ั้แ่เช้าจนหมดวัน หยางเจี้ยนก็คล้ายอันตรธานอย่างไร้ร่องรอย เขาหายตัวไปเลยอย่างไม่หวนกลับมา
พิธียกน้ำชายังปล่อยภรรยาให้รับหน้าเพียงผู้เดียว การกระทำของหยางเจี้ยนส่งผลให้นายท่านผู้เฒ่าติ้งอานโหว ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านใหญ่ ฮูหยินใหญ่ และญาติผู้ใหญ่ รวมถึงพี่น้องสายรองล้วนมองไป๋ิเยว่ด้วยสายตาดูแคลน
แม้เป็สมรสพระราชทาน แต่ใครต่อใครต่างก็ดูออกถึงพระประสงค์ขององค์ฮ่องเต้ การจำกัดอำนาจบารมีของตระกูลหยางเอาไว้ด้วยสตรีผู้นี้เป็เื่ที่จำต้องทำใจจริงๆ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่มีวันยอมรับสะใภ้ต่ำศักดิ์แน่นอน
พิธียกน้ำชาเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมเ็า แล้วก็ผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่ายเงียบสงบดุจกำลังไหว้สุสาน
ิเยว่รู้สึกประหนึ่งว่ากำลังคำนับหลุมศพพวกพ้องที่ตายไปหลายชีวิตในหุบเขามรณะบนเกาะลึกลับกลางทะเลของตนก็มิปาน
เฮ้อ! เกิดเป็คุณหนูไป๋ผู้นี้คงต้องทำใจอย่างสุดซึ้ง ยังมีอันใดย่ำแย่กว่านี้อีกไหมเล่า?
ิเยว่เดินกลับเรือนของตนอย่างหงุดหงิด โดยมีสาวใช้คนสนิทนามจิ่นซินเดินปาดน้ำตาด้วยความโมโหอยู่ด้านหลัง หญิงสาวหันหน้ามอง “เ้าเป็อะไร?”
จิ่นซินสะอึกสะอื้นอย่างคับแค้นใจพลางกล่าว
“บ่าวไม่คิดเลยว่าวิธีแก้ปัญหาของพระสนมเว่ยผู้นั้นจะลงเอยเยี่ยงนี้ แรกเริ่มคิดว่าได้สมรสพระราชทานกับบุรุษอย่างแม่ทัพหยางผู้เก่งกาจเกรียงไกร คุณหนูของบ่าวคงได้เชิดหน้าชูตาเป็หงส์แล้วพำนักอยู่อย่างปลอดภัยไม่ต้องกังวลหรือเป็ทุกข์ใจอะไรอีก แต่บ่าวคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนของจวนหยางจะดูแคลนคุณหนูขนาดนี้”
พร่ำบ่นยาวเหยียดก็ปาดน้ำตาที่กำลังไหลพรากจนดวงหน้าเปรอะเปื้อนไปหมด จิ่นซินยังตัดพ้ออีกว่า
“ยังมีแม่ทัพหยางอีกคน เหตุใดต้องเ็าขนาดนั้น ไร้น้ำใจเกินไปแล้ว”
ั้แ่ตื่นลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ ิเยว่ชอบที่สุดก็คือจิ่นซิน นางเป็บ่าวผู้ภักดี แม้อ่อนแอไร้กำลังวังชาทว่ากลับเป็คนที่มีความอดทนสูงยิ่ง ใบหน้ากลมแก้มป่องตาหรี่หยี เวลาโมโหเดือดดาลยังน่ารักมาก
จิ่นซินสมควรได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมที่สุด
ิเยว่เอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้สาวใช้ตัวน้อยของตน ตบไหล่เล็กบางอย่างอ่อนโยนพลางปลอบใจอย่างห้าวหาญ
“จิ่นซินเอ๋ย ข้าไม่เป็ไรเลย เื่เช่นนี้เล็กน้อยมาก อีกอย่างแม่ทัพหยางเขาเป็คนเช่นนั้น เราจะเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้เป็ดั่งใจเราย่อมทำไม่ได้ เข้าใจไหม?”
จิ่นซินกะพริบตาเปียกชื้นพยักหน้าหงึกหงัก
ิเยว่กล่าวอีกว่า “เื่ระหว่างข้ากับแม่ทัพหยาง ล้วนเป็ข้าที่ผิดเองทั้งสิ้น เ้าอย่าได้กล่าวโทษเขาเชียว”
สาวใช้ตัวน้อยพยักหน้าอีก แต่กลับงุนงงอยู่มาก “อะไรกันเ้าคะ? คุณหนูทำอะไรผิดหรือ?”
ิเยว่ส่ายหน้า แววตาฉายแววละอายใจ
เฮ้อ! การถีบสามีตกเตียงในเช้าหลังเข้าหอเยี่ยงนั้น นางลำบากใจที่จะเล่าจริงๆ
“เอาเป็ว่าต่อไปเ้าไม่ต้องทำอะไรเพื่อข้า แต่เ้าต้องเป็ฝ่ายให้ข้าดูแลอย่างดี ตกลงไหม?”
จิ่นซินรู้สึกในัก “คุณหนูกล่าวสิ่งใดกันเ้าคะ ต้องให้บ่าวดูแลถึงจะถูกเ้าค่ะ”
“ข้าต่างหากต้องดูแลเ้า จะเลี้ยงดูเ้าให้เหมือนน้องสาวแท้ๆ เลยเชียว”
“คุณหนู!”
จิ่นซินโอดครวญเสียงดัง นางได้แต่นึกแปลกใจว่าเหตุใดคุณหนูใหญ่คล้ายเปลี่ยนแปลงไปราวกับคนละคน หากเป็เมื่อก่อนคุณหนูของนางเจอเื่ชวนช้ำใจเยี่ยงนี้ ต้องร้องไห้อย่างหนักจนสลบไสลแน่นอน
ทว่านอกจากนางมิได้เห็นน้ำตาของนายสาว ยังเห็นเพียงรอยยิ้มพร่างพราวสว่างสดใสเยี่ยงคนไร้เื่ทุกข์ใจ กิริยาวาจาหรือก็ห้าวหาญชาญชัยไม่ต่างจากบุรุษ
แท้ที่จริงจิ่นซินมีนิสัยร้ายกาจพอตัว ครั้นต้องมาคอยรับใช้ไป๋ิเยว่ที่อ่อนหวานนุ่มนวล กิริยาวาจาอ่อนโยนดุจสายน้ำเย็นฉ่ำ นางจึงไม่สะดวกทำตัวโผงผางหรือเผยกิริยาวาจาไม่เหมาะสมออกมา จำต้องเก็บงำด้านมืดของตนเอาไว้ เพราะต่อให้อยากชี้แนะอันใดแก่นายสาวผู้อ่อนไหวออกไป เกรงว่าคงเป็การยุยงส่งเสริมคุณหนูดีๆ ราวผ้าขาวคนหนึ่งให้กลายเป็คุณหนูผิดแผกจนกลายเป็สีสันบาดตา จนถูกเกลียดชังยิ่งกว่าเก่า อาจถูกรังแกหนักกว่าเดิมหลายเท่า
นางที่เป็เพียงบ่าวไพร่ไหนเลยจะทำสิ่งใดได้มากกว่าการร่ำไห้พร้อมเ้านาย
แต่คุณหนูของนางยามนี้ นอกจากไม่แสดงด้านอ่อนแอตรอมตรมเหมือนก่อน ยังดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง แม้ดูวางเฉยต่อความเลวร้ายที่ถาโถม แต่กลับพร้อมพุ่งชนยิ่ง
จิ่นซินย่อมไม่รู้ว่าิเยว่คือคนที่ตายแล้วได้เกิดใหม่ รอยยิ้มของนางล้วนไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด ์เท่านั้นที่รู้ว่านางได้มีโอกาสลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะเหตุใด
บุพเพวาสนาแห่งรักรอวันได้ประจักษ์ถึงจะแจ้งแก่ใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่ิเยว่ปรากฏชัดในห้วงความคิดก็คือการกลับมามีชีวิตใหม่ในครั้งนี้คงเป็เพราะ์ให้นางได้แก้ตัวใหม่
ชาติที่แล้วเพราะนางก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มากโข พาพี่น้องล้มตายอย่างไร้ค่าก็หลายร้อยคน เช่นนั้นชาตินี้ นางที่สิงร่างคุณหนูใหญ่ไป๋ผู้อ่อนแอบอบบาง ไร้ใครใส่ใจ ปราศจากที่พึ่งพา คงเป็เพราะว่า์้าให้นางได้เริ่มต้นทุกสิ่งขึ้นใหม่ทั้งหมดนั่นล่ะ
เห็นได้ชัดจากการให้นางกลายมาเป็ฮูหยินของบุรุษซึ่งยึดมั่นในคุณธรรมอย่างหยางเจี้ยนปะไร
อธรรมต่ำช้าจึงจำต้องอยู่เคียงข้างธรรมะอันสูงส่ง
เฮ้อ!
ิเยว่ถอนหายใจนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่ม ถามคำซ้ำๆ ว่าไม่จริงใช่ไหม? รอบที่ร้อยครั้งที่พันแล้ว
แต่เมื่อคิดไปคิดมา คิดย้ำๆ จนเกินไปก็ไม่เห็นจะมีดีอันใดตรงไหน มิสู้ใช้เวลาว่างให้เป็ประโยชน์ อย่างเช่นฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งดุจเดิม
นางกำลัง้ากลับไปยิ่งใหญ่เฉกเช่นกาลก่อน
ทว่าการกลายมาเป็สตรีอ่อนแอราวบุปผากลีบบาง พร้อมหลุดร่วงตลอดเวลาแค่ต้องลมเยี่ยงนี้ จะทำอันใดได้ นอกจากรั้งรอเวลาอันเหมาะสมเท่านั้น
โอกาสที่จะกลับมาผงาดกล้าในวันหน้าย่อมเกิดขึ้น!
อันดับแรกต้องนางฟื้นฟูสุขภาพร่างกายของตนก่อน แล้วค่อยๆ ฝึกวิชาปลดผนึกความทรงจำหลังถอดหน้ากากให้เหล่าพวกพ้องที่ยังเหลือชีวิตรอดในวันนั้น พวกเขาจะได้กลับมารวมตัวกับนางเพื่อสร้างอาณาจักรด้วยกันอีก
คนแรกคือซิงเยว่ น้องสาวสุดที่รักของนาง...
ิเยว่เริ่มจากฝึกนั่งสมาธิเพ่งจิตกำหนดลมหายใจเพียงลำพังในห้องหับส่วนตัว
หญิงสาวย่อมจำจดกระบวนท่าเงาดาบจันทราได้อย่างละเอียดแม่นยำ มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้เคล็ดวิชานี้
การแอบฝึกหนักจึงเกิดขึ้นในทุกวัน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้สักคน แม้แต่จิ่นซินสาวใช้คนสนิทของิเยว่
และแน่นอนว่าหยางเจี้ยนยิ่งไม่รู้เื่นี้
เพราะเขาไม่เคยย่างกรายเฉียดใกล้เรือนหออีกเลย นับแต่วันที่ถูกหยามเกียรติขั้นรุนแรง
ทุกวัน แม่ทัพหยางมักจะอยู่ประจำที่ค่ายทหาร หากกลับเข้าจวนก็มักจะขลุกอยู่ในห้องหนังสือ หารือกับลูกน้องเสร็จก็กินนอนอยู่ในนั้น ทำตัวเฉยชาห่างเหินกับภรรยาพระราชทานอย่างยิ่ง
ส่วนแม่นางน้อยผู้เป็ภรรยาอย่างไป๋ิเยว่ นอกจากไปคารวะน้ำชาต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าและแม่สามีอย่างฮูหยินใหญ่รวมถึงญาติผู้ใหญ่สายรองที่มักจะรวมตัวยามเช้าที่เรือนใหญ่แล้ว นางก็กลับเรือนปิดประตูสนิทแน่น แม้แต่หน้าต่างก็ไม่แง้มเปิดให้ลมผ่าน
ิเยว่ทำตัวสงบเสงี่ยมเงียบสงัดอยู่ในเรือนตนเอง ไม่ออกไปไหน ไม่สุงสิงกับญาติพี่น้องของสามีคนใดทั้งสิ้น
แม้แต่การกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมนางยังไม่ทำ
ที่จวนไป๋แห่งนั้น ไป๋ิเยว่ตัวจริงได้ตายไปแล้ว ส่วนนางคือิเยว่อดีตจอมโจรเงาดาบจันทราผู้ยิ่งใหญ่ นางจำเป็ต้องลดตัวกลับไปเยี่ยมคนสกุลไป๋หรือไร? เฮอะ!
นิยายเื่นี้มีฉบับอีบุ๊ค คลิก>>> บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意