เมื่อได้ยินคำพูดและทัศนคติของผู้ว่าการประจำเทศมณฑล เสวี่ยเหวินหลง คิ้วของหลิงชิงหยู่ ก็ขมวดแน่นทันที เขารู้ดีว่าผู้ว่าการประจำเทศมณฑลไม่ได้รับฟังความเห็นของเขาอย่างจริงจัง มันทำให้ความหวังของเขาเลือนรางริบหรี่
ในเวลานี้ ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างก็มืดลงเรื่อยๆ สายลมที่พัดกรรโชกก็แรงขึ้นเื่ เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า มิหนำซ้ำยังมีสายฟ้าสีแดงที่แล่นประกายบนท้องฟ้าเป็ระยะๆ คล้ายกับงู
เวลานี้ไฟภายในอาคารทั้งหมดก็ได้เปิดขึ้นหมดทุกดวง ตัวหลิวชิงหยู่ทำได้เพียงมองไปยังอ่างเก็บน้ำกวนซาน และ อ่างเก็บน้ำเทศมณฑลจินหลินที่อยู่บนแผนที่ด้วยความรู้สึกกังวล เขารู้ดีว่า หากฝนตกหนักติดต่อกันสามวันสามคืนเช่นนี้ แม้อ่างเก็บน้ำจะออกแบบมาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถทนรับปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลได้
ให้เขารอคำแนะนำจากทางเทศมณฑลอย่างนั้นรึ? เลขาธิการประจำพรรคของเทศมณฑลก็ไม่สามารถติดต่อได้ และ ผู้ว่าการเสวี่ยเหวินหลง เองก็ไม่สนใจเกี่ยวกับปัญหาเื่นี้ หรือต้องไปหาเลขาธิการพรรคประจำตำบล ซือเจิ้นเฉียง จัดการเรียกประชุมด่วนอย่างนั้นหรือ? นี่ยิ่งเป็ไปไม่ได้เลย! เพราะอีกฝ่ายก็ไม่แยแสคำพูดเขาแม้แต่น้อย
ภัยพิบัติคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ความเป็อยู่ของประชาชนใหญ่ยิ่งกว่าฟ้า ดังนั้นเราจึงจำเป็ต้องปลุกระดมมวลชนให้ตื่นตัวเร็วที่สุด เพื่อขนย้ายทรัพย์สินมีค่าของที่สำคัญ และเร่งกันสร้างฝายเสริมกำลังให้อ่างเก็บน้ำ เราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลิวชิงหยู่ ก็ลุกขึ้นทันที เขารีบเดินไปที่ห้องทำงาน ของรองนายกเทศมนตรี หู่กวงหยวน พอมาถึงประตู เขาก็ลงมือเคาะแล้วก็เปิดเข้าไป จึงได้พบว่า หู่กวงหยวน กำลังนั่งดูหนังอยู่หน้าคอมทำงานของเขา หลังจากเห็นหลิวชิงหยู่เดินเข้ามา เขาก็รีบปิดหนัง แล้วยืนขึ้นพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวหลิว มาที่นี่มีเื่อะไรหรือเปล่า?”
ในคำพูดแม้จะใช้วาจาสุภาพ แต่มันก็เป็ประโยคที่ใช้ลดสถานะของหลิวชิงหยู่ ลงไป
หลิงชิงหยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าออกไปว่า “ท่านรองนายกหู่ ท่านควรเรียกผม ว่านายกเทศมนตรีหลิวนะ ผมไม่ค่อยชินกับการให้คนอื่นเรียกว่าเสี่ยวหลิวสักเท่าไหร่” แม้ว่าหลิวชิงหยู่ จะถูกพึ่งจะถูกแต่งตั้งขึ้นมา แต่เขาก็ดำรงตำแหน่งในกองทัพมานานหลายปี เขาปฏิบัติภารกิจต่างๆ มามากมายหลายต่อหลายครั้ง มีหรือที่จะอ่านความคิดของหู่กวงหยวนและสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ออก
เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่ กล่าวออกมาแบบนั้น หู่กวงหยวน ก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ท่านนายกหลิว ท่านมีเื่อะไรหรือ?”
หลิวชิงหยู่ กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมว่า “ท่านรองนายกหู่ ผมพึ่งตรวจสอบสถานการณ์ของตำบลกวนซานและ ตรวจสอบอ่างเก็บน้ำกวนซานใน่หลายปีมานี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมพบว่าตำบลกวนซานตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เป็ที่ราบลุ่มต่ำกว่าระดับน้ำ หากเผชิญกับฝนตกหนักจะทำให้สภาพถนนและการจราจรอยู่ในที่จุดที่น่าเป็ห่วง ถึงต่อให้เดินทางด้วยรถแทรกเตอร์ก็ถาม อีกทั้งอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นทางทิศเหนือของตำบลกวนซานก็มีความจุเพียง 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็อ่างเก็บน้ำที่จัดอยู่ในระดับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางค่อนข้างไปทางเล็ก แน่นอนหากว่าเขื่อนหยุดการระบาย ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำก็จะเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อระดับน้ำเกินจุดที่รองรับได้ ตำบลกวนซานก็จะถูกน้ำท่วม ยิ่งไปกว่านั้นหากอ่างเก็บน้ำทนรับแรงดันน้ำไม่ไหว อาจส่งผลทำให้เขื่อนพังลง สถานการณ์น้ำท่วมในตำบลกวนซานก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น”
หู่กวงหยวน ได้ยินที่ หลิวชิงหยู่ พูดเขาก็แสดงใบหน้ารู้สึกผิด แล้วกล่าวว่า "ท่านนายกหลิว ผมต้องขอโทษจริงๆ ท่านมาช้าไปหน่อย ก่อนหน้านี้เลขาธิการซือได้แจ้งให้ผมตามไปสังเกตการณ์สถานการณ์ในเมืองระยะหนึ่ง ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ท่านหาคนอื่นมาทำหน้าที่แทนผมเถอะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของ หู่กวงหยวน หลิวชิงหยู่ ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากหันหลังแล้วออกไป ทันทีที่หลิวชิงหยู่เดินออกไป หู่กวงหยวน ก็รีบพิมพ์ข้อความสั้นๆ แล้วส่งออกไป
เมื่อ หลิวชิงหยู่ไปหาสมาชิกฝ่ายบริหารส่วนตำบลคนอื่นๆ ก็พบว่าบุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในสำนักงาน หรือไม่ก็หาข้ออ้างปลีกตัวไปทำงานอื่น เขาพบเพียงรองเลขาธิการพรรคประจำตำบลอย่าง ฉินรุ่ยเจียเท่านั้น เมื่อเข้ามาถึงห้อง ฉินรุ่ยเจีย ก็ยิ้มแล้วยืนขึ้นจากโต๊ะที่อยู่ด้านหลัง เธอเชิญหลิวชิงหยู่นั่งลงบนโซฟาแล้วมองหน้ากันในระยะประชิด
ในสายตาของฉินรุ่ยเจีย หลิวชิงหยู่ มีความสูงราวกับ เมตรแปดสิบ ถึงเมตรเก้าสิบเซน ผิวของเขามีสีแทน รูปร่างของเขาดูดีมาก โดยรวมหลิวชิงหยู่เป็คนหน้าตาหล่อเหลา มีดวงตาที่คมกริบ ใบหน้าของเขาดูเต็มไปด้วยความทระนงและความมั่นใจ
ในสายตาของหลิวชิงหยู่ ฉินรุ่ยเจีย เป็หญิงสาวอายุ 25 หรือ 26 ปี เธอสูงประมาณ เมตรเจ็ดสิบห้า รูปร่างของนางมีส่วนโค้งที่งดงามแสดงผ่านออกมาจากชุดสูตรสีแดง ที่สำคัญที่สุดก็คือความงดงามของฉินรุ่ยเจีย แม้ว่าเธอจะแต่งเครื่องแต่งกายแบบทางการ แต่ผมลอนก็ทำให้เธอดูเป็ผู้ใหญ่อย่างมาก ความงามของฉินรุ่ยเจีย ทำให้ หลิวชิงหยู่ถึงกับตกตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนั่งตรงข้ามกัน เรียวขาที่เรียบเนียนนั้นเองก็น่าใมากเช่นกัน หลิวชิงหยู่ยอมรับว่านี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นคนที่มีรูปร่างงดงามถึงเพียงนี้ ฉินรุ่ยเจีย ดีพอที่จะเป็นางแบบได้เลย
แม้ว่าจะใกับความงามของฉินรุ่ยเจีย แต่หลิวชิงหยู่ก็สามารถตั้งสติพร้อมรักษาความเคร่งขรึมบนใบหน้าไว้ได้ เขากล่าวขึ้นต่อไปว่า “รองเลขาธิการฉิน ผมมาที่นี่เพื่อหารือกับคุณ เื่เตรียมมาตรการป้องกันอุทกภัยในตำบลกวนซานของเรา”
ฉินรุ่ยเจียได้ยินก็ใอย่างมาก เธอรีบถามขึ้นทันที “คุณปรึกษากับเลขาธิการซือหรือยัง”
หลิวชิงหยู่ ถอนหายใจแล้วบอกสถานการณ์ทั่วไปรวมกับเื่ที่เขาคุยกับ ซือเจิ้นเฉียง หู่กวงหยวนและคนอื่นๆ โดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อย
หลังจากที่ฟังเื่ทั้งหมดแล้ว ฉินรุ่ยเจีย ก็ขมวดคิ้วและนั่งคิดอยู่ในใจ
แม้ว่า ฉินรุ่ยเจียจะอายุเพียง25ปี แต่เธอก็ดำรงตำแหน่งข้าราชการมานานถึงสี่ปี นับว่าเธอมีประสบการณ์มากมายนัก
หลิวชิงหยู่ มองไปยังฉินรุ่ยเจียด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ หลังจากออกมาจากห้องของหู่กวงหยวน เขาก็ได้เข้าใจหลายๆ อย่าง เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่สมาชิกคณะกรรมการต่างๆ ในตำบลกวนซาน ดูเหมือนจะตั้งแง่บางอย่างกับเขา และแยกตัวเองออกจากเขาด้วยเจตนา และเพื่อจะทำลายรูปเกมนี้ เขาจะต้องดึงคนมาสนับสนุนให้มากที่สุด เขาได้ศึกษาประวัติโดยสังเขป จึงรู้ว่า ฉินรุ่ยเจีย พึ่งจะดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมาธิการพรรคเพียงเดือนเดียว และยังเป็คนเดียวที่สามารถดึงตัวมาได้ ดังนั้นการพบกับฉินรุ่ยเจียครั้งแรก เขาจึงเล่าปัญหาที่เขาพบมาทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเห็นฉินรุ่ยเจียยังลังเลอยู่ หลิวชิงหยู่ก็กล่าวขึ้นด้วยความจริงใจว่า “รองเลขาธิการฉิน ผมเองก็ละอายใจที่ต้องมาหาคุณ แต่ผมขอพูดด้วยความสัตย์จริง คณะทำงานรวมทั้งผู้ว่าการเองต่างไม่คำนึงถึงเื่นี้ ทุกคนคิดว่าจะไม่เกิดฝนตกหนักในเทศมณฑลจิงหลิน และ ตำบลกวนซานของเขา แต่เพื่อนผมมีฉายาว่าผีอุตุ ด้วยความรู้ของเขาทำให้เขาพยากรณ์อากาศได้แม่นยำมาก แม้มันจะดูไม่เข้ากับบุคลิกของเขาก็ตาม แต่ด้วยความแม่นยำของเขา หากมันเกิดขึ้นจริง อย่าว่าแต่ตำบลกวนซานของเราเลย แม้กระทั่งเทศมณฑลจิงหลินก็ยังได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เบื้องต้นผมได้แจ้งเื่ถึงผู้ว่าการ เสวี่ยเหวินหลงแล้ว เพื่อให้เขาช่วยดำเนินการในสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ แต่ไม่ว่าเขาจะยอมสนับสนุนหรือไม่ ผมก็ไม่้าให้ตำบลกวนซานที่อยู่ภายใต้การบริหารของผมประสบภัยพิบัติ เพราะว่าเื่นี้จะชี้ให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบ ของเ้าหน้าที่ข้าราชการ ผมรู้ว่าเื่นี้อาจจะน่าอายสำหรับคุณ แต่คุณไม่ต้องอายหรอก เพราะหากคุณไม่ว่างผมจะระดมคนไปสร้างฝายกั้นน้ำเสริมแรงให้เขื่อนเอง “ หลิวชิงหยู่กล่าวจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
คำตอบของหลิวชิงหยู่ครั้งนี้ มันจะเป็สิ่งบ่งบอกทันทีว่า ฉินรุ่ยเจียเป็ข้าราชการประเภทไหน ถ้าเธอเป็คนที่คำนึงถึงประชาชน เธอย่อมให้การสนับสนุน แต่หากเธอคำนึงแค่จุดยืนเพียงเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง เขาก็ไม่จำเป็จะต้องขอแรงจากเธอ
เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่เดินออกไป ฉินรุ่ยเจียก็ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น
เมื่อหลิวชิงหยู่เดินไปถึงประตู เธอก็โพล่งขึ้นมาว่า “ท่านนายกเทศมนตรีหลิว ท่านบอกได้หรือไม่ว่าเราจะดำเนินงานอย่างไร? ดิฉันยินดีสนับสนุนท่าน!”
เมื่อพูดจบฉินรุ่ยเจียก็กำหมัดแน่น ดวงตาของเธอแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น
หลิวชิงหยู่ ค่อยๆ หันกลับมามอง ฉินรุ่ยเจียแล้วพูดขึ้นว่า “รองเลขาธิการฉิน คุณแน่ใจหรือไม่ว่าเลือกทางนี้แล้ว งานนี้มันลำบากมากเลยนะ เพราะการจัดการเื่ฝนจำเป็ต้องทำงานหลายด้าน" หลิวชิงหยู่ไม่พูดอะไรเสริม เขาจับจ้องไปที่ดวงตาของฉินรุ่ยเจีย และฉินรุ่ยเจียก็ตอบกลับเขามาอย่างแน่วแน่ “ท่านเทศมนตรีหลิว แม้ว่าดิฉันจะสงสัยเื่พยากรณ์อากาศที่ท่านพูดถึง ทว่าจิตใจที่้าทำเพื่อประเทศและประชาชนของท่านเป็ความจริง ซึ่งตัวดิฉันไม่สามารถรับประกันสถานการณ์ในอนาคตได้ แต่การรับมือกับภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ฉันยินดีที่จะช่วยท่านเต็มที่ "
หลิวชิงหยู่ กำลังรอคำพูดนี้ของฉินรุ่ยเจีย เพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากซือเจิ้นเฉียงที่เป็เลขาธิการพรรคประจำตำบล รองนายก หรือคณะทำงานคนอื่นๆ มันคงทำให้เขาทำงานอย่างยากลำบาก แต่หากมีฉินรุ่ยเจียรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำตำบลให้การสนับสนุน เขาก็สามารถดำเนินงานได้ง่ายขึ้น และสามารถดำเนินตามแผนการของเขาได้
หลังจากนั้นหลิวชิงหยู่ กับฉินรุ่ยเจียก็ได้หารือกัน ก็ได้แบ่งหน้าที่กันไป ฉินรุ่ยเจียรับผิดชอบด้านการจัดสรรกำลังคน จัดหาเต็นท์ และวัสดุป้องกันน้ำท่วมอื่นๆ รวมไปถึงหาสถานที่เพื่อตั้งเต็นท์อาศัย เพราะภูมิประเทศรอบๆ ตำบลกวนซานเต็มไปด้วยเนินเขาสูงและมั่นคง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสีย ส่วนหลิวชิงหยู่เป็ผู้รับผิดชอบงานยากที่สุด เพราะเขาต้องโน้มน้าวประชาชนให้ร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเสริมสร้างฝายที่อ่างเก็บน้ำกวนซาน
หลังจากแบ่งงานเรียบร้อยแล้ว หลิวชิงหยู่ ก็ไม่ได้เริ่มงานอย่างสิ้นคิด เขาเรียก หงซานจิน ผู้อำนวยการศูนย์ราชการประจำตำบลเข้ามาในสำนักงานของเขา และพูดคุยกับหงซานจินโดยตรง “ผู้อำนวยการหง โปรดสั่งการลงไปยังคณะทำงานฝ่ายบริหารทั้งหมดของตำบลกวนซานทันที ติดต่อเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ และบอกให้พวกเขาส่งคนไปที่อ่างเก็บน้ำกวนซานทันที มิฉะนั้นอาจเกิดวิกฤตเขื่อนแตก” อันที่จริงก่อนที่หงซานจินจะมาสำนักงานของหลิวชิงหยู่ เขาก็ได้รับข้อความของรองนายกเทศมนตรี หู่กวงหยวน ซึ่งข้อความนั้นบอกให้เขาห้ามให้ความร่วมมือกับหลิวชิงหยู่ มันทำให้เขารู้สึกละอายเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่ “ท่านนายกหลิว ตอนนี้แม้จะมีลมแรงและฝนตก แต่พยากรณ์อากาศบอกว่าจะไม่เกิดฝนตกหนัก ผมกลัวว่าแม้จะติดต่อเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านหรือผู้ใหญ่บ้านประจำท้องที่พวกเขาก็ไม่ทำตามที่ท่านสั่ง”
เมื่อเห็นท่าทีของหงซานจิน หลิวชิงหยู่ ก็ขมวดคิ้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “สหายหงซานจิน คุณเป็ผู้อำนวยการศูนย์ราชการประจำตำบลนะ คุณอย่าได้ตั้งคำถามกับคำสั่งของผม คุณเพียงแค่ปฏิบัติตามหน้าที่เท่านั้น หากเกิดปัญหาใดๆ ผมยินดีจะรับผิดชอบ ตอนนี้สั่งการลงไป แจ้งผู้นำหมู่บ้านต่างๆ บอกพวกเขาว่าตำบลกวนซวนตกอยู่ในอันตราย จำเป็ต้องให้ความร่วมมือ ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็โทรหารองผู้อำนวยการศูนย์ราชการให้เขาทำ แล้วผมจะแต่งตั้งให้เขาขึ้นเป็ผู้อำนวยการแทน”
เมื่อได้ยินวาจาแข็งกร้าวของหลิวชิงหยู่ หงซานจินก็เหงื่อแตก แม้เขาจะรู้ว่าหู่กวงหยวน มีซือเจิ้นเฉียงหนุนหลัง แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มอายุ 22 ที่เป็นายกเทศมนตรีได้ โดยเฉพาะหลิวชิงหยู่ที่ดูดุดันน่ายำเกรง มันทำให้เขากังวลว่า หากหลิวฉิงหยู่ ทำอย่างที่พูดไว้โดยแต่งตั้งรองผู้อำนวยการเป็ผู้อำนวยการจริง เขาจะต้องเดือดร้อนมากอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นแม้แต่หู่กวงหยวนก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงโทรหาผู้นำหมู่บ้านและผู้ใหญ่บ้านทีละคน ทีละคนต่อหน้า หลิวชิงหยู่
หลังจากเขาได้แจ้งคำสั่งเรียบร้อยแล้ว หลิวชิงหยู่ก็กล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะตอนนี้หาคนขับรถพาผมไปที่หมู่บ้าน และเตรียมการอพยพผู้คนให้พร้อม น้ำท่วมอาจเกิดได้ทุกเมื่อ เราต้องวางแผนเร่งดำเนินการล่วงหน้า”
เมื่อได้ยินว่าหลิวชิงหยู่้าอพยพชาวบ้าน ดวงตาของหงซานจินก็เบิกกว้าง เขาคิดว่าหลิวชิงหยู่นั้นบ้าบิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาบอกให้เรียกคนขับรถมันยิ่งทำให้เขาพูดไม่ออก แต่ด้วยตำแหน่งของอีกฝ่าย มันทำให้หงซานจินทำเพียงพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ว่า “ท่านนายกเทศมนตรีหลิว ตอนนี้เราไม่มีรถแล้ว”
หลิวชิงหยู่ขมวดคิ้ว และชี้ไปทางรถที่จอดอยู่บริเวณสำนักงานส่วนตำบลแล้วกล่าวว่า “ไม่มีรถ แล้วที่จอดอยู่นั่นสามคันคืออะไร! หรือว่ามันคือรูปปั้น!”
หงซานจินพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหยเกว่า “ท่านนายกหลิว คงไม่รู้สินะว่า รถสามคันนั่นเป็ของ ท่านเลขาธิการซือ ท่านรองนายกหู่ และรถส่วนตัวของผู้อำนวยการคณะราษฎร หลิวเจี้ยนอิง ได้ลงรายงานใช้งานรถยนต์เต็มเวลา แม้แต่คณะฝ่ายบริหารคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนรถประจำตำแหน่งของท่านยังไม่มีรายงานใดๆ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลิวชิงหยู่ก็มืดคล้ำ แล้วกล่าวถามไปว่า “แล้วรถโดยสารสาธารณะ ยังมีอยู่ใช่หรือเปล่า?”
หงซานจินยิ้มขึ้นแล้วส่ายหัว “ตำบลกวนซานของเราค่อนข้างยากจน จึงมีแค่รถสามคันนี้เท่านั้น หากคณะฝ่ายบริหารคนอื่นๆ ้าใช้รถ พวกเขาจะต้องไปติดต่อแผนกที่รับผิดชอบเพื่อเบิกใช้รถ”
ใบหน้าของหลิวชิงหยู่ เริ่มหม่นหมองลงเรื่อยๆ เลขาธิการพรรคประจำตำบล รองนายกเทศมนตรี และผู้อำนวยการคณะราษฎร ต่างก็มีรถประจำตำแหน่ง แม้แต่สมาชิกคนอื่นๆ อย่างน้อยก็ยังมีรถคอยให้บริการ แต่เขาที่เป็ถึงนายกกลับไม่มีรถให้ใช้!
ช่างน่าโมโหยิ่งนัก นี่คือการจงใจหาเื่ขัดแข้งขัดขาเขาอย่างแท้จริง ทำให้โทสะของ หลิวชิงหยู่ แทบจะะเิปะทุออกมา
............................