หลังชื่นชมกันพอหอมปากหอมคอ เยินยอจนฟางหยางยิ้มเหงือกบาน ปากบาน ก็ใช้เวลาที่เหลือช่วยกันทำความสะอาดบ้านกันใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาไปอีกครึ่งวัน จนฟ้าเริ่มมืดก็เก็บผ้ามาพับลงหีบ การอาบน้ำจึงต้องเลื่อนไว้อาบพรุ่งนี้เช้า ไม่ชินเลยกับการหมักดองร่างกายแบบนี้ อี๋ไม่สบายตัวเลย จะไปอาบก็มืดค่ำ จะหยิบไฟฉายมาใช้ ก็คงไม่ได้ มีของแต่ไม่ได้ใช้จะมีไปทำไม!!!! เก็บกด นี่ขนาดแค่วันสองวันแรกเองนะ
"ท่านแม่ทุกข์ใจเื่ใดหรือ สามารถระบายกับข้าได้นะขอรับ ระหว่างที่ท่านพ่อยังไม่กลับมา ข้าจะฟังท่านแม่แทน" โอ้ลูกรักของแม่ ทำไมแสนดีขนาดนี้ ลี่ไป่หลันเ้าช่างโชคดีนักมีลูกแสนน่ารัก เสียดายอายุเ้าช่างสั้น แต่ไม่เป็ไร ฉันจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุดต่อเอง
"แม่เพียงรู้สึกไม่สบายตัว ไม่อาบน้ำแล้วแม่รู้สึกเหนียวตัวเท่านั้น อย่ากังวลเลยหยางเอ๋อ"
"ปกติท่านก็อาบน้ำ เจ็ดถึงแปดวันครั้งนะขอรับ ท่านบอกคนสะอาดเขาไม่อาบบ่อยหรอก"
"....."
"หากท่านไม่สบายตัวมาก พวกเราสองแม่ลูกไปลำธารกันไหมขอรับ ข้าก็เหนียวตัวเช่นกัน"
"แต่มันมืดแล้ว แม่คิดว่ามันอันตราย บ้านเราอยู่ใกลู้เา ย่อมมีสัตว์ร้ายมากมาย"
"นำผ้าชุบน้ำเช็ดตัวสิขอรับ แบบที่ท่านพ่อทำให้ท่านแม่เสมอยามท่านแม่เมาไม่มีสติ"
"ท่านพ่อของเ้าทำแบบนั้นหรือ แม่ไม่มีความทรงจำนี้เลย"
"ใช่ขอรับ ท่านพ่อรักข้ากับท่านแม่มาก ท่านพ่อดูแลเราสองแม่ลูกดีมาก"
"หยางเอ๋อคิดถึงท่านพ่อหรือ"
"ไม่มีวันใดที่ข้าไม่รอท่านพ่อกลับมาขอรับ"
"หากเขาไม่กลับมาล่ะ" ไม่ใช่ว่านางอยากทำให้บุตรหมดหวังเื่การกลับมาของบิดา แต่าย่อมมีความสูญเสีย อยู่ที่ว่ามันจะเกิดกับครอบครัวใครเท่านั้น
"ก่อนท่านพ่อจากไป ท่านพ่อให้ข้าสัญญาไว้ว่า หากท่านไม่ได้กลับมา ข้าต้องสัญญาว่า ข้าจะต้องดูแลท่านแม่จนกว่า ท่านแม่จะตามไปพบท่านพ่อที่สะพานิญญา" หลังจากจบคำของฟางหยาง นางคิดว่า สามีคงรักลี่ไป่หลันมาก นางช่างโชคดีจริงๆ ที่ย้อนเวลามาอยู่ร่างนี้
"งั้นเช็ดตัวแล้วนอนกันเถอะ แม่จะเล่าเื่ยามเ้าเกิดให้เ้าฟังดีไหม"
"ดีขอรับ ข้าอยากฟัง ตอนแรกเกิดข้าคงน่ารักมากกว่าใคร"
"เ้าคือ สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของแม่ เป็เทพตัวน้อยของแม่ เป็ดวงใจของแม่" นี่คือความรู้สึกของลี่ไป่หลันอย่างแท้จริง แม้นางจะเมาจนขาดสติ แต่ความรักที่มีต่อฟางหยางไม่ด้อยกว่าแม่คนไหนเลย
เมื่อเช็ดตัวเปลี่ยนชุดเสร็จก็ถึงเวลานอน ฟางหยางช่างออดอ้อนเหลือเกิน เขาซุกกายที่อกของนางแล้วสวมกอดนางเบาๆ จะทำให้แม่รักไปถึงไหนลูกเอ๋ย
"ข้าพร้อมฟังแล้วขอรับ"
"ตอนเ้าเป็ก้อนแป้งข้าวน้อยในท้องแม่ แม่ไม่เคยแพ้ท้องเลย เ้าช่างรู้ความนัก คงรู้ยามนั้นครอบครัวเราลำบาก แม่ไม่เคยอยากเปรี้ยวอยากหวานเลย"
"โอ้ ข้าแสนรู้ั้แ่เด็ก"
"ฮ่าฮ่า แสนรู้หรือ แม่ว่า ใช้คำว่า ฉลาดดีกว่าลูก แสนรู้เหมือนจะใช้กับสุนัขคงเหมาะสมกว่า หรือเ้าเป็ลูกสุนัขน้อย"
"ชริ ถ้าข้าเป็ลูกสุนัขน้อย ท่านแม่เป็แม่ของข้า งั้นท่านก็เป็....ฮ่าฮ่า" หืม ย้อนยอกเก่งจริงๆ ลูกคนนี้
"จ้าๆ แม่ไม่ต่อคำด้วยล่ะ แต่ยามคลอดเ้าช่างทรมานแม่เหลือเกิน ยามนั้นแม่ทั้งโกรธทั้งชังเ้า เพราะเ้าทำให้แม่แทบขาดใจ" อ้อมกอดของฟางหยางแน่นขึ้น คงเพราะคำว่า โกรธ ชัง ถามว่าทำไมเจ้แหวนถึงรู้เื่เหล่านี้ เพราะเมื่อมาอยู่ในร่างนี้ ไม่เพียงแค่ความทรงจำ แต่ความรู้สึกทั้งหมดล้วนถ่ายเทมาที่เจ้แหวน ราวกับว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้นกับเจ้แหวนเอง
"ตอนนี้ท่านหายชังข้าแล้วหรือยัง คำว่ารักของท่านแม่ที่ผ่านมาไม่ใช่คำลวงใช่หรือไม่" ดวงตาของฟางหยางคลอด้วยน้ำตา
"ยามเมื่อคลอดเ้าออกมา ทันทีที่เห็นหน้า น้ำตาของแม่ก็ไหลไม่หยุด ความรู้สึกโกรธ ชัง ยามปวดท้องนั้นหายไปหมด เหลือเพียงความรู้สึกที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะรักเ้าหมดทั้งหัวใจ รักแบบไม่มีข้อแม้หรือเหตุผล รักแบบไร้ซึ่งเงื่อนไข" นี่สินะ ความรู้ของคนเป็แม่ หากเจ้แหวนไม่เล่าให้ฟางหยางฟัง เจ้แหวนคงไม่รู้สึกเช่นกัน เมื่อคิดถึงเื่นี้ ความทรงจำและความรู้สึกยามนั่นหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ราวกับความรักที่เกิดขึ้นมันไม่มีวันหมดหรือจืดจาง
"ข้าก็รักท่านแม่ แต่เหตุใดท่านจึงดื่มสุรา หากรักข้าเหตุใดจึงเมาสุราทุกวัน"
________________________________________