บรรยากาศรอบๆ ตัวที่หนักอึ้งอยู่แล้วเนื่องจากการปรากฏตัวของอาร์เจนโต กลับหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิมเมื่อเซนได้ปรากฏตัวออกมา คำกล่าวกับเซนนั้นเพียงได้รับความสนใจจากเวกเตอร์ชั่วครู่เท่านั้นเนื่องจากมันกำลังหวาดระแวงกับสัตว์ประหลาดั์ ว่าสัตว์ประหลาดั์ตัวนี้นั้นจะทำลายเรือของมันตอนไหน
อย่างไรก็ตามหากมันได้รู้ว่าสัตว์ประหลาดั์ตัวนี้นั้นเป็เทพ และยังเป็เพื่อนกับเซนมันคงแทบล้มลงมากราบเท้าเซนในทันที
“ทะ…ท่านเทพ! ”
เสียงเล็กๆ ดังขึ้นมาที่ด้านหลังของเซน เป็เด็กหญิงตัวน้อยๆ ซึ่งเป็หนึ่งในมนุษย์ครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่ถูกขังเอาไว้อย่างทารุณใต้ท้องเรือแห่งนี้ ซึ่งเซนเป็คนพาพวกเธอขึ้นมาเอง เขาค่อนข้างประหลาดใจเพราะในตอนแรกนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามพูดคุยกับพวกเธอสักแค่ไหนพวกเธอก็ไม่เอ่ยคำพูดโต้ตอบใดๆ เลย แต่เมื่อเห็นอาร์เจนโต้พวกเธอก็อุทานออกมาก่อนที่จะนั่งลงโขกศีรษะคารวะด้วยความนับถืออย่างถึงที่สุด
“เทพเหรอ? พวกไวล์อย่างพวกแกอย่ามาพูดอะไรมั่วๆ เห็นชัดๆ ว่ามันเป็สัตว์ประหลาด! ”
เวกเตอร์กล่าวขึ้นในลำคอเบาๆ แต่มันมากพอที่เซนนั้นจะสามารถได้ยินได้ เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาดูเหมือนว่าเผ่าพันธุ์ครึ่งมนุษย์จะถูกเรียนว่าไวล์ ส่วนความหมายของมันนั้นเขาไม่ค่อยแน่ใจนักเพราะเกรงว่าการออกเสียงสำเนียงภาษาของสองโลกอาจจะต่างกัน แต่ในโลกของเขา เขาได้ยินเวกเตอร์พูดว่า vile มันมีความหมายไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
การที่เซนถูกเมินครั้งแล้วครั้งเล่านั้นยิ่งทำให้เขาเกิดความไม่พอใจ เวกเตอร์และลูกเรือดูเหมือนจะไม่ได้สนใจคำถามของเขาเลยสักนิด ด้วยเหตุผลนี้เองจึงนำพาให้เซนไปสู่ขั้นตอนการใช้กำลัง
“คงต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้ว! ”
เซนเดินไปที่เบื้องหน้าของเวกเตอร์บดบังทัศนียภาพของมันเอาไว้หลายส่วน ทำให้มันช่วยไม่ได้ที่จะต้องเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ อย่างไรก็ตามมันไม่เคยคิดเลยว่าชายหนุ่มที่อยู่ในระดับ 0 นั้นจะกล้าเกาะกุมที่คอเสื้อของมันและกระชากขึ้นมาอย่างรุนแรงจนมันรู้สึกอึดอัดที่คอและสำลักออกมาเนื่องจากหายใจไม่สะดวก
“กะ…แกจะทำอะไร? ”
เซนจ้องมองที่ใบหน้าของเวกเตอร์ด้วยท่าทีเฉยเมยก่อนที่จะค่อยๆ ออกแรงอย่างตั้งใจเพื่อยกร่างที่ดูเหมือนจะเบาไม่ต่างจากขนนกของเวกเตอร์ขึ้นมาเหนือพื้นด้วยการจับคอเสื้อ
ลูกเรือที่เฝ้ามองอยู่รอบๆ ต่างพากันตกตะลึง พวกมันไม่คิดเลยว่ามนุษย์ธรรมดานั้นจะสามารถมีพละกำลังถึงกับสามารถยกคนขึ้นมาด้วยมือเดียวได้เช่นนี้ อย่างน้อยการที่จะทำเช่นเดียวกับเซนได้คนผู้นั้นจะต้องอยู่ในระดับสี่ขึ้นไป
เวกเตอร์พยายามสาปแช่งเซนและดิ้นรนด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มันจะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะออกหมัดหรือลูกเตะ อย่างไรก็ตามมันก็ต้องพบกับความประหลาดใจอีกครั้งหลังจากพยามอย่างหนัก มันได้ค้นพบว่าการดิ้นรนของมันนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่มีระดับ 0 คนนี้กลับไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง ร่างกายทั้งร่างของเซนนั้นให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากแผ่นเหล็กที่ไม่มียากที่จะพังทลาย กลับกลายเป็ว่าเป็เวกเตอร์เองที่ต้องเจ็บตัวเมื่อโจมตีเขา
“หยุดการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์ดีกว่านะ…”
เซนกล่าวขึ้นพร้อมกับเลื่อนมือด้วยความรวดเร็ว มือที่จับคอเสื้ออยู่ อยู่ๆ ก็ย้ายมากำที่คอของเวกเตอร์ทำให้อีกฝ่ายนั้นหายใจไม่ออก
“ทะ..ท่าน…เป็ใครกัน? ”
ตอนนี้เวกเตอร์มันรับรู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหน้ามันนั้นไม่ใช่ธรรมดาสามัญอย่างที่มันคิดในตอนแรก อย่างน้อยคนที่มีความแข็งแกร่งขนาดนี้จะต้องมีระดับที่สูงมากแน่นอน มันจึงคิดว่าบางทีระดับที่มันเห็นอยู่ตอนนี้อาจจะเป็การตบตาจากสิ่งของวิเศษบางอย่างก็ได้
“ตอนนี้คุณก็ฟังผมได้สักทีนะ… ผมจะถามอีกครั้งว่าทำไมเรือบรรทุกสินค้าคุณถึงได้มีเด็กสาวครึ่งมนุษย์พวกนั้น? ”
“…พวกนั้นเป็พวกชั้นต่ำ แต่อย่างน้อยก็เป็ที่นิยมในตลาดของประมูลของพวกเศรษฐีไม่น้อย ราคาที่ได้จากการประมูลเด็กสาวพวกนั้นสูงมาก…อ็อก! ”
เซนทนฟังอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เลยเผลอออกแรงที่บีบคอของอีกฝ่ายอยู่มากเกินไป แต่โชคดีที่แรงของเขานั้นยังไม่มากพอที่จะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายโดยไม่ได้ตั้งใจ ภานุเริ่มที่จะคิดได้ว่าในโลกแห่งนี้นั้นผู้คนยังมีความคิดที่ล้าหลังอยู่ ยังมีการเหยียดเชื้อชาติเผ่าพันธุ์กันเหมือนกับในโลกเก่าของเขาในอดีตที่ห่างไกล ซึ่งเื่นี้นั้นเซนไม่ค่อยชอบใจนัก เขาค่อนข้างจะชอบเด็กๆ เพราะเด็กนั้นค่อนข้างจะไร้เดียงสาและไม่ได้มีความคิดน่ารังเกียจเหมือนกับผู้ใหญ่
และการที่เขาได้เห็นเด็กๆ ต่างเผ่าพันธุ์ที่ต่างกับมนุษย์เพียงแค่นิดเดียวมาเจอกับสภาพความเป็อยู่ที่แย่ถึงขนาดนี้เขาก็อดที่จะรู้สึกโกรธไม่ได้ ในสมองของเขาปรากฏภาพจินตนาการเื่ราวต่างๆนาๆ คิดถึงพวกเธอเมื่อถูกขายไปให้พวกเศรษฐีร่างท้วมก็อดไม่ได้ที่จะกลัว เขากลัวว่ามันจะทำอะไรไม่ดีกับพวกเธอ ดังนั้นเขาจึงหวังที่จะใช้พลังที่เขามีเปลี่ยนแปลงอนาคตของพวกเธอให้ดีขึ้นนับจากนี้ไป
ในตอนนั้นเองั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่พวกเด็กๆ ครึ่งมนุษย์ได้หันมาสนใจการกระทำของเซนแทนการกราบบูชาเทพเ้าอย่างอาร์เจนโต้
เซนออกแรงเล็กน้อยโยนเวกเตอร์ลงไปที่ห้องใต้ท้องเรือ แม้ว่าเหมือนจะออกแรงเล็กน้อยแต่ร่างของเวกเตอร์นั้นกลับพุ่งไปเร็วอย่างมากตกลงไปที่ห้องใต้ท้องเรือ
“ตูมมมม! ”
เสียงของการปะทะกับวัตถุบางอย่างที่ใต้ท้องเรือดูเหมือนว่าเวกเตอร์นั้นจะต้องาเ็ไม่น้อยแน่ๆ แต่เซนในตอนนี้ไม่ได้สนใจความเป็ตายของชีวิตคนอย่างเวกเตอร์เท่าไหร่นัก เขาเปลี่ยนสายตาหันกลับมามองเหล่าเด็กสาวเผ่าพันธุ์ครึ่งมนุษย์ ก่อนที่จะกล่าวกับพวกเธอด้วยน้ำเสียงเฉยเมยและดูเ็า จริงๆ แล้วเซนไม่ได้้าแสดงออกเช่นนี้แต่ประสบการณ์ต่างๆ ทำให้เขาแสดงสีหน้าแบบอื่นค่อนข้างจะยากมันเป็ผลจากการเคยชิน
“ผมจะไม่บังคับพวกเธอแล้วกัน พวกเธอเลือกเองเถอะว่า้าจะเป็อิสระหรือเปล่า? ”
คำกล่าวของเซนนั้นทำให้พวกเด็กๆ เผ่าครึ่งมนุษย์ต่างเกิดประกายแห่งความหวังเมื่อสักครู่นั้นพวกเธอได้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่เซนได้แสดงออกมาแล้ว เขาสามารถล้มกัปตันเรือซึ่งเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดบนเรือนี้ได้อย่างง่ายดาย นั่นแสดงว่าบนเรือลำนี้เขาแข็งแกร่งที่สุด แม้พวกเด็กๆ ้าจะเป็อิสระอย่างไรก็ตามพวกเธอนั้นยังคงมีอาการลังเลและไม่กล้ากล่าวตอบเซน
การถูกข่มเหงและถูกรังแกโดยเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวได้ถูกเพาะขึ้นมาในจิตใจของพวกเธอมาเป็เวลานานหลายร้อยปีต้องแต่รุ่นบรรพบุรุษ พวกเธอไม่เคยมีความเชื่อใจในตัวมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นโดยปกติแล้วพวกเธอจึงไม่เอ่ยวาจาโต้ตอบมนุษย์ไม่ว่าจะเป็ยังไงก็ตาม
ภายในจิตใจของเซนนั้นรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย เขาไม่ได้ล่วงรู้ความคิดของพวกเธอเลย เขารู้แต่เพียงว่าพวกเธอนั้นเลือกที่จะไม่โต้ตอบเขาทั้งๆ ที่เขาให้โอกาสพวกเธอได้เลือก ความเงียบกลืนกินเรือทั้งลำกว่าสิบวินาทีไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่กล้าจะเอ่ยวาจา โดยเฉพาะพวกลูกเรือ ตอนนี้มีบางส่วนแอบแยกตัวออกไปเพื่อที่จะไปดูอาการเวกเตอร์ที่ตกลงไปในใต้ท้องเรือ เซนเลือกที่จะไม่ขัดขวางพวกเขา หากพวกเขาอยากจะทำอะไรก็ทำไปเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังอ่อนแอ จนไม่อาจเป็ภัยคุกคามชายหนุ่มได้
“ท่านจะพาพวกเรากลับบ้านใช่ไหม…”
เสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งดังขึ้น เซนหันกลับไปมองเธอและใกับรูปลักษณ์ของเธอเล็กน้อย เธอมีผมเงางามสีดำและหูแมวที่ดูนุ่มนิ่มเหมือนจริงอยู่บนหัวของเธอสองข้าง หางแมวสีดำของเธอยกขึ้นสะบัดไปมาเบาๆ ในขณะที่ดวงตากลมโตสีไพลินสะท้อนภาพของเซนอยู่ในนั้น แม้ว่าตอนนี้สภาพของเธอนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกเกาะอยู่เต็มไปหมด แต่เซนก็รู้สึกได้ว่าเธอเป็เด็กที่น่าตาดีอย่างมาก เขาจึงเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกเศรษฐีจึงจ่ายหนักเพื่อที่จะได้พวกเธอ
“แน่นอนอิสระที่ฉันหมายถึงก็คือพวกเธอสามารถไปไหนก็ได้…”
ในขณะที่เซนกำลังกล่าวอยู่ใน ลูกเรือสองสามคนที่แอบหนีไปเพื่อไปดูอาการของเวกเตอร์ก็ได้ยกร่างอันสะบักสะบอมของเวกเตอร์ขึ้นมา สภาพของมันนั้นเห็นได้ชัดว่าสาหัสอย่างมาก อย่างน้อยก็มีกระดูกขา และแขนของมันที่หักจากแรงโยนของเซนเมื่อสักครู่ มันได้ยินคำกล่าวของเซนพอดีมันก็รู้สึกรับไม่ได้
“นายท่าน…ท่านจะทำแบบนั้น…กับสินค้าของเราไม่ได้…สมาคมการค้าเฮเว่นจะเล่นงานท่านแน่! ”
เซนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อตนเองเป็ฝ่ายถูกข่มขู่ เขาไม่เคยชอบความรู้สึกนี้เลยสักนิด ตลอดชีวิตมัธยมของเขานั้นนอกจากไม่มีเพื่อนแล้วเขายังถูกรังแกในตอนที่อ่อนแอเป็ประจำจากพวกนักเลงห้องอื่น การข่มขู่ก็เป็สิ่งที่เขาถูกกระทำมาเสมอ
“สมาคมการค้าเฮเว่น? ดูเหมือนจะเป็สมาคมที่สกปรกจริงๆ คุณเตรียมใจไว้แล้วใช่ไหมสำหรับการข่มขู่ผมด้วยชื่อสมาคมนั่นในครั้งนี้? ”
เวกเตอร์นั้นเงียบปากในทันที ความแข็งแกร่งของคนเบื้องหน้ามันนั้นยังไม่แน่ชัด และจากท่าทีของเซนที่ไม่เกรงกลัวในชื่อของสมาคมเฮเว่นแล้วเกรงว่ามันจะเหนือกว่าสิ่งที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก
สมาคมเฮเว่นนั้นแน่นอนว่าเป็ครั้งแรกที่เซนได้ยินชื่อนี้ และรู้สึกไม่ถูกใจเป็อย่างมากในใจของเขาได้จดจำชื่อสมาคมเฮเว่นเอาไว้เรียบร้อย
“ข้าอยากกลับบ้าน”
เด็กสาวหูแมวนั้นไม่สนใจเวกเตอร์เลยว่ามันกล่าวสิ่งใด เธอได้กล่าวบอกความ้าของเธอกับมนุษย์แปลกหน้าที่พวกเธอหวาดกลัวมาตลอดอย่างเซนด้วยเสียงที่เต็มเสียง
“หนูก็อยากกลับบ้าน! ”
“หนูด้วย! ”
เมื่อเห็นเด็กสาวหูแมวเป็แกนนำ เด็กสาวคนอื่นๆ ที่หวาดกลัวในตอนแรกก็มีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น เซนพยักหน้าให้พวกเธอเป็การบอกตกลงว่าเขารับข้อเสนอของพวกเธอแล้ว ชายหนุ่มหันกลับไปมองอาร์เจนโต้และกล่าวกับมันว่า
“อาร์เจนโต้ นายให้พวกเด็กๆ พวกนี้ขี่หลังนายไปได้ไหม? ”
“โอมมมมมมมม! ”
อาร์เจนโต้คำรามออกมาเสียงดังเห็นได้ชัดว่ามันไม่พอใจอย่างมาก เซนก็รีบกล่าวทันที
“เข้าใจแล้วๆ นายมันเป็เทพผู้สูง คงไม่อยากให้ใครนั่งหลังของนายมันเสียเกียรติใช่ไหม? ”
อาร์เจนโต้ได้เงียบไปและไม่กล่าวตอบ เสียงคำรามของอาร์เจนโต้เมื่อสักครู่นี้นั้นทำให้คนทั้งเรือพากันสั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะเดียวกันสายตาของทุกคนต่างหันมามองเซนราวกับมองสัตว์ประหลาด ครั้งนี้ไม่ได้วุ่นวายเหมือนก่อนหน้า ดังนั้นทุกคนได้ยินชัดเจนว่าเซนนั้นได้พูดโต้ตอบกับสัตว์ประหลาดข้างนอกเรือนั่น
ดวงตาของเหล่าเด็กสาวครึ่งมนุษย์ต่างมองเซนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประการตื่นเต้น ผิดกลับพวกลูกเรือที่เป็มนุษย์เหมือนกับเซนกลับมองมาที่เซนด้วยสายตาหวาดกลัวและหวาดระแวงถึงขีดสุด
เมื่อเห็นอาร์เจนโต้นั้นไม่ยอมรับชายหนุ่มจึงหันกลับไปมองพวกเด็กสาวครึ่งมนุษย์และกล่าวว่า
“พวกเธอคงต้องนั่งเรือลำนี้กลับไปด้วยตัวเองแล้วล่ะ พวกเธอขับเรือกันเป็หรือเปล่า? ”
เซน้าจะแก้ไขคำพูดของเขาเพราะเด็กตัวแค่นี้จะขับเรือกันเป็ได้ยังไง อย่างไรก็ตามกลับเป็เด็กหญิงหูแมวกล่าวขึ้นมาว่า
“หนูขับเรือได้ ท่านพ่อของหนูเคยสอนหนูขับมาแล้ว”
เซนไม่ค่อยมั่นใจในเด็กสาวหูแมวนักจึงลองให้เธอบังคับเรือดู และพบว่าเธอนั้นสามารถทำทุกอย่างได้อย่างคล่องตัวราวกับเป็นักเดินเรือในตำนานอะไรทำนองนั้น
“สมาคมเฮเว่น ผมจะให้โอกาสพวกคุณให้ลงจากเรือลำนี้ภายในสิบวิ ถ้ายังไม่ลงไปผมจะจับพวกคุณโยนลงไปเอง! ”