กลางห้องสวีทหรูบนตึกสูงย่านใจกลางเมือง แสงไฟจากหน้าต่างระยิบระยับบอกเวลายามค่ำคืนข้างนอก แต่ภายในกลับร้อนยิ่งกว่าเปลวเพลิง
เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวปะปนกับเสียงหอบหนักๆของชายวัยกลางคนที่นอนแผ่หราอยู่บนเตียงคิงไซซ์ ร่างสูงใหญ่ของเขารับแรงขย่มจากเรือนกายบางเฉียบที่กำลังคร่อมอยู่เหนืออกอย่างเร่าร้อน
เธอ ผิวเนียนขาว รูปร่างทรงนาฬิกาทรายที่เซ็กซี่จนแทบเผาเตียงเป็ไฟ กำลังโยกสะโพกขึ้นลงไม่หยุด หัวนมแข็งชูชันสั่นไหวตามแรงกระแทก ขณะที่ร่างเขาใต้ตัวเธอครางกระเส่าเสียวยิ่ง
"อ่า… อาาาา… โอ้ย ซี้ด…"
เสียงครางของเขาหนักแน่น กระแทกขึ้นสวนเข้าไปในร่องกลีบบัวแน่นของเธอแบบไม่ยั้ง มันแแ่เสียจนรู้สึกถึงชีพจรเต้นตุบในจุดลึกสุดของกันและกัน
เธอครางตอบ เสียงแหบพร่าไม่ต่างจากไฟราคะที่ลุกโชน
"อ๊ะ… อ้าา เสียวนัก… เสี่ยขา… กระแทกมาอีก แรงๆ เลย…!"
มือเขากดเอวเธอแน่น ไล่ตามจังหวะกระแทกของสะโพกที่ระรัวไม่หยุด
"ขย่มเก่งอะไรแบบนี้… ซี๊ดดด จะทนไม่ไหวแล้ว… โอย ขย่มให้สุดเลยสาวน้อย!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ ปะทะกับเสียงครางที่สะท้อนก้องไปทั่วห้อง ทั้งเตียงสั่น ทั้งตัวสั่น และหัวใจก็เหมือนจะะเิไปพร้อมกัน…
“อ้า... เสี่ย... ไม่ไหวแล้ว หนูจะเสร็จแล้ว... อ๊ะ...!”
เสียงครางของหญิงสาวยังสั่นสะท้อนในห้อง ก่อนที่จังหวะขย่มสุดท้ายจะกดลึกลงไปในร่างของชายเบื้องล่าง
ไม่ทันให้เขาได้ส่งเสียงตอบกลับอะไร จู่ๆ กล้ามเนื้อของเขาก็เริ่มเกร็งแข็งราวกับถูกช็อต หน้าเขาซีดเผือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก มือที่เคยจับสะโพกเธอแน่นเริ่มบิดงออย่างควบคุมไม่ได้
ขาทั้งสองของเขากระตุกแรงเป็่ ๆ หายใจขัดจนเหมือนจะขาดใจ
แรงทั้งหมดที่เคยแแ่อยู่บนผิวกายเธอ ค่อย ๆ หายไปทีละนิด
ก่อนที่…
ทุกอย่างจะเงียบสนิท
หญิงสาวยังหอบถี่ ก่อนจะชันตัวขึ้นช้า ๆ ดวงตาหยาดเยิ้มเริ่มเปลี่ยนเป็เรียบเย็น
เธอขยับออกจากร่างเขาอย่างไม่เร่งรีบ หยัดกายลุกขึ้นจนเส้นผมยาวปลิวตกแนบแผ่นหลังเปลือยเปล่า แล้วจึงก้มลงมองร่างที่นอนนิ่ง ไม่ไหวติง
“เฮ้อ... กูเสร็จไปไม่รู้กี่รอบ ยังไม่ตายอีก...” น้ำเสียงของเธอขุ่นเคืองเจือความเบื่อหน่าย
เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา เอานิ้วเรียวแตะเบา ๆ ที่ปลายจมูก เช็กลมหายใจที่ไม่มีอีกแล้ว
ริมฝีปากยกยิ้มบางที่มุมปากกระตุกขึ้นในรอยยิ้มเ็า
“ตายทั้งที่ยังไม่ทันได้ขึ้น์... หึ”
“มึงไม่มีวันได้ขึ้นหรอก... ชาตินี้ไปลงนรกซะให้สาสมกับสิ่งที่เคยทำ เสียเวลากูฉิบหาย...”
คำพูดสุดท้ายเป็เพียงเสียงกระซิบ แต่เต็มไปด้วยแรงเกลียดสะสมที่เย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
เธอหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันกายอย่างนิ่งเฉย ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น แล้วเดินจากเตียงโดยไม่แม้แต่หันกลับไปมอง...
เธอเหลือบมองร่างแน่นิ่งไร้ลมหายใจอีกครั้ง แววตาไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความรู้สึก ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบขวดน้ำยาหยอดตาขึ้นมา หยดน้ำใสหล่นลงมาจากปลายเปลือกตา ร่วงพาดแก้มเป็ทางราวกับน้ำตาจากหัวใจที่แตกสลาย
"ละครฉากต่อไป ต้องเป๊ะหน่อยล่ะ..." เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนจะยืนหน้ากระจก
จัดระเบียบสีหน้า ปรับคิ้วให้ตก เผยอปากเล็กน้อย ดวงตาแดงคลอ เหมือนหญิงสาวผู้เพิ่งผ่านความะเืใจเกินรับไหวสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง
แล้ว...
“กรี๊ดดดดดดดดด!!! ช่วยด้วย!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นก้องไปทั่วห้องสวีท ร่างเปลือยเปล่าสะท้านไหวอย่างกับเพิ่งผ่านฝันร้าย เธอถลาไปที่ประตู ร่างกายยังสั่นไม่หยุด มือไขเปิดประตูออกไปทั้งที่ยังตัวเปียกเหงื่อ
ดวงตาแดงช้ำกวาดมองซ้ายขวา ก่อนจะเจอแม่บ้านที่เพิ่งเข้าไปเก็บห้องฝั่งตรงข้าม เธอรีบวิ่งพรวดเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“ช่วยด้วยค่ะ! มีคนช็อกอยู่ในห้อง! ช่วยด้วยยย!”
แม่บ้านสะดุ้ง หันมาทันทีด้วยสีหน้าใสุดขีด เธอยังหายใจแรง มือเย็นเฉียบ น้ำเสียงสะอื้นปนหอบจนแทบจับใจความไม่ได้
“เขา… เขา… อยู่ ๆ ก็ช็อก ตอนที่เรา... ตอนที่เรากำลังมีอะไรกัน ฮือ... ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะคะ! อยู่ ๆ เขาก็ตัวแข็งแล้วหายใจไม่ออก!”
แม่บ้านรีบคว้ามือเธอไว้ พยายามปลอบ “ใจเย็นก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันโทรเรียก รปภ ที่ให้”
“รีบช่วยเขานะคะ! ช่วยด้วย! ฉันกลัวมากเลย ฮือ… ฮือ…” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลไม่ขาดสาย น้ำยาหยอดตาทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ
เธอคือเหยื่อ อย่างที่ทุกคนกำลังจะเชื่อ แต่ในใจของเธอ มีเพียงความนิ่งเย็น… และชัยชนะ
แม่บ้านรีบเดินกลับมายังห้อง Housekeeping อย่างกระวีกระวาด
มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์สายตรงลงไปที่เคาน์เตอร์ฟรอนต์ด้วยความร้อนรน
“มีคนช็อกในห้องลูกค้า! เรา้าความช่วยเหลือด่วนค่ะ!” เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นจากปลายสาย ขณะที่เธอพยายามอธิบายสถานการณ์ ส่วนหญิงสาวยังยืนอยู่ที่เดิม ใกล้ประตูห้องเกิดเหตุ
ร่างกายสั่นระริก น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังปนกับจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัว
เธอยืนนิ่ง... เหมือนจะล้มได้ทุกเมื่อ
ไม่นาน เสียงไซเรนจากด้านล่างของอาคารก็ดังขึ้น รถพยาบาลและตำรวจแล่นมาจอดเทียบบริเวณหน้าโรงแรม
ความเงียบที่ปกคลุมชั้นนั้น ถูกทำลายด้วยฝีเท้าเร่งร้อนของเ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
สองพยาบาลวิ่งขึ้นมาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ เ้าหน้าที่ตำรวจสองนายตามมาติด ๆ
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อมาถึง พยาบาลเข้าไปตรวจสอบชายที่นอนแน่นิ่งบนเตียง
พวกเธอใช้เวลาไม่กี่วินาทีก่อนส่ายหน้าอย่างเงียบงัน
“ไม่มีชีพจร... คงหัวใจวายเฉียบพลัน” เสียงกระซิบระหว่างพยาบาลดังขึ้นอย่างหนักแน่นพอให้ได้ยิน
ตำรวจเริ่มแยกย้าย หาพยานและข้อมูล นายหนึ่งเดินตรงไปยังหญิงสาวที่ยังยืนน้ำตาอาบแก้ม
“คุณครับ ขอสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่อยครับ”
เธอพยักหน้าเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเริ่มเล่า เสียงสั่น ๆ พูดอย่างพยายามควบคุมตัวเอง
“ฉันกับเขา...เรากำลังอยู่ด้วยกันค่ะ แล้วเขาก็...จู่ ๆ เขาก็เกร็ง หน้าซีด...ดูเหมือนจะเจ็บ ฉันใมาก...เลยวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ”
เธอกำผ้าเช็ดตัวแน่น ดวงตาแดงช้ำยังไม่แห้ง ตำรวจจดบันทึกเงียบ ๆ พยักหน้าเบา ๆ ขณะถามต่อ
“คุณหมายความว่า... อาการเริ่มขึ้นในระหว่างที่คุณทั้งสองมีเพศสัมพันธ์ ใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ...” เธอกลืนน้ำลาย
“แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยจริง ๆ นะคะ...”
น้ำเสียงนั้นแ่ลงแทบไม่พ้นริมฝีปาก แต่น้ำตาที่เอ่อล้นกลับชัดเจนเกินต้า
เมื่อการสอบถามสิ้นสุดลง ตำรวจจึงหันไปพูดคุยกับทีมพยาบาลและแม่บ้านอีกครั้ง ข้อมูลถูกแลกเปลี่ยนเงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด ไม่นาน รถมูลนิธิก็เดินเครื่องเงียบ ๆ ใต้ตึก
ร่างไร้ิญญาถูกเคลื่อนลงมาบนเปลหาม ผ้าคลุมสีขาวปิดทับจนมิด เงียบงันอย่างไร้ชีวิต
ทุกสายตาตามองจากมุมต่าง ๆ ของทางเดิน บ้างหลบหลังประตู บ้างแง้มผ้าม่าน… แต่ล้วนจ้องไปที่ร่างนั้น และที่เธอ
“เราจะส่งร่างไปชันสูตรที่นิติเวช เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต”
“หลังจากนี้ คุณอาจต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ”
เ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หญิงสาวพยักหน้ารับเบา ๆ เสียงตอบของเธออ่อนจนแทบไม่ได้ยิน
เธอยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบ แต่เหมือนถูกฝังอยู่ใต้แสงสปอตไลต์ของความสงสัย
สายตาหลายคู่ยังคงจับจ้อง... บางสายตาคือความสงสาร
บางสายตาคือความไม่เชื่อ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อรถมูลนิธิค่อย ๆ เคลื่อนออกจากหน้าโรงแรม รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
แววตาเปลี่ยนไป ไม่ใช่ตื่นตระหนก ไม่ใช่เสียใจ แต่เยือกเย็นและซ่อนความลับไว้ลึกเกินจะอ่านออก
เธอหมุนตัวกลับไปยังห้อง เก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายตามพื้นอย่างใจเย็น
ผ้าปูเตียงถูกปัดเรียบ เสื้อชั้นในถูกพับ ซ่อนร่องรอยด้วยความพิถีพิถัน
ทุกซอกมุมถูกกวาดสายตาอย่างแม่นยำราวกับมืออาชีพ
ก่อนเปลี่ยนเป็ชุดเรียบง่าย สีสุภาพ ไม่สะดุดตา พร้อมจะละลายหายไปในฝูงชน
ก่อนจะก้าวออกจากห้อง เธอหยุด หันมองรอบ ๆ เป็ครั้งสุดท้าย
ห้องหมายเลขนั้นจะกลายเป็ "สถานที่เกิดเหตุ"
แต่กับเธอ มันก็แค่ฉากหนึ่งของละครที่วางบทไว้ล่วงหน้า
เธอกดลิฟต์ลงชั้นล่าง ก้าวออกจากโรงแรมอย่างสง่างาม ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก
ไม่มีใครหยุด ไม่มีใครสงสัย มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินจากความวุ่นวาย ไปพร้อมความเงียบที่หนักแน่นยิ่งกว่าคำพูดใด และในความเงียบนั้น... เธอกลับยิ้มคนเดียวอย่างเยือกเย็น