ภายในถ้ำหลังน้ำตก ต้าจิว ที่กำลังเดินนำทางให้กับหยางเฟย ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดหมาย
ท่านต้าจิว ทำไม่ถึงหยุดหละ!!
เรียนนายน้อยเรามาถึงจุดหมายแล้ว ต้าจิวขยับตัวออกเพื่อให้หยางเฟยได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
หีบอะไรหนะ ทำกลิ่นอายที่ออกมาจากหีบถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยกัน ท่านต้าจิวในหีบนี้มีอะไรอยู่รึแล้วท่านรู้วิธีเปิดมันรึไม่ ดูจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาแล้วไม่น่าจะเปิดออกได้ง่ายๆ
เรียนนายน้อย ในหีบนี้ทีอะไรอยู่ข้าก็ไม่ทราบแต่วิธีเปิดข้าพอจะรู้อยู่บ้าง เพียงแค่นายน้อยส่งลมปราณไปยัง ถ้านายน้อยเป็ผู้ถูกเลือกและเป็ทายาทของท่านผู้นั้น หีบมันจะเปิดออกอย่างง่ายดาย
ข้าเข้าใจแล้วขอยคุณมาก 'ไม่เป็ไรนายน้อย' หยางเฟยไม่รอช้านำมือวางบนหีบและส่งลมปราณเข้า ไม่นานเกิดปฎิกิริยา มีอักระคำว่า ั ลอยขึ้นกลางอากาศเวลาผ่านไป1เค่อจึงเส็จสิ้นกระบวนการ หีบค่อยๆเปิดออก แรงกดดันมหาศาลพุ่งตรงมาทางหยางเฟย พร้อมเืออกมาจากมุมปาก
เกือบไปแล้ว ถ้าข้าโคจรลมปราณช้ากว่านี้ไปเพียงเสี้ยววิข้าอาจตายได้ ข้าอยากจะรู้นักอะไรที่ส่งแรงกดดันได้ขนาด
หยางเฟยที่เช็ดคราบเืจากมุมปากออก คราวนี้หยางเฟยไม่ประมาทโคจรลมปราณคุมทั่วร่างกายค่อยๆสืบเท้าเพื่อเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ในหีบ
นี่มัน.....!! ดาบสี่ปรภพ เเหวนอักระมิติห้วงเวลา หรือว่ามิตินี้คือพลังของแหวนวงนี้ไม่ผิดแน่ คงไม่มีมิติใดที่ไม่แหล่งพลังงานข้าคิดไว้แล้วเชียวว่าทำไมมิติแห่งนี้ถึงมีขนาดใหญ่กว่าปกติหลายเท่่านัก ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะมาพบ แหวนอักขระห้วงมิติและดาบสี่ปรภพในที่แห่งนี้ ข้านึกว่ามันจะมีอยู่แค่ในตำนานซะอีก หยางเฟยที่กำลังนึกถึงบันทึกเล่มนึง ในบันทึกกล่าวว่า มีบุรุษผู้หนึ่ง ที่สามารถเดินทางไปทั้ง4ปรภพได้ด้วยตัวคนเดิน บุรุษผู้นั้น สามารถเรียกัออกมาได้ นับร้อยตัวโดยไม่มีที่มาที่ไปจู่ัก็โผล่ออกมา พร้อมกับดาบขนาดใหญ่การแกว่งดาบเพียงครั้งเดียวสามารถแยกแผ่นฟ้าแยกแผ่นดินออกจากกันได้ ผู้คนต่างขนานนามใฟ้เขาว่า ผู้ปกครองสี่ปรภพ ซึ่งในบันทึกยังกล่าวอีกว่า ที่จู่ๆเขาสามารถเรียกัออกมาได้นับร้อยตัว เพราะมีแหวนวิเศษ แหวนอักระมิติห้วงเวลา ส่วนดาบที่สมารถแยกแผ่นฟ้าแยกแผ่นก็คือดาบสี่ปรภพ
ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่มันมีอยู่เพียงในตำนานอย่างนั้นรึหยางเฟยที่กำลังตกตะลึงกับของวิเศษทั้ง2 จู่ๆสายตาของหยางเฟยก็มองไปที่หีบอีกครั้ง สายตาของเขามองเห็นสมุดบันทึกเล่นเก่าๆเล่มหนึ่ง หยางเฟยหยิบขึ้นมาพร้อมกับทำความสะอาด ตรงกลางสมุดบึกมีคำว่า "บันทึกความทรงจำ หยางจี้หาน"