หงซือซือทำสัญญาณบอกให้แมวดำรู้ตัวองครักษ์เงาที่สวามีของนางให้ติดตามมาดูแลนางทั้งสี่คนเตรียมพร้อมในทันที เหล่านักฆ่าบุกเข้าฟันทหารรักษาการณ์หน้าวังล้มลงหลายนาย
“อารักขาฮ่องเต้!” หงซือซือในร่างนางกำนัลเฉียงม่านหลิงะโลั่นนางพุ่งเข้าไปหยิบกระบี่จากศพทหารที่นอนอยู่พื้นก่อนจะฟาดฟันกับนักฆ่าเพื่อทะลวงเข้าไปในตำหนักลู่เสียน
นักฆ่าสองคนเข้าไปถึงห้องหนังสือแล้วขันทีผู้หนึ่งถูกแทงฟุบอยู่บนพื้น เฉียงเจียวมิ่งหลบอยู่ข้างหลังฮ่องเต้ที่คว้ากระบี่ขึ้นมาพร้อมสู้
“ฝ่าาปลอดภัยใช่ไหมเพคะ?”
“เ้าระวัง! นี่มันนักฆ่าสำนักมืออสูร” โจวเฟิงมองั์ตาสีแดงของพวกมัน“นักฆ่าระดับสูงเสียด้วย”
เฉียงเจียวมิ่งกระโจนเข้าหมายแทงเข้าที่ด้านหลังของนักฆ่าทั้งสองพวกมันหันมาโจมตีนางอย่างว่องไวนางกำนัลที่ไม่เคยฝึกยุทธ์มาทั้งชีวิตกลับใช้กระบี่รับการโจมตีอย่างไร้ช่องโหว่ซ้ำยังโต้กลับได้อย่างน่ากลัวเฉียงเจียวมิ่งใช้เพลงกระบี่เดียวกันกับนักฆ่าทะลวงและเสียบเข้าในจังหวะที่พวกมันเผลอโจวเฟิงยืนมองการต่อสู้ของเฉียงเจียวมิ่งด้วยแววตาตระหนก
‘ที่จริงนางก็เป็นักฆ่าด้วยนี่เอง! ซ้ำฝีมือยังร้ายกาจกว่าคนพวกนี้ด้วยซ้ำ’
นางหมุนตัวกลับแทงกระบี่เข้าตัดขั้วหัวใจคนร้ายคนแรกอย่างแม่นยำยกเท้าไปข้างหลังถีบอีกคนจนหน้าหงายก่อนจะะโขึ้นพลิกกระบี่กลับมาถอยหลังสองก้าวก่อนทะยานเข้าไปใหม่นักฆ่าคนที่สองพุ่งเข้าหานางอย่างไร้ความหวาดกลัวกระบี่ไขว้กันต่างคนต่างใช้พลังที่มีเพื่อดันให้อีกฝ่ายถอย
“เจียวมิ่งปล่อยเพื่อจู่โจม!” โจวเฟิงร้อนขึ้น
เฉียงเจียวมิ่งจึงแอ่นร่างไปข้างหลังเลื่อนตัวต่ำไปข้างหน้า คมกระบี่รูดกันเป็เสียงลากยาวชวนแสบแก้วหู
เฉี๊ยยยยยยย.........!!!
นางหมุนตัวคว่ำหน้าเสือกกระบี่แทงขานักฆ่า
“อ๊ากกกกก!!!”
ครั้นลุกขึ้นยืนได้ก็กระโจนเข้าโจมตีอีกครั้งโดยใช้กระบวนท่าที่โเี้ที่สุดพลิกตัวสะบัดกระบี่นักฆ่ากระเด็นหลุดกลิ้งลงพื้น ก่อนเสียบกระบี่เข้ากึ่งกลางคอคนร้ายจนล้มลงเืพุ่งออกตามปลายกระบี่ที่นางดึงออกกระเซ็นมาโดนมือของนาง
“เ้าเป็นักฆ่าด้วยหรือ?”
เฉียงม่านหลิงถือกระบี่มองออกไปด้านหน้าประตู“ด้านนอกคงจัดการเรียบร้อยแล้วเพคะ” นางหันกลับมามองฮ่องเต้ “อย่าเพิ่งถามหม่อมฉันเลยออกไปดูข้างนอกกันก่อนเถอะพวกเขาส่งคนมาเยอะเช่นนี้หากฆ่าท่านไม่ได้คงไม่เลิกราแน่” นางวิ่งออกไปหน้าตำหนัก
“มิ่งเอ๋อร์ เราไปกัน!”โจวเฟิงหันมาจูงมือหญิงคนรักวิ่งตามไป+
“จังจิ้นเล่อระวัง!” เสียงสตรีร้องขึ้น
องครักษ์จังนำเหล่าองครักษ์ช่วยกันต้านนักฆ่าสุดกำลังแม้พวกเขาจะแปลกใจที่มีชายชุดเทาคอยช่วยเหลือ แต่ไม่มีเวลาจะไต่ถามเฉียงม่านหลิงดีดตัวขึ้นสูงฟันนักฆ่าที่กำลังแทงจังจิ้นเล่อจนปลายกระบี่ทะลุไปด้านหน้าก่อนจะหันไปแทงต้นแขนคนร้ายอีกคนที่พุ่งเข้ามาด้านข้าง
เพลงกระบี่ของนางคล้ายกับของเหล่านักฆ่าแต่สูงส่งกว่าจึงทำให้นางแทงคนเ่าั้ได้อย่างรวดเร็วกว่าเหล่าองครักษ์ยิ่งมองเห็นช่องโหว่ก็ยิ่งทำลายง่าย!
เฉียงม่านหลิงเชือดนักฆ่าอย่างรวดเร็วส่วนชายชุดเทาทั้งสี่ก็มีวิทยายุทธ์สูงส่ง การต่อสู้ของพวกเขาล้วนเน้นการปกป้องนางโจวเฟิงประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความหวาดระแวง
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงศพนักฆ่าพวกนั้นล้มตายระเนระนาด ทหารในวังจำนวนมากมารายล้อมตำหนักลู่เสียนเอาไว้
“เอาศพพวกนี้ไปชันสูตร!”ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงดังลั่น มือหนึ่งกุมกระบี่อีกมือยังกุมมือของเฉียงเจียวมิ่งเอาไว้
‘คืนนี้หากไม่ได้เฉียงม่านหลิงตัวปลอมเห็นทีข้าจะต้องสิ้นชีวิตแน่!’
“ม่านหลิง ไปคุยกันข้างใน”
ฮ่องเต้ผงกศีรษะยามนี้พระองค์เชื่อแน่ว่านางมิได้แปลงโฉมเข้ามาเพื่อลอบสังหารตนเองแมวดำทั้งสี่กระโจนขึ้นบนหลังคาแล้วหายไป ฮ่องเต้พร้อมเหล่าองครักษ์ที่ยืนอยู่ลานหน้าตำหนักล้วนตกตะลึงที่ชายชุดเทาทั้งสี่หายไปต่อหน้าต่อตา
เฉียงม่านหลิงหันมามองโจวเฟิง“พวกเขาคือองครักษ์ของข้า!”
ฮ่องเต้โจวเฟิงตกพระทัยอย่างยิ่งนางมีองครักษ์ฝีมือสูงส่งคอยอารักขาเช่นนี้ ลักษณะการต่อสู้และการหายตัวไปในลักษณะนี้พระอาจารย์เคยบอกเอาไว้ว่า
“องครักษ์เงางั้นหรือ?”
“เพคะ” นางผงกศีรษะ
โจวเฟิงผงะผู้ที่จะมีองครักษ์เงาอารักขามีเพียงฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ระดับสูงของแคว้นิทรงหันหลังเสด็จนำหน้าเข้าไปในตำหนัก เมื่อเข้าไปด้านในจึงทรงเอ่ยขึ้น
“เ้าเป็ผู้ใดกันแน่?”
“คนของฮ่องเต้ิเฟยหลงเพคะเรียกข้าว่าจอมยุทธ์หง”
โจวเฟิงมองร่างนั้นั้แ่หัวจรดเท้าแสดงว่าที่แท้นางคือบุรุษ
“จอมยุทธ์หงข้าแน่ใจว่าเ้ามิได้หมายมาสังหารข้า แต่เหตุใดเ้าต้องแฝงกายเข้ามาในวังหลวง?”
“หม่อมฉันมีภารกิจสำคัญของแคว้นแต่มิใช่การลอบสังหาร” นางวางกระบี่ สบตากับอ่องเต้โจวเฟิงอย่างกล้าหาญ“เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่าเพคะ”
“เหตุใดข้าต้องตกลงกับเ้า?”
“เพราะมีเพียงข้าที่จะช่วยให้ท่านรอดพ้นจากการลอบสังหารได้ส่วนข้าก็มีสิ่งที่้าขอยืมจากท่าน”
โจวเฟิงทำพระพักตร์ฉงนฮ่องเต้ิเฟยหลงส่งคนแฝงกายเข้าวังหลวงแคว้นผิงเพื่อหวังจะมายืมของเช่นนั้นหรือ?แคว้นิตั้งมานานกว่า เก่าแก่กว่าซ้ำยังยิ่งใหญ่กว่า...พวกเขามีสิ่งใดที่้าจากแคว้นผิงอีก?
“เ้าอยากขอยืมสิ่งใด?”
“ตรากระเรียนทองคำเพคะ”
“นั่นเป็ตราแผ่นดินที่ข้าต้องใช้ในการค้ำจุนบัลลังก์ฮ่องเต้ิ้ามันไปเพื่อการใด?”
“พระองค์เคยได้ยินเื่ขุมทรัพย์ของอดีตฮ่องเต้แคว้นิหรือไม่เพคะ?”
ฮ่องเต้โจวเฟิงทรงพยักหน้า“ข้าเคยคิดว่ามันเพียงแค่เื่เล่าเท่านั้น...เป็เื่จริงหรือ?”
“หม่อมฉันไม่แน่ใจเช่นกันเพคะ?”
“แล้วจะยืมตรากระเรียนทองคำไปทำไมกัน?”
“ฮ่องเต้ิ้าจะเอาไปจำลองขนาดและรูปแบบที่เท่ากันออกมาเพื่อจะเปิดขุมทรัพย์ตามตำนานนั้นเพคะ”
“พวกเ้าหาเจอแล้วหรือ?”
“ยังไม่แน่ใจเพคะแต่คาดว่าน่าจะพบแล้ว”
“คืนนี้หากไม่มีพวกเ้าข้าก็อาจจะหนีไม่รอดนักฆ่าพวกนี้จะว่าไปก็นับว่าเ้าเป็ผู้มีบุญคุณ ทว่ายามนี้ข้าจนใจที่จะรับปากให้เ้ายืมของสิ่งนั้นเพราะมันหาย ไปแล้ว” พระพักตร์ของฮ่องเต้สลดลง“อย่างที่เ้าเห็น กล่องัที่ทำให้ท่านพ่อของ มิ่งเอ๋อร์ถูกใส่ร้ายคือสิ่งที่ใส่ตรากระเรียนทองคำครั้งก่อนมันถูกขันทีผู้หนึ่งขโมยออกจากตำหนักข้าไป แต่เฉียงหยางจงพบมันถูกซ่อนไว้เลยเอาไปเก็บไว้ที่หออาลักษณ์จากนั้นก็มีผู้มาขโมยไปอีกที แต่สุดท้ายเฉียงหยางจงก็จึงกลายเป็แพะรับบาป”
“หากหม่อมฉันสามารถหาตรากระเรียนทองคำมาคืนฝ่าาได้ฝ่าารับปากจะให้หม่อมฉันขอยืมสักสองเดือนได้หรือไม่?”
ฮ่องเต้โจวเฟิงพระเนตรเบิกขึ้นเล็กน้อย“เ้ามีวิธีหามันหรือ?”
“เพคะ ขอเพียงฝ่าารับปาก”
******************************