เอี๊ยดดด!
รถเก๋งบุโรทั่งสีเทาคันหนึ่งหักหลบหลุมขนาดใหญ่กลางถนน
ถนนเส้นนี้นอกจากจะขรุขระราวกับหลุมบนดวงจันทร์แล้ว ไฟข้างทางก็ยังติดๆดับๆอีกด้วย
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่มันจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยๆ
ยังดีที่่เวลานี้มีรถสวนไม่มากนัก ไม่เช่นนั้นรถเก่าๆคันนี้ก็อาจไปได้ไม่ถึงจุดหมายปลายทาง
กึ่ก
หลังจากแล่นมาบนเส้นทางอันตรายได้ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง เ้ารถบุโรก็ได้เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งซึ่งใหญ่ที่สุดในเขตกรีนไฮ
ถือเป็โชคดีของโจนาธานที่บริเวณนี้เป็แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทำให้มันค่อนข้างเจริญ
มีทั้งห้างขนาดใหญ่ โรงแรม ภัตราคารหรู ธนาคาร โรงพยาบาล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครันเพื่อคอยบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาวนรถหามากนัก
ทันทีที่จอดรถเสร็จตำรวจหนุ่มก็รีบวิ่งเข้าห้างสรรพสินค้าไปด้วยความเร่งรีบ กระทั่งประตูรถก็ลืมปิด ยังดีอยู่บ้างที่ไม่คากุญแจไว้
'อึก.....แพงบรรลัย'
โจนาธานกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอพร้อมกับหยิบธนบัตรใบสุดท้ายออกมาจากกระเป๋าสตางค์ลีบๆ
ตำรวจที่ไม่กินสินบาทคาดสินบนอย่างเขามีรายได้ไม่มากนัก แถมบางเดือนก็โดนเ้านายกลั่นแกล้งค้างจ่ายอีกต่างหาก ทำให้สถานการณ์ทางการเงินไม่สู้ดีสักเท่าไร
รายได้หลักของบ้านฟรีแมนมาจากเซซาเรียที่เป็แพทย์อายุรกรรมฝีมือดีเสียเป็ส่วนมาก จึงทำให้พอประคับประคองกันไปต่อได้
สิบนาทีต่อมา
"ของครบเรียบร้อย หวังว่าทางเ้าหนูคงไม่มีปัญหานะ"
ตำรวขหนุ่มพึมพำเบาๆก่อนจะสตาร์ทรถมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
--------------------------------
ย้อนกลับมาที่เฟรีส
ขณะนี้เด็กน้อยกำลังนอนอยู่บนเปลฉุกเฉินในรถพยาบาล
เนื่องจากั้แ่เกิดอุบัติเหตุโง่ๆย้อนเวลากลับมานั้นมีแต่เื่วุ่นๆกวนใจตลอด ทั้งเป็ห่วงเซซาเรีย ทั้งต้องคิดหาวิธีขึ้นจากหุบเหว
ทำให้เขาเพิ่งจะมีโอกาสได้คิดทบทวนถึงเื่ต่างๆอย่างละเอียดเป็ครั้งแรก
ทำไมถึงย้อนเวลากลับมาได้? แล้วสูทมันหายไปไหน?
'อืม...ดูเหมือนอุบัติเหตุนั่นจะทำให้การจ่ายพลังงานไปที่ผลึกไม่เถียรและเกิดเป็รังสีชนิดใหม่ขึ้น
จากนั้นรังสีบัดซบนั่นคงทำปฏิกิริยาบางอย่างสักอย่างกับนาโนสูทที่มีแร่เอเทเรียมเป็ส่วนผสมหลัก ทำให้มันกลายเป็กองขี้แทนเรา'
พอนึกถึงตรงนี้เฟรีสก็อดขนลุกซู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเ้าสูทราคาแพงนั่นมารับเคราะห์แทน ตอนนี้ก็คงจะได้ไปเกิดใหม่แล้ว
'เ้ารังสีชนิดใหม่นี่คงเป็สาเหตุให้เราหลุดจากไฮเปอร์สเปซและย้อนเวลากลับมา น่าสนใจมาก แต่คงต้องวางไว้ก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีเครื่องมือวิจัย'
เด็กน้อยขบคิดพลางชำเลืองออกไปนอกหน้าต่างรถเพื่อผ่อนคลายสายตาเล็กน้อย
แต่พอมองเห็นต้นไม้เขียวๆข้างทางก็ทำให้เขาเกิดนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
'ดูจากภูมิประเทศแล้ว เราคงอยู่ในประเทศอะไรสักอย่างบนดาวเอิร์ทเทร่า
อืม....น่าจะเป็่ก่อนเกิดาครั้งสุดท้าย ไม่งั้นต้นไม้เขียวๆนี่คงไม่มีให้เห็นหรอก'
'เดี๋ยวนะ!! าครั้งสุดท้ายหรอ ให้ตายสิ!!’
เฟรีสคิดวิเคราะห์ไปเรื่อยๆจนมาสะดุดที่คำว่าาครั้งสุดท้าย
"คุณน้าครับ วันนี้วันที่เท่าไรและที่นี่คือที่ไหน" เด็กน้อยเอ่ยถามบุรุษที่พยาบาลที่อยู่ข้างๆ
"อืม อย่าสนใจเลยเ้าหนู นอนพักเถอะ" บุรุษพยาบาลตอบกลับอย่างส่งๆและก้มลงเล่นสมาร์ทโฟนต่อ
วันนี้เขาเหนื่อยเต็มทีแล้ว ไม่มีอารมณ์มาคุยกับเด็กน้อยขี้มูกโป่งหรอกนะ
โชคดีที่เฟรีสเหลือบเห็นบัตรประจำตัวที่กลัดไว้ตรงอกเสื้อของเ้าหน้าที่ี้เีเข้าพอดี
เมื่อรวมกับวันเวลาในสมาร์ทโฟนที่ได้แอบมองแล้ว มันก็ได้บอกทุกอย่างที่้ารู้จนหมดสิ้น เขาจึงไม่ได้รบเร้าถามต่อ
'ถ้าบวกลบวันเกิดของไอ้ลุงนี่กับวันที่เกิดาก็...' เด็กน้อยหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกับคิดคำนวณในใจไปด้วย
“เฮ้ย แย่แล้ว!!!”
เฟรีสอุทานออกมาดังลั่น จนทุกคนบนรถถึงกับสะดุ้งโหยง
“อะไรแย่เ้าหนู เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” บุรุษพยาบาลรีบถาม
“เอ่อ....ไม่เป็ไรครับ พอดีนึกถึงตอนตกหน้าผาเมื่อเช้า” เฟรีสโกหก
“โถ หนูน้อย พยายามหลับสักหน่อยเถอะ ตื่นมาก็จะดีขึ้นเอง” บุรุษพยาบาลพูดด้วยความสงสาร เขาคิดว่าไอ้หนูตรงหน้าเริ่มจะสติแตกแล้ว
“ครับ” เฟรีสรับคำสั้นๆและหลับตาลงแกล้งหลับ แต่ว่าสมองยังคงหมุนติ้วๆและเต็มไปด้วยความเครียด
‘ประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุเวลาที่พวกเพลกจู่โจมดาวไว้แน่นอนซะด้วย ข้อมูลจากหลายๆแหล่งก็แทบไม่ตรงกันเลย ถึงอย่างนั้นทุกที่ก็ต่างกันไม่มากเท่าไร คาดคะเนคร่าวๆก็น่าจะมีเวลาเตรียมรับมือประมาณ 11-15 ปี'
เมื่อนึกถึงเวลาที่น้อยนิดกับเทคโนโลยีอันแสนล้าหลังของดาวเอิร์ทเทร่าแห่งนี้แล้ว คิ้วน้อยๆก็ขมวดจนยู่ยี่ไปหมด
'ให้ตายเถอะ ดันหลุดมาใน่เวลาบัดซบนี่เสียได้ ก่อนอื่นจะต้องหาที่ลงหลักปักฐานก่อน อวกาศตัดทิ้งไปได้เลย เพราะยังไปไม่ได้ ใต้ทะเล....อืม ก็เหมือนกัน คงต้องอยู่ใต้สะพานลอยไปก่อนละมั้งเนี่ย ห้าว....ง่วงชะมัด...งึมๆ'
ยังคิดไม่ทันจบเด็กน้อยก็ผลอยหลับไปเสียก่อน
ในวันนี้เฟรีสเสียเืไปเยอะและก็ยังไม่ได้กินอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลยตลอดทั้งวัน ร่างน้อยๆจึงเกิดอาการอ่อนเพลียขึ้นมา
จากที่แกล้งหลับก็เลยกลายเป็หลับจริงๆไปเสียแล้ว
ถึงแม้นาโนบอทจะสามารถทำหน้าที่ทดแทนเม็ดเืแดงได้ก็จริง แต่สถานการณ์ที่เฟรีสเผชิญอยู่ก็คือการขาดแคลนเ้าตัวจิ๋วพวกนี้ต่างหาก
เมื่อเช้าเขาป้อนเืมีพวกบอทปนอยู่ด้วยให้เซซาเรียไปเยอะ จนในร่างกายเหลือพวกมันแค่ประมาณหนึ่งเท่านั้น
อนึ่ง การรับประทานอาหารเข้าไปจะทำได้แค่ชาร์จพลังงานให้แก่เ้าพวกตัวจิ๋ว แต่จะไม่สามารถทำให้มันเพิ่มจำนวนได้
การเพิ่มจำนวน จำเป็ต้องใช้สสารเหลวพิเศษฉีดหรือกินเข้าไปในร่างกาย จากนั้นนาโนบอทก็จะเริ่มสร้างพรรคพวกตัวเองเพิ่มโดยอัตโนมัติ
ซึ่งสสารที่ว่านั้นก็ไม่มีบนดาวดวงนี้เสียด้วย
25 นาทีต่อมา
ในที่สุดรถก็มาถึงโรงพยาบาลกรีนไฮ
“ค่อยๆนำเด็กลง แล้วเข็นไปห้องฉุกเฉินทันที”
เสียงบุรุษพยาบาลคนหนึ่งปลุกเฟรีสขึ้นจากการงีบหลับ
'ไม่ได้การล่ะ! ต้องรีบหาทางออกไป’ เฟรีสคิดทั้งๆที่ยังคงแกล้งหลับอยู่
'ถ้าวิ่งออกไปเลย ก็จะต้องถูกตามแน่ๆ เฮ้อ! ง่วงจนหัวตื้อไปหมดแล้ว คิดไม่ออกเลย'
เตียงได้ถูกเข็นมาเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องผ่าตัดแผนกฉุกเฉิน แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังคิดหาวิธีหนีออกไปไม่ได้
ทว่า ทันใดนั้น เสียงพูดคุยของบุรุษพยาบาลชุดขาวสองคนก็ลอยมาเข้าหูพอดี
“เฮ้อ น่าเบื่อเรือหายเลยว่ะ วันนี้ต้องเข้าเวรด้วย อิจฉาเอ็งชะมัด” บุรุษพยาบาลร่างผอมบ่นกับเพื่อนตัวอ้วน
“เมิงไม่ต้องบ่นเลย วันนี้ข้าเองก็เช็ดอ๊วกคนไข้ไปหลายกองแล้ว เหม็นโคตร สงสัยแดรกขรี้มามั้ง แต่ยังไงก็ออกเวรแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ค่ำนี้ ROB มีกิจกรรมพิเศษด้วย เดี๋ยวจะเล่นเผื่อละกัน เข้าเวรดีๆล่ะ กั่กๆๆ”
เ้าอ้วนพูดจบก็หัวเราะยียวนกวนประสาท ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกระคายเคืองส้นเท้าไม่น้อย
“ตูขอแช่งให้บ้านเอ็งไฟดับ” บุรุษพยาบาลที่ต้องเข้าเวรเข้ากรรมสาปแช่งเพื่อนตัวอ้วนด้วยความหงุดหงิด
“ไปล่ะนะเพื่อน มองในแง่ดีไว้สิ อย่างน้อยเ้าหนูนั่นก็หลับอยู่ เอ็งเลยไม่ต้องมาคอยเช็ดอ๊วกเหมือนข้า กั่กกั่กกั่ก บายล่ะ” หลังจากเ้าอ้วนกวนโมโหตบท้ายเสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันทีก่อนที่จะโดนเพื่อนรักถีบ
“หึ ไอ้อ้วนเอ๊ยเอ็งมันจะไปรู้อะไร เดี๋ยวนี้เกมส์นั่นพอร์ตลงสมาร์ทโฟนแล้ว” บุรุษพยาบาลร่างผอมพึมพำเบาๆ
หลังจากมองซ้ายมองขวาอยู่พักใหญ่ก็ควักโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากด
'ถ้าเ้าแก่นั่นเห็นคงซวยกว่าคราวที่แล้วแน่ๆ'
แน่ล่ะ เพราะครั้งที่แล้วชายผู้นี้ก็เพิ่งจะโดนหัวหน้าตักเตือนไป ก็ในข้อหาแอบเล่นเกมส์ในเวลางานนี่แหละ
แต่นิสัยโจรก็ย่อมเป็โจร พอพบว่าเจอทางสะดวกก็เริ่มทำผิดอีกเหมือนเดิม และแล้ว...ในที่สุดเขาก็ถูกเกมส์ ROB ดูดิญญาเรียบร้อย
'โอกาสมาถึงแล้ว'
เฟรีสแสยะยิ้มและค่อยๆย่องลงจากเตียง
---------
หน้าโรงพยาบาลกรีนไฮเวลา 19.30 น
เด็กน้อยคนหนึ่งกำลังแอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ข้างประตูทางเข้าโรงพยาบาล
หลังจากคอยอยู่เกือบ 15 นาที รถบุโรทั่งสีเทาของโจนาธานก็ขับเข้ามา เฟรีสเห็นดังนั้นรีบวิ่งเข้าไปขวางหน้ารถไว้ทันที
เอี๊ยดดดด!
"มันอันตรายนะไอ้หนู ทีหลังโบกมือเรียกก็ได้ รู้มั๊ยว่าถ้าเกิดชนขึ้..."
โจนาธานซึ่งใจนเหงื่อแตกเต็มหน้าบ่นกระปอดกระแปด
"บ่นอะไรเยอะแยะวะ ออกรถเร็วเข้า" เฟรีสพูดตัดบททันทีด้วยสีหน้ารำคาญ ตอนนี้ทั้งง่วงทั้งหิวเขาไม่อยากเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์
"...."
ตำรวจหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เพราะเมื่อกี้ตนเพิ่งจะถูกเด็กประถมด่า
"สถานที่ล่ะ ได้เตรียมไว้หรือยัง?" เด็กน้อยข้างๆถาม
"ใช้บ้านของฉันได้ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ด้วย”
--------------------------------------------------
เวลา 19.45 น บ้านครอบครัวฟรีแมน
เฟรีสกับโจนาธานกำลังยัดขนมปังไส้กรอกเข้าปากอย่างมูมมาม
เด็กน้อยเคี้ยวตุ้ยๆพลางเช็ควัสดุอุปกรณ์ไปด้วยว่าขาดเหลืออะไรหรือเปล่า
‘เฮ้อ ถึงจะล้าสมัยแต่ก็พอใช้ได้’
เฟรีสถอนหายใจด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยอุปกรณ์หลักๆตอนนี้ก็ถือว่าครบแล้ว
ส่วนที่ยังขาดก็สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมาดัดแปลงได้ในภายหลัง ซึ่งมันจะทำให้โดรนปลอดภัยมากขึ้น
“ตอนนั่งรถมา ผมสังเกตเห็นเมฆฝน ลุงช่วยเช็คสภาพอากาศให้ทีสิ”
ได้ยินดังนั้นตำรวจหนุ่มก็ควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู
“ไม่ดีเลย อีก 2 ชั่วโมง พายุจะเข้าและฝนจะตกหนักมาก” โจนาธานตอบกลับความเป็กังวล
เพราะถ้าฝนตก นั่นก็หมายความว่าภรรยาตนจะต้องตากฝนไปด้วย แถมใบหน้าเครียดๆของเ้าหนูนั่นก็ยิ่งทำให้เขากังวลหนักเข้าไปอีก
“เราต้องรีบแล้ว เพราะโดรนของผมทนฝนและลมแรงมากๆไม่ได้”
ด้วยข้อจำกัดเื่วัตถุดิบและเวลาที่กระชั้นชิด ต่อให้เป็อัจฉริยะแบบเขาก็ไม่สามารถประดิษฐ์โดรนแบบปลอดภัย 100% ได้
แต่กลับกันถ้ามีเวลาให้และมีวัสดุอุปกรณ์พร้อม ต่อให้เป็ยานอวกาศเฟรีสก็สามารถสร้างได้อย่างไม่ยากเย็น
"สมาร์ทโฟนก็มีแล้ว โดรน 15 ลำ จำนวนได้อยู่ อืม...เตียงตรงนั้นก็เอามาใช้ได้ด้วย โอ๊ะ!….รถเก่าๆนั่น"
ชายหนุ่มร่างเด็กค่อยๆเดินไปนำวัสดุต่างๆมากองรวมกันไว้ตรงกลางห้อง จนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่หน้ารถเต่าสีครีมคันหนึ่ง
ดวงตาของเขาวาวโรจน์เล็กน้อยก่อนจะค่อยๆแกะเครื่องยนต์ทีละชิ้นออกมา
ส่วนโจนาธานที่มองดูอยู่ใกล้ๆนั้นมีสีหน้าอยากจะร้องไห้เต็มแก่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็ทีวี เครื่องซักผ้า เตียง ฯลฯ ก็ล้วนแต่ถูกแยกส่วนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ที่เ็ปที่สุดคือรถ...รถแสนรักของเขา(ไม่ใช่คันที่ขับมา) รถที่เปรียบได้ราวกับแหวนของกอลัม
เ้ารถคันแม้จะค่อนข้างเก่าแต่มันก็เป็รุ่นที่หายากมาก เรียกว่าคลาสสิคก็ว่าได้ แน่นอนเงินเดือนตำรวจจนๆอย่างเขาย่อมไม่มีปัญญาซื้อได้หรอก
ดังนั้น โจนาธานจึงเริ่มจากการซื้อโครงรถเก่าๆและพวกเครื่องยนต์ของแท้มาประกอบเองทีละชิ้นๆด้วยราคาสูงลิบลิ่ว
อันที่จริงมันก็ไม่ได้สูงขนาดนั้นหรอก ถ้าเทียบกับเงินเดือนของคนอื่นเขาล่ะนะ
หลายปีผ่านไปด้วยความยากลำบาก ทั้งด้วยการอดออมและแอบเม้มเงินภรรยา ในที่สุดมันก็เหลือแค่อะไหล่ชิ้นเดียวเท่านั้นเ้ารถแสนรักก็จะใช้ได้
แคร่ก โป๊ก กึก กัก
ทว่า เครื่องยนต์ราคาแพงนั่น ในตอนนี้กลับถูกรื้อจนกระจุยกระจายแบบต่อหน้าต่อตา ช่างน่าปวดใจเหลือเกิน
ดูเหมือนตำรวจหนุ่มคงต้องขับรถบุโรทั่งต่อไปอีกยาวๆ
หลังจากแงะรถเสร็จ เฟรีสได้นำโดรนทั้งหมดมาเชื่อมติดกันจนกลายเป็รูปสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
จากนั้นก็เสริมกำลังขับให้มันด้วยอุปกรณ์ที่สร้างมาจากพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ของโจนาธาน
สุดท้ายก็นำโซ่เหล็ก 4 เส้นเท่าๆกันมาติดตรงมุมทั้งสี่ของโดรนเข้ากับเตียงนอนนุ่มๆที่เสริมเหล็กไว้ด้านใต้อีกชั้นหนึ่ง
แน่นอนเขาไม่ลืมนำไม้กระดานจากฝาตู้เสื้อผ้ามากั้นเป็รั้วกันตกด้วย
ส่วนพวกสมาร์ทโฟน วิทยุ คอมพิวเตอร์และแล็บท้อปที่ยังเหลืออยู่ในบ้านก็ถูกนำมาทำเป็รีโมทย์ควบคุม
บ้านฟรีแมนในตอนนี้นั้น แทบจะไม่เหลืออะไรที่สภาพดีอยู่เลยก็ว่าได้
ถ้าไม่ติดว่าอายเด็ก ตำรวจหนุ่มก็คงจะน้ำตาเล็ดออกมาแล้ว
15 นาทีต่อมา การสร้างโดรนช่วยชีวิตได้เสร็จสิ้น
“เธอ….”
โจนาธานเหลือบมองเด็กชายอย่างเหลือเชื่อ เขาไม่เคยเห็นเด็ก 9 ขวบฉลาดเท่านี้มาก่อน
สมัยอายุเท่าเฟรีสตนยังเล่นเขี่ยการ์ดกับเพื่อนๆอยู่เลย(ใครเคยสะสมสติ้กเกอร์ในสมุดจนแลกเครื่องแฟมิคอมได้บ้าง?)
แม้ว่าตำรวจหนุ่มจะชื่นชม แต่ในสายตาของเฟรีสมันกับต่างออกไป
"บัดซบ นี่มันเป็ผลงานอัปยศที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา" เขาพึมพำเบาๆด้วยความปวดใจ เพราะไม่เคยสร้างผลงานที่กระจอกแบบนี้มาก่อน
“เสร็จแล้ว....เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวฝนมันจะตก แต่ว่านะ…ลุงต้องส่งผมกลับโรงพยาบาลก่อน"
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของตำรวจหนุ่มเขาจึงอธิบายเพิ่ม
"ผมหนีออกมา ลุงคงไม่อยากกลายเป็ผู้ร้ายลักพาตัวเด็กหรอกใช่ไหม? เอาเป็ว่าระหว่างนี้จะสอนวิธีใช้โดรนให้นะ”
เฟรีสพูดกับโจนาธานด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า วันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆแถมยังต้องมาแจกแจงให้คนไอคิวต่ำฟังอีก
"แล้วก็ตามที่เราตกลงกันไว้ ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าผมสร้างโดรนนี่นะ" เฟรีสกำชับโจนาธาน
ทั้งสองลงกันไว้แล้วว่าถ้ามีใครถามเื่โดรนก็ให้ตอบไปว่าเพื่อนให้มาแค่นั้น
"หวังว่าจะได้ผลนะ" โจนาธานถอนหายใจยาว ไม่อยากเชื่อเลยว่าต้องมาฝากความหวังไว้กับเด็กน้อยแบบนี้