ดวงตาของหนิงเหิงที่อ่านสุนทรพจน์จบนั้นดูสุขุมลุ่มลึกมาก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “คำบอกเปิดงานที่คุณเขียนนั้นเยี่ยมยอดมาก มันตรงกับใจผมเลยละ ระหว่างผมเดินทางมาที่นี่ก็คิดอยู่ว่าจะพูดอะไรบ้าง แต่ไม่ละเอียดเท่าที่คุณเขียน งั้นผมใช้สุนทรพจน์ฉบับนี้ของคุณก็แล้วกัน”
คังอิงได้รับคำชมจากท่านนายอำเภอหนิง แม้ว่าในเวลานี้จะมีผู้คนอยู่ไม่มากนัก มีเพียงกวนเสี่ยว ผู้อำนวยการเจิง และเลขานุการเสี่ยวหลิน แต่ทุกคนล้วนแต่ส่งสายตาอิจฉาไปยังคังอิง
กวนเสี่ยวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนแล้วบอกว่า “ตอนนี้เก้าโมงยี่สิบนาที พิธีเปิดใกล้จะเริ่มแล้ว เชิญทุกท่านไปยังสถานที่จัดพิธีเปิดกันเถอะค่ะ”
ดังนั้น หนิงเหิง คังอิงและคณะ จึงมุ่งหน้าไปยังประตูหน้าห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางวงล้อมของผู้คน
บริเวณประตูหน้าห้างสรรพสินค้า มีการตกแต่งซุ้มประตูด้วยดอกไม้หลากสีสัน บนบันไดปูด้วยพรมแดง บนเวทีที่อยู่บนสุดของบันไดมีไมโครโฟนตั้งอยู่ ส่วนด้านข้างมีพนักงานต้อนรับห้าคนยืนเรียงแถว ทุกคนถือถาดที่วาง ‘กรรไกรทองคำ’ และดอกไม้สดเอาไว้
เมื่อคังอิงและคณะเดินเข้ามา วงดุริยางค์ที่ได้รับการว่าจ้างก็บรรเลงเพลงแสนคึกคักขึ้น
ครั้นพวกเขาขึ้นไปยืนบนเวที เวลาก็ชี้ไปที่เก้าโมงครึ่งตรง คังอิงส่งสัญญาณให้วงดุริยางค์หยุดเล่นเพลง จากนั้นเธอก็เดินไปที่ไมโครโฟนแล้วบอกว่า
“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านและชาวบ้านอำเภอหลี่ว์ทุกคนที่มาร่วมงานพิธีเปิดห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ สำหรับพิธีเปิดในวันนี้ พวกเราได้รับเกียรติจากท่านนายอำเภอหนิงมาเข้าร่วมงาน ต่อไปขอเชิญท่านนายอำเภอหนิงขึ้นมากล่าวเปิดงานค่ะ”
ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีเปิดได้ยินคำว่า ‘ท่านนายอำเภอหนิง’ ต่างก็พูดคุยพากันส่งเสียงฮือฮา
เสียงสนทนาเหล่านั้นดังกระเพื่อมออกไปราวกับระลอกคลื่นในสระน้ำ
บางคนชี้นิ้วไปยังคนที่กำลังจะกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีอย่างตื่นเต้นพลางบอกว่า “ดูสิ นั่นท่านนายอำเภอหนิงนี่ ฉันเคยเห็นท่านทางทีวี ตัวจริงดูสูงกว่าในทีวีอีกนะ!”
“โห ท่านนายอำเภอหนิงก็มาร่วมงานพิธีเปิดห้างสรรพสินค้ามิตรภาพด้วย? ดูท่าสินค้าที่ขายในห้างสรรพสินค้ามิตรภาพต้องเป็นของแท้และมีคุณภาพแน่ๆ” บางคนพูดคุยกันแบบนี้
การปรากฏตัวของหนิงเหิงถือเป็นการโปรโมตห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้ดีที่สุด นี่คือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของแบรนด์ เป็นสิ่งที่ใครก็คาดไม่ถึง
หนิงเหิงถือสุนทรพจน์ที่คังอิงเขียนขึ้น แล้วกล่าวเปิดงาน เนื้อหาโดยรวมก็คือ
ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ พนักงานทุกคนได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ตอนนี้พวกเขากำลังจะปรากฏตัวต่อหน้าลูกค้าด้วยภาพลักษณ์ใหม่ เชื่อว่าห้างสรรพสินค้าจะต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ด้วยรูปแบบการขายสินค้าใหม่ที่เน้นแบรนด์ คุณภาพ และการบริการ
การปรากฏตัวของหนิงเหิงเปรียบได้กับสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาขึ้นมากล่าวเปิดงาน นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาสนับสนุนห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ
ทันใดนั้น ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มีแววตาเจ้าเล่ห์และท่าทางไม่น่าไว้วางใจปรากฏขึ้นในฝูงชน …
คนพวกนี้ปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่มาร่วมงาน พวกเขาไม่ใช่คนดี พวกเขาเห็นว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งนี้เปิดทำการ จึงคิดจะฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ด้วยการข่มขู่รีดไถ แต่พอเห็นท่านนายอำเภอหนิงปรากฏตัว พวกเขาก็รีบเผ่นแน่บราวกับปีศาจที่ได้เจอแสงสว่างอันบริสุทธิ์
ขณะที่คังอิงขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์ เธอกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ด้านล่าง ก็พบว่ามีชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาในฝูงชน เธอเพ่งมองอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เพราะคนที่เดินเข้ามานั้นคือสือเจียงหย่วน
ผมของสือเจียงหย่วนดูยุ่งเหยิง ท่าทางเหมือนเพิ่งจะเดินทางมาถึง แต่เขาก็ยังมาร่วมงานพิธีเปิดห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้ทันเวลา
เมื่อเห็นเขาแล้ว มุมปากของคังอิงก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าสือเจียงหย่วนใช้วิธีอะไรถึงได้เดินทางมาที่นี่ได้ทันเวลา แต่อย่างน้อยๆ ก็แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
คังอิงรู้สึกโล่งอก ก่อนจะรู้ตัวว่า แท้จริงแล้ว เธอรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่สองวันมานี้ สือเจียงหย่วนไม่ปรากฏตัวมาเลยแต่เขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเธอตรงตามเวลาในวันนี้ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก เธอเริ่มแนะนำห้างสรรพสินค้ามิตรภาพด้วยน้ำเสียงสดใส ทั้งสินค้าที่วางจำหน่ายในปัจจุบันและทิศทางในอนาคต
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เธอได้อธิบายถึงปรัชญาด้านการบริการ ซึ่งชาวบ้านรู้สึกแปลกใหม่มาก ทั้งการจัดส่งถึงบ้าน การคืนสินค้าโดยไม่มีเงื่อนไขภายในเจ็ดวัน การรับประกันสามปี การซ่อมแซมฟรีห้าปี การบริการมากมายแบบนี้ทำให้ผู้คนแทบไม่อยากเชื่อ
ปกติแล้วชาวบ้านต้องเก็บเงินเป็นเวลาหลายปีกว่าจะสามารถซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อไปจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ปรากฏให้เห็นมากมายในหนังสือพิมพ์ โดยพื้นฐานแล้ว ถึงแม้สินค้าจะมีปัญหา แต่พอพวกเขาออกจากประตูห้างสรรพสินค้า คนที่จะต้องรับผิดชอบก็คือชาวบ้าน ใครที่ไหนจะไปสู้กับพ่อค้ากันเล่า?
แต่คังอิงกลับเสนอบริการแบบใหม่ในอำเภอหลี่ว์ นั่นคือ การคืนสินค้าโดยไม่มีเงื่อนไขภายในเจ็ดวัน ชาวบ้านต่างพากันฮือฮากับสิ่งนี้มาก
หากไม่ชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อมาภายในเจ็ดวัน ก็สามารถคืนสินค้าได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น… ช่างเหลือเชื่อจริงๆ
คนที่วางแผนจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้า พอได้ยินว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศมีบริการแบบนี้ก็เริ่มลังเล เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศนั้นราคาถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้ามาก บางยี่ห้อถูกกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
“นโยบายนี้ดีมาก แต่ก่อนถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย ถ้าอยากซ่อมต้องเสียเงินเยอะมาก ถ้าเป็นไปตามที่ประธานคังบอกว่ามีบริการรับประกันสามปี แล้วจะต้องกังวลอะไรอีก? ฉันต้องรีบกลับไปบอกเมีย ถือโอกาสที่ห้างเพิ่งจะเปิด น่าจะมีส่วนลดด้วย รีบไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ลูกชายไว้แต่งงานก่อนดีกว่า” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพึมพำอยู่ในฝูงชน
“คืนสินค้าได้โดยไม่มีเงื่อนไขภายในเจ็ดวัน แบบนี้ต่อไปฉันก็สามารถซื้อของทุกอย่างมาใช้เจ็ดวันแล้วก็คืนได้งั้นสิ? แบบนี้ก็เท่ากับฉันได้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ตลอดเวลาเลยนะ” บางคนพูดติดตลก
“เลิกพูดไร้สาระเถอะน่า คืนสินค้าทุกวันแบบนี้ไม่เบื่อหรือไง? การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เพื่อเอาไปใช้ การคืนสินค้านั้นเป็นเพราะสินค้ามีปัญหา หรือเป็นเรื่องสุดวิสัย ถ้าคิดจะเอาเปรียบคนอื่นแบบนี้ ระวังจะโดนคนอื่นนินทาเอาได้นะ แบบนี้ใครจะกล้ายกลูกสาวให้นายแต่งงานด้วย?” คนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยตำหนิคนที่พูดติดตลกเมื่อครู่
ทันใดนั้น คนที่ถูกตำหนิก็พูดไม่ออก …
ผู้คนมากมายต่างถูกใจบริการหลังการขายที่คังอิงเสนอ ทำให้รู้สึกอยากจะจับจ่ายซื้อของ
ไม่ว่าพิธีเปิดจะยิ่งใหญ่แค่ไหน สำหรับชาวบ้านแล้ว มันก็เป็นแค่เรื่องสนุกๆ แต่ทุกๆ แนวคิดทางธุรกิจที่คังอิงกล่าวออกมา ล้วนแต่ตรงกับใจพวกเขา
การลดราคาสินค้า การให้ส่วนลด ล้วนแต่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดึงดูดผู้บริโภค บวกกับบริการหลังการขายที่คังอิงสัญญาเอาไว้ ทำให้ชาวบ้านต่างก็พร้อมที่จะควักเงินออกมา พวกเขารอไม่ไหวที่จะให้ห้างสรรพสินค้าเปิดทำการ เพื่อจะได้รีบวิ่งเข้าไปซื้อของ
ในเวลานี้มีคนมากมายมาร่วมงาน ราวกับว่าทุกคนต่างก็อยากจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่รู้ว่าสินค้าที่นี่จะมีพอขายหรือเปล่า ถ้าหากแย่งชิงซื้อไม่ทัน แล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกขายหมดเกลี้ยง แบบนี้พวกเขาก็จะไม่ได้รับส่วนลดสินะ?
ด้วยความคิดเช่นนี้ หลังจากห้างสรรพสินค้าเปิดทำการ คนที่ตั้งใจจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้า เพื่อที่จะได้หาทำเลดีๆ
พิธีเปิดดำเนินมาถึงช่วงสำคัญ คังอิงและท่านนายอำเภอหนิงร่วมกันตัดริบบิ้นเพื่อเปิดห้างสรรพสินค้า
หลังจากใช้กรรไกร ‘ทอง’ ตัดริบบิ้นสีแดงที่โยงระหว่างแท่นดอกไฮเดรนเยียหน้าประตูห้างฯ เสร็จแล้ว พิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ก็จบลง คังอิงหยิบกุญแจขึ้นมา จากนั้นก็เปิดประตูห้างสรรพสินค้า…