“ท่านประธาน ถึงแล้วครับ”
ตามที่ลีจุนโฮบอก โอฮยอนโจที่หลับตาอยู่ก็หยัดกายขึ้นทำท่าเตรียมพร้อม
“อะแฮ่ม ถึงแล้วเหรอ”
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
“เวรเอ๊ย พวกห่านนั่นมารวมกันที่นี่หมดเลยสินะ”
โอฮยอนโจปรับท่าทางตัวเองและมองไปรอบ ๆ
“พ่อของยองอูล่ะ”
“จอดรถไว้อีกฝั่งแล้วครับ ผมบอกเขาแล้วว่าให้รออยู่ข้างในอย่าลงจากรถครับ”
“ดีมาก ถ้าลงมาพวกนี้ได้รุมแน่”
“ถ้าคุณซงยองอูออกมา ผมจะพามาหาเองครับ”
“เออ เต้าหู้[1]ล่ะ”
"นี่ครับ เตรียมไว้ให้แล้วครับ"
“สุดยอดเลย ผู้จัดการลี เอามานี่ เดี๋ยวฉันจะเป็คนให้เขาเอง”
โอฮยอนโจยิ้มและรับถุงพลาสติกสีดำไป พอเปิดถุงออกมาดู ข้างในก็ยังมีไอร้อนอยู่
“กลิ่นน่ากินใช้ได้เลยนะ”
“ครับ เป็ของร้านเด็ดชื่อร้านเต้าหู้คุณย่า ผมแวะซื้อก่อนมาที่นี่ครับ”
“อืม คนเราก็ต้องกินของอร่อย ๆ แบบนี้สิ”
ในขณะนั้น บรรดานักข่าวทั้งหลายก็เริ่มส่งเสียงดัง เป็สัญญาณว่าใกล้จะปล่อยตัวแล้ว
“ท่านประธาน เดี๋ยวผมมานะครับ”
“โอเค ๆ รีบไป พาบอดี้การ์ดไปด้วย พายองอูมา”
"ครับ"
ลีจุนโฮ เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับและลงจากรถ พร้อมกวักมือเรียกรถที่อยู่ข้างหลังเขาจากนั้นบอดี้การ์ดสี่คนก็วิ่งตามเขาไป
-แชะ ๆๆ
แสงแฟลชถูกสาดอย่างต่อเนื่อง กล้องหันไปทางชายที่สวมเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีดำกางเกงยีนส์ และหมวก กำลังออกมาจากเรือนจำ
“คุณซงยองอู คุณรู้สึกอย่างไรกับการถูกปล่อยตัวจากเรือนจำคะ”
“คุณคิดว่า สำหรับโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน เพียงพอต่อการชดใช้ความผิดที่คุณได้ก่อไหมครับ”
“คุณทราบหรือไม่ว่าขณะนี้มีความ้าส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น”
“ได้ยินมาว่า ที่ระยะเวลาจำคุกสั้นลง เพราะจ่ายเงินเพื่อร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับเื่อาชญากรรมทางไซเบอร์เป็เื่จริงไหมครับ”
“คุณมีอะไรจะพูดกับเหยื่อไหม”
"ช่วยกล่าวอะไรหน่อยค่ะ"
คำถามถูกส่งมาไม่หยุด
ผมยืนอยู่ด้านหลังนักข่าวพยายามฟังสิ่งที่เขาพูด
"ขอโทษด้วยครับ"
มีแต่คำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้น อีกทั้งสวมหมวกปิดบังใบหน้าอยู่จึงไม่สามารถมองเห็นหน้าของเขาได้ และไม่รู้ว่าเขารู้สึกผิดจริงไหม
“หลีกหน่อยครับ ถอยไปหน่อยครับ”
ในขณะนั้น ชายฉกรรจ์ห้าคนในชุดสูทเดินเข้ามาแหวกกลางกลุ่มนักข่าว พวกเขาล้อมรอบและปกป้องซงยองอูทั้งสี่ด้าน
“อะไรเนี่ย คนพวกนี้”
ผมคิดว่าพวกนั้นคือบอดี้การ์ด นักข่าวไม่สามารถเข้าใกล้ซงยองอูทำได้แค่เดินไปรอบ ๆ
“ฮะ? ไอ้เวรนั่น...”
ผมเหลือบมองผ่าน ๆ แต่เห็นได้ชัดว่า มันกำลังยกยิ้ม เพื่อเช็กให้แน่ใจอีกครั้งผมใช้พลังจิตถอดหมวกของเขาออกราวกับลมพัดมา
“เฮ้ย! ถ่ายเลย!”
นักข่าวที่ถือกล้องรีบวิ่งไปกดชัตเตอร์ เป็เพราะในตอนนั้น ใบหน้าของซงยองอูที่กำลังยิ้มอยู่ถูกเปิดเผยออกมา
“แม่ง ไอ้สารเลว”
สุดท้ายมันก็ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดแต่อย่างใด ก็แค่รู้สึกชอบรู้สึกดี เพราะตอนนี้จะได้รับอิสระอีกครั้ง
“ฉันจะทำให้แกเป็อิสระเอง”
ไม่มีอะไรในโลกเป็อิสระเท่ากับความตาย
เพื่อเป็ของขวัญแก่การตายของเขา ผมเหลือบมองบนต้นไม้ข้างทาง บนนั้นมีงูพิษตัวหนึ่งที่ใส่ถุงผ้าเตรียมมาด้วยผมเชื่อมพลังจิตก่อนลงจากรถ แล้วค่อย ๆ ย้ายมันไปอยู่บนนั้นอย่างเป็ธรรมชาติ
“ฉันจะปล่อยแกในเร็ว ๆ นี้ รออีกนิดก็แล้วกันนะ”
ฤดูใบไม้ผลินำมาซึ่งงูมามูชิ[2] พิษของมันร้ายแรงมากว่ากันว่าหากถูกกัดแค่ครั้งเดียวเดินได้ไม่ถึงเจ็ดก้าวก็เสียชีวิตทันที
“หยุดถ่ายรูปแล้วถอยออกมาด้วยครับ คุณซงยองอูได้ชดใช้ความผิดของเขาแล้วตอนนี้เขาเป็ประชาชนปกติแล้วครับ”
บอดี้การ์ดดันนักข่าวและแหวกทางให้ พวกเขาเดินไปบนทางเท้าแคบ ๆหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งที่เต็มไปด้วยนักข่าว
เป็ไปตามคาด
“ใช่ เดินตามทางนั้นไปเลย”
ตรงนั้นเป็พื้นที่โล่ง
ผมนับในใจทุกครั้งที่เขาเดินผ่านต้นไม้ข้างถนนและเมื่อเขาเดินไปถึงด้านล่างต้นไม้ต้นนั้นงูพิษที่เตรียมไว้ก็ถูกทำให้ตกลงมาด้วยพลังจิตของผม ตกใส่ศีรษะของซงยองอูพอดี เขาเดินต่อไม่หยุดผมจึงขยับส่วนหัวของงูเล็งไปที่หลอดเืแดงตรงคอของเขา
“กัดมันเลย!”
เล็งไปที่อวัยวะสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตได้ในทันที พิษที่เข้าสู่กระแสเืจะทำให้หัวใจหยุดเต้นและหยุดการหายใจ
"อ๊าก!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้น บอดี้การ์ดที่คอยป้องกันนักข่าวมองไปที่ซงยองอู
มันเกิดขึ้นในทันที
“งู งูพิษ!”
ดูเหมือนว่าบอดี้การ์ดคนหนึ่งจะเห็นมัน หลังจากได้ยินคำนั้นคนที่พยายามเข้าใกล้ซงยองอูถึงกลับถอยหลังกลับ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงกรีดร้องออกมาอีกระลอก
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง”
เขาน่าจะโดนกัดไปประมาณหกครั้งได้ ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน เมื่อเสียงกรีดร้องหยุดลงผมก็เลิกเชื่อมต่อพลังจิตและปล่อยงูตัวนั้นให้เป็อิสระ
“ทุกคนถอยออกไปครับ!”
นักข่าวถอยไปทางซ้ายและขวา ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังถ่ายรูปอยู่ บางทีมันอาจจะไปปรากฏบนข่าวหน้าหนึ่ง
“ผู้ให้การลงโทษแทนกฎหมาย งูมามูชิ!ในครั้งนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็สัตว์วิเศษมาั้แ่สมัยโบราณ”
อะไรประมาณนี้
“ว้าว นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
จอนมินซองฝืนหัวเราะพร้อมกับใบหน้าที่ดูไม่อยากจะเชื่อกับเื่ที่เกิดขึ้นผมแสร้งทำเป็ไม่รู้ และตอบกลับไปว่า
“คงโดนฟ้าดินลงโทษแหละครับพี่”
ผมสะกิดแขนขา
"เออ ทำไม"
"ออกมาโน่นแล้วครับ"
ท่ามกลางความโกลาหล พัคมีฮยังที่สวมหมวกกำลังเดินออกมาจากเรือนจำ ไม่มีใครสนใจเธอเลยบางทีอาจเป็เพราะทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับซงยองอูที่ล้มพับอยู่ ขณะนั้นชายหญิงวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็ผู้ปกครองของเธอเดินเข้ามาโอบกอดเธอและพาไปที่ลานจอดรถ
"ไปกันเถอะครับ"
ผมเชื่อมพลังจิตกับเสื้อผ้าของพัคมีฮยังและมุ่งหน้าไปที่รถ
โอฮยอนโจที่รออยู่ในรถอย่างสบายๆ รู้สึกแปลก ๆ จึงหยัดตัวขึ้นตรง เป็เพราะลีจุนโฮซึ่งควรจะมาได้แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มาและนักข่าวรอบๆ ตัวก็พากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย
- ปี๊ด ๆ
จู่ ๆ ก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นเพราะได้ยินเสียงดังเข้ามาในรถตลอด
“คนขับรถคิม”
"ครับท่าน"
“ไปสืบมาว่ามีเื่อะไร”
"ทราบแล้วครับ"
คนขับรถคิมวิ่งไปยังจุดที่ผู้คนชุกชุมอยู่และหลังจากนั้น เขาวิ่งกลับมาด้วยท่าทางใกระวนกระวาย
“ท่านครับ! คุณซงยองอูตายแล้วครับ!”
“หือ? ตายได้ยังไง”
“งะ...งูกัดครับ”
“งู? ทำไมงูถึงไปกัดเขาได้”
“ผมก็ไม่ทราบครับ ตามที่ผู้จัดการลีบอก คืองูตกลงมาจากต้นไม้และงูนั่นเป็งูพิษมามูชิครับ”
“นี่มันเื่บ้าอะไร! งูมามูชิมันต้องอยู่บนูเาสิมาอยู่อะไรที่นี่”
“ผะ...ผมก็ไม่ทราบ...”
“แม่งเอ๊ย!”
โอฮยอนโจพยักหน้าและไปยังที่เกิดเหตุ ที่นั่นผู้คุมเรือนจำกำลังดูซงยองอูที่ล้มลงส่วนลีจุนโฮและบอดี้การ์ดกำลังดูฉากนั้นด้วยสีหน้างุนงง
“ผู้จัดการลี! นี่มันเื่อะไร”
เขาะโออกมาและพยายามเข้าไปใกล้ แต่ก็โดนผู้คุมเรือนจำห้ามไว้
“เข้ามาไม่ได้นะครับ”
“อะไรกัน แม่งเอ๊ย! ไม่หลบรึ!”
“มีคนเสียชีวิตครับ ขอความร่วมมือด้วยนะครับ”
“คนคนนั้นเป็คนของฉัน! ฉันเสียเวลาเสียเงินไปกับหมอนั่นตั้งเท่าไหร่แต่ดันมาตายเนี่ยนะ ถึงมันอยากตายก็ตายไม่ได้!”
โอฮยอนโจดันผู้คุมเรือนจำและเดินไปข้างหน้าลีจุนโฮ
“ผู้จัดการลี! อะไรกัน เขาตายได้ยังไง!”
ลีจุนโฮตอบด้วยสีหน้าซีดเผือด
“ท่านประธาน ผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น… จู่ ๆงูพิษก็ตกลงมากัดคุณยองอูครับ”
"ทำไมงูพิษถึงมาอยู่ที่นี่! ที่นี่คือูเารึไง ถึงมันจะมีจริง ๆแล้วทำไมต้องมาตกลงบนหัวหมอนั่นพอดี ไม่ใช่ว่ามีใครโยนมางั้นเหรอ"
“ไม่ครับ นักข่าวก็รีกล้องดูกันหมดแล้วครับ”
"แน่ใจนะ?"
พอถูกโอฮยอนโจจ้องตาเขม็ง ลีจุนโฮก็หน้าซีดเผือดทันที เป็เพราะสายตาที่เขาจ้องมาเหมือนกับตอนที่เขาจับผิดใครสักคนได้
"จะ...จะ...จริง ๆ ครับ"
“แม่งเอ๊ย! อย่าติดอ่าง พูดให้ชัด ๆ!”
“ขะ...ขะ...ขอโทษครับ”
“แม่ง ไอ้โง่เอ๊ย!”
ในตอนนั้น พ่อของซงยองอูเดินเข้ามา เขามองดูศพของลูกชายและร้องไห้ทั้งน้ำตา
“เถ้าแก่! เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ยองอูลูกชายผม ยองอูตายได้ยังไงครับ!”
“ใจเย็นๆ ก่อน...”
“ใจเย็นได้ยังไงครับ! ลูกของผม! ยองอูลูกผมตายแล้ว!! คุณบอกจะพายองอูมาหาผมอย่างปลอดภัยคุณบอกให้ผมรออยู่บนรถ! แต่นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ!”
พ่อของซงยองอูกระชากคอเสื้อโอฮยอนโจ ดวงตาของเขาเหลือกขึ้นราวกับว่าเสียสติไปเพราะการตายของลูกชาย
“ปล่อย! เฮ้ย ไอ้เวรนี่ ปล่อย! บอกให้ปล่อย!”
"ช่วยลูกชายผมด้วย! ช่วยยองอูด้วย!"
“ไอ้เวร แกก็เห็นว่าลูกแกถูกงูกัดตาย จะให้ฉันทำอะไร! ปล่อย?!”
โอฮยอนโจใช้แรงทั้งหมดสะบัดมือออกและปัดเสื้อผ้า
“เวรเอ๊ย แม่งเป็บ้าไปแล้วจริง ๆ คิดว่าแกจับคอเสื้อใครอยู่”
“ฮึก ช่วยลูกชายผมด้วย... ยองอู...”
แม้ว่าลูกชายของเขาจะเป็คนน่ากลัวโดนทั้งโลกประนามก็ตาม เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้
"แม่งบ้าไปแล้ว”
โอฮยอนโจไม่สนใจ เดินเข้าไปใกล้ร่างของซงยองอูที่ตายแล้ว
เมื่อพิจารณาจากใบหน้าที่บวม มีฟองเปรอะที่ปาก ดูท่าว่าจะถูกงูกัดจริง
“เฮ้อ แม่งเอ๊ย...”
รู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า โอฮยอนโจที่แหงนมองท้องฟ้าเห็นต้นไม้ข้างทางอยู่เต็มไปหมดตามที่ผู้จัดการลีบอก งูตกลงมาจากบนนั้น
“นี่ คุณ”
เขาเอ่ยถามผู้คุมเรือนจำคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ศพ
“ถ้าเป็ผู้คุมเรือนจำน่าจะรู้ดี ปกติแถวนี้มีงูเยอะไหม”
เขาถามคนที่ดูอายุน้อยกว่าตัวเขาผู้คุมเรือนจำคนนั้นขมวดคิ้วและมองไปที่โอฮยอนโจ
"คุณเป็ใครครับ"
“ถ้ารู้ว่าฉันเป็ใครแล้วแกจะทำไม ตอบมาสิ ฉันถามว่ามีงูเยอะไหมมันตอบยากขนาดนั้นเลยเหรอ เป็ความลับรึไง”
"......"
ผู้คุมเรือนจำแสดงสีหน้าไม่พอใจ ถอนหายใจตอบคำถามของเขา
“ไม่เยอะ แต่มีสวนสาธารณะใกล้ ๆ แล้วก็มีูเาอยู่ไม่ไกล ไม่ใช่เื่แปลกที่จะเห็นงูครับ”
แม้หลังจากได้ยินคำตอบ โอฮยอนโจก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่สามารถปักใจเชื่อได้ว่ามันเป็อุบัติเหตุเว้นแต่จะมีใครฝึกงู
“หรือแค่โชคร้ายจริง ๆ... นี่มันเื่บ้าอะไรเนี่ย!”
เขารู้สึกราวกับว่าเขาถูกแกล้งอย่างไรอย่างนั้น
ทันทีที่พัคมีฮยังขึ้นรถ เธอรีบถอดหมวกออกราวกับว่าอึดอัดเต็มประดาชายหญิงวัยกลางคนที่เข้าไปรับเธอออกมา ผู้ชายนั่งที่นั่งคนขับ ส่วนผู้หญิงนั่งที่เบาะหลังด้วยกันกับเธอ
“ที่ผ่านมาคุณเหนื่อยมามากเลยนะคะ คุณพัคมีฮยัง”
หญิงวัยกลางคนหยิบแฟ้มออกมาแล้วพูดต่อ
“อย่างที่คุณทราบนะคะ ทั้งค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายเพื่อลดโทษของคุณพัคมีฮยังค่าห้องล็อบบี้ ค่าการศึกษาภายในเรือนจำ ทั้งหมดจะค้างชำระไว้ในรายการของคุณนะคะถ้ามีโปรเจกต์เข้ามา ทางเราจะหักออกจากเงินค่าจ้างที่รับมาจากลูกค้านะคะโปรดทราบไว้ด้วย”
“ไม่ได้หักทั้งหมดแต่หักไปทีละครึ่งใช่ไหมคะ เพราะฉันต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มงานและยังต้องจ่ายค่ากินค่าอยู่ของฉันด้วยค่ะ”
“ทางเราจะสนับสนุนในส่วนที่จำเป็สำหรับการดำเนินงานให้ค่ะ”
"อืม..."
พัคมีฮยังมองมาที่หญิงวัยกลางคนในขณะที่เอามือลูบคลำตะปูเหล็กที่ซ่อนอยู่ในหมวก
“ไม่ว่าจะเื่อะไรก็จะสนับสนุนเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ถ้ามันจำเป็”
"จริงเหรอ"
เธอยิ้มจนตาเป็รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
ในขณะนั้น ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งคนขับได้พูดว่า
“คุณพัคมีฮยัง คุณโอเคไหมครับ”
“......?
“หากคุณไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเรา คุณจะเป็แค่อาชญากรบางทีคุณอาจจะได้กลับไปเข้าคุกอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้”
“นายหน้าไม่ได้มีแค่พวกคุณสักหน่อยนะ”
“พวกที่ไม่มีเงินทุนและยังจัดการไม่ได้เื่มีอยู่เยอะครับ แต่ไม่มีที่ไหนในเกาหลีที่สามารถซัปพอร์ตได้มากเท่าพวกเราแล้วครับ”
เป็คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ พัคมีฮยังถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้
“ใน่ 13 ปีที่ผ่านมาดูจากสิ่งที่พวกคุณทำก็พอรู้แหละค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่านั่นคือที่สุดแล้วหรือยังน่ะค่ะมีอะไรอีกไหมคะ”
"ทำไมจะไม่มีล่ะครับ"
ชายคนนั้นมองกระจกมองหลังและพูดต่อ
“วันนี้ทางเรากำหนดวันปล่อยตัวของคุณให้ตรงกับซงยองอู เพื่อที่คุณจะไม่ได้รับความสนใจและแน่นอนว่าพวกเราใช้เส้นสายเพื่อไม่ให้มีชื่อคุณพัคมีฮยังอยู่ในข่าวด้วยครับ”
[1] การให้เต้าหู้กับคนที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำเป็ความเชื่อของคนเกาหลีอย่างหนึ่งเพราะเชื่อว่า เต้าหู้เป็สิ่งขาวสะอาดและอุดมไปด้วยโปรตีน
[2] งูมามูชิ เป็งูที่อันตรายที่สุดในญี่ปุ่นสามารถพบที่เกาหลีและจีนได้เช่นกัน สามารถยาวได้ถึง90 เิเมีความอันตรายสูงมากเนื่องจากมีพิษที่จะไปทำลายระบบเืซึ่งถูกฉีดผ่านเขี้ยวยาว