ภายในห้องหนังสือเรือนบูรพาหลังจากส่งฟังเยว่ฉิวเข้าเรือนรับรองฝั่งขวาเผิงเซิ่งอี้ก็กลับมานั่งทบทวนถึงเื่ราวต่างๆ ที่ได้พูดคุยซักถามนางเมื่ออยู่บนหอจันทร์กระจ่าง
‘วันที่ข้าพบท่านครั้งแรกนั้นท่ามกลางหิมะตกปกคลุมร่างท่าน บนอกท่านมีาแถูกยิงด้วยหน้าไม้ โชคดีไม่ถูกหัวใจแต่แผลมันก็ลึกมาก ท่านหมดสติเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น เืไหลย้อมหิมะจนจับตัวแข็งข้าทำได้เพียงลากท่านไปหลบข้างหินก้อนใหญ่แล้วหากิ่งไม้มาคลุมตัวท่านไว้เพราะเกรงหมาป่าจะมาทำร้ายท่านข้ากลับบ้านไปเรียกท่านพ่อมาช่วย พวกเรายกท่านวางบนตะแกรงไผ่สานแล้วลากกลับไปยังกระท่อมของเราลมพายุนอกกระท่อมน่ากลัวเกินไปและหิมะก็ตกไม่ขาดสายติดต่อหลายวันทำให้ข้าและท่านพ่อไม่อาจจะเคลื่อนย้ายท่านไปรักษาในตัวเมืองได้แต่อาศัยความรู้เื่ยาสมุนไพรตามป่าเขาที่มีรักษาท่านไปก่อนอีกทั้งเกิดรู้สึกห่วงความปลอดภัย เกรงคนจะย้อนกลับมาทำร้ายท่านคิดว่าซ่อนตัวท่านไว้สักระยะคงเป็ทางออกที่ดีที่สุด’
‘แล้วหลังจากข้าฟื้นเป็อย่างไรบ้าง’
‘ท่านจำไม่ได้ว่าตนเองมีที่มาที่ไปเช่นไรมีเพียงสิ่งนี้ที่ติดตัวท่านมา’ หญิงสาวกล่าวแล้วถอดป้ายหยกห้อยคอส่งคืนให้เขา
‘หยกของข้า’
‘ข้าขอมอบคืนให้ท่าน’
‘แล้วข้าใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างไรไม่มีคนออกตามหาข้าบ้างหรือ’
‘เคยมีคนมาสอบถามหาคนที่กระท่อม่ที่ท่านยังไม่ได้สติแต่เพราะพวกเรายังไม่ไว้วางใจใคร จึงซ่อนท่านไว้ ท่านพักฟื้นอยู่ร่วมครึ่งเดือนจึงออกมาข้างนอกได้เพราะพายุหิมะตกหนักกว่าทุกปี ส่วนใหญ่พวกเราจึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในกระท่อมนานกว่าจะออกไปหาของป่าและล่าสัตว์เป็อาหารเพิ่มหลังฤดูเหมันต์ข้ากับท่านพ่อคิดจะพาท่านเข้าไปในเมือง’
‘เ้ากล่าวถึงบิดาหลายครั้งเหตุไฉนจึงเดินทางมาที่ถูหยางตามลำพัง’
น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะแล้วเอ่ยน้ำเสียงปนเศร้าว่า ‘ท่านพ่อเสียชีวิตก่อนที่ท่านจะจากมาข้าและท่านช่วยกันฝังร่างท่านพ่อไว้ใกล้กับกระท่อม’
กลุ่มก้อนของความรู้สึกผิดแล่นจุกในอกนางสิ้นบิดายังมิพอ เขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็สามียังทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังความเวทนาต่อชะตาอาภัพของหญิงสาวทำให้เขาลุกเข้าไปโอบบ่าเล็กซึ่งกำลังสั่นไหวของฟังเยว่ฉิวความห่วงหาอาทรอย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจสักนิดนั่นแสดงออกมาราวกับเคยเกิดขึ้นเป็ปรกตินางจ้องเขานิ่งงันแล้วร่ำไห้ออกมา
‘ข้าผิดแล้วที่ทอดทิ้งไม่ไยดีเ้า’
‘ข้าทราบท่านมิได้ตั้งใจจึงไม่โทษท่านแล้ว’
แม้ปากนางจะบอกว่าไม่ถือโทษเคืองโกรธเขาอีกแต่ใช่เหตุให้เขาไม่ต้องรับผิดชอบนางจะอย่างไรเสียตอนนี้นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาของเขาสองเดือน...เวลาเพียงสองเดือนจะไขความข้องใจให้กระจ่างได้ทั้งหมดหรือไม่และเื่ที่เขาซุกซ่อนภรรยาไว้ในเรือนถึงสองคนนั้นจะนำพาเื่ยุ่งยากใหญ่หลวงอันจะส่งผลต่องานและนายเหนือหัวมากมายเพียงใดหนอ...
หลังผ่านการร้องไห้ในอ้อมอกของผู้เป็สามีและเขาก็มีน้ำใจเดินมาส่งนางถึงห้องพัก ฟังเยว่ฉิวจึงได้มีเวลาอยู่ลำพังหลังม่านด้านนอกนั้นมี อาซิ่นสาวใช้อายุสิบหกที่ทางครอบครัวของเผิงเซิ่งอี้ส่งให้มาคอยปรนนิบัติและอยู่เป็เพื่อนนางหญิงสาวล้างหน้าล้างตา คิดว่าจะเอนหลังสักพักก่อนจะออกไปร่วมโต๊ะอาหารค่ำที่ห้องโถงเรือนอุดรตามคำเชิญของเผิงฉานตัน
หูพลันได้ยินเสียงว่ามีคนมาแล้วอาซิ่นก็วิ่งเข้ามาในส่วนของห้องนอนหลังม่านกั้น
“คุณหนูฉงมาเ้าค่ะ”
“คุณหนูฉง...” ใครกัน หรือจะเป็ผู้หญิงคนนั้น ที่นางเคยพบเมื่อตอนมาจวนสกุลเผิงครั้งแรกฟังเยว่ฉิวคิดแล้วก็ลงจากเตียงเพื่อออกไปพบหน้าผู้มาเยือน นางคาดเดาได้ถูกต้องเป็สตรีที่ผงะหงายกับใบหน้าอัปลักษณ์ของนางคนนั้นจริงๆ
เหมยเหม่ยซึ่งเป็คนแอบเห็นเผิงเซิ่งอี้กอดฟังเยว่ฉิวที่กำลังร้องไห้บีบน้ำตาเสียแแ่บนหอจันทร์กระจ่างจึงไปรายงานนายสาวให้มาแสดงฐานะของตนฉงอวี้หลิงไล่อาซิ่นออกไปจากห้องเพราะ้าพูดคุยกับฟังเยว่ฉิวโดยไม่มีคนนอก
ฟังเยว่ฉิวเมื่อพบหน้าเ้าถิ่นจึงน้อมกายแล้วกล่าวทักทาย “ยินดีที่ได้พบคุณหนูฉงอีกครั้ง”
“แต่ข้ากลับไม่รู้สึกยินดีที่ได้พบเ้า”ฉงอวี้หลิงไม่อ้อมค้อมอันใด
คนมาอยู่ใหม่เตรียมใจไว้ก่อนหน้าจึงกล่าวว่า “การมาที่นี่ ข้าไม่มีเจตนาให้ท่านเคืองใจ”
“เ้าเจตนาเชียวละ”สตรีเ้าถิ่นจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง
“ข้าไม่เข้าใจคุณหนูฉงโปรดอธิบาย”
นี่ฟังเยว่ฉิวแกล้งไขสือหรือยังไม่รู้เื่ความสัมพันธ์ของนางกับพี่เซิ่งอี้จริงๆกันแน่ แต่ก็ดีแล้ว...นางคนอัปลักษณ์จะได้รู้จากปากนางเสียเดี๋ยวนี้
“เ้ากับข้าอยู่ในฐานะภรรยาร่วมสามี ข้าสมควรโกรธเ้าหรือไม่...ฟังเยว่ฉิว”
ดั่งถูกอสนีฟาดใส่ฟังเยว่ฉิวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาใสกระจ่างเบิกขยายตื่นใกับคำพูดและรอยยิ้มเหยียดเยาะของฉงอวี้หลิง
“ภรรยาร่วมสามี”แต่ละคำที่ทวนออกมาล้วนยากเย็น
“ใช่ข้าเป็ภรรยาของพี่เซิ่งอี้ เป็คู่หมั้นหมายของเขาั้แ่อายุสิบสี่” เหตุอันใดนางจะบอกความจริงว่านางเพียงแค่บังเอิญได้ยินมารดาเขาพูดแต่ยังมิได้หมั้นหมายกันจริงๆ “ข้าโตมาในบ้านหลังนี้ั้แ่เล็กจนโตอยู่ใกล้พี่เซิ่งอี้ตลอดจนกระทั่งเขาเริ่มรับราชการทหารแล้วสุดท้ายก็ไปรบท่านแม่กำลังจะจัดพิธีให้พวกเราเมื่อเขากลับมา แต่งานก็พลันสะดุดเพราะเขาหายตัวไปครั้นกลับมาก็ได้รับสมรสพระราชทานจากองค์จักรพรรดิตัดหน้าอีก”
ฉงอวี้หลิงมีสีหน้าคับแค้นใจชัดเจนนางรู้สึกชิงชังผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เผิงเซิ่งอี้
“แต่ถึงอย่างนั้นพี่เซิ่งอี้กับข้าก็ยกน้ำชาไหว้ฟ้าดินร่วมหอกันแล้ว เพียงข้ามีทายาทให้สกุลเผิงให้เขาได้เป็บิดาของลูกชายสักคน ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถแยกเขาไปจากข้าและลูกได้แต่เ้า...จู่ๆ เ้าก็เข้ามาวุ่นวายกับเขา”
เ้าของเรือนร่างงดงามดั่งนางหงส์เดินเข้าใกล้เพื่อกดดันอีกฝ่ายให้จนมุม“ถามหน่อยเถอะข้าควรรู้สึกเช่นไรที่ต้องร่วมสามีกับหญิงอื่น ทั้งที่ข้าเป็คนมาก่อนมาก่อนทั้งเ้า มาก่อนทั้งองค์หญิงหงหญ่า ข้าเป็คนรักของพี่เซิ่งอี้แต่กลับต้องทนขมกลืนในอกเพียงเพราะต้องระวังโทษทัณฑ์จากเบื้องสูง”
“ข้า...ข้าสาบานว่าไม่เคยรู้ความจริงข้อนี้”ฟังเยว่ฉิวหลบสายตามองต่ำด้วยความละอายแก่ใจนางไม่ปรารถนาคิดแย่งชิงสามีของผู้ใด หากนางรู้ก่อนล่วงหน้า นางจะไม่มาที่นี่!
“ใช่สิเ้าจะรู้อะไรนอกจากทำให้เขาต้องรับผิดชอบเ้าในฐานะเมียอีกคน ผู้หญิงอย่างเ้าเอาอะไรมาคู่ควร”
ใช่...ฐานะนางต่ำต้อยใบหน้านางอัปลักษณ์ ซ้ำยังไม่รู้หนังสือ แต่นาง...
“ข้ารักเขา” คงมีเพียงเื่นี้เท่านั้นกระมังที่นางกล้าสู้หน้าคนรักของเผิงเซิ่งอี้ฟังเยว่ฉิวเอ่ยพร้อมกับสบตาฉงอวี้หลิง หวังให้หญิงสาวเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน “ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเขามี...เ้า”
ฟังเยว่ฉิวกล้าบอกว่ารักพี่เซิ่งอี้ของนางอย่างนั้นหรือ!
ฉงอวี้หลิงจ้องมองศัตรูหัวใจซ่อนความอาฆาตราวจะกินเืกินเนื้อไว้ภายในยังก่อน...นางจะให้โอกาสฟังเยว่ฉิวถอนตัวออกจากจวนสกุลเผิงด้วยตัวเองก่อน
“เ้ากล้าเอ่ยคำว่ารักอย่างหน้าไม่อายเ้าอาศัยบุญคุณที่ช่วยเขามาเป็ข้ออ้างก็เท่านั้นเพราะเ้ารู้ว่าพี่เซิ่งอี้สูญเสียความทรงจำในตอนแรกผู้หญิงอย่างเ้ามันเห็นแก่ตัว”
“ข้าไม่เคยใช้บุญคุณมาเป็ข้ออ้างเลยสักนิด”คนถูกกล่าวหาว่าร้ายเถียงออกมา
เหมยเหม่ยรีบเข้ามายืนขวางดั่งกลัวว่าฟังเยว่ฉิวจะทำร้ายฉงอวี้หลิงกระนั้นนายสาวจึงโบกมือไล่สาวรับใช้ให้กลับไปยืนที่เดิม
“ถามทีเถอะใบหน้าอย่างเ้าคิดหรือว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์ปรกติแล้วพี่เซิ่งอี้จะมีใจให้เ้าทำสิ่งใดกันแน่จึงทำให้สามารถเป็ภรรยาเขา ทำให้เขาปันใจไปจากข้า”
ทำเช่นไรน่ะหรือ...
ฟังเยว่ฉิวพูดไม่ออก ใบหน้านางเผือดสีทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ใกล้กันนั้น
กิริยามีพิรุธของหญิงบ้านป่าทำให้ฉงอวี้หลิงมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวจะต้องมีบางเื่ปิดบังซ่อนเร้นนางจะต้องฉีกหน้ากากของฟังเยว่ฉิวออกมาให้ได้
“คุณหนูพูดแทงใจดำเ้าละสิ”เหมยเหม่ยสอดขึ้นไม่สนใจว่าฟังเยว่ฉิวก็อยู่ในฐานะฟูเหรินของเผิงเซิ่งอี้เทียมเท่านายสาวของตน
“เ้าใช้เล่ห์กลเพื่อที่จะได้มีความสัมพันธ์กับสามีของข้าใช่หรือไม่บอกมา”
ไม่จริง...นางหาได้กล้าทำเช่นนั้นปากอยากปฏิเสธ แต่ใจของฟัง-เยว่ฉิวกลับนึกอดสูละอายแก่ใจตนถึงตัวนางไม่ได้เป็คนใช้เล่ห์กลแต่ก็มีส่วนทำให้ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบนางไม่ได้
“พี่ต้าเผิงสัญญาจะดูแลข้า”
“ดูแล...ฮึเ้ามั่นใจได้อย่างไรว่ามันเกิดจากความรัก”
ฉงอวี้หลิงพูดจี้จุดในส่วนที่ตัวนางเองก็รู้สึกหวาดหวั่นเผิงเซิ่งอี้ก็ดูแลนางดี แต่ชายหนุ่มกลับไม่เคยคิดเื่ความรักชายหญิง ขนาดกับนางเขายังไม่หวั่นไหวเหตุใดหญิงอัปลักษณ์ตรงหน้าเขาถึงหวั่นไหวจนยอมมีสัมพันธ์ถึงขนาดมอบป้ายหยกแทนใจเื่นี้มันต้องมีเงื่อนงำ ทั้งสีหน้าซื่อเซ่อ ตื่นกลัวมีพิรุธของฟังเยว่ฉิวที่แสดงออกมานั่นอีกนางต้องรู้ให้ได้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันจริงหรือไม่ระหว่างสูญเสียความทรงจำไปนั้นจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขายินยอมรับหญิงบ้านป่าเป็ภรรยาร่วมเคียงในขณะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
“ข้ากับเขาเติบโตมาด้วยกันหากไม่เพราะเขาไปรบแล้วหายไประหว่างเดินทางกลับ มีหรือเ้าจะแทรกเข้ามาในความรักของพวกเราได้แต่เอาเถอะ ข้าเป็คนใจกว้างพอ สามีทำ ภรรยาร่วมรับผิดชอบ เ้ามาทีหลังหากจะอยู่ร่วมบ้าน คงรู้นะว่าต้องทำตัวเช่นไรหวังว่าเ้าคงสงบปากคำเื่ที่ข้ามาคุยกับเ้าวันนี้คิดจะอยู่ในจวนใช้สามีร่วมกับข้า ก็จงเจียมตัวเจียมใจไว้บ้างสักนิดฐานะของเ้ายังต้องใช้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์ ระหว่างนี้อย่าได้ก่อปัญหาใดๆขึ้นมาให้พวกเราต้องเดือดร้อนก็แล้วกัน”
ฉงอวี้หลิงถืออำนาจที่มีนางถังจิ่วหยินให้ท้ายพูดแกมสั่งนางไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ เมื่อแสดงเจตนาตนเองชัดแจ้งแล้วก็ออกจากห้องของฟังเยว่ฉิวติดตามด้วยเหมยเหม่ย ทิ้งอีกคนให้จมอยู่กับความสับสนวุ่นวายในใจ
นางไม่เคย้าเป็มือที่สามแทรกกลางความรักของผู้อื่นหากทราบความจริงข้อนี้ นางจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองเกิดความรักต่อเขา
ฟังเย่วฉิวคิดพลางลุกจากเก้าอี้แทบเดินไม่ตรงทาง ขานางอ่อนแรง อาซิ่นจะเข้ามาพยุงแต่หญิงสาวบอกปฏิเสธก่อนพาร่างเดินหายเข้าไปหลังม่าน เมื่อทรุดกายลงนั่งริมเตียงหญิงสาวก็สั่งตัวเองว่าจะต้องเข้มแข็ง ไม่ตีโพยตีพาย ร้องไห้ฟูมฟายจุดประสงค์ของนางไม่ใช่มาเพื่อระรานใคร คนเป็สามีหากสุดท้ายแล้วไม่ยอมรับนางก็จะอยู่กับความจริงนี้ให้ได้
เดิมคิดเพียงว่าพี่ต้าเผิงของนางปลอดภัยแล้วจะไปครั้นถูกขับไล่ก็เกิดความรู้สึกอยากเอาชนะมารดาของเขาด้วยความจริงทั้งหมดนางเข้ามาอยู่ร่วมกับเขาอย่างมีความหวังเพื่อช่วยเขาฟื้นความทรงจำแต่ความจริงเื่เขามีคนของเขาแล้ว คนที่มารดาเขาผูกด้ายแดงไว้ด้วยกันั้แ่เล็กจนโตนางแม้เป็ภรรยา แต่ก็เป็ผู้มาทีหลังนางไม่ไร้ยางอายทนอยู่เป็เสี้ยนหนามแทงใจภรรยาหลวงของเขานานนักหรอก
เวลาสองเดือนข้างหน้าจะสุขสมหรือขมขื่นมากเพียงใด นางไม่กล้าจะคาดเดา...