เฟยหลงเดินตามหาโรงตีเหล็กโหวจิ้น ในเมืองไผ่งามเพื่อส่งมอบแร่โลหิตให้กับสหายของอาจารย์ให้เสร็จสิ้น ในระหว่างทางที่เขาเดินตามหาโรงตีเหล็กโหวจิ้นอยู่นั้นเฟยหลงเดินไปพบกับอาคารหลังใหญ่หลังหนึ่งด้านหน้านั้นเขียนด้วยตัวอักษรสีทองเห็นได้อย่างชัดเจน ร้านโอสถไผ่งาม
ด้วยความสงสัยเฟยหลงจึงเดินเข้าไปดูด้านในเมื่อเขาเดินเข้าไปด้านในพบว่ามีผู้คนจำนวนมากเดินขวักไขว่ไปทั่วบริเวณเฟยหลงเห็นเด็กชายคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา เฟยหลงจึงเดินเข้าไปทักทาย
“สวัสดีข้าชื่อเฟยหลง ข้าอยากรู้ว่าผู้คนจำนวนมากมายเหล่านี้พวกเขามาทำอะไรกันที่นี่”
“ข้าชื่อเฉินคงข้าเป็นลูกชายเจ้าของร้านนี้เองวันนี้ร้านของพวกเราเปิดตัวโอสถระดับสองที่ได้รับมาจำหน่าย ผู้คนที่สนใจเลยเข้ามาดูประสิทธิภาพของโอสถระดับสองนี้เจ้าสนใจไหมหละ ตามข้ามาสิ อีกไม่นานท่านปู่ข้าคงนำมันออกมาแล้ว”
“ได้สิข้าเองก็อยากจะรู้ว่าโอสถที่เจ้าว่านั้นเป็นยังไงเหมือนกัน”
เฟยหลงเดินตามเฉินคงเข้าไปด้านในเพียงไม่นาน ปู่ของเฉินคง เฉินลู่เจินก็ได้นำโอสถระดับสองออกมา
“โอสถเสริมพลังเวทระดับสองความบริสุทธิ์แปดส่วนราคาเม็ดละห้าสิบเหรียญทองโอสถนี้ทางร้านโอสถไผ่งามของเราได้รับมาจากตำหนักโอสถสวรรค์ ในเมืองหลวงโอสถที่ได้รับมาในครั้งนี้มีจำนวนจำกัด พวกเจ้าทั้งหลายก็รู้ดีในอาณาจักรของพวกเรานักหลอมโอสถนั้นนับว่าหาได้ยากยิ่ง การจะให้นักหลอมโอสถหลอมโอสถแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายย่อมสูงตามไปด้วย”
“ในครั้งนี้ร้านโอสถไผ่งามของพวกเราได้โอสถเสริมพลังเวทนี้มาจำนวนแค่ห้าร้อยขวดขวดละสองเม็ดเท่านั้น หากผู้ใดสนใจก็ขอให้วางเงินมัดจำไว้ครึ่งหนึ่ง เมื่อโอสถมาถึงพวกท่านก็จ่ายเงินอีกครึ่งหนึ่งพร้อมกับรับโอสถนี้ไป”
“แล้วพวกเราจะได้โอสถวันไหนกันเถ้าแก่”
“อีกสองวันโอสถที่สั่งไว้จะมาถึง ดังนั้นพวกท่านวางใจได้ข้ารับประกันได้ว่าพวกท่านที่จ่ายเงินจะได้รับโอสถระดับสองนี้ครบทุกคนอย่างแน่นอน”
ผู้คนมากมายต่างต่อแถวเพื่อจองโอสถระดับสองนี้เพียงไม่นานยอดจองโอสถทั้งหมดก็ครบห้าร้อยขวดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเฟยหลงเองก็ไม่แปลกใจอะไรกับเหตุการณ์นี้เพราะที่เมืองหลวงเองเขาก็เคยเห็นโอสถระดับหนึ่งขายในราคาสิบเหรียญทองมาแล้วยิ่งโอสถระดับสองที่มีความยากในการหลอมกลั่นมากกว่า ราคาก็ย่อมแพงตามไปด้วยเช่นกัน
“เจ้าต้องการโอสถเสริมพลังเวทนี้หรือไม่ถ้าเจ้าต้องการข้าจะขอให้ท่านปู่ขายให้เจ้าได้นะ”
“ขอบใจในความหวังดีของเจ้าแต่ตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการใช้โอสถชนิดนี้ ข้าขอถามเจ้าหน่อยสิเจ้ารู้จักร้านตีเหล็กโหวจิ้นบ้างไหม ข้าต้องนำของไปส่งที่นั่น”
“รู้จักสิเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่ ข้าไปบอกท่านปู่ก่อน”
“ขอบใจเจ้ามาก”
ไม่นานเฉินคงก็กลับมาเฉินคงพาเฟยหลงไปยังโรงตีเหล็กโหวจิ้น เมื่อพวกเขาทั้งสองไปถึงยังโรงตีเหล็กโหวจิ้นเฟยหลงเดินเข้าไปก่อนโดยมีเฉินคงเดินตามมาติดๆ
“พี่ชายข้าน้อยมาพบกับเจ้าของโรงตีเหล็กโหวจิ้นท่านพอจะบอกข้าน้อยได้หรือไม่ว่าท่านผู้อาวุโสท่านใดเป็นเจ้าของโรงตีเหล็กแห่งนี้”
“เจ้าหนูเจ้ามาพบเจ้าของโรงตีเหล็กที่นี่แต่เจ้ากลับไม่รู้จักเจ้าของโรงตีเหล็ก เจ้ามาจากไหนอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าน้อยมาจากสถาบันฟ้าครามอาจารย์ของข้าให้นำของมาส่งให้กับผู้อาวุโสที่นี่ขอรับ”
“เช่นนี้เองเอาละเจ้าทั้งสองคนตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปพบกับผู้อาวุโสอู๋ทงเอง”
“ขอบคุณพี่ชาย”
“ข้าชื่อจื่อคงเจ้าเรียกข้าว่าพี่จื่อคงก็ได้”
“ขอรับท่านพี่จื่อคง”
จื่อคงเดินนำเฟยหลงและเฉินคงไปด้านหลังของโรงตีเหล็กเพียงไม่นานจื่อคงก็นำพวกเขามาพบกับชายชราคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างกำยำแข็งแกรงเขาตีเหล็กอยู่ด้านหลังเพียงลำพัง
เคร้ง..... เคร้ง....... เคร้ง.......
“ท่านอาจารย์เด็กพวกนี้บอกว่ามาจากสถาบันฟ้าคราม เขานำของมาส่งให้กับอาจารย์ขอรับ”
อู๋ทงพลันวางมือจากค้อนเหล็กที่ตีอยู่เดินออกมาด้านนอก
“คารวะท่านผู้อาวุโสข้าน้อยเฟยหลงเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสซุนหวู่ ท่านอาจารย์ของข้าให้นำของสิ่งนี้มากให้แก่ท่านขอรับ”เฟยหลงนำถุงแร่โลหิตออกมาให้กับผู้อาวุโสอู๋ทง
“ขอบใจเจ้ามากข้าจะจัดการสร้างสิ่งที่อาจารย์ของเจ้าสั่งให้เสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์เจ้าเองก็รอเอามันกลับไปให้อาจารย์เจ้าด้วยก็แล้วกัน ว่าแต่ตอนนี้เจ้าเดินทางมาเหนื่อยมีที่พักหรือยังหากยังไม่มีก็พักที่โรงตีเหล็กนี้ชั่วคราวก่อนก็ได้”
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสข้าน้อยยังมีภารกิจที่ต้องทำอยู่คงไม่สามารถพักอยู่ที่นี่ได้ขอรับ”
“ตามใจเจ้าก็แล้วกันข้าคงต้องขอตัวไปทำงานต่อ พวกเจ้าต้องการอะไรก็ให้จื่อคงจัดการดูแลให้พวกเจ้าก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”
เฟยหลงและเฉินคงขอตัวออกมาจากโรงตีเหล็กในทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่อาจารย์ของเขามอบหมายเฟยหลงไม่คิดว่าตัวเขาเองต้องรอรับของจากผู้อาวุโสอู๋ทงกลับไปด้วยแต่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทางไปกลับหลายรอบ เฟยหลงจึงเลือกที่จะอยู่เพื่อรอรับของกลับไปให้อาจารย์ของเขา
“เฟยหลงเจ้าคงเคยมาที่เมืองไผ่งามนี้เป็นครั้งแรกสินะ”
“ใช่ข้าเพิ่งเคยมาเมืองไผ่งามนี้เป็นครั้งแรก”
“เจ้าต้องการไปที่ไหนต่อให้ข้าพาเจ้าไปดีไหมข้าเองก็ว่าง ๆ อยู่”
“ก็ได้รบกวนเจ้าแล้ว”
เฉินคงพาเฟยหลงเดินชมรอบๆ เมืองไผ่งามแห่งนี้ด้วยเด็กที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันทำให้พวกเขาทั้งสองคนเริ่มสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเฉินคงเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของเขาให้กับเฟยหลงฟังพวกเขายิ่งสนิทกันมากยิ่งขึ้นเพราะเฉินคงเองก็ก็มีเพียงบิดาที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กส่วนมารดาของเฉินคงนั้นเสียชีวิตตั้งแต่เฉินคงอายุได้เพียงแค่สองขวบเท่านั้น ญาติ ๆ ของเฉินคงจึงช่วยกันดูแลเฉินคงมาอย่างดีน้อยนักที่เฉินคงจะคบหรือว่าสนิทกับผู้อื่น
แม้แต่ปู่ของเฉินคงเองยังไม่เชื่อเมื่อเฉินคงขออนุญาตออกไปกับเฟยหลง เด็กชายที่ไม่รู้ว่าไปพูดยังไงให้เฉินคงที่ไม่เคยออกไปข้างนอกบ่อยนักถึงกับมาขออนุญาตออกไปข้างนอกได้ปู่ของเฉินคงจึงได้ส่งคนติดตามเฉินคงไปพวกเขาอยากรู้ว่าคนที่สามารถทำให้เฉินคงสามารถเปิดใจยอมรับเป็นเพื่อนได้เป็นคนแบบไหนกันแน่
แต่ในขณะที่เฉินคงและเฟยหลงกำลังสนุกกับการได้พบเจอเพื่อนใหม่ตระกูลของเฉินคงกลับพบกับปัญหาใหญ่ขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาประกาศจำหน่ายโอสถเสริมพลังเวทระดับสองออกไปแล้วเพราะตระกูลเหวินที่เป็นคู่แข่งของตระกูลเฉินนั้นได้ใช้ความสนิทสนมกับนักหลอมโอสถของตำหนักโอสถสวรรค์หลอกให้พวกเขารับเงินมัดจำโอสถไว้ก่อน และเพื่อทำลายตระกูลเฉินพวกเขาถึงกับยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อที่ตระกูลเหวินจะได้เป็นตัวแทนของตำหนักโอสถสวรรค์แต่เพียงผู้เดียว