“นาเดีย หลานไม่ควรพูดกับคุณาชีวาแบบนั้น” พารุนนั่งทานอาหารเที่ยงกับนาเดียในร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัย “การสมัครเข้าชิงทุนลุงก็ไม่นึกว่าคุณชีวาจะเมตตาช่วยหลานจริงๆ” นาเดียเงยหน้าจ้องใบหน้าเหี่ยวย่นของพี่ชายมารดาวัยหกสิบห้าปีที่ทำงานอยู่กับท่านประธาน ไวศานย์กรุ๊ปมามากกว่าสามสิบปีเต็มๆ “คุณลุงค่ะ คงจะเป็นเพราะว่า เขารู้ว่าหนูเป็นหลานของคุณลุง เขาไม่ได้พิศวาทอะไรในตัวหนูมากมาย ” พารุนส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้ว่า นาเดียเป็นหลานสาวของลุง ยกเว้นสายลม ท้องฟ้าและแผ่นดิน ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่คุณชีวา ตอนนี้ลูกๆของลุงอยู่ในวัยเรียนทั้งสามคน .เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า ทำไมหลานไม่ยอมเรียนพิเศษ คุณชีวาตั้งใจจะสอน” พารุนรินน้ำส้มคั้นลงในแก้วน้ำของเธอ “หนู...เอ่ออ กลัวไม่มีเงินส่งแม่ค่ะ” พารุนล้วงกระเป๋าเสื้อสูท “เงินค่าจ้างทั้งหมด เก้าร้อยสี่สิบห้าเหรียญ หลานไม่จำเป็นต้องส่งเงินทุกเดือน”
นาเดียขมวดคิ้วอย่างสงสัย ในใจเริ่มสงสัยเช่นกันมารดาของตนไม่ได้โทรฯขอเงินใช้เหมือนทุกครั้ง “จริงสิคะ พักนี้แม่เงียบไม่บ่น ไม่ขอ หนูก็เเปลกใจอยู่เหมือนกันค่ะ” พารุนยิ้มเล็กน้อย “คุณลุงส่งเงินช่วยเเม่ ใช่ไหมคะ” พารุนคิดว่าเขาควรจะพูดความจริงกับเธอ “ไม่ใช่ คือ..คุณชีวารับน้องๆของเราและให้คุณวรรชัยพาเด็กทั้งสองเข้าเรียนประจำที่๊UPDSเดลาดูน” นาเดียตาโต อ้าปากค้าง ร่างงามลุกยืนขึ้นมือคร่อมโต๊ะในอาการตกใจสุดขีด “UPDS โรงเรียนมีชื่อเสียงแบบนั้น น้องหนูจะเรียนรู้เรื่องเหรอค่ะ พวกมันโง่จะตายไป” พารุนหัวเราะเมื่อพบหลานสาวตกใจ “นั่งลงก่อน ใจเย็นๆ” นาเดียทรุดร่างนั่งลง “คุณลุงไม่ควรยอมรับการช่วยเหลือจากพวกเศรษฐี พวกเขามีข้อต่อรองเยอะมาก แต่ละอย่างน่ากลัวด้วย”
“ลองยกตัวอย่างให้ลุงฟังได้ไหมว่าคุณชีวาเรียกร้องอะไร” นาเดียหุบปากนิ่ง เธอเม้มริมปากแน่น มือทั้งสองหั่นมันฝรั่งอบเป็นชี้นเเละใช้ปลายซ่อมบดขยี้ “คุณชีวา ชอบหลานใช่ไหม” นาเดียพยักหน้าหลุบสายตาลงมองแต่อาหารในจาน “เขาสารภาพรักแล้วหรือยัง” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น “คุณลุงรู้เรื่องพวกนี้ได้ไงคะ” พารุนเลื่อนมือถือคลิ๊กเลื่อนภาพไปมา แล้วหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดู ” สองมือของนาเดียรีบปิดฝีปากด้วยความตกใจ “อุ๊ป ภาพนี้ตอนหนูอยู่ใกล้สี่แยก” ภาพชีวาฉกจูบแก้มของหญิงสาวตอนเก็บของในท้ายรถเก๋ง “ใครส่งภาพให้คุณลุงคะ” พารุนปิดหน้าจอมือถือ “ลุงถ่ายภาพนี้เอง” คุณลุงยกมือเรียกบริกรเก็บเงินค่าอาหาร “หนูจะทำอะไรดี” นาเดียรอคำตอบจากคุณลุงที่มองไปที่ลานจอดรถ เขาพบคนรู้จักกำลังจะเดินเข้ามาในร้านอาหาร พารุนลุกยืนขึ้นโค้งทำความเคารพให้คนรู้จักและนั่งลงอย่างเดิม
“นาเดีย ถ้าคุณชีวารักหลาน ลุงก็ไม่ขัดขวาง คุณชีวาเป็นคนดีจริงๆ” นาเดียเบะปากเมื่อได้ยินคำชมเจ้านายหนุ่มของตนเอง “เจ้าชู้ มีผู้หญิงเยอะมาก บางวันมีสาวๆโทรฯตามเขานับสิบครั้ง รวมทั้งแม่ไดอาน่าด้วย หนูไม่ชอบเขาค่ะ” นาเดียต้องสำลักผลไม้ชิ้นสุดท้ายออกมา พารุนหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ โกหกไม่เป็น เอาเถอะ ตอนนี้ลุงชมคุณชีวาจากใจ หลานคงไม่เชื่อ แต่สักวัน ความจริงจะปรากฏเอง”
พารุนมาส่งหลานสาวที่ลานจอดรถของตึกเพนเฮ้าท์ “จำไว้หลังสามทุ่ม อย่าติดต่อมาหาลุง พรุ่งนี้เราคุยกันใหม่” ฝ่ายนาเดียเริ่มสงสัยอาการที่เปลี่ยนไปของชีวา นาเดียก้าวเท้าอย่างเร็วเข้าไปในลิฟต์โดยสาร “ความจริงเขาก็เป็นคนดีจริงๆ เราไม่น่าโกหกคุณลุงแบบนั้นเลย” นาเดียมาถึงหน้าประตูห้องพัก หญิงสาวกดออดเพียงครั้งเดียว และกดรหัส ร่างงามเข้ามายืนภายในเพนส์เฮ้าท์เสียงเห่าของเจ้าแม็กดังขึ้น “แม็ก ฉันเอง” เธอรีบวิ่งลงบันไดทรงกลม พบนามบัตรอยู่บนพื้นก่อนมุมโค้งขึ้นบันได “นามบัตรของใคร” หญิงสาวก้มเก็บนามบัตรขึ้นมา “บัตรสมาชิกเรือยอร์ชคลับ อืม บัตรเก่านี่...บัตรหมดอายุแล้ว” นาเดียมองไปที่คอกไม้ “แม็ก ทำอะไรอยู่” น้องหมาครางเสียงแหบวิ่งเข้ามาเลียมือเจ้านายหญิงที่เกาะขอบคอกไม้ “เป็นอะไร” นาเดียมองถ้วยอาหาร และ ถ้วยน้ำ “หิวใช่ไหม ออกมาฉันจะพาไปกินนมสด” แม็กยกปลายเท้าหน้าขึ้นประกบกัน กระโดดขอให้อุ้ม “เฮ้... ไม่ต้องขอร้องขนาดนี้” นาเดียสอดมือเข้าอุ้มร่างน้องหมาด้วยความรัก “เก่งมากไปแล้ว แม็ก”
หญิงสาวอุ้มแม็กเดินเข้าไปในห้องครัว “เขาไม่อยู่...” เธอรินน้ำนมสดลงในถ้วยอาหารของเเม็กใบใหม่ วางลงบนพื้น “กินช้าๆ เดี๋ยวฉันมา” ร่างงามเดินอ้อมออกมาหยุดที่ห้องนอน เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เธอแง้มบานประตู กวาดสายมองหาเจ้าของห้อง “หรือว่าเข้าห้องน้ำ” แต่บานประตูห้องน้ำเปิดกว้าง นาเดียตัดสินใจเดินเข้าไป “คุณชีวา … คุณอยู่ไหนคะ” เมื่อไม่พบชีวาในห้องน้ำและห้องนอน นาเดียหยิบโทรศัพท์มือถือของเขา “โอ้โห้ เขาไปไหน ไม่เอาโทรศัพท์ไปด้วย แปลกมาก” นาเดียมองที่หน้าจอคอมพวิเตอร์ที่ดับไว้ นิ้วมือเลื่อนข้อความเรียกเข้า “เขาไม่ได้รับสายตั้งแต่ บ่ายโมง” นาเดียวางโทรศัพท์ลงวิ่งไปที่บันได กระโดดข้ามขั้นบันได รีบเปิดกล่องบันทึกการเข้าออก “เขาออกไปตอนบ่ายโมงห้านาที”
นาเดียวกเข้ามาในห้องครัว “แม็ก คุณชีวาไปไหน” หญิงสาวนั่งขัดสมาดใกล้เจ้าแม็ก สองมือลูบลำตัวไปมา “จริงสิ เราต้องหาข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของเขา” เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของชีวากลับเข้ามาในห้องครัว “ต้องใช้รหัสด้วย” นาเดียวางโทรศัพท์มือถือลงบนตักของเธอ “จบกัน ไม่ต้องรู้ว่าหายไป” ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แม็กเห่าเรียกเธอ “เงียบๆแม็ก... พระเจ้า คุณพ่อของเขาโทรมา” นาเดียวางโทรศัพท์ห่างตัวทันที หุบขาเข้ากลายเป็นนั่งพับเพียบ “ไม่อ่ะ ฉันรับสายนี้ไม่ได้” นาเดียคว่ำหน้าจอลง “เอาไปวางไว้ที่เดิมดีกว่า คงไปเมาแถวไหนสักแห่งกับคุณเทวิน” เสียงดีดนิ้วดังเปราะ “จริงด้วย ทำไมเราไม่ถามคุณเทวิน แต่ว่า....ถามทำไม ไม่ดีกว่า” นาเดียลงมือปรุงอาหารค่ำให้เจ้านายหนุ่ม อาหารจัดวางไว้หนึ่งชุดตามปกติ เสียงออดดังขึ้นรัวสลับเสียงเห่าของแม็กที่วิ่งเข้ามาหานาเดีย “อย่าสงเสียง เดี๋ยวฉันไปดูก่อนว่าใครมา”
“คุณเทวิน” นาเดียกดเปิดประตูก่อนจะถามคำถามผ่านจอภาพ “นาเดีย...สวัสดี” เทวินตกใจเล็กน้อยเมื่อนาเดียคือคนเปิดประตู “สวัสดีค่ะ” เทวินก้าวเข้ามาทอดสายตาลงไปในห้องนั่งเล่น เปียโน พร้อมคำถามแรกคือ “ชีวาอยู่ไหมครับ ผมโทร.หาเขามากกว่าสิบครั้ง และแม่ของเขาโทร.มาบอกว่าเขาไม่รับสาย”
“เเย่แล้ว คุณชีวาหายไปจริงๆเหรอคะ” นาเดียหลุดปากออกมา
“หมายความว่า เธอรู้ว่าเขาหายไป....อย่างนั้นเหรอ” เทวินวิ่งลงบันได ตรงเข้าไปในห้องนอนของเพื่อนรัก “ชีวา ….” เทวินสาดสายตาเหมือนเหยี่ยวมองสภาพห้องน้ำและห้องนอน ทุกอย่างเรียบร้อย เขาพบโทรศัพท์มือถือวางบนโต๊ะทำงานของเพื่อน “เขาไม่อยู่ค่ะ ฉันกลับมาก็พบแค่มือถือ และมีคนโทรเข้าตลอดเวลา” เทวินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรหัส “มันหายไปตั้งแต่บ่าย” เทวินจ้องดวงตากลมโตอย่างไม่พอใจ “นาเดีย ถ้าเธอรู้ว่า เขาไม่กลับบ้าน ทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ ทำไมไม่โทรหาผม หรือ ดร.เนฮ่า คุณไม่สนใจ..เขาอาจจะเกิดอุบัติเหตุที่ไหน หรือ...” นาเดียรู้สึกผิด “คือ ฉันไม่กล้าโทรหาคุณเทวิน คิดว่าเขาออกไปดื่มเหล้ากับคุณค่ะ เพราะไปด้วยกันบ่อยมาก” เทวินนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องนอน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แม็กวิ่งเข้ามาเห่าใส่เทวิน “พามันออกไปก่อน แม่ของชีวาโทรมา” นาเดียรีบอุ้มแม็กพาออกมานอกห้องนอน “ทำไงดี แม็ก... คุณชีวาหายไปไหน”
“สวัสดีครับคุณแม่ ผมเทวินครับ” เทวินคิดไม่ออกว่าจะแก้ตัวเรื่องชีวาอย่างไร “ชีวาอยู่ไหน แล้วทำไมลูกรับสายโทรศัพท์แทนเขา” เทวินเดินวนรอบเตียงนอน “เอ่ออ ชีวาเมาหนักครับ ตอนนี้นอนหลับสนิท เมื่อคืนมีกินเลี้ยงกับเพื่อนที่นี่และมีงานเลี้ยงอีกตอนเช้าครับ” อารยาวางมือทาบหน้าอก “เมาตั้งแต่เช้า” อนินท์โอบร่างของภรรยา “ผมบอกแล้วว่าเขาคงดื่มหนัก” เทวินได้เสียงอนินท์บอกภรรยา เทวินแทรกขึ้น” ตอนนี้ผมอยู่กับเขาครับ” อารยามองหน้าสามี “คุณคุยกับเทวินเองเถอะ” ผู้เป็นแม่วางมือในมือสามีในอาการโกรธและน้อยใจลูกชาย อนินท์คุยต่อ “ถ้าเขาตื่นขึ้นมา บอกว่าแม่ของเขากำลังจะเหาะไปหาคืนๆนี้”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เทวินสบถเบาๆ “ไอ้เวร ถ้าเจอตัวจะเตะให้คว่ำเลย” แว็บหนึ่งผ่านสายตาทำให้เทวินเหลียวหลังหันไปมองบัตรสมาชิกของยอร์ชคลับ “มันไปล่องเรือหรือเปล่าวะ ทำไมไม่เอามือถือไปด้วย”
เทวินค่อนข้างหัวเสีย คิดไม่ตกว่าเพื่อนหายไปไหน “มันก็จริง เราไปดื่มด้วยกันบ่อยๆ” เสียงเข้มของเทวินทำให้นาเดียสะดุ้ง สีหน้าซีดตกใจของนาเดีย เทวินรู้สึกว่าเขาพูดแรงกับเธอ “ผมไม่ได้คาดคั้นกับคุณ แต่เขาหายไปไหน เราจะต้องตามหาให้เจอก่อนพรุ่งนี้เช้า ไม่งั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ” นาเดียกระพริบตาตามคำพูดของเทวิน “งั้นฉันไม่เกี่ยวนะคะ ลูกชายของท่านมหาเศรษฐีหายตัวไปก่อนฉันจะกลับเข้ามา คุณเช็คเวลาเข้าออกพร้อมลายนิ้วมือบนประตูได้”
“ไม่เกี่ยว... อ้าววว นี่เธอไม่ได้คิดอะไรกับไอ้หมอนั่นเหรอ” เทวินชี้ไปที่รูปภาพของชีวา “คุณหมายความว่าอะไรคะ” เทวินจับต้นแขนทั้งสองข้างของนาเดียเขย่าอย่างแรง “นาเดีย ตอนนี้ชีวาหายไป ชีวาคนที่รักเธอจนหมดหัวใจ ถามจริงๆ พวกเธออยู่ด้วยกันไม่มีอะไรกัน เป็นไปได้เหรอ” นาเดียรู้สึกกลัวสีหน้าดุดันของเทวิน หมัดขวาของนาเดียพุ่งเข้าปลายคางของเทวินอย่างเร็วเหมือนสายฟ้าเเลบ ร่างสูงลงไปนอนนับดาวหลายดวง ครางเสียงหลงออกมา “โอ๊ย ต่อยฉันทำไม พูดกันดีๆก็ได้” นาเดียกัดฟันกรอดชี้หน้าเพื่อนของขีวาเพื่อให้ฟังเธอพูด “คุณเทวิน ฉันบอกว่า เขาหายตัวไปก่อนที่ฉันจะกลับมาค่ะ” เทวินยกมือเหมือนขอความช่วยเหลือ หญิงสาวจับมือของเขาดึงให้ลุกขึ้นนั่ง “แม่เจ้าโว้ย หมัดหนักเป็นบ้า” เทวินเมินหน้าไปทางอื่น รู้สึกอายที่โดนชก “นี่ถ้าเธอไม่ใช่คู่รักของมัน ฉันไม่ปล่อยแน่ๆ” “เราต้องไปตามหาเขา” เทวินชี้ไปที่หน้าจอคอม “ผมไม่รู้รหัส รู้แค่รหัสมือถือ” นาเดียส่ายหน้าเช่นกัน “ฉันเป็นแค่สาวใช้รายวันค่ะ”