“ ข้าจะทำยังไงดี ถ้าไม่มีพลังปราณแล้วคนอย่างข้าจะทำอะไรได้”
เด็กหนุ่มนึกย้อนถึงตัวเองในคราก่อนตอนที่มีพลังปราณอัคคีพิโรธเขานั้นทำตัวเกียจคร้านไม่ขยันฝึกฝนหวังใช้ชีวิตสบายๆไปวันๆแต่ถึงอย่างนั้นเพราะเส้นชีพจรปราณอัคคีพิโรธ ถึงไม่ต้องขยันฝึกซ้อมก็ยังถูกเรียกว่าอัจฉริยะพลังปราณก้าวะโเหนือล้ำกว่าผู้อื่น แต่ผู้คนรอบข้างส่วนใหญ่กลับไม่ชอบเขานักโดยเฉพาะพวกศิษย์พี่ในสำนักเหตุมาจากการที่เขาทำตัวเกียจคร้านไม่หมั่นฝึกฝนแต่กลับมีพลังฝีมือก้าวหน้าเกินกว่าผู้คนที่ขยันฝึกซ้อมแทบตายเขาเคยถูกดูถูกดวยคำพูที่ว่า ถ้าเขามีแค่เส้นชีพจรธรรมดาๆละก็คงทำอะไรไม่ได้ เทียบไม่ได้แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดในสำนักเป็ได้เพียงแค่ขยะเท่านั้น
“คำพูดที่คนเ่าั้เคยพูดกับข้าในสำนักมันคงเป็อย่างนั้นจริง ท่านอาจารย์ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”
เด็กหนุ่มหวนลำลึกถึงอาจารย์ของเขาผู้ที่รักและเอ็นดูเขาอย่างมากถึงแม้เขาจะทำตัวเกียจคร้านก็ตามทีอาจารย์ของเขาเคยสอนไว้ว่าถึงแม้จะทำตัวเกียจคร้านก็ไม่เป็ไรเพียงอย่าสร้างปัญหาให้ผู้อื่นใช้ชีวิตโดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ขณะนั้นพลันนึกถึงคำพูดสุดท้ายของหลินิ“หลังจากเ้าตาย ข้าจะช่วยดูแล หวัง ลี่ ให้เ้าเอง”พลันรู้สึกกังวลเป็ห่วงคู่มั่นของตนขึ้นมาในทันที
“ข้าไม่ร็ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากข้าหายไปบางทีพวกเขาอาจจะคิดว่าข้าตายไปแล้ว หวัง ลี่ ข้าเป็ห่วงเ้าเหลือเกินหวังว่าสาระเลวหลิน ิ จะไม่ข่มเหงเ้า”
เด็กหนุ่มมีท่าทางเป็กังวลอย่างมากพร้อมกับคิดขึ้นในใจ“ขืนเป็แบบนี้แน่ข้าต้องหาทางทำอะไรบางอย่างถึงแม้จะล้มเหลวในการผสานเส้นชีพจรนพเก้าแต่มันต้องมีของบางอย่างที่พอมีประโยชน์บ้างแหละน่า”
หลังจากเด็กหนุ่มคิดได้จึงพยายามค้นหาสมบัติต่อไปแต่ก็เจอแต่ของไร้สาระ“ บัดซบ ผู้ที่สร้างที่นี่ขึ้นมาคิดอะไรอยู่ถึงได้เก็บไว้แต่ของไร้สาระพวกนี้มีเพียงผ้าคลุมนั่นกับเส้นชีพจรที่พอจะมีประโยชน์และแหวนมิติวงนี้ด้วย”
เด็กหนุ่มทำการเก็บของที่ดูจะพอใช้ได้ลงไปในแหวนมิติที่เจอพื้นที่ในแหวนวงนี้เล็กอย่างมากในเมื่อมีพื้นที่จำกัดจึงต้องคิดให้ดีว่าจะเอาอะไรติดตัวไปด้วยจากนั้นจึงทำการเก็บยาทั้งหมดลงไป
“ของวิเศษที่นี้มีเพียงไม่กี่ชิ้นแต่กลับมีเม็ดยาและตำรามากมายข้านั้นไร้ซึ่งปราณดังนั้นเม็ดยาที่มีค่าที่สุดคือเม็ดยาเกี่ยวกับการรักษาส่วนพวกตำรา”
“เดี๋ยวน่ะ เดี๋ยวก่อน” เด็กหนุ่มเหลือบไปเห็นตำราท่าทางแปลกกว่าอันอื่นอยู่เล่มหนึ่งเขียนไว้ด้านหน้าด้วยคำว่า “เคล็ดวิชาควบคุมปราณภายนอก”
“ปราณภายนอกอย่างงั้นหรือ" อยู่ๆก็เกิดความคิดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม ถ้าข้ามีเคล็ดวิชานี้ใช้รวมกับแหวนวงนั้นบางทีถึงแม้ข้าไม่มีพลังปราณก็ยังคงสามารถควบคุมพลังปราณได้
เด็กหนุ่มเกิดความคิดขึ้นมาในทันทีแต่น่าเสียดายตำรานี้มีเพียงแค่ส่วนแรกอีกส่วนหนึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดทราบเพียงแค่ว่าเป็ตำราของราชันย์ไร้กระบี่ แต่ไม่ทราบว่ามันอยู่ที่ใดถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ละทิ้งความพยายามถึงจะมีแค่ครึ่งเดียวแต่คงสามารถใช้ควบคุมปราณได้บ้างพูดเสร็จจึงหยิบแหวนกลืนปราณขึ้นมาสวม
“เพราะข้าไม่มีพลังปราณจึงไม่ถูกแหวนดูดกลืนพลังงั้นซิน่ะเยี่ยมเลย”
จากนั้นเด็กหนุ่มจึงเอาเคล็ดวิชาควบคุมปราณออกมาเริ่มทำการทดลองควบคุมพลังแต่ทันได้นั้นเองพลันพลันยืนตัวแข็งค้าง
“บ้าจริงๆข้างในแหวนนี้ไม่มีพลังปราณกักเก็บไว้แม้แต่น้อย ข้าคงต้องพักเื่นี้ไว้ก่อน เอาไว้ไเมื่อข้าหาทางพื้นฟูพลังให้แหวนวงนี้ก่อนค่อยทำการทดลองใหม่อีกคราก็ยังไม่สาย ส่วนเสื้อคลุมภูติราตรี ข้าหวังว่ามันจะใช้งานได้อย่างในตำรากล่าวไว้เมื่อข้าออกจากที่นี้ไม่งั้นข้าคงไม่รอด”เด็กหนุ่มเก็บตำราทั้งหมดใส่ในแหวนมิติแหวนวงนั้นก็เต็มไปด้วยตำราในทันทีเสร็จแล้วเตรียมตัวจะออกไปสำรวจด้านนอกต่อ จึงนึกถึงดาบกลางห้องขึ้นได้ทั้งๆที่เห็นมันเป็อันแรกแต่กลับไม่ได้สนใจมันเลยมาจนถึงตอนนี้
“ดาบเล่มนี้ปักอยู่ใจกลางห้องคล้ายกับว่าทำหน้าที่อะไรบางอย่างที่สำคัญอยู่ ข้าควรดึงมันออกมาหรือไม่กัน”
เด็กหนุ่มครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จากนั้นจึงตัดสินใจดึงดาบออกมากแสงสว่างพลันมืดสลั๋วลงทันทีแต่ก็ยังคงพอเห็นลางๆเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากแสงหายไปเด็กหนุ่มก็เลิกวิตกกังวลแต่ทันใดนั้นก็มีแรงสั่นะเืเกิดขึ้นอย่างรุ่นแรงสั่นไหวไปทั่วทั้งมิติความคิดเด็กหนุ่มดิ่งลงทันทีไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปตนเองได้ทำอะไรลงไปจึงลองเอาดาบเสียบลงไปที่เดิมหวังว่าบางทีมันอาจจะหยุดแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าการสั่นะเืจะหยุดลงแม้แต่น้อยเมื่อเห็นสถานะการไม่สู้ดีแล้วเด็กหนุ่มจึงตั้งสติขึ้นมาแล้วพยายามหาทางออกให้เร็วที่สุดจึงวิ่งกลับไปที่ด้านนอกตรงข้ามกับทางที่ตนเองเข้ามาตอนแรกสังเกตุเห็นค่ายกลเคลื่อนย้ายประเภทหนึ่งเเต่ก็ไม่มีเวลามาตรวจสอบมากเเล้ว เด็กหนุ่มจึงหยิบหินลมปราณที่ได้มาจากในถ้ำใส่ลงไปอย่างไม่ลังเลพร้อมกับเปิดใช้งานค่ายกลอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะรีบหนีออกจากที่นี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่จะเกิดอะไรเลวร้ายไปกว่านี้
ณเส้นทางแห่งราชันย์หลังจากหลินเฟยดึงดาบออกมา เขตแดนป้องกันส่วนภายในของเส้นทางแห่งราชันย์ก็พลันอันตธารหายไปอย่างไร้ร่องรอยสัตว์อสูรจากภายในจำนวนหนึ่งออกอาละวาดไปทั่วผู้ที่ถูกเลือกเข้ามาต่างพากันหลบหนีเอาชีวิตอย่างเอาเป็เอาตาย โดยหารู้ไหมว่าเหตุการความวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากเด็กหนุ่มหิลเฟย
หลังจากแสงสว่างหายวับไปเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมองดูรอบด้านพบว่าเป็พื้นที่ป่าเขียวขจีแต่ทันได้นั้นได้มีลูกธนูพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วปักเข้าใส่ไล่ซ้ายของเด็กหนุ่มอย่างจังด้วยเหตุเร่งรีบก่อนออกมาเด็กหนุ่มเลยลืมที่จะสวมผ้าคลุมราตรีก่อนออกมาจากมิติลึกลับนั่นร่างของเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องโอดโอยสิ้นเสียงก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ เ้าเป็อะไรมากไหมโชคดีที่ไม่โดนจุดอันตรายเ้าทำไมถึงมาอยู่ ในป่าแห่งนี้ได้ ข้าไล่ล่าหมูป่ามาทางนี้ มั่วใจว่าเป็มันแน่ๆแต่ทำไมกลับกลายเป็คนไปได้ ” ชายวัยกลางคนเข้ามาช่วยเด็กหนุ่มพร้อมกับดึงลูกธนูออกจากไหล่ของเด็กหนุ่ม
“อ๊ากกกกก เบาๆหน่อยได้ไหมท่านลุง”เด็กหนุ่มร้องอย่างเ็ป
“ฮ่าๆๆ เ้าหนูอย่าทำตัวอ่อนแอเป็เด็กไปได้เลยน่าจากที่ดูเ้าก็อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วแค่นี้ก็หัดอดทนซะบ้าง” ชายวัยกลางคนหยิบผ้าขึ้นมาพันแผลให้เด็กหนุ่ม
“ที่ข้าเป็แบบนี้ก็เพราะใครละยิงมาไม่ดูอะไรเลย”
“ให้มันน้อยๆ หน่อยเ้าหนูเป็เ้าต่างหากที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้เลยโดนข้ายิงเข้าต่างหากเป็เ้านั่นแหละที่ผิด”
“ก็ได้ท่านลุง ข้าผิดก็ข้าผิดแต่ข้าขอถามหน่อยที่นี่มันที่ใดกัน” เด็กหนุ่มี้เีต่อปากต่อคำกับชายวัยกลางคนจึงพูดตัดบทขึ้นในทันทีพร้อมกับถามสิ่งที่อยากรู้ออกไปเขาออกมาจากมิติลึกลับได้แต่เดิมเขาคาดเดาไว้ว่าต้องกลับไปอยู่ในเส้นทางแห่งราชันย์แน่ๆแต่กลับไม่เป็ดั่งที่คาดไว้ไม่มีทางที่มีมนุษย์มาล่าสัตว์ในเส้นทางแห่งราชันย์แน่นอนมันคงตลกถ้ามันเป็เื่จริง
“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าเ้าโผล่มาจากไหนแต่ข้าจะบอกให้ก็แล้วกันที่นี่คือป่าหมอกเขียว อยู่ในมืองเมฆหมอก”ได้ยินชื่อเมืองที่ไม่คุ้นเคยเช่นนั้นเด็กหนุ่มจึงรีบถามคำถามต่อไปทันทีด้วยความสงสัย
“แล้วมันอยู่ทวีปไหนเล่าท่านลุง”
“ทวีปเมฆาคราม” ชายวัยกลางคนตอบกลับมาอย่างสั้นๆแต่กลับทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้นในจิตใจเด็กหนุ่ม ทวีปเมฆาคราม นี่มันทวีปไหนกันบัดซบหรือว่ามันมีทวีปเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างงั้นหรือ
“ท่านลุงเเล้วท่านร็จัก มหาปวีปทั้ง4หรือไม่”เด็กหนุ่มอดสงสัยไม่ได้จึงรีบถามชายวัยกลางคนออกไป
“มหาทวีปทั้ง 4 อะไรของเ้า เท่าที่ข้ารู้มาโลกแห่งนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็มีเพียง 2 ทวีปมาั้แ่ต้น”ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มปวดหัวขึ้นมานี่มันไม่ใช่แค่ค่ายกลเคลื่อนย้ายธรรมดาแล้ว นี่มันถึงขนาดย้ายข้าข้ามโลกมาเลยหรอ
“ขอบคุณท่านมาก งั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”หลังจากพูดเสร็จเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจากไปแต่หลังจากเดินได้ระยะหนึ่งก็หน้ามืดและล้มลงไปชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาช่วยอีกครา
“คนหนุ่มแบบเ้านี่ก็นะทำไมร่างกายถึงได้อ่อนแอแบบนี้แล้วยังมีหน้ามาขอบคุณข้าหลังจากโดนข้ายิงอีกเนี่ยน่ะแปลกคนจริงๆ ” ชายวัยกลางคนเห็นเด็กหนุ่มมีท่าทางพิลึกแต่ก็ดูไม่น่าจะใช่คนเลวร้ายอะไรจึงได้ช่วยแบกเด็กหนุ่มกลับไปรักษาตัวยังบ้านของตนเอง