าถามด้วยความเป็นห่วง
จากนั้น.. นพก็บอกพี่นัทของเขาว่า..เขาจอดรถอยู่ที่ใด
ณัฐกนกบอกให้นพนิตรออยู่ที่นั่นเดี๋ยวนัทจะไปหาเอง แล้วนัทก็เดินออกจากห้างสรรพสินค้านั้น เพื่อขึ้นแท็กซี่ไปหาคนรัก
นังบุษขอตามไปด้วย “นะคะคุณนัท ให้บุษตามไปรับใช้คุณนัทกะคุณนพนะคะบุษขอไปดูแลคุณนัทคุณนพนะคะ บุษไม่กล้ากลับไปหาป้าอี๊ดแล้ว บุษกลัว”
มันออดอ้อนด้วยความจริง ความซื่อจนนัทยอมที่จะพามันไปด้วย
เขนทำตัวปกติที่สุดเขาเข้าไปทำงานในบริษัทเหมือนเช่นปกติทุกอย่าง เมื่อเข้าไปในห้องส่วนตัวเขนออนไลน์ และอัฟโหลดไฟล์งานทั้งหมดไปที่ที่ทำงานใหม่ เขาเก็บของใช้ส่วนตัวซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไร
แต่ภาพภายนอกคนในสำนักงานก็ยังเห็นเขนทำงานเหมือนเช่นปกติทุกวัน
เขนเข้าไปในห้องทำงานของณัฐกนก จัดการอัฟโหลดไฟล์งานของณัฐกนกเท่าที่เขาจะทำได้โดย ไม่ต้องผ่านเลขาฯ ของนัท
เขนเก็บหลักฐานทางการเงินต่างๆ ของนัททั้งสมุดบัญชี ทั้งโฉนดที่ดิน ทั้งตราสารหนี้ และอีกสารพัดใส่กระเป๋าของเขา
เขนไม่ลืมที่จะไลน์บอกป้าอี๊ดว่าเขาจะส่งบริษัทขนย้ายของ ไปขนย้ายข้าวของในบ้านมาที่ที่อยู่ใหม่ถ้าป้าอี๊ดจะฝากของมาให้คุณนัท ก็ขนมาไว้ที่บ้านเขนได้เลย
ซึ่งป้าอี๊ดก็รีบดำเนินการทันที ทั้งที่ป้าอี๊ดเอง ก็เพิ่งเลือกเก็บข้าวของบางส่วนของนพนิตและของคุณหนูใส่รถที่นังบุษขับไปส่วนหนึ่งแล้ว
เมื่อป้าอี๊ดแพ็คของเสร็จส่วนหนึ่ง เธอก็ให้สาวใช้ทะยอยยกกล่องของไปไว้ที่บ้านเขน แต่บางส่วนที่คุณหนูน่าจะรีบใช้เธอเตรียมไว้ต่างหาก เผื่อคุณหนูจะให้ส่งให้อีก เธอจะได้รีบดำเนินการ ส่วนทางห้องครัว ป้าอี๊ดก็ให้ทำอาหารตามปกติทุกอย่าง
ฝุ่นดินกับปณาลีรายงานเข้ามาในกลุ่มไลน์บริษัทใหม่ ‘ไฟสร้างสรรค์’ของพวกเค้า
.. “ข่าวดีแรกชลวิทย์ กับสุดแดน และรายการ .สุดแดนอร่อย. ยินดีร่วมงานกับเรา” ..
.. “ข่าวดีที่สองติดต่อไลน์ทีวี วีทีวี และช่องทางออนไลน์ได้ครบแล้ว ทุกที่ยินดีทำงานกับเรารอให้เราไปเซ็นสัญญาผลิตซีรีย์” ..
..“ข่าวดีที่สามละคร ‘รักข้านี้ คือรัก’ ที่วรวุธกำกับการแสดงก็ยินดีให้บริษัททำการตลาดให้ และทำสปอนเซอ์ให้” ..
.. “อ้อ.. กานต์ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ดาวรุ่ง ก็ยินดีให้บริษัทเราดูแลนะ” ..
นพนิตอ่านไลน์ให้ณัฐกนกฟัง
อย่างน้อย..ข่าวพวกนี้ก็เป็นข่าวดีที่ทำให้วันนี้สดใสขึ้น หลังจากที่ทั้งคู่ทั้งตื่นเต้น และมัวหมองในอารณ์มาพักใหญ่
นพนิตกอดพี่นัทด้วยความดีใจ
กระทั่งนังบุษที่นั่งขับรถอยู่ ก็ยิ้มออกมา
...
ขณะที่รถยนตร์ของนพนิตที่นังบุษขับกำลังจะผ่านร้านขายมอเตอร์ไซด์มือสอง “บุษจอดก่อน” นัทบอกมัน นังบุษทำตามอย่างว่าง่าย
“บุษลงไปเลือกไว้ใช้สักคันสิ” นัทบอกบุษ
มันหันกลับมามองนัทงง งง “แต่คุณนัทเคยห้ามบุษนี่คะ”
“ให้ใช้แค่ช่วงนี้แหละน่าจะสะดวกกว่า เคยบอกว่าชอบไม่ใช่เหรอ?”
“ค่ะขอบคุณคุณนัทมากค่ะ” มันไหว้ขอบคุณคุณยัทของมันด้วยความดีใจ และพึมพำกับตัวเอง “ไม่คิดว่าคุณนัทจะให้ใช้”
แต่คุณนัทของมันได้ยิน “คงให้ใช้พักเดียวแหละ พออะไรๆ ลงตัวแล้วก็ห้ามใช้”
นังบุษหน้าสลดลงหน่อยนึง
“นพไปช่วยบุษเลือกนะพี่นัท”
“เอาที่ใช้งานดีนะไม่เอาแบบสวยๆ สะดุดตานะ”
“ครับพี่”
“เลือกได้แล้วไลน์มาเดี๋ยวพี่ลงไปจ่ายตังให้”
ทั้งสองรับคำแล้วเดินลงจากรถไป
ณัฐกนกต่อสายไปต่างประเทศและออนไลน์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คด้วย กว่าที่สองคนนั่นก็ไลน์มาบอกว่าเลือกได้แล้ว นัทก็เจรจาธุรกิจสำเร็จไปตั้งสองสามอย่าง
...
ณัฐกนกให้นพนิตทดลองขับรถของตนกลับเรือนแม่อัง โดยมีนังบุษขี่มอเตอร์ไซด์คันเก่งตามมาติดๆ พอเข้าตัวบ้าน พี่นัทให้นพจอดรถในมุมที่ขับเข้า-ออกได้อย่างดี
ส่วนนังบุษ เขาให้มันจอดมอเตอร์ไซด์ที่หน้าห้องแถวชั้นเดียวนั่นห้องหนึ่ง “นั่นคือห้องพักของแกนะบุษ” เขาพูดพร้อมกับชี้ที่ห้องนั้น
“ค่ะคุณนัท” แล้วบุษก็เปิดประตูห้องนั้นเข้าไปมันยิ้มหน้าบาน และกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “ขอบคุณมากค่ะคุณนัท” แล้วมันก็วิ่งออกมา “ห้องสวยมากค่ะ เอ่อ.. ให้บุษเอาของในรถไปไว้ที่ห้องไหนคะ”
ณัฐกนกบอกให้นังบุษขนของที่ป้าอี๊ดจัดใส่มาในรถขึ้นเรือน อาหารที่ป้าอี๊ดจัดมาให้ ให้บุษขนไปไว้ที่เรือนครัว ซึ่งด้านหนึ่งของตัวเรือนแม่อังและไม่ไกลจากห้องแถวที่พักของบุษ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของนัทกับนพ เขาให้บุษขึ้นไปไว้ที่เรือนนอนที่อยู่คนละด้านกับเรือนครัว
นังบุษรีบจัดการตามคำสั่ง
คนพี่จึงพาคนน้องขนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเอกสารทำงานไปที่เรือนประธานหรือหอกลางบ้าน ซึ่งคือห้องทรงไทยที่อยู่กลางบ้าน มีเรือนครัวกับเรือนนอนอยู่ซ้ายขวา
ทั้งเรือนประธานเรือนนอน เรือนครัว เชื่อมกันด้วยชานเรือนที่กว้างใหญ่ ตรงกลางชานเรือนมีช่องขนาดเมตรคูณเมตรเศษๆ ให้ต้นปีบ โตขึ้นมา แผ่นกิ่งก้านให้ร่มเงาจนชานเรือนรุ่มเย็นสบาย
เมื่อจัดการชุดคอมพิวเตอร์ใหม่จนลงตัวกับชุดเก่าที่มีอยู่ติดตัวบ้านแล้วณัฐกนกก็ออนไลน์ และจัดการเรื่องในบริษัทผ่านคอมพิวเตอร์ ตามที่เลขาฯส่งเอกสารเข้ามา
เขนไลน์มาบอกเรื่องไฟล์งานที่เขาอัพโหลดไว้ ให้ณัฐกนกจัดการโหลดทุกอย่างและเซฟเข้าไว้ในคอมพิวเตอร์
ณัฐกนกดาวน์โหลดไฟล์งานพวกนั้นลงคอมพิวเตอร์เครื่องที่อยู่รงหน้าเขาทันที ทีนี้เขาก็ทำงานที่เรือนแม่อังได้แล้ว
แล้วนัทก็โพสบอกทุกคนในไลน์บริษัทใหม่ว่า..สินค้านำสมัยจากต่างประเทศพร้อมที่จะเข้าไทยแล้ว รอแค่การตลาดเท่านั้นและตัวแทนที่ต่างประเทศของนัท อยากให้นัทชวนนักแสดงที่ชื่อ มายด์ มารุตมาอยู่ในสังกัดด้วย
แป๊บเดียวปณาลีก็พิมพ์ตอมาว่า ..จะทาบทานให้.. พร้อมกับสติ๊กเกอร์โอเค
นพนิตซึ่งอยู่ในกลุ่มไลน์ของบริษัทใหม่นี้ด้วยเพราะเขาคือเลขาฯ เฉพาะกิจของณัฐกนก นพจึงต้องเปิดอ่านทุกข้อความเพื่อติดตามความก้าวหน้า
..แต่ชื่อ ‘มายด์ มารุต’ กลับทำให้นพนิตหวั่นไหวมากเป็นพิเศษ!! ..
จน..จนณัฐกนกแปลกใจ
แต่ก่อนที่คนพี่จะถามคนน้อง.. ก็มีเรื่องด่วนกว่าเข้ามา ..
ไลน์ของเลขาฯหน้าห้องณัฐกนก เด้งขึ้นมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ .. “คุณเขนถูกรปภ.บริษัทจับตัวไว้ค่ะคุณนัท” ..
..“จะให้ออมบอกเค้ายังไงดีคะ” ..
จากข้อความไลน์ของออม ณัฐกนกแปลได้ทันทีว่า .. ต้องไม่ใช่รปภ.บริษัทฯ แน่ๆ แต่เป็นคนที่พ่อส่งมา เพราะ รปภ.บริษัทฯทุกคนรู้จักเขน เคารพเขน และออมก็สั่งการได้ทุกคน
..“ถามมันว่าต้องการอะไรจากนัท” ..
..“ค่ะคุณนัท” .. ออมรับคำแล้วเงียบหายไปครู่ใหญ่
..“เค้าบอกว่า ให้คุณนัท ไปรับตัวคุณเขน ที่บ้านคุณท่านค่ะ” ..
ณัฐกนกส่งสติ๊กเกอร์แสดงการรับรู้และขอบคุณกลับไป
เขานิ่งอยู่ที่หน้าจอคอพิวเตอร์นั้นครู่ใหญ่
“พี่นัท” คนน้องเรียก พร้อมกับยิ้มที่นัทชอบ
“แป๊บนึงนพครั้งนี้พี่ต้องทำให้คุ้มทุกอย่าง ให้พี่อยู่เงียบๆ เพื่อคิดอะไรแป๊บนึงนะ” คนพี่บอกอย่างสุภาพ
คนน้องยิ้มให้แล้วก้มหน้าดูโน่นนี่ที่หน้าจอมือถือ
นังบุษขับรถของนพนิตพาณัฐกนกกลับเข้าบ้านใหญ่ เพื่อเปลี่ยนไปใช้รถเบ๊นซ์สีดำคันยาวสุคคลาสสิกเพื่อไปพบพ่อของนัท ซึ่งณัฐกนกโทรไปนัดกับพ่อของเขาเรียบร้อยแล้ว
พอเปลี่ยนรถเสร็จ ณัฐกนกก็สังเกตเห็นว่า รอบๆ ตัวบ้านและในบ้านไม่มีคนของพ่อแอบสังเกตการณ์อยู่ เขาจึงกระซิบกับป้าอี๊ด แล้วก็ให้นังบุษขับรถคันดำสุดหรูพาณัฐกนกออกจากบ้านไป
ครู่เดียว..
นพนิตก็ใช้มอเตอร์ไซด์ของบุษมาจอดที่นอกรั้วบ้าน เขาเข้าไปในตัวบ้านทางประตูเล็ก เมื่อเจอป้าอี๊ด นพนิตยกมือไหว้ แทนที่ป้าอี๊ดจะรับไหว้เหมือนทุกครั้งเธอยกมือขึ้น ทำสัญลักษณ์โอเค
นพนิตจึงขับรถของเขาออกไปจากบ้านใหญ่ทันทีแต่เขายังไม่ได้กลับบ้าน นพต้องขับรถไปอีกที่หนึ่งตามโลเคชั่นที่ณัฐกนกแชร์ไว้ให้เขาแล้ว
..ซึ่งก็คือหมู่ตึกเก่า หรือ ที่ทำการบริษัทใหม่นั่นเอง ..
พี่นัทของเขาอยากให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อนทบทูที่ที่ทำการบริษัทใหม่ เมื่อเสร็จธุระ พี่นัทจะหาเขาที่นั่นเอง
ระหว่างที่ขับรถไป แต่ใจนพนิตก็ล่องลอยไปล่วงหน้าจนถึงที่นั่นเรียบร้อยแล้วใบหน้าที่แสนน่ารักของทบทูยังแจ่มชัดในความทรงจำของนพ
นพยิ้มกับตัวเองยิ้มกับความรู้สึกแรกที่เขาได้สบตาทบทู เขาจำได้เป็นอย่างดี ความแปลบปลาบในใจ ..ยังรู้สึกได้จนบัดนี้
เขามองไปที่โลเคชั่นในหน้าจอมือถือ.. อีกไม่ไกลแล้ว เขาก็จะได้พบหน้าทบทูแล้ว ทบทู.. เด็กหน้าตาน่ารัก ที่สดใสนแบบที่นพไม่เคยพอเจอมาก่อน
นพนิตเลี้ยวเข้าซอยตามที่โปรแกรมบอกเส้นทางบอกเขาพอเลี้ยวเข้าไปได้หน่อย ก็เห็นร้านอาหาร ‘เรือนปาริชาต’ ที่อยู่ริมทางพร้อมข้อความ ‘อาหารไทยต้นตำรับสุดคลาสสิค’
..น่าพาพี่นัทมาชิม .. คิดได้เท่านั้น .. นพนิตก็แปลกใจตนเอง ..
นพไม่เคยคิดว่า.. ตนเองรักพี่นัท .. รู้แต่ว่าเขาชอบที่จะมีเซ็กกับพี่นัทเท่านั้น ..
ก็เมื่อครู่.. ขณะที่เขากำลังมีความสุขมี่ได้คิดถึงผู้ชายอีกคนที่เขาคิดว่า ..เขาตกหลุมรัก พอเจอร้านอาหารดีๆเขากลับนึกถึงพี่นัท
นี่..มันอะไรกันนี่!!
นพนิตจอดรถข้างทางทันที
หรือว่า.. เขารักพี่นัท!!
ถ้า..ถ้าเขารักพี่นัท .. แล้ว .. แล้วความรู้สึกที่เขามีต่อทบทูล่ะ
คืออะไร?
จบตอน ๒๙