ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 ตะลึงตาค้าง

            จี๋โม่หานไม่ได้ตอบ แต่ลงจากม้าเดินไปด้านหน้าสองก้าวทว่าการกระทำง่ายๆ เช่นนี้กลับทำให้ประชาชนที่มามุงดูรอบๆ แตกฮือขึ้นมาทันที 

            จากตอนแรกที่เงียบไปครู่หนึ่งก็พลันมีเสียงพูดกันเจี๊ยวจ๊าวทุกคนต่างมองขาของจี๋โม่หานด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาเบิกกว้าง ไม่สามารถดึงสติกลับมาได้

            สิ้นประโยคของเจียงจ้าว ปากยังไม่ทันจะได้ปิดดีก็ต้องตะลึงค้างจนอ้าปากน้อยๆตามการเคลื่อนไหวของจี๋โม่หาน ตอนที่จ้องขาของอีกฝ่ายดวงตาก็เบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

            “ฝ่าบาท ขา...ขาของท่าน....”

            ขาของจี๋โม่หานพิการไม่ใช่หรือ เขานั่งอยู่บนรถเข็นมาหลายสิบปีเหตุใดจู่ๆ ถึงยืนขึ้นมาได้

            จี๋โม่หานไม่ตอบ แต่พูดเสียงเรียบ“วันนี้ข้าเชิญใต้เท้าเจียงมาเพื่อแสดงหลักฐานบางอย่าง เพื่อป้องกันคนมาบอกว่าข้าหลอกลวง”

            เจียงจ้าวได้สติกลับมาก็กะพริบตาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของจี๋โม่หานเท่าไร

            ทางด้านองค์ชายห้าเองในที่สุดก็ดึงสติกลับมาได้ท่ามกลางเสียงพูดคุยของประชาชนเขายกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก คุมจิตใจให้มั่นคง จากนั้นก็มองไปทางจี๋โม่หานแต่วินาทีต่อมาก็ต้องชะงักไปอีกครั้ง

            สายตาขององค์ชายห้าจ้องไปยังขาของจี๋โม่หานนิ่งสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ คล้ายเห็นอะไรที่น่าหวาดกลัว “ท่าน....ขาของท่านพิการไม่ใช่หรือ?”

            จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเย็น ไม่ได้ตอบคำถามของเขา“องค์ชายห้า ถึงเวลาที่พวกเราจะคิดบัญชีกันแล้ว”

            องค์ชายห้าในตอนนี้ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกแล้วแววตาหวาดหวั่น ก่อนจะพูดเสียงแข็ง “ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเรื่องอะไร ทั้งยังพาคนมาล้อมจวนของข้าเช่นนี้ท่านควรจะอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อยสิ”

            “อธิบายหรือ” เสียงของจี๋โม่หานเย็นขึ้นมาทันที“องค์ชายห้าต้องสงสัยว่าวางแผนทำร้ายไทเฮาและโยนความผิดไปให้ซูหมิงเยว่บุตรสาวสกุลซู คำอธิบายนี้พอใจหรือไม่?”

            เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา ประชาชนที่อยู่รอบๆ ก็อยู่เฉยกันไม่ได้แล้วข่าวนี้น่าตกใจเสียยิ่งกว่าที่พวกเขาเห็นจี๋โม่หานยืนได้เสียอีก เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นมาทันที

            ดวงตาขององค์ชายห้าแดงก่ำ ขอบตาแดง เขารีบปฏิเสธทันที“ท่านพูดไร้สาระอะไร”

            เจียงจ้าวที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าตกตะลึง ข่าวที่ได้ยินกะทันหันทำให้เขาตกใจ

            งานวันเกิดไทเฮาเมื่อวานข่าวที่ซูหมิงเยว่ถูกใส่ร้ายว่าทำคุณไสยใส่ไทเฮากระจายไปในวงกว้าง ตอนนี้ทั้งเมืองต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ทุกคนยังคาดเดาไปต่างๆ นานา อีกทั้งตอนนี้ก็มีอีกเรื่องเข้ามาเพิ่ม

            จี๋โม่หานโบกมือให้หลิงชวนที่อยู่ด้านหลัง หลิงชวนก็รีบพานักพรตที่ถูกจับคนนั้นออกมานักพรตตัวสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะมององค์ชายห้า

            หลิงชวนยกนักพรตมาตรงหน้าทุกคนแล้วบังคับให้เขาเงยหน้า “ใต้เท้าเจียง ท่านคงคุ้นหน้าคนคนนี้ใช่หรือไม่?”

            เจียงจ้าวกลืนน้ำลายก่อนจะพยักหน้าเมื่อวานเขาเองก็อยู่ในงานเลี้ยงจึงคุ้นหน้าคนคนนี้ดี “เป็นนักพรตที่ติดตามองค์ชายห้าไปชี้ตัวซูหมิงเยว่เมื่อวานเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

            หลิงชวนไม่ได้ตอบ แต่ปล่อยมือที่จับนักพรตออกแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            “พูด” จี๋โม่หานเอ่ยเสียงเย็นมาหนึ่งคำ

            นักพรตตัวสั่น เขาเงยหน้าไปสบตากับองค์ชายห้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ร่างกายก็ขดเข้าหากันเล็กน้อย

            วินาทีที่องค์ชายห้าเห็นนักพรตคนนั้นในใจก็ว้าวุ่นขึ้นมาสายตามองนักพรตโดยแฝงคำเตือนเอาไว้ ได้แค่หวังว่าเขาจะไม่พูดจาเลอะเทอะออกมา

            นักพรตหายใจเข้าลึกๆก้มหน้าลงไม่มององค์ชายห้าอีก เขาร้องไห้แล้วพูด “องค์ชายห้าเป็นคนทำ องค์ชายห้าเป็นคนทำทั้งหมดขอรับ”

            ทุกคนส่งเสียงฮือฮา หัวใจขององค์ชายห้ากระตุกวูบตอนที่นักพรตพูดประโยคนี้ออกมาในใจก็กู่ร้องว่าแย่แล้ว

            หลังจากพูดออกมา นักพรตก็เหมือนกับหลุดพ้นอย่างไรอย่างนั้นเขาหลับตาแล้วพูดต่อ

            “ล้วนเป็นองค์ชายห้าใช้ให้ข้าทำข้าเองก็ไม่ใช่นักพรตอะไร แล้วก็ไม่รู้เรื่องไสยศาสตร์อะไรด้วยเป็นองค์ชายห้าที่ให้ข้าทำเช่นนี้ ตุ๊กตาตัวเล็กในวังของไทเฮาเหนียงเหนียงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณหนูซูเลยแม้แต่น้อยคุณหนูซูไม่รู้เรื่องอะไร เป็นองค์ชายห้าที่ให้ข้าไปใส่ร้ายคุณหนู เขาบอกว่าจะให้เงินก้อนโตกับข้าหากข้าทำเช่นนั้น”

            “เจ้าพูดไร้สาระอะไร” องค์ชายห้าตาแดงก่ำ “รู้ไหมว่าการใส่ร้ายเปิ่นหวังนั้นมีความผิดอะไรจะต้องเป็นองค์ชายสามขู่ให้เจ้าพูดเช่นนี้แน่ ขอแค่เจ้าบอกความจริงออกมาเปิ่นหวังจะไม่ไล่เอาความผิดกับเจ้า”

            จี๋โม่หานหัวเราะเสียงเย็น ไม่ได้พูดแทรกเรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว องค์ชายห้าก็ยังจะดิ้นรน

            “ที่ข้าพูดมาทั้งหมดนั้นเป็นความจริง” ไม่รู้ว่านักพรตคนนั้นไปเอาความกล้ามาจากไหนจู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นจ้ององค์ชายห้าตาดุ

            “ล้วนเป็นท่านที่ให้ข้าทำเช่นนี้ท่านบอกว่าหลังจากจบเรื่องนี้จะให้ข้าหนึ่งล้านตำลึง แต่ว่าท่านไม่ได้ทำจริงกลับกันยังส่งคนมาฆ่าปิดปากข้า หากไม่ใช่เพราะคนขององค์ชายสามมาช่วยได้ทันเวลาข้าก็คงจะตายไปแล้ว”

            รอบข้างเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังขึ้นอีกระลอก

            องค์ชายห้าโกรธจนตัวสั่นสายตาจ้องไปยังนักพรตคนนั้น นึกอยากจะถลกหนังของอีกฝ่ายออกมาทั้งเป็นเขาหอบหายใจหนัก หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างแรง ต่อมาก็หันไปมองจี๋โม่หานแล้วกล่าว

            “เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเจ้าที่บอกให้เขาพูดเช่นนั้นเจ้าไม่มีหลักฐานมายืนยันด้วยซ้ำ เจ้าคิดว่าแค่คำพูดของเขาจะโยนความผิดให้เปิ่นหวังได้หรือ”

            “หลักฐาน?อีกเดี๋ยวข้าตรวจสอบในจวนของเจ้ารอบหนึ่งก็มีแล้วไม่ใช่หรือ”

            “เหอะ” องค์ชายห้าหัวเราะเสียงเย็น “องค์ชายสามปกติแล้วข้าให้ความนับถือท่าน แต่ว่าอย่างไรท่านก็คือข้าราชบริพารท่านมีสิทธิ์อะไรมาตรวจค้นจวนของข้า”

            จี๋โม่หานไม่ได้พูดอะไรแต่หยิบป้ายเหมี่ยนเซ่อออกมา

            เขาเลิกคิ้วพูดเสียงเย็น “ข้าจะใช้สิทธิ์ของสิ่งนี้ตอนนั้นฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้ประทานป้ายเหมี่ยนเซ่อให้กับข้ามีป้ายนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนลงมือได้ก่อนแล้วค่อยไปรายงาน หรือก็คือข้าสามารถฆ่าเจ้าตายที่นี่ได้โดยที่ไม่มีใครทำอะไรข้าได้”

            จี๋โม่หานนำป้ายในมือไปถามเจียงจ้าว“ใต้เท้าเจียงจะตรวจดูว่าเป็นของจริงหรือไม่?”

            เจียงจ้าวชะงักไปก่อนส่ายหน้า ผ่านไปครู่หนึ่งถึงจะรู้ตัวว่าทำแบบนั้นไปจี๋โม่หานก็มองไม่เห็นเขาจึงรีบตอบ “ไม่ต้อง ไม่ต้องพ่ะย่ะค่ะ”

            ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้พระองค์ก่อนเคยประทานป้ายเหมี่ยนเซ่อให้กับองค์ชายสามหรือก็คือจี๋โม่หานคนในราชสำนักต่างก็ได้ยินว่าการมีอยู่ของป้ายเหมี่ยนเซ่อนี้สามารถลงมือทำได้ก่อนแล้วค่อยรายงาน

            “ถึงแม้จะไม่ต้องขออนุญาต แต่เรื่องในวันนี้ก็ขอใต้เท้าเจียงมาเป็นพยานเชื่อว่าคำพูดของนักพรตเมื่อครู่ใต้เท้าเจียงก็คงจะได้ยินทั้งหมดแล้วข้าจะใส่ร้ายหรือไม่นั้น แค่ตรวจสอบดูก็รู้แล้ว”

            “แน่นอนอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”เจียงจ้าวพยักหน้าจริงจัง ตอนนี้เขารู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้แล้ว ส่วนคำพูดยืนยันของนักพรตเมื่อครู่เขาเองก็ได้ยินชัดเจน

            ตอนนี้ถึงแม้จะยังไม่มีหลักฐานโดยตรงแต่เรื่องนี้ไม่เก้าก็สิบส่วนเกี่ยวข้องกับองค์ชายห้าแน่นอน

            ริมฝีปากบางของจี๋โม่หานยกขึ้นแล้วเอ่ยคำสั่ง“หลิงชวน ค้น”

            “พ่ะย่ะค่ะ” หลิงชวนโบกมือแล้วพาองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเข้าไปในจวนองค์ชายห้า

            องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังองค์ชายห้ารีบก้าวมาด้านหน้าทำท่าป้องกันเอาไว้ ทั้งสองฝ่ายจึงค้างอยู่ตรงนั้น

             

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199