นำเื่:ดวงตาสีแดง
ชีวิตของนครินทร์ก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปนักเขาเป็ลูกคนเดียวที่เกิดจากครอบครัวชนชั้นกลาง อาศัยอยู่ในเมืองหลวงั้แ่เด็กเขามีความฝันที่จะเป็นักกฎหมาย และสอบเป็ผู้พิพากษา หนึ่งคือ้าชีวิตที่มั่นคงและหากสามารถผดุงความยุติธรรม ลงโทษคนผิด ช่วยเหลือผู้คนในสังคมได้ ก็ถือเป็ผลพวงสูงสุดที่จะจุลเจือจิตใจเขา
ทว่าชีวิตของเขาก็ไม่ได้ไปอย่างราบรื่นเขาสอบเข้ามหาลัยชั้นนำไม่ได้ ต้องเข้าเรียนในมหาลัยเอกชน สอบตกการเป็ทนาย 1ครั้ง ก่อนจะสอบได้ในอีกรอบ สอบผ่านเนติบัณฑิตได้อย่างหวุดหวิดหลักจากร่ำเรียนมานานเขาตกลงใจจะเป็ทนายความเพื่อทำงานช่วยเหลือผู้คนและเป็การประสบการณ์ให้กับตนเอง เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็ผู้พิพากษาตาความฝันเขาจึงได้ไปทำงานอยู่ที่สำนักงานทนายความเล็กๆที่หนึ่ง
การเป็ทนายไม่ใช่เื่ง่ายเขาพบเจอกับเื่ราวมากมาย ทำคดีให้กับคนไม่ว่าถูกหรือผิดการได้ใกล้ชิดกับศาลซึ่งเป็สถานที่ซึ่งพิพากษาชะตาของผู้คน ทำให้สภาพจิตใจเขาเหนื่อยล้าเขารู้สึกสะอิดสะเอียนกับความเสื่อมโทรมของโลกที่ตนได้เห็นผ่านการทำคดีมากหมายหลายแบบจนเขานึกถึงตนเองตอนเด็กว่าเหตุใดจึงมีความฝันว่าอยากใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในวงการนี้
เมื่อสุขภาพของพ่อแม่ของเขาย่ำแย่ลงทุกวันความหวังที่จะได้ไต่เต้าขึ้นเป็ผู้พิพากษาตามฝันของตนก็ริบหรี่ลงทุกขณะ ภายหลังทำงานอยู่ได้4 ปี เขาจึงตัดสินใจที่จะลาออกจากงานเพื่ออ่านตำราสอบเป็ผู้พิพากษาอย่างจริงจังแต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ง่าย เนื่องจากอัตราการสอบเข้าได้นั้นมีแค่เพียงน้อยนิดอีกทั้งฐานะครอบครัวของเขาไม่ได้ดีนัก การทำเช่นนี้ถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากแต่เขาก็เลือกที่จะทำ แม้มีความหวังเปรียบแค่เพียงเปลวเทียนที่ใกล้มอด
ทว่าบางครั้ง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเขาว่าบางที...การยอมแพ้ก็อาจเป็อีกวิธีที่จะปลดปล่อยตนเอง
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจของนครินทร์ดังขึ้นในคืนวันเสาร์ภายใต้ถนนที่ปกคลุมไปด้วยความมือเส้นหนึ่ง นครินทร์เพิ่งเดินทางกลับจากการกินเลี้ยงส่งซึ่งบริษัทจัดให้เนื่องในโอกาสที่เขาลาออกแสงริบหรี่ที่เปล่งจากเสาไฟตามทางส่องกระทบแววตาที่อ่อนโรยของเขา
เขาไม่แน่ใจว่าตนตัดสินใจถูกหรือผิดที่ได้เลือกเส้นทางนี้แต่นี่อาจเป็โอกาสสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่
ขณะที่เขากำลังคิดทบทวนอยู่ในหัวของตนั์ตาก็เหลือบเห็นร่างเงาสีดำที่อยู่เบื้องหน้า เมื่อแสงสลัวจากเสาไฟกระทบกับร่างเงานั้นก็เผยให้เห็นร่างขนาดใหญ่ที่สวมโค้ดสีดำปกคลุมร่างเงาที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหาเขา
นครินทร์ไม่แน่ใจว่าว่าเป็เพราะตนอ่อนเพลียจนตาฝาดหรือเพราะวันนี้ตัวเองดื่มหนักเกินไปแต่เขารู้สึกว่าตัวตนที่อยู่ภายใต้ร่างที่ปกคลุมไปด้วยโค้ดสีดำดังกล่าวเหมือนกับไม่ใช่มนุษย์แต่เป็บางอย่างที่เขาไม่สามารถอธิบายได้
เขาตั้งใจจะก้มหน้าแล้วเดินผ่านร่างเงาเบื้องหน้าไปโดยเร็วแต่เมื่อรู้ตัวอีกทีเขากลับมายื่นอยู่เบื้องหน้าร่างเงานั้น สายตาของเขาขณะนี้จรดอยู่ที่ปลายเท้าเบื้องล่างใจของเขาเต้นระส่ำเหมือนกับคนกินยาเกินขนาด เสียงเต้นของหัวใจค่อยๆดังขึ้นจนก้องในหูหัวของเขาขาวโพลน สติสัมปชัญญะค่อยๆละลายไปเหมือนกับก้อนน้ำแข็งในเตาอบ ั์ตาของเขาเบิกกว้างค่อยๆเหลือบขึ้นมองขึ้นไปที่ใบหน้าของร่างตรงหน้าเขา
“..!!”
นครินทร์สบตาเข้ากับดวงตาสีแดงก่ำ เลนส์ตาสีแดงคล้ายกับกำลังหมุนวนเป็ชั้นไม่มีที่สิ้นสุดมันขยายใหญ่ขึ้นราวกับวังวนของจักรวาล เขารู้สึกเหมือนตนถูกดูดเขาไปในหลุมดำไร้ก้นบึ้งเสียงที่ก้องอยู่ในหูเปลี่ยนเป็เสียงไซเรนเก่าที่กึกก้องจนตนรู้สึกถึงเืที่ไหลออกมาจากหูทั้งสองข้างร่างกายของเขาเคว้งคว้าไม่รู้สึกถึงพื้นล่างและแรงโน้มถ่วงน้ำตาไหลรินออกจากตาทั้งสองข้างซึ่งตามมาพร้อมกับกลิ่นคาวเื
และเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง...เสียงกระซิบที่ดังมาจากก้นบึ้งของขุมนรก เป็ภาษาที่เขาไม่อาจเข้าใจได้
“پرتگاه...सर्वोच्च बा......jɔjmɛnt....”
...ทัศนวิสัยของเขาค่อยๆมืดดับลงเหลือแต่เพียงความมืดมิดที่เงียบงัน
นครินทร์
14.08.15
Unknown