นับั้แ่พวกเขามาถึงตระกูลมู่เวลายังไม่ทันถึงหนึ่งก้านธูป
หลี่หั่วก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาผู้ฝึกตนทั้งหกของถ้ำหลิงซูแต่เขาก็เป็ถึงผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นสอง อีกทั้งยังควบคุมอาวุธวิเศษระดับสูง
หากต่อสู้จนตัวตายแม้แต่จื่อหยางเซียนก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะชนะเขาได้
แต่หลี่หั่วกลับถูกมู่เสินฉวนสังหารได้อย่างง่ายดายด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น
นั่นยิ่งแสดงให้เห็นถึงพลังอันแข็งแกร่งของมู่เสินฉวน
ในเวลานี้ จื่อหยางเซียนเริ่มลังเล และมีความคิดว่าจะถอนกำลัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกัดฟันขู่
"มู่เสินฉวน!"
"เ้ากล้าสังหารผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงแห่งถ้ำหลิงซูของข้า!"
"นับจากวันนี้ จะไม่มีที่ยืนให้กับตระกูลมู่ในแคว้นต้าเยี่ยนอีกต่อไป!"
มู่เสินฉวนหัวเราะเยาะ"นับจากวันนี้หรือ?"
"วันนี้เ้าเองก็จะไม่มีชีวิตรอดเช่นกัน!
สิ้นเสียงดังกล่าว
ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวได้แผ่ออกมาจากร่างกายของมู่เสินฉวนพลังปราณที่พลุ่งพล่านทะยานขึ้นไปบนฟ้า ขับไล่เมฆหมอกให้กระจัดกระจาย
ตึก...
ตึก...
ราวกับได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุบๆชัดเจน ราวกับว่าัโบราณกำลังจะตื่นจากนิทรา
"นั่นอะไรนะ!"
"ตำหนักม่วงขั้นเจ็ด!"
"เ้าเพิ่งทะลวงระดับตำหนักม่วงมาได้ไม่นานไม่ใช่รึ!"
จื่อหยางเซียนตกตะลึงความหวาดกลัวแผ่ซ่านจับขั้วหัวใจ
ตอนนี้เขาอยากจะตบพวกที่ไปรวบรวมข่าวกรองในเมืองชิงหยุนให้ตายคามือ
เพราะข้อมูลที่ได้มามันผิดพลาดไปมาก
ขอถามหน่อยเถิดมีผู้ฝึกตนคนใดบ้างที่สามารถทะลวงระดับได้ถึงหกขั้นเล็กในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน
แม้แต่อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นตงฮวงก็ยังทำไม่ได้
"จื่อหยางเซียน นั่นผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นเจ็ด เราสองคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา"
"อย่าไปยั่วโมโหเขา"
หลิวหยุนหน้าถอดสีรีบส่งกระแสจิตเตือนสหายอีกคน
จากนั้นเขาก็ประสานมือคำนับมู่เสินฉวนด้วยรอยยิ้มฝืน
"ผู้นำตระกูลมู่ ท่านมีพลังถึงระดับนี้"
"เื่นี้ต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ"
"ไม่ทราบว่าข้าขออธิบายสักเล็กน้อยได้หรือไม่?"
"โอ้"
มู่เสินฉวนเลิกคิ้ว"เข้าใจผิดอะไร?"
หลิวหยุนเห็นอีกฝ่ายยอมฟังจึงรีบพูด
"ศิษย์เหยียนจู่ของพวกข้า แม้จะอวดดีไปบ้าง แต่เขาก็เป็คนรู้จักกาลเทศะ"
"ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงขั้นเจ็ด ถือเป็ผู้แข็งแกร่งในแคว้นต้าเยี่ยน แม้แต่ถ้ำหลิงซูของเราก็ยังอยากผูกมิตรด้วยไม่มีทางคิดจะสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับท่านอย่างแน่นอน"
"ข้าคิดว่าเื่นี้ต้องมีคนของตระกูลหวังคอยยุยงอยู่เื้ัเป็แน่"
"ถึงเป็เหตุให้เกิดเื่เข้าใจผิดกันขึ้น"
เขาหยุดนิ่งไปชั่วครู่แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงแฝงความหมาย
"หากผู้นำตระกูลมู่มีเมตตา ยอมยุติเื่นี้ ถ้ำหลิงซูของข้าจะมอบของกำนัลล้ำค่าเป็การขอโทษ"
พูดจบ หลิวหยุนก็รีบส่งสายตาให้จื่อหยางเซียน
อีกฝ่ายจึงจำใจโค้งคำนับและขอโทษ
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาอาฆาตที่ฉายแวบขึ้นมาในดวงตาของเขา
สถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ทำให้เหล่าสมาชิกตระกูลมู่ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
ในใจต่างก็ชื่นชมว่าผู้นำตระกูลมู่ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
สามารถบีบบังคับให้ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงสองคนจากถ้ำหลิงซูต้องก้มหัวขอโทษได้
สะใจจริงๆ
แต่ถึงเป็เช่นนี้ก็ไม่จำเป็ต้องหยามศักดิ์ศรีอีกฝ่ายมากจนเกินไป
เพราะถ้ำหลิงซูมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งอาจจะมีเ้าสำนักหรือผู้าุโสูงสุดที่ทรงพลังกว่านี้อยู่ก็ได้
การสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็คงไม่ใช่เื่ฉลาด
"ถ้าตามที่เ้าว่ามา..."
"เื่นี้อาจจะเป็ความเข้าใจผิดจริงๆ"
มู่เสินฉวนเก็บไอพลังกลับคืนมา เท้ายกก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ
หลิวหยุนเห็นดังนั้นก็ดีใจรีบพยักหน้า
"ต้องเป็เช่นนั้นแน่ๆ"
"หวังว่าผู้นำตระกูลมู่จะ..."
หากแต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค...
ในวินาทีถัดมา...
มู่เสินฉวนก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงจนมองแทบไม่ทันเพียงพริบตาเดียวก็หยุดอยู่ตรงหน้าของหลิวหยุน
ภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนกของเขานิ้วเรียวของมู่เสินฉวนก็เจาะทะลวงสู่ตำหนักิญญาของเขา ราวกับกระดาษบางๆ ที่ถูกแทงทะลุ!
ร่างกายและิญญาของเขาแตกสลายในพริบตา
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ จื่อหยางเซียนใสุดขีด รีบถอยหนี
แต่มู่เสินฉวนก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปเขาใช้มือข้างหนึ่งตะปบแขนของจื่อหยางเซียนขาดกระจุย เืสาดกระเซ็นไปทั่วท้องฟ้ามองดูแล้วงดงามราวกับภาพวาด
"เ้า..."
"เ้าคิดจะฆ่ากันให้ตายจริงๆ รึ?"
จื่อหยางเซียนคำรามด้วยความเ็ปชี้หน้าด่ามู่เสินฉวน
มู่เสินฉวนแสยะยิ้มโยนแขนที่ขาดทิ้งไปราวกับมันเป็เพียงขยะชิ้นหนึ่ง
"พลังตำหนักม่วงอันกระจ้อยร่อยของพวกเ้าแต่คิดจะมาทำลายล้างตระกูลของข้า"
"เื่เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ?"
"คนของถ้ำหลิงซูไร้เดียงสาถึงเพียงนี้เชียวรึ?"
"ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็จงเตรียมใจไว้ซะว่าจะต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่!"
ใบหน้าของจื่อหยางเซียนบิดเบี้ยวแววตาอาฆาตที่ไม่คิดปิดบังปรากฏขึ้นอีกครั้ง เค้นเสียงพูดลอดไรฟัน
"ดี ดีมาก!"
"เช่นนั้นก็รอรับการแก้แค้นอันโเี้จากถ้ำหลิงซูของข้าได้เลย!"
"ตระกูลมู่ของเ้า จะไม่มีใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
สิ้นคำขู่ร่างของจื่อหยางเซียนก็ขยายใหญ่ขึ้น ะเิออกเป็หมอกเื ร่างกายหายวับไปจากตรงนั้นอย่างลึกลับ
มู่เสินฉวนโบกมือปัดเป่าหมอกเืนั้น
หรี่ตาลงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า "วิชาหายตัวโดยใช้โลหิตอย่างนั้นหรือ?"
"หึ เ้าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว"
เพราะตอนที่พวกเขามีปากเสียงกันก่อนหน้านี้มู่เสินฉวนได้แอบฝังพลังจิตไว้ในตัวพวกเขาสองคนแล้ว
จุดประสงค์ที่ทำอย่างนั้นก็เพราะว่า้ากำจัดให้สิ้นซาก
จากนั้นมู่เสินฉวนก็พุ่งตัวออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วสูง