เหตุการณ์ที่ทั้งสองประสบมา ทำให้ทิพย์สุดจะงงงวย ทั้งอากัปกิริยาของบุษบาที่เอาแต่ใ ยิ่งทำให้ทิพย์ทั้งสงสัยและมึนงงหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก
“เธอพูดอะไรบุษบา โซ่ตรวนอะไร นี่ฉันงงไปหมดแล้ว” ดูเหมือนบุษบาแทบจะไม่ได้ยินสิ่งที่ทิพย์ถามด้วยซ้ำ จนทิพย์ต้องเอื้อมมือไปเขย่าตัวของบุษบา บุษบาตื่นจากภวังค์ แล้วคว้าข้อมือทิพย์พาออกมานอกตัวบ้าน
เมื่อทั้งสองออกมานอกตัวบ้าน ทิพย์ถึงกลับอุทานออกมา
“นี่มันคืออะไรกัน บุษบา” ภาพเบื้องหน้าทิพย์เห็นคือ โซ่ตรวนเส้นมหึมาสีทองอร่าม ล้อมรอบบ้านของบุษบา ไม่ใช่สิมันน่าจะล้อมรอบทั้งหุบเขาต่างหาก
“เ้ามองเห็นโซ่ตรวนนั้นหรือทิพย์” บุษบาเอ่ยถาม พร้อมหยดน้ำตาของเธอที่ไหลออกมาด้วยความดีใจ
“ทำไมเธอร้องไห้” ทิพย์ใช้มือเช็ดน้ำตาให้บุษบา
“เ้าต้องช่วยข้ากับเผ่าพันธุ์ของข้านะทิพย์ เ้าคือเ้าของโซ่ตรวนนี้ มีแต่เ้าเท่านั้นที่จะปลดพันธนาการนี้ได้” บุษบากุมมือทิพย์ไว้ ด้วยสายตาที่วิงวอน
“เดี่ยวก่อนๆฉันไม่เข้าใจที่เธอพูด” ทิพย์ทักท้วง นี่มันอะไรกัน ทิพย์งงไปหมด แล้วเธอจะเอาโซ่ตรวนนี้ออกได้อย่างไรกัน บุษบาจึงได้เล่าเื่ราวของหุบเขา5พี่น้องให้เธอฟัง เมื่อทิพย์เข้าใจเื่ราวแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยถาม
“แล้วฉันจะเอามันออกจากหุบเขาได้อย่างไร”
“เ้าไม่รู้วิธีเอาออกหรอกเหรอ?” บุษบาถามกลับ ทิพย์ส่ายหัวตอบกลับ
“เราคงต้องไปหาท่านทวดของข้า ท่านเป็ผู้าุโสูงสุด ท่านอาจจะรู้วิธี” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วพยักหน้า
.......................................................................................................................................................................
หลังจากตามหาวิหคเพลิงไม่พบ พิทักสินธิ์ได้กลับมาบ้านที่พำนัก เขานึกถึงตอนที่ประจันหน้ากับปรเมศธุ์ ถึงปรเมศธุ์จะไม่ได้พูดจาอะไร แต่เขาก็รับรู้ถึงจุดประสงค์ของเหล่ามัจจุราช
“เราไม่มีเวลาแล้ว...ขืนชักช้าเหล่ามัจจุราชต้องเจอวิหคเพลิงก่อนแน่ๆ” เขาพรืมพรำ
ทางด้านปรเมศธ์เองก็มีความกังวลไม่แพ้พิทักสินธิ์เช่นกัน ถ้าหากต้องแย่งชิงวิหคเพลิงกับพิทักสินธิ์ มันอาจไม่ใช่เื่ง่ายนัก พิทักสินธิ์เป็เชื้อสาย อาชาพยัคฆ์ ที่แข็งแกร่งและว่องไว และศาสตราวุธของเผ่าพันธุ์อาชาพยัคฆ์สามารถตัด แผ่นฟ้า แผ่นดิน แยกดินแดนโลกธาตุได้ ที่เผ่าพันธุ์ต้องแยกกัน แบ่ง เป็ดินแดน์ ดินแดนมนุษย์โลก ดินแดนยมโลก ดินแดนอสูรกาย ล้วนมาจากบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์อาชาพยัคฆ์ได้ใช้ศาสตราวุธของเขาทำการแยก และศาสตราวุธวิเศษนี้ไม่มีใครสามารถจับต้องได้นอกจากเชื้อสายของอาชาพยัคฆ์เท่านั้น
แม้แต่หัตถ์ยมทูตของปรเมศธ์ ก็ไม่สามารถทำลายศาสตราวุธนี้ได้ ทางกลับกัน มันกลับสามารถทำลาย หัตถ์ยมทูตได้
“คิดอะไรอยู่หรือลูกชาย” เสียงทักทายของเทวฤทธิ์ผู้เป็พ่อปลุกเขาจากห้วงความนึกคิด
“ข้าััพลังของวิหคเพลิงได้ แต่ตามไปไม่ทัน แต่กลับพบอาชาพยัคฆ์แทนครับท่านพ่อ” ปรเมศธ์ตอบ
เทวฤทธิ์ได้ฟังแล้ว ได้ครุ่นคิดเงียบๆก่อนจะเอ่ยต่อ
“ท่านมหาเทพ คงรับรู้แล้วสินะว่าใกล้ได้เวลาที่วิหคเพลิงจะเปิดดวงตาที่3 ถึงส่งอาชาพยัคฆ์มาคุ้มครอง”
“แต่ก็ใช่ว่าอาชาพยัคฆ์จะหาตัววิหคเพลิงพบก่อนเรานี่ครับ” ปรเมศธุ์แย้ง
“ อาชาพยัคฆ์ ผู้นี้ มีบุพเพสันนิวาสกับวิหคเพลิง ดังนั้นอีกไม่นานเขาก็จะหาวิหคเพลิงเจอแน่นอน”
แม้ปรเมศธุ์จะไม่รู้ว่าอาชาพยัคฆ์จะหาวิหคเพลิงพบด้วยวิธีใด แต่เขามั่นใจว่าเขาจะเจอตัววิหคก่อนแน่นอน
..........................................................................................................................................................................
บุษบาได้พาทิพย์ มาพบท่านทวดผู้าุโสูงสุดแห่งหุบเขา5พี่น้อง ระหว่างทางที่มาพบท่านทวด ทิพย์เห็นทุกคนพากันออกมาดูเธอ สายตาทุกคู่ที่มองมา ล้วนเต็มไปด้วยความหวังจากตัวเธอ ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดเธอไม่สามารถนำโซ่ตรวนนี้ออกไปได้ จะเป็อย่างไร แค่เพียงคิดเธอก็รู้สึกหนักใจแล้ว เธอแอบถอนหายใจเบาๆ
“หุบเขาของพวกเธอทรัพย์สมบัติมากมายเหลือเกิน มองไปทางไหนมีแต่ทองคำเต็มไปหมด” ทิพย์กระซิบบอกบุษบา
“ที่ข้าเคยบอกเ้าว่าข้าเป็ลูกคนร่ำรวย ทีนี้เ้าเชื่อข้าแล้วละสิ ทรัพย์ของสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่ของเรา เป็สมบัติของดินแดนโลกธาตุทั้ง 3 พวกเราเป็เพียงคนเฝ้าดูแลรักษาเท่านั้น” ยังไม่ทันที่ทิพย์จะได้ถามต่อ บุษบาก็พาเธอมาถึงที่พำนักของท่านทวด
“ เ้าหรือที่เป็เ้าของโซ่ตรวนนี้” ท่านทวดถาม
“หนูก็ไม่ทราบค่ะท่านทวด” ทิพย์ตอบ
“แต่เ้ามองเห็นมันไม่ใช่หรือ”
“ใช่ค่ะท่านทวด” ทิพย์ตอบ ในใจก็ยังสงสัยไม่หาย ท่านทวดมองหน้าทิพย์แล้วยิ้ม แล้วพูดต่อ
“เ้าคงสงสัยหลายอย่างสิ เช่น พวกเราเป็ผีหรือเทวดา พวกเราไม่ใช่ผี แต่เผ่าพันธุ์ของเราอยู่เหนืุ์โลก แต่ไม่สูงเท่า์ เราจึงสามารถไปทั้งแดนมนุษย์และแดน์ได้ รวมทั้งดินแดนยมโลก แดน์เราจะสามารถไปถึงเพียงชั้นที่ 7 ส่วนแดนยมโลก เราจะไปถึงแค่เพียงชั้นที่ 5 เท่านั้น ส่วนชั้นที่สูงขึ้นกว่าที่กล่าวมา จะไปได้ก็ต่อเมื่อดินแดนนั้นๆจัดงานเฉลิมฉลอง” ทิพย์ได้พยักหน้า
“แล้วหนูจะช่วยเอาโซ่ตรวนนี้ออกได้อย่างไรคะ” ท่านทวดมองหน้าทิพย์แล้วพูดต่อ
“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เดิมทีมันเป็ของวิเศษที่ใช้ปิดประตูมิติ เมื่อมันถูกเปิด มันจึงตกหล่นมาที่นี่ คนที่จะพามันออกไปได้คือเ้าของเท่านั้น เ้าของโซ่ตรวนนี้จะเป็ผู้ปิดประตูมิติ ”
“เ้าของของโซ่ตรวนคือ วิหคเพลิง เหรอคะ?”บุษบารีบถามทันที ท่านทวดพยักหน้า แล้วมองมาที่ทิพย์
“แล้วเ้าคิดว่าเ้าคือวิหคเพลิงไหมละทิพย์” ท่านทวดถาม
“หนูก็ไม่ทราบค่ะ ท่านทวด”ทิพย์ตอบแบบไม่มั่นใจตนเองเหมือนกัน
“ถ้าเ้าคือวิหคเพลิงจริง ในไม่ช้าเ้าจะพบกับวิธีที่จะนำพาโซ่ตรวนนี้ออกไป เ้าจงกลับไปที่บ้านของเ้า ปู่ของเ้าอาจตอบคำถามได้ ส่วนเ้าบุษบา เ้าไปกับทิพย์คอยช่วยเหลือนาง ยามคับขัน จงเรียกใช้เ้าม้าสายลม เ้าม้าสายลมมันจะพาไปในที่ที่พวกเ้าต้องไป”พูดจบท่านทวดก็หันหลังให้ทั้งสองเพื่อภาวนาศีลต่อ ทั้งสองจึงไปแยกตัวจากมา
..........................................................................................................................................................................
“หยุดร้องไห้เถอะน้องพี่” เสียงเด็กชาย ผู้พี่ปลอบประโลมเด็กหญิงผู้เป็น้อง
“ท่านพี่ข้าคิดถึงท่านแม่ ท่านแม่ไม่อยู่กับเราแล้วจริงๆหรือเ้าคะ”เด็กหญิงร้องห่มร้องไห้ อิศรเทพ ผู้เป็พี่ชายได้กอดน้องปลอบใจ
ภาพสองเด็กน้อยนั้น ทำให้ผู้เป็พ่อที่ยืนมองดูอยู่ข้างหลังอดสงสารไม่ได้ หลังจากมหาเทวี มเหสีของมหาเทพ ได้สิ้นลมจากไป เทพธิดาน้อยสุพรรษา ผู้เป็บุตรีก็เอาแต่ร้องไห้ ทำให้มหาเทพอยากหาของขวัญปลอบประโลมใจนาง มหาเทพจึงได้ดลบันดาลดอกบัวหมื่นสีให้ถือกำเนิดเป็วิหคเพลิงขึ้นมา 2 ตน แล้วใส่ดวงจิตสุดท้ายของมหาเทวีไว้ที่หัวใจของวิหคเพลิง ดวงจิตของมหาเทวีที่เต็มไปด้วยความรักความเมตตา ทำให้วิหคเพลิงมีพลังสามารถฟื้นคืนชีพให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มหาเทพโปรดปรานวิหคเพลิง 2 ตนนี้มาก จึงประทานพรศักดิ์สิทธิ์ให้วิหคเพลิง 1 ข้อ สิ่งที่ปราถนานั้นก็จะเป็จริง
“ลูกหญิงของพ่อ ทำไมยังร้องไห้อยู่ละ”มหาเทพทักทายบุตรี
คำทักทายนั้นไม่อาจทำให้เด็กหญิงหยุดร้องไห้ได้ มหาเทพจึงเรียกวิหคเพลิงตนหนึ่งเข้ามา เมื่อเทพธิดาน้อยสุพรรษา มองเห็นวิหคเพลิง ก็ประหลาดใจ จึงเอ่ยทักท้วง
“นี่ไม่ใช่นกนี่เ้าคะท่านพ่อ” มหาเทพยิ้ม แล้วเดินไปจูงมือวิหคน้อยที่เป็เด็กหญิงอายุไล่เลี่ยกับเทพธิดาน้อยสุพรรษา แล้วมหาเทพก็ยื่นมือเพื่อเอามือของเทพธิดาน้อยมาจับกับมือของวิหคเพลิงน้อย แล้วเอ่ยต่อ
“สุพรรษา นี่คือคือวิหคเพลิงน้อยที่มีดวงจิตของท่านแม่อยู่ในหัวใจนาง ต่อไปนี้นางจะเป็น้องหญิงของเ้าและลูกสาวของพ่อด้วย พ่อสร้างนางมาเพื่อเ้า เทพธิดาน้อยมองดูหน้าตาของวิหคเพลิงแล้วยิ้มทั้งคราบน้ำตา
“นางช่างน่าตาน่ารักเหลือเกินท่านพ่อ จากนี้ไปเ้าคือน้องของข้านะเ้าวิหคเพลิง”เทพธิดาน้อยพูดกับวิหคเพลิงน้อยด้วยหน้าตาที่แช่มชื่น
“พี่หญิง ข้าจะอยู่ข้างๆท่านตลอดไปเ้าค่ะ” วิหคเพลิงน้อยเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“พี่ดีใจกับเ้าด้วยนะ น้องหญิง” อิศรเทพเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนกับน้องสาว
“อิศรเทพ วิหคเพลิงของเ้าก็มีนะ” มหาเทพได้หันหน้ามาบอกกับลูกชาย พูดจบมหาเทพก็เรียกให้วิหคเพลิงน้อยอีกตนมา อิศรเทพยิ้มกว้างด้วยความดีใจ พวกนางจะเป็น้องของพวกเ้า วิหคเพลิงของสุพรรณษา นางมีชื่อว่า กสุณา ส่วนของอิศรเทพ นางมีชื่อกสุณี ต่อไปนี้พวกเ้าจะมีกัน 4 พี่น้อง จงรักโคร่ปรองดองกัน คอยดูแลคุ้มครอง ปลอบประโลมใจซึ่งกันและกันนะลูกๆของพ่อ เมื่อวันที่พ่อดับขันธ์จะได้หมดห่วงต่อพวกเ้า " ลูกๆทั้ง 4 ได้พยักหน้ารับปาก แล้วทั้งหมดก็ได้พูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข
แล้วมหาเทพอิศรเทพก็ได้สะดุ้งตื่น
“ข้าฝันถึงตอนเยาว์วัยอีกแล้วเหรอ” มหาเทพนึกคิดในใจ แล้วได้ลุกขึ้นนั่ง
“ท่านพ่อโปรดอภัยให้ข้าด้วยที่ข้าด้วยที่ไม่อาจปกป้องคุ้มครองน้องหญิงสุพรรษากับน้องหญิงกสุณาได้” พูดจบมหาเทพก็ได้ก้มหน้าลงน้ำตาของเขาได้ไหลริน ร่างกายสั่นเทา แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยิน แต่ก็ไม่อาจปิดบังความเ็ปในหัวใจของเขาได้
..........................................................................................................................................................................
ปรเมศธุ์ได้กลับมายังจุดที่เกิดพลังของวิหคเพลิงอีกครั้ง เขาคิดว่าวิหคเพลิงอาจกลับมาตรงนี้อีกหน หรือไม่เขาก็ควรจะเริ่มค้นหาจากตรงนี้เป็จุดเริ่มต้น
ส่วนทิพย์กับบุษบาก็มาถึงจุดนี้เช่นกัน แต่ทิพย์สังเกตเห็นบุษบาทำท่าทางเศร้าๆจึงเอ่ยปากถาม
“เป็อะไรหรือบุษบา?”
“ข้ายังไม่ได้บอกน้องๆว่าข้าจะไม่อยู่อีกนาน”
“งั้นเธอก็กลับไปบอกพวกเขาก่อนสิ เธอรู้จักบ้านฉันไม่ใช่เหรอ? ค่อยตามไปทีหลังละกัน”
บุษบาโผเข้ากอดทิพย์ด้วยความดีใจ
“ข้าจะรีบไปรีบมานะ ขอบใจเ้ามาก” แล้วบุษบาก็แยกตัวไป
ทิพย์รู้สึกเหนื่อยกับเื่ราวที่ได้พบได้ฟังมา อยากผ่อนคลาย จึงไปที่สวนสาธารณะแถวนั้น เธอเดินไปที่ริมสระน้ำ หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆและถอนหายใจยาวๆ จนรู้สึกโล่ง เธอยืนอยู่ตรงนั้นสักพักจนคิดว่าควรกลับบ้านแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องถามปู่ พอเธอหันหลังกลับเธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจัง ด้วยแรงปะทะตัวเธอเสียหลักทำท่าจะหงายหลัง ก่อนที่เธอจะตกสระน้ำ ใครคนนั้นก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน
ทิพย์มองมือที่จับข้อมือของเธอไว้ มองไล่ระดับขึ้นไปตามลำแขน ไปหัวไหล่ ไปถึงลำคอ และสุดท้ายได้หยุดที่ใบหน้า ทันทีที่ทั้งสองสบสายตากัน ทิพย์เธอรู้สึกแปลกๆเธอเหมือนเคยเห็นสายตาคู่นี้มาก่อน เคยเห็นที่ไหนนะ มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน เธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก
ส่วนคนที่คว้าข้อมือทิพย์ไว้ เขาก็คือปรเมศธุ์ ทันทีที่สบตากับทิพย์ ปรเมศธุ์ถึงกับตกตะลึง เขาจำเธอได้ทันที เด็กหญิงที่อยู่ในความทรงจำของเขาตลอดมา แม้จะดูเปลี่ยนไปบ้าง แต่เขาจำเธอได้ขึ้นใจ ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็จังหวะ เขาใมากเผลอปล่อยมือเธอ ทันใดนั้นร่างของทิพย์ร่วงตกสระน้ำ ตู้ม!!! เสียงน้ำดัง น้ำได้กระเซ็นเป็วงกว้างเปียกทั่วบริเวณนั้น ปรเมศธุ์ใมาก เขารีบเข้าไปช่วยเธอ ยื่นมือให้เธอจับ แต่เขาใส่ถุงมือหนังสีดำ และมือของทิพย์เองก็เปียก พอจับถุงมือมันจึงลื่น แล้วหลุดติดมือทิพย์ไปด้วย ปรเมศธุ์พยายามคว้ามือเธออีกครั้ง ครั้งนี้เขาคว้าได้สำเร็จ แล้วช่วยเธอขึ้นมา พร้อมกล่าวคำขอโทษขอโพยเธอ บุคลิกเขาที่เนี๊ยบๆพออยู่ต่อหน้าเธอ เขากลับเก็บทรงไม่อยู่ ทิพย์มองเขารนราน เลยอดขำไม่ได้ เธอยิ้มนิดๆ
“ขอบคุณนะคะที่ช่วย”
“อ๋อๆ ไม่เป็ไรครับ” เขารู้สึกไม่ค่อยเป็ตัวของตัวเอง มือไม้ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหน เท้าสะเอวดีไหม หรือกอดอกดี เขาทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตากับเธอ รู้สึกประหม่ายังไงก็ไม่รู้
“อุ้ย!! เสื้อคุณเปื้อนหมดแล้ว ฉันขอโทษนะคะ ฉันทำให้คุณเลอะไปด้วย” ทิพย์รู้สึกผิด
“อ่อๆ ไม่ ไม่ ครับ เออไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมหมายถึงไม่เป็ไรครับ” เขายังรนรานอยู่
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” ปรเมศธ์ไม่ได้ตอบกลับ ตอนนี้เขาแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจของเขาที่เต้นตุ๊บๆเหมือนมีใคร กำลังรวมตัวกันตีกลองเป็ร้อยๆใบ
ทิพย์ได้เดินจากไป แต่ปรเมศธุ์ได้แอบสะกดรอยตามเธอไปห่างๆโดยที่เธอไม่รู้ตัว เขาตามไปจนถึงบ้านของเธอ เขามองดูจนเธอหายลับเข้าไปในบ้าน เขาเผยยิ้มอย่างมีความสุข นึกถึงตอนคว้ามือเธอไว้ ทำไม?เขารู้สึกดีจัง เขายกมือข้างที่คว้ามือเธอไว้ขึ้นดู แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักไป เขาไม่ได้ใส่ถุงมือ!!!! แล้วเธอคนนั้นก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากหัตถ์ยมทูตของเขา เขามองที่มืออย่างใปนด้วยความสงสัย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!.ทำไมเธอไม่เป็อะไร เธอคือใครกันแน่?”