เสียงนาฬิกาปลุกดังเตือนให้เตรียมตัวไปทำงาน ร่างที่นอนอยู่บนเตียงจึงขยับเปลือกตาขึ้น ภาพก่อนเข้าสู่นิทราแล่นเข้ามาในหัว มือหนาควานหาบางคนบนเตียง ทว่ากลับว่างเปล่า ในใจคิดว่าถ้าเด็กคนนั้นหายไปคงเป็ปัญหาใหญ่แน่แท้ ไม่รู้ว่าจะเตลิดไปไหนอีก เขาลุกขึ้นหาทั่วบ้านพัก ไม่มีร่องรอยสักนิด แม้แต่รอยเท้าคนเมื่อคืนก็เช่นกัน อีกฝ่ายเดินมาเท้าเปล่า เป็ไปได้หรือที่จะไม่เหลือรอยเท้าไว้เลย
คิ้วเข้มขมวดมุ่น เขาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมไปทำงาน ฐาเดินไปรวมกลุ่มกับเ้าหน้าที่ซึ่งจิบกาแฟกันอยู่ ทางนั้นชงให้เขาเพิ่มอีกแก้ว
“นอนไม่หลับหรือครับคุณหมอ” นายรงค์เอ่ยถาม
“เปล่าครับ แค่เมื่อคืนเกิดเื่นิดหน่อย”
หูเ้าหน้าที่คนอื่นผึ่งขึ้นมา ให้คาดเดาคงไม่พ้นถูกรับน้องเป็แน่
“คุณรงค์ ที่หมู่บ้านมีข่าวคนหายไหมครับเช้านี้”
“เอ๊ะ ไม่มีนะครับ ทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี ทำไมหรือครับ เกิดอะไรขึ้น” ถามด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น
“เมื่อคืน มีคนมาเคาะประตูบ้านพัก ผมเห็นว่าท่าทางน่าสงสารจึงให้เข้าบ้านหลบฝน แต่ท่าทางฝั่งนั้นมันแปลกพิกล คล้ายสติสตางค์ไม่ครบอย่างไรไม่รู้ คิดว่าตื่นเช้ามาจะให้เ้าหน้าที่พาไปตามหาญาติ แต่ตื่นมาก็ไม่เจอใครแล้ว”
“โอ้” เสียงอุทานเบาๆ ดังมาจากกลุ่มเ้าหน้าที่
“อนุญาตให้เข้าบ้านเลยหรือครับ” คุณรงค์ถามย้ำ
คุณหมอพยักหน้า นาทีนี้เ้าหน้าที่คนอื่นขยับเก้าอี้เข้ามาร่วมวงด้วยทันที
“เดชะบุญ มันไม่ทำคุณหมอหัวโกร๋นหรือกินตับไตไส้พุงคุณหมอไปก่อน”
“ผีเหรอครับ” ฐาเอ่ยถามหน้าตาเฉย
“ก็ใช่น่ะสิครับ ว่าแต่รูปร่างหน้าตาท่าทางมันเป็ยังไงครับ ที่ว่าแปลกน่ะมันแปลกเท่าไหร่กันเชียว”
ฐาย้อนนึกถึงใบหน้านวลั์ตาหวาน ปากอิ่มแดงระเรื่อเมื่อคืน ภูติผีจริงหรือ ภูติผีอะไรจะงดงามได้ปานนั้น
“สวยครับ สวยกว่าคนทั่วไป ผิวพรรณดี เสียงเพราะ กลิ่นหอม เพียงแต่พฤติกรรมแปลกจากคนปกติไปสักหน่อย”
“นางไม้ไหมนั่น ผมว่า” เ้าหน้าที่คนหนึ่งวิเคราะห์
“ไม่น่าใช่ นางไม้จะเข้ามาหาถึงบ้านพักเลยหรือไง โน่น อยู่ในป่าโน่น”
“หรือพวกผีพราย”
“ยังดีนะครับที่ไม่ได้มาร้าย แต่คราวหลังคุณหมอก็ระวังตัวสักหน่อย เผื่อเป็พวกสางพวกสมิงขึ้นมา จะไปเฝ้ายมบาลได้ง่ายๆ”
“ครับ คราวนี้ไม่ทันฉุกคิดจริงๆ คราวหน้าผมจะระวังให้มาก”
แม้ตอบรับไปเช่นนั้น ทว่าในใจยังอดตั้งคำถามไม่ได้ เพราะไม่ได้เชื่อเื่ภูติผีเป็ทุนเดิม ทุกอย่างจึงดูคล้ายฝันไปเสียมากกว่า และหากเป็ภูติผีดังว่า ก็ดูไม่ได้น่ากลัวสักเท่าไหร่ ออกจะน่า… อย่าไปคิดเื่สัปดนพรรค์นั้นเลย บางทีอาจไม่มีเื่ลึกลับอะไร แต่เป็จิตใต้สำนึกของเขาเองเสียมากกว่า พอไม่ได้แตะเื่กามารมณ์มานาน จึงทำให้จินตนาการไปไกล
หลังมื้อเช้าคุณหมอไม่ได้ให้ค่ากับความฝันเมื่อคืนอีก เขาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ใน่เช้าวันนี้เองมีเสือโคร่งท่าทางาเ็ถูกเ้าหน้าที่นำเข้ามารักษา มันค่อนข้างซึมและผ่ายผอมผิดจากธรรมชาติอยู่มาก
“ผมไปเจอมันอยู่แถบชายป่าครับ ตอนแรกว่าจะไล่เข้าป่าไปตามธรรมชาติ แต่มันดันเดินมาล้มแผละขวางทาง ทีแรกนึกว่าเป็กลอุบายหลอกเราไปกิน ผมนี่ง้างไกรอไว้แล้ว แต่ที่ไหนได้ มันแน่นิ่ง พวกผมเลยพามันมาที่นี่แหละครับ”
“ตัวนี้เคยเจอมาก่อนไหมครับ”
“นี่ครั้งแรกเลยครับ ดูท่าทางน่าจะเป็เสือรุ่นอยู่อายุไม่พ้นสองปี แถบนี้ผมเคยเจออยู่คู่นึง แต่คู่นั้นอายุเยอะแล้ว ส่วนบางตัวก็ถูกล่าไป”
“ไว้ผมลองตรวจดูครับ อาจต้องให้ยาบำรุง เ้าหน้าที่ที่นี่มีใครเคยดูแลเสือมาก่อนไหมครับ”
“พวกแก่ๆ อย่างพวกผมนี่ผ่านมือกันมาหมดแล้วครับ คุณหมอไว้ใจได้”
“ถ้าอย่างนั้นดีเลยครับ อุปกรณ์อะไรเราน่าจะมีพร้อมแล้ว บางเื่ผมอาจต้องขอคำแนะนำด้วย”
“พวกผมยินดีครับคุณหมอ”
เ้าเสือนั้นเชื่องอย่างที่เ้าหน้าที่คนอื่นว่า มันนอนซม ชำเลืองตามองเขาบ้าง ไม่มีแววดุร้ายสักนิด กระนั้นสัตว์ป่าหน้าขนย่อมมีสัญชาตญาณของตนเอง ฐารู้ข้อนี้ดีการตรวจร่างกายและทำหัตถการจึงเป็ไปด้วยความระมัดระวัง พร้อมด้วยคนเฝ้าอีกจำนวนหนึ่ง
เขาให้ยามันพร้อมกับอาหาร มันอิ่มแล้วก็นอน แถมยังคลอเคลีย ท่าทางคล้ายเสือเลี้ยงอย่างไรอย่างนั้น
“มันน่ารักจังนะครับ”
“น่ารักแค่ตอนนี้แหละครับ รอมันหายดี มันก็พร้อมขย้ำเราแล้ว” เ้าหน้าที่ด้านหลังเอ่ยตอบ
“เดี๋ยวผมสั่งยาให้มัน ให้พร้อมอาหาร แล้วดูอาการอีกที ถ้าไม่ดีขึ้นอาจต้องส่งให้ข้างล่างดูแลต่อ”
หางเ้าสัตว์สี่ขาปัดป่ายไปมาอย่างสบายใจ แต่หูกลับกระดิกดุ๊กดิ๊ก คล้ายกำลังฟังคำพูดหมอหนุ่มอยู่ด้วย มันชำเลืองตามองนายแพทย์ซึ่งกำลังยืนทำงานอยู่เล็กน้อยก่อนจะดึงสายตากลับมาที่เดิม หากมีใครสักคนเห็นพฤติกรรมของมัน คงได้มีคำถามเพิ่มอีกเป็พรวน
นอกจากเ้าเสือป่วยที่เข้ามายังศูนย์พักพิง วันนี้ก็มีเพียงสัตว์ตัวเดิมที่คุณหมอต้องคอยติดตามอาการ ไม่ได้เข้าดูทุกตัว เขาทำตารางเข้าตรวจ เพื่อที่จะได้ดูแลพวกสัตว์อย่างทั่วถึง หมดหน้าที่จากศูนย์พักพิง คุณหมอก็ถูกเ้าหน้าที่ลากเข้าหมู่บ้านเพื่อสังสรรค์หลังเลิกงาน
พอชาวบ้านรู้ว่ามีคนใหม่มา ก็พากันกรูออกมาดูว่ารูปร่างหน้าตาเป็อย่างไร ฐาโปรยยิ้มผูกมิตรให้พวกเขา ในมือเริ่มมีผลหมากรากไม้มาให้หอบหิ้ว
“มีแค่่แรกๆ แหละครับ แบบนี้ เดือนเดียวผ่านไปก็ไม่ได้แบบนี้แล้วครับ”
“่เห่อของใหม่สินะครับ คุณกล้า”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ นั่นครับบ้านไอ้รงค์” เอ่ยถึงเ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เขาพูดคุยด้วยเมื่อเช้า
เดินเข้าไปใกล้สักหน่อย ทางนั้นกำลังตั้งวงกันอยู่หน้าบ้าน สุราที่ดื่มเป็เหล้าขาวที่ต้มกันเอง แถมยังมีสาเก กับแกล้มพร้อม พอทางนั้นเห็นเขาก็โบกไม้โบกมือให้
“มาครับคุณหมอมานั่งนี่ กินข้าวมาหรือยังครับนี่” ปากถามจริง แต่มือเคลื่อนข้าวปลามาให้ตรงหน้าแล้ว
“เห็ดเผาะครับ กินกับน้ำพริกข่า คุณหมอเคยลองหรือยัง ลองดูครับ แล้วจะติดใจ”
แรกเริ่มฐารับประทานเพียงกับข้าวกับปลา กระนั้นมีหรือที่เข้ามาในวงเหล้าแล้วจะไม่แตะเครื่องดื่มซึ่งชาวบ้านทำเองกับมือเลย ถูกขยั้นขยอหนักเข้าจากเดิมที่ดื่มเป็มารยาท นานไปก็เริ่มติดลม วงสนทนาเขาฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างด้วยยังไม่คุ้นเคยกับภาษาถิ่น
“ได้ข่าวว่าเมื่อคืนเจอดีนี่ครับคุณหมอ” หนุ่มน้อยซึ่งไม่ใช่เ้าหน้าที่เอ่ยขึ้น น่าจะได้รับข้อมูลมาจากเ้าหน้าที่เมื่อเช้าอีกที
“คิดไปคิดมา เื่นั้นผมน่าจะฝันไปเองมากกว่าครับ”
“แหม่คุณหมอนี่ก็มองโลกในแง่ดีเกินไป ได้ข่าวว่าเป็นางไม้นี่ครับ น่าจะสวยมาก” อีกฝั่งยังไม่ตัดประเด็นเื่นางไม้ทิ้ง
“กลางค่ำกลางคืน มึงมาพูดเื่อะไรนี่ เดี๋ยวคืนนี้เขาก็มาหามึงหรอกไอ้แสง”
“มาก็ดีสิพี่ ผมจะจับปล้ำให้” เอ่ยอย่างคึกคะนองด้วยฤทธิ์น้ำเมา
“ว่าแต่คุณหมอไม่ได้ทำอะไรเลยหรือครับ” แน่นอนว่ามีคนสงสัย
ฐาแย้มยิ้มและส่ายหน้า เขาไม่คิดว่าฝั่งนั้นเป็ภูติผีปีศาจด้วยซ้ำ ไม่ฉงนใจสักนิดว่ากำลังหลับฝัน เพราะคล้ายจริงมาก มโนธรรมในจิตใจเขาย้ำเตือนถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำ เพราะแบบนั้นจะทำเื่อย่างว่าลงไปได้อย่างไร
“เสียดาย ถ้าเป็ผมนะคุณหมอ ผีก็ผีเถอะ ผมจับทำเมียยันสว่าง”
ฐาหัวเราะขำ ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ รสชาติบาดคอในคราแรกแต่ตามมาด้วยกลิ่นหอมหวาน เขาดื่มได้ไม่มากก็รู้สึกมึน เ้าหน้าที่ที่พามาจึงอาสาพาไปส่งบ้านพัก ขับรถไม่นานก็ถึง คุณหมอหนุ่มนอนคอพับ คนไม่เคยแตะเหล้าขาว แถมยังต้มเองอีก ดีกรีไม่รู้ปาไปเท่าไหร่ ไม่แปลกที่จะสลบเหมือด
“คุณหมอ คุณหมอครับ ถึงแล้ว”
ฐาลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมา โลกคล้ายหมุนคว้างอยู่ครู่หนึ่ง เขากล่าวขอบคุณก่อนจะลงจากรถ คนพามาส่งต้องปรี่เข้ามาช่วยพยุงพาเข้าบ้าน ทิ้งคุณหมอหนุ่มลงนั่งบนเตียงเรียบร้อยถึงร่ำลา ล็อกประตูให้ดิบดีและจากไป
คืนนี้ไม่มีสายฝน มีเพียงสายลมที่พัดพอให้เย็นสบาย ร่างหนาของสัตวแพทย์ประจำดงพยัคฆ์สีนิลนอนแผ่หราอยู่บนเตียงในชุดทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาแดงกร่ำด้วยฤทธิ์สุรา ในหัวเต็มไปด้วยฝันยุ่งเหยิง หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้นเื่คนรักเก่า
ตกดึกกลิ่นหอมรัญจวนไม่ต่างจากคืนก่อนก็แทรกผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาแตะปลายนาสิกประสาท มันชวนให้เคลิ้มฝัน ทว่าจากฝันร้ายกลับกลายเป็นิมิตแสนหวาน เ้าของใบหน้าหล่อเหลาดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์ลึกยากจะหลุดพ้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมจากเคยปิดสนิทลืมตามองเพดาน กระพริบช้า มือหนาถูกยกขึ้นขยี้ตา ก่อนที่จะหันมองไปยังประตูซึ่งเป็ต้นเสียง
‘ใครกัน’
ไม่ต้องรอนาน นี่อาจเป็ฝันอีกแล้ว เหตุการณ์เดิมฉายซ้ำ เพียงแต่ไร้เงาพระพิรุณ เ้าเด็กผิวนวลตัวขาวผ่องยืนเปลือยอยู่หน้าบ้าน ดวงตากลมโตมองสบประสานกับเขา
“หนูขอเข้าไปได้ไหม”
ฐาเปิดประตูอ้ากว้าง ไม่ว่าความฝันหรือนางไม้ อย่างไรก็ไม่ใช่ความจริงอยู่แล้ว สิ่งที่แสงเด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านนึกเสียดาย ใช่ว่าในใจลึกๆ คุณหมอหนุ่มจะไม่รู้สึกอะไรเอาเสียเลย
“หนูขอเข้าไปได้ไหม” ถามย้ำอีกครั้ง
“เข้ามาสิ”
ในตอนนั้นอีกฝ่ายถึงย่างเท้าเข้ามา คราวนี้ต่างออกไป ไม่รู้ว่าด้วยฤทธิ์น้ำเมาหรือไม่ ทุกอย่างจึงกึ่งจริงกึ่งฝัน สะโพกขาวนวลขยับย้ายซ้ายขวาตามจังหวะการเดินเข้ามาในบ้านพัก สายตาคมมองตาม มือผลักประตูให้ปิดลงพร้อมลงกลอนล็อกให้สนิท
“คราวนี้อยากได้อะไร” ฐาเอ่ยถาม
“หนาว หนูเลยขอมานอนด้วย” จากสายตา คำตอบที่ได้มาดูไม่น่าเชื่อถือเสียเท่าไหร่
แต่ถ้านี่เป็ความฝันตื่นหนึ่ง เขาก็จะตามน้ำไป อยากนอนก็นอน มือหนาปลดกระดุมถอดเสื้อและกางเกงออกอย่างไม่สนสายตาแขกยามวิกาล เปลี่ยนไปใส่กางเกงนอนตัวโปรด แล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนปิดไฟเข้านอนจริงอย่างปากว่า มาดูกันว่าแขกซึ่งบอกว่าขอมานอนด้วยนั้น จะแค่นอนอย่างที่อ้างหรือไม่
