บทที่ 33 คุณพ่อสุดหล่อเลี้ยงหมาป่ารูปหล่อ
อาการป่วยทำให้เด็กหญิงนอนหลับสนิท ตกดึกคืนนั้นซิงซิงน้อยไข้ขึ้นอยู่หลายหน อินเสินพาเธอกลับมาที่บ้าน เปลี่ยนแผ่นเจลลดไข้ให้เธออยู่หลายครั้ง เด็กน้อยนอนหลับพริ้มพลางส่งเสียงงึมงำตลอดเวลา
อินเสินอดหลับอดนอนทั้งคืนเพื่อเตรียมสิ่งที่เขาจะรายงานให้ผู้เป็พ่อในวันพรุ่งนี้ เขาจึงพาซิงซิงมาอยู่ในห้องทำงานของตนเอง
เ้าก้อนแป้งตัวน้อยนอนขดตัวเป็ก้อนอยู่บนโซฟานุ่ม อาจเป็เพราะกลิ่นอันคุ้นเคยรอบกาย แม้ร่างกายจะรู้สึกไม่สบาย แต่ซิงซิงก็นอนหลับสนิท
ตอนซิงซิงถูกปลุกให้ตื่นขึ้น แสงอาทิตย์ยามสนธยาก็สาดส่องผ่านหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน ตอนนี้ย่างก้าวเข้าเดือนหกแล้ว ซึ่งเป็เวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใน่ที่ดีที่สุด ไม่ได้ร้อนมากจนเกินไป
ผิวขาวอ่อนนุ่มของซิงซิงเปล่งประกายยามแสงแดดตกกระทบ ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของเธอ ทำให้ดูเปล่งประกายแวววาวราวกับไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้
ซิงซิงขยี้ตา ท่าทางสะลึมสะลือ
“อื้ม… อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่...”
ใบหน้าของอินเสินไร้ความรู้สึก แต่อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของเด็กหญิงตัวน้อย
“ลุกขึ้นได้แล้ว”
เนื้อััที่นิ้วนั้นดีมากจริง ๆ เขาบีบมันอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เ็า
หัวสมองเล็ก ๆ ของซิงซิงยังไม่เริ่มทำงาน ใบหน้าของเธอดูสับสนมึนงง เด็กหญิงเอาแก้มถูไถกับผ้าห่มผืนอุ่น ฮืออ~ เธอยังไม่อยากตื่นเลย…
แต่ว่าซิงซิงเป็เด็กดี แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงบอกให้เธอลุกขึ้น แต่เธอก็ยังคงพยายามอย่างหนักที่จะเหยียดแขนเล็ก ๆ พยุงร่างกายขึ้นมา เป็ผลให้แขนไม่มีแรง ล้มพับลงกับเตียงพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
ว้าว~ ผ้าห่มนุ่มจนไม่อยากลุกเลย...
อินเสินทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงรวบตัวซิงซิงห่อไว้ในผ้าห่มแล้วอุ้มขึ้นมา
“ฉันจะพาเธอไปพบใครคนหนึ่ง”
“ใครเหรอคะ” ซิงซิงเอียงหัวเล็กน้อย
อินเสิน “พ่อ”
……
อินเสินขับรถตรงไปที่บ้านพ่อของเขา อาคารขนาดเล็กที่เพียงมองแวบแรกก็ััได้ถึงการออกแบบอันยอดเยี่ยมตามสไตล์ของพ่อตนเอง
ซิงซิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างใคร่สงสัย เธอเพิ่งกินยาที่ไม่มีรสขมและได้ดื่มนมหอมอร่อย แม้ว่าหัวเล็ก ๆ จะยังปวดอยู่นิดหน่อย และร่างกายก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากนัก แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากขึ้น!
ซิงซิงจะได้เจอคุณพ่อแล้ว~
ความรู้สึกที่ซิงซิงมีต่อคุณพ่อค่อนข้างซับซ้อน แต่กลับกันก็กระตือรือร้นที่จะติดต่อกับบิดาเป็พิเศษ นั่นก็คือพ่อของเธอ เป็บุคคลที่ใกล้ชิดกับเธอมากที่สุดในโลก! แต่ในขณะเดียวกันเธอก็จำได้ว่าพ่อของเธอโหดร้ายแค่ไหน โดยเฉพาะการทุบตีพี่หก!
คุณพ่อนิสัยไม่ดีเลย ไปตีใครแบบนั้นได้ยังไงกัน!
ซิงซิงมีความคาดหวัง ความอยากรู้ ความปรารถนา ความมีชีวิตชีวา หากแต่ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง มากเสียจนอินเสินอดไม่ได้ที่จะเตือน “เธอเคยเจอเขาแล้ว คนที่อยู่ในโรงพยาบาล...”
“หนูรู้ค่ะ!” ซิงซิงเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ะโโลดเต้นอย่างดีใจ
“สวมเสื้อสีดำ ตัวสูง ๆ ดูดีมากเลยค่ะ!”
“แล้วก็เพิ่งตีพี่หกมาด้วย ไม่ดีเลย!”
อินเสินมองซิงซิงที่มีสีหน้าซับซ้อน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก้าวลงจากรถแล้วอุ้มซิงซิงขึ้นมา การพาซิงซิงมาพบพ่อถือเป็ความเสี่ยงที่ไม่มีทางเลือก
……
วันนี้อินเสินแต่งตัวเป็ทางการมากกว่าในการไปประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเสียอีก เขาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตจนกระดุมเม็ดสุดท้าย ผูกเนกไทสีดำประดับด้วยคลิปหนีบเนกไท กางเกงสแล็กทำให้ขาเขาดูเพรียวยาวมากขึ้น
ยังไม่ทันที่สองพี่น้องจะเดินถึงประตู ประตูบานนั้นก็ค่อย ๆ เปิดออก อินเสินมองเห็นผู้คนข้างในไม่ชัดเจนนัก แต่ก็หยุดฝีเท้าหน้าประตูแล้วก้มหัวลง
“พ่อครับ”
แตกต่างจากซิงซิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาที่เงยหน้าขึ้นและมองอย่างสงสัย พลางชะเง้อคอออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
เสียงอ่อนโยนดังมาจากข้างใน
“เข้ามาได้”
ดวงตาของซิงซิงเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
ทันทีที่ประตูปิดลง เงาสีเทาก็วิ่งเข้ามาข้างหน้าอินเสินราวกับสายลม!
อินเสินก้มลงเล็กน้อยโดยไม่ได้ถอยหลัง จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเงาสีเทา
นั่นก็คือหมาป่า
หมาป่าที่ไม่รู้จักใครนอกจากพ่อของเขาเอง
พ่อเลี้ยงดูมันมาเป็เวลานาน ลูกบุญธรรมทั้งหลายของพ่อก็เคยเกือบถูกหมาป่าตัวนี้ฆ่าตายมาแล้ว เมื่อต้องรับมือกับสัตว์ร้ายประเภทนี้ เขาจึงไม่อาจหวาดกลัวได้ ทำได้เพียงข่มขู่กลับเท่านั้น
หมาป่าวิ่งไปหาอินเสินและแยกเขี้ยวใส่เขา
ท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้กระโจน
แต่ในวินาทีต่อมา เสิ่นเฉินโจวที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“อินเสิน แกพาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยมาด้วยเหรอ”
“วางสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของแกลง ให้สัตว์เลี้ยงฉันทักทายหน่อยสิ”
อินเสินตกตะลึง พ่อเขาคิดจะฆ่าซิงซิงหรือไงเนี่ย!
ซิงซิงรู้สึกว่าแขนที่กอดเธอไว้กระชับแน่นขึ้น จากนั้นเธอก็มองลงไปอย่างระมัดระวัง
“ว้าว~ หมาตัวใหญ่จังเลย” เด็กน้อยร้องน้ำเสียงตื่นเต้น
เธอยื่นมือเ้าเนื้อออกไปอยากััหัวของ ‘หมา’ ขนยาว
หมาป่าก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง มองดูลูกมนุษย์ท่าทางแปลก ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาของมันจ้องมองสายตาล้ำลึกเมื่ออาณาเขตถูกรุกล้ำเข้ามา
ทว่าน่าเสียดาย ซิงซิงสามารถอ่านสีหน้าคนได้ แต่ไม่สามารถอ่านอารมณ์ของสัตว์ได้ เธอชอบสัตว์ขนฟูและรู้สึกว่าเ้าหมาใหญ่ตัวนี้ดูไม่ต่างจากตุ๊กตาตัวใหญ่ที่พี่หกซื้อให้!
เสียงของเสิ่นเฉินโจวดังขึ้นอีกครั้ง
“อินเสิน”
เพียงเรียกชื่อของเขาก็ทำให้แขนของอินเสินแข็งทื่อไปชั่วขณะ ตอนนี้เขาไม่ฟังคำสั่งของพ่อที่บอกให้เขาวางซิงซิงลง ความอดทนของผู้เป็พ่อใกล้หมดลงแล้ว
เขาก้มตัวลง…
“พ่อ ผมขอร้องละ...”
เสิ่นเฉินโจว “มีเพียงสามสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น”
อินเสินกัดฟันแน่น หลับตาลงและค่อย ๆ วางซิงซิงลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล เขายกแขนขึ้นอย่างอ่อนแรง ทันทีที่สังเกตเห็นถึงอันตราย เขาก็พลันยกตัวซิงซิงขึ้นมา ตามที่คาดไว้ สัตว์ร้ายค่อย ๆ เยื้องกรายเข้ามาหาซิงซิง
สัตว์สามารถระบุสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าตัวเองได้ดีกว่า หมาป่าแยกเขี้ยวยิงฟัน มันสามารถฆ่าลูกมนุษย์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ไม่มีความหวาดกลัวในดวงตาของซิงซิง มีเพียงความแปลกใจในดวงตาที่ฉายชัด เธอยื่นมือออกไปหาหมาป่าตัวใหญ่ที่ยืนสูงกว่าเธอเล็กน้อย
รูม่านตาของอินเสินหดตัวลง สองมือของเขาเกือบจะอุ้มซิงซิงขึ้นอีกครั้ง แต่วินาทีต่อมาร่างกายของเขาพลันแข็งทื่อ
การเคลื่อนไหวของหมาป่าตัวนั้นหยุดลง จ่อจมูกไว้ใกล้กับมือที่ยื่นออกมาของซิงซิงแล้วสูดดม มันหุบเขี้ยวน่าสยดสยองและเริ่มดมมือซิงซิงอีกครั้ง
ปลายจมูกหมาป่าอันเย็นเฉียบแตะฝ่ามือของเด็กน้อย ััเย็นนั้นทำให้ซิงซิงรู้สึกจักจี้พลางหัวเราะคิกคัก
“หมาใหญ่ หมาใหญ่น่ารักจังเลย...”
เด็กน้อยพึมพำกับตัวเองและก้าวเข้าไปหาหมาป่าอีกก้าว—
ว้าว!
ฮืออ ััมันได้แล้ว! จับคอเ้าหมาใหญ่ได้แล้ว!
นุ่มนิ่มจังเลย สบายสุด ๆ ไปเลย!
จริง ๆ แล้วหมาป่าไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่น แค่ดมกลิ่นเธอเท่านั้น จากฝ่ามือของซิงซิง ดมกลิ่นหน้าผาก คอและหน้าอกของเด็กน้อย การเคลื่อนไหวแบบนี้เป็สิ่งที่อินเสินไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ก้าวร้าวเลย
แม้แต่เสิ่นเฉินโจวก็หุบยิ้มและยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
ตอนที่ซิงซิงกำลังกอดคอหมาป่า เสิ่นเฉินโจวก็ผิวปากขึ้น
หมาป่าหันกลับไปทางเสียง ก่อนจะวิ่งไปที่ด้านข้างของเสิ่นเฉินโจวอย่างรวดเร็ว แล้วฟุบตัวนั่งลง
ซิงซิงลูบมือเล็ก ๆ ของเธอด้วยความเสียดาย ฮืออ ซิงซิงยังอยากจับมันอยู่เลย
อินเสินปกปิดความใอย่างรุนแรงนั้นไว้ ตอนหายใจออกก็ตระหนักได้ว่า เมื่อกี้เขาลืมหายใจไปด้วยซ้ำ
สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียด แต่มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่ไม่กังวลอะไร
ซิงซิงเห็นเสิ่นเฉินโจว เธอมีความลังเลเล็กน้อยที่จะทักทาย แต่สมองเธอก็คิดอย่างรวดเร็วว่าเธอเป็เด็กที่มีมารยาท ดังนั้นเธอควรให้อภัยพ่อของเธอก่อน
เด็กน้อยจึงยืดอกและเงยหน้าขึ้น แล้วกล่าวสวัสดีอย่างไพเราะ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ~~”