ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 30/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 2
แสงอาทิตย์่บ่ายคล้อยเริ่มทอดยาวเข้ามาในโถงคฤหาสน์หลังใหญ่ ลำแสงสาดลงบนพื้นไม้ขัดมันเป็ริ้วจาง ๆ ราวกับตั้งใจเน้นย้ำว่า...ที่นี่ไม่มีใครแตะต้องมานานแล้ว
อลิสาก้าวช้า ๆ ผ่านโถงรับแขกเบื้องหน้า เธอเงยหน้ามองแชนเดอเลียหรูเหนือศีรษะ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดที่โซฟาหนังสีเข้มซึ่งตั้งเรียงกันอยู่ตรงมุมห้อง
“มันดู...หม่นไปหน่อยนะคะ”
แม่บ้านที่เดินตามอยู่ด้านหลังชะงักเล็กน้อย “คุณอลิสาหมายถึงอะไรเหรอคะ?”
“โซฟาค่ะ” เธอเอื้อมมือแตะเบาะเบา ๆ “สภาพยังดี แต่สีมันซีด ดูจืดชืดไปหน่อย ทั้งที่ห้องนี้แสงดี ถ้าลองเปลี่ยนผ้าม่านเป็สีอ่อน หรือจัดแจกันดอกไม้เพิ่มก็น่าจะช่วยให้ดูสดใสขึ้น”
แม่บ้านสบตาเธอไม่เต็มตา “เอ่อ...เื่นั้น...”
“มีอะไรเหรอคะ?” อลิสาเอียงหน้ามองอีกฝ่ายอย่างสุภาพ
“คุณพายุ...ไม่ชอบให้ใครเปลี่ยนอะไรในบ้านค่ะ”
คำตอบนั้นเรียบ แต่กรีดลงกลางใจหญิงสาวเหมือนมีดปลายบาง
เธอนิ่งไปพักหนึ่ง “ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเลยเหรอคะ แม้แต่ของตกแต่งเล็ก ๆ?”
แม่บ้านอ้ำอึ้ง “เขาจะรู้ค่ะ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว”
อลิสาหัวเราะแห้ง ๆ “สายตาดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ไม่มีคำตอบ มีเพียงรอยยิ้มเกร็ง ๆ บนใบหน้าแม่บ้าน
หญิงสาวหันไปมองรอบห้องอีกครั้ง ข้าวของทุกชิ้นดูสะอาดเรียบร้อย แต่เหมือนถูกจัดไว้อย่างห่างเหิน ไม่ได้เพื่อการใช้งานจริง
“หนูเคยเป็นักออกแบบตกแต่งภายในค่ะ” เสียงของเธอเบาลงเล็กน้อย “แค่...อยากทำอะไรให้ที่นี่ดูเหมือน ‘บ้าน’ มากกว่านี้”
แม่บ้านยังคงนิ่ง
“แต่ไม่เป็ไรค่ะ” เธอพูดต่อทันที “ถ้าไม่ได้รับอนุญาต หนูก็จะไม่เปลี่ยนอะไร”
“ขอโทษด้วยนะคะคุณอลิสา ดิฉันไม่กล้าบอกให้เขาอนุญาตหรอกค่ะ” อีกฝ่ายเอ่ยเบา ๆ
อลิสาโค้งหัวให้น้อย ๆ อย่างเข้าใจ “ไม่เป็ไรค่ะ หนูเข้าใจ”
หลังแม่บ้านผละออกไป หญิงสาวยังคงยืนอยู่ที่เดิม
เธอเดินไปเปิดม่านผ้าหนาให้แสงธรรมชาติเข้ามา พื้นที่ที่เคยอึมครึมก็เริ่มมีชีวิตขึ้นเล็กน้อย แม้เพียงน้อยนิดแต่ก็พอให้เธอยิ้มได้อย่างจางจาง
อลิสาหันกลับไปมองแจกันดอกไม้ที่วางอยู่กลางโต๊ะรับแขก ใบไม้แห้งกรอบ และกลีบดอกโรยร่วงลงขอบฐาน
เธอถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวกลับขึ้นห้องอย่างช้า ๆ
เย็นนี้...บางทีเธออาจเริ่มจากของเล็กที่สุดก่อนก็ได้
เสียงรถยนต์หรูแล่นเข้ามาในรั้วหน้าคฤหาสน์ศิริเดช ดึกกว่าที่อลิสาคิดไว้เล็กน้อย
หญิงสาวยืนอยู่หน้าบันไดทางขึ้นชั้นสอง มือทั้งสองกุมกันแน่น แสงไฟในบ้านเปิดไว้เพียงบางจุด จนเงาของเสาและเฟอร์นิเจอร์ทอดยาวไปทั่วพื้นไม้ เสมือนเส้นแบ่งเขตที่เธอไม่ควรข้าม
เสียงประตูเปิด
พายุก้าวเข้ามาในบ้านในสูทสีเข้ม ตัวสูงสง่า ทว่าบรรยากาศรอบกายเขากลับหนาวเย็นจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
เขาชะงักเมื่อเดินผ่านห้องรับแขก แล้วเหลียวมองผ้าม่านที่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็ผ้าเนื้อบางโทนครีมสะอาดตา พร้อมแสงไฟที่สาดผ่าน ทำให้ห้องดูสว่างกว่าที่เคย
สายตาคมหันไปทางแจกันดอกเดซี่สดสีขาวซึ่งถูกจัดวางไว้บนโต๊ะกลาง
เขาเดินเข้าไปใกล้
“ใครทำ?” เสียงของเขาเย็นจัด
อลิสาก้าวลงจากบันได เสียงส้นเท้าสะท้อนกับพื้นแต่ละก้าวเหมือนจะดังเกินความจริง
“หนูค่ะ...” เธอตอบเสียงแ่
พายุหันมามองเธอตรง ๆ สีหน้าเรียบจัดแต่ดวงตาไม่ปิดบังความไม่พอใจ
“ใครอนุญาต?”
อลิสากลืนน้ำลายลงคอ “หนูแค่...อยากให้ห้องมันดูอบอุ่นขึ้นนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง หรืออะไรใหญ่โตเลย”
“มันไม่ใช่เื่ของขนาด” เขาเดินไปหยุดตรงหน้าแจกัน ใช้ปลายนิ้วแตะขอบแล้ววางมันลงแรงกว่าที่ควร เสียงกระทบพื้นโต๊ะทำให้เธอสะดุ้ง
“มันคือพื้นที่ของผม” น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและเฉียบขาด “ไม่้าให้ใครยุ่ง โดยเฉพาะคนที่ผมไม่ได้เชิญเข้ามาแต่แรก”
อลิสาชะงัก หัวใจเหมือนถูกบีบ เธอพยายามคงสีหน้าให้นิ่งไว้แม้ในอกจะสั่น
“ขอโทษค่ะ หนู...ไม่รู้ว่ามันจะทำให้คุณไม่พอใจขนาดนี้”
“ไม่ต้องขอโทษ” เขาหัวเราะเยาะในลำคอ “เพราะคุณก็แค่ไม่รู้จักที่ของตัวเอง”
ถ้อยคำเ่าั้เสียดแทงลึกยิ่งกว่าดอกไม้ที่ถูกปัดทิ้งเสียอีก
อลิสายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ แต่แววตายังสงบอย่างที่สุด
“ที่หนูทำ...เพราะหวังดี” เธอกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดรอด
พายุเดินเลี่ยงไปอีกทาง ราวกับคำพูดของเธอไม่เคยมีอยู่บนโลกนี้
เงาหลังของเขาหายลับไปในความมืดท่ามกลางโถงที่เงียบสงัด ทิ้งเธอไว้กับแสงไฟสลัวและดอกไม้ที่ยังไม่ทันเฉา...แต่หัวใจเธอกลับเริ่มร่วงโรยแล้ว