
ปรีดิ์รติเดินตามพี่ชายไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องส่วนตัวด้านหนึ่งเมื่ออยู่กันตามลำพังสองพี่น้อง อารมณ์ระอุในอกก็ทุเลาลงไปมากแต่อาการค้อนลมค้อนแล้งก็ไม่ได้น้อยลงเพราะนึกเคืองที่ตัวเองถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่นเมื่อครู่ที่ผ่านมา ยิ่งหล่อนกับพี่ชายคนรองมีอายุไล่เลี่ยกันห่างเพียงแค่สองปี หล่อนก็ยิ่งไม่เกรงใจและชอบยียวนด้วยเสมอ ยกเว้นก็แต่พี่ชายคนโตอย่างปริญญาเอกหรือปลาใหญ่ ฉายาที่ใครๆต่างตั้งให้ด้วยความยำเกรงอันมาจากบุคลิกที่เขาชอบวางตัวนิ่งขรึมเหมือนคนอายุห้าสิบทั้งที่ตัวจริงก็ยังเป็หนุ่มใหญ่วัยสามสิบเท่านั้น...อาจเป็ที่อายุห่างกันร่วมแปดปีนี้ด้วยกระมังที่ทำให้หล่อนไม่ค่อยสนิทกับพี่ชายคนโตเสียเท่าไหร่
ส่วนพ่อกับแม่นั้นไม่ต้องนึกถึงหล่อนอาศัยความเป็ลูกสาวคนเดียว เป็ลูกคนเล็ก เป็น้องคนสุดท้องจึงเอาแต่ใจแบบออกฤทธิ์ออกเดชมาั้แ่เริ่มเข้าเรียนประถมศึกษาแล้วด้วยซ้ำจนตอนนี้ทั้งคู่ต่างส่ายหน้าอย่างระอาใจที่การตามใจมาั้แ่เด็กจะส่งผลในตอนโตให้หล่อนเอาแต่ใจ วางมาดคุณหนูพูดจาฉะฉานก็จริง แต่ชอบ ‘ข่ม’ คนที่ด้อยกว่า โดยเฉพาะเื่ฐานะหล่อนจะเมินเฉยกับเพื่อนฝูงที่อยู่กันคนละสังคม
แม้พี่ชายคนรองจะเคยเตือนอยู่หลายครั้งทำนองว่า‘ปูจ๋าลองดูสิว่าตอนนี้มีเพื่อนที่คบอยู่กี่คน...ใครๆเขาก็ส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจตัวเองของเราที่ผึ้งกับพริ้มเขาทนคบอยู่กับเรา พี่ยังไม่แน่ใจเลยนะว่าคิดถูกหรือผิด’
‘ปูจ๋าไม่เห็นจะสนใจใครไม่อยากคบหาก็ช่างเขาปะไร จริงๆแล้วปูจ๋าต่างหากที่เป็คนเลือกคบ...ใครไม่ดีพอที่จะเป็เพื่อนปูจ๋าก็ไม่สน...อย่างยายพริ้ม ถ้าลองไม่ยอมตามใจ ทำตัวอวดเบ่งปูจ๋าก็ไม่คบหรอก...ส่วนยายผึ้ง ปูจ๋าเห็นว่าเป็คนไม่มีปากไม่มีเสียงพูดอะไรก็เชื่อฟัง...’
หล่อนก็เป็เสียอย่างนี้เพื่อนที่สนิทสนมไปไหนมาไหนด้วยจึงมีเพียงแค่สองคน...รายแรกอย่างพริ้มหรือพริมาหล่อนเป็ลูกสาวร้านขายทองอยู่แถวเยาวราช ฐานะทางบ้านถือว่าร่ำรวยมั่งคั่งปรีดิ์รติจึงให้ผ่าน เพราะอย่างน้อยเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันราศีความขาวผ่องอย่างลูกคนจีนก็ช่วยขับให้พริมาดูเป็สาวสังคมได้ไม่ยากจากการแต่งเนื้อแต่งตัว
แต่สำหรับผึ้งหรือจัญจรีนั้น...ความสวยเป็รองทุกคนแถมคุณสมบัติทางด้านฐานะก็ไม่ได้เกณฑ์ที่ปรีดิ์รติตั้งไว้สักนิดเพราะจัญจรีเป็เพียงลูกสาวของแม่บ้านจิตรีซึ่งทำงานดูแลบ้านช่องที่หล่อนอยู่เท่านั้นแต่ที่หล่อนยอมให้จัญจรีติดสอยห้อยตามไปไหนด้วยกันเหตุผลมีเพียงแค่ฝ่ายนั้นเรียกง่ายใช้คล่อง หล่อนจึงคิดว่าคบหาเอาไว้เสมือนเป็ ‘ลูกไล่’ก็เท่านั้น
เื่เพื่อนฝูงนั่นก็อย่างหนึ่งที่ทำให้คนในบ้านอ่อนอกอ่อนใจไม่ต่างอะไรกับเื่ของผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตหญิงสาวแรกเริ่มทุกคนที่ต้องตาต้องใจหล่อน หวังจะมาขายขนมจีบก็เพราะเล็งเห็นความสวยงามในตัว ไม่ว่าจะเป็หน้าตา รูปร่างผิวพรรณยิ่งผู้ชายทั้งหลายรู้ว่าหล่อนเป็ลูกสาวของตระกูลวลัยลักษณ์อันเลื่องชื่อติดอันดับต้นๆคนมีเงินแห่งประเทศพวกเขาเ่าั้ก็ยิ่งวาดหวังว่าอาจจะตกถังข้าวสาร แต่ไม่ทันไร ทุกคนก็ถอยฉากหนีไปตั้งตัวแทบไม่ทัน เมื่อความคิดของปรีดิ์รติมีที่ตั้งอยู่ในหัวสมองว่า
หล่อนถูกเสมอ!
ดังนั้นปรีดิ์รติจึงวางตัวเป็คุณหนูเงินล้านเชิดใส่ผู้ชายทุกรายที่ด้อยกว่าไม่ว่าจะเื่หน้าตา ฐานะหรืออะไรก็ตามที่หล่อนคิดว่าเทียบเคียงตัวเองไม่ได้ ถ้ามีเส้นแบ่งกลางเป็แนวนอนหล่อนก็จะต้องอยู่เหนือเส้นข้างบนเป็แน่แท้แล้วผู้ชายพวกนั้นก็คงอยู่เสมอเส้นหรือไม่ก็ต่ำกว่าไปโดยปริยายหรือถ้าใครคิดจะใช้ไม้ตายรุ่นบรรพบุรุษที่ว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ผู้ชายพวกนั้น ก็จะต้องยกให้หล่อนเป็ที่หนึ่งอย่ามาห้ามนู่นห้ามนี่ในสิ่งที่หล่อนไม่้าเด็ดขาด
โดยเฉพาะ ห้ามเถียง!
แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายที่ไหนทนจีบหล่อนไหว...ปริญญาโทจึงได้รับมอบหมายภารกิจชิ้นใหญ่ในการกำราบฤทธิ์เดชของหล่อน!
การจัดงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ก็เช่นกันมันเริ่มต้นด้วยการที่ปรีดิ์รติ้าเอาชนะคะคานในคำสบประมาทของใครต่อใครว่าไม่มีทางไปถึงฝั่งฝันเพราะทุกคนมองว่าความเ้าอารมณ์ของหล่อนจะเป็ตัวการทำให้งานนั้นพังด้วยน้ำมือตัวเอง
แต่คนอย่างปรีดิ์รติเมื่อดื้อดึงแต่แรกก็ต้องดึงดันไปให้สุดทาง...ในเมื่อทุกคนมองว่าหล่อนไม่มีวันจะนำพาธุรกิจแฟชั่นชุดชั้นในไปได้ตลอดรอดฝั่งจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะแต่หล่อนก็จะไม่มีวันล้มคว่ำคะมำหงายไม่เป็ท่าเสียั้แ่ยังไม่เริ่ม
หล่อนลงทุนลงแรงไม่น้อยในการริเริ่มแฟชั่นชุดชั้นในแนวเซ็กซี่อย่างที่ชอบหลังกลับมาจากเมืองนอก ทั้งที่เดิมทีพ่อกับแม่ซึ่งมีธุรกิจของครอบครัวตั้งหลายอย่างทั้งโรงแรมทั้งโรงงานทอผ้าอยากให้หล่อนมาช่วยสานงานต่อทางด้านใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องภายในครอบครัวแต่คนอย่างหล่อน เมื่อยึดเอาความคิดของตัวเองเป็ที่ตั้ง ในเมื่อพ่ออยากให้ไปซ้ายแม่อยากให้ไปขวา หล่อนก็เลยแหกโค้งไม่ไปทั้งสองทางแต่จะไปในทางที่เลือกเองเท่านั้น
การเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองจึงมีแนวทางมาจากการศึกษาเมื่อครั้งเรียนปริญญาตรีทางด้านไฟน์อาร์ตจากมหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แห่งอเมริกาหล่อนมีไฟทางด้านศิลปะทุกแขนง ถึงกับวางแผนว่าจะเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศไทยเกี่ยวกับสายอาชีพที่จะมุ่งไปแขนงเดียวกับตอนเรียนเมืองนอกด้วยซ้ำดีแต่ว่าความคิดจะเรียนต่อนั้นถูกพับโครงการเอาไว้ชั่วคราวแล้วคำพูดของของพี่ชายคนรองนี่ล่ะ ที่จุดประกายฝันทำให้หล่อนอยากจับงานชุดชั้นใน
‘เรียนจบทางด้านไฟน์อาร์ตมาพี่ถามจริงๆเถอะว่าปูจ๋าคิดจะทำงานอะไร ถ้าไม่สานต่อธุรกิจของครอบครัวเราจะไปเป็ช่างภาพเที่ยวเดินทางไปรอบโลกรับจ้างถ่ายรูปหรือว่าจะเปิดสตูดิโอถ่ายภาพรับงานถ่ายแฟชั่น หรือว่าจะ...’
‘พอเลยนะ...ไม่ต้องแนะนำอะไรทั้งนั้นปูจ๋าอยากทำอะไร เดี๋ยวมันก็นึกออกเองนั่นล่ะแต่ว่าเปิดสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ มันก็เข้าท่าดีนะ...เอหรือว่า...’ หล่อนทำท่านึกแบบยียวนไปอย่างนั้นเองแต่แล้วพี่ชายก็พูดขัดคอขึ้น
‘ถ่ายไปถ่ายมาเดี๋ยวก็ต้องรับงานถ่ายภาพนู้ดด้วยล่ะไม่ว่าถึงตอนนั้นพ่อกับแม่ได้อกแตกตายกันพอดี’
‘ทำเป็พูด...ป๋าเป็ดไม่ชอบหรือยังไงถ้าเกิดว่าจะมีแฟชั่นวับๆแวมๆมาให้ดูใกล้ๆขี้คร้านตอนนั้นป๋าเป็ดจะไปนั่งน้ำลายหกใกล้นางแบบล่ะสิไม่ว่า’
ชายหนุ่มผู้พี่ส่ายหน้าอย่างจนคำพูดเพราะไม่ว่าจะให้คำแนะนำ หรือเสนอความคิดอะไรไปน้องสาวตัวดีก็ชอบต่อความอย่างไม่ยอมแพ้ เขาจึงแกล้งประชดขึ้นมาว่า ‘ถ้าอยากจะรับงานถ่ายชุดวาบหวิว ก็ไม่ลองทำพวกชุดชั้นในตัวกะจิ๋วหลิวดูล่ะ’
เขาหัวเราะอย่างนึกสนุกแต่คำพูดนั้นกลับทำให้ปรีดิ์รติผุดความคิดอันน่าตื่นเต้นขึ้นมาเขย่าตัวพี่ชายอย่างแรงด้วยความดีใจ ‘ขอบคุณป๋าเป็ดมากๆเลยนะปูจ๋ารู้แล้วว่าตัวเองจะทำธุรกิจอะไร’
‘ทำอะไร’ คนถามขมวดคิ้วมุ่น
‘ก็จะทำชุดชั้นในอย่างที่ป๋าเป็ดแนะนำไงแต่จะทำแบบเซ็กซี่ ยั่วยวน แล้วก็สามารถใส่ออกไปไหนมาไหนนอกบ้านได้’
‘ชุดชั้นในที่ใส่ออกไปนอกบ้านได้!’ผู้เป็พี่ย้ำเสียงหลง
...................................................