แสงยามเย็นเล็ดลอดผ่านม่านโปร่งของห้องพัก 307 เงาของมันเป็เส้นยาวสีส้มอ่อนๆทาบลงบนพื้นไม้และขอบเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจทำงานเป็จังหวะ
บนโต๊ะหัวเตียงมีกรอบรูปสองใบวางเคียงกันเหมือนเดิม ใบหนึ่งคือภาพของมินจุนในชุดทหาร ที่ยิ้มอย่างอ่อนโยน อีกใบคือภาพ NEX-9ในรอยยิ้มจางๆที่ดูฝืนๆ เอริกาเอนหลังพิงหมอนสูง เธอเหลือบมองภาพสองกรอบนั้นหลายครั้ง
NEX-9 ยืนอยู่ข้างเตียงในตำแหน่งที่ถูกโปรแกรม อันเป็ระยะที่สถาปนิกของศูนย์วิจัยคำนวณมาแล้ว เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่ถูกเครื่องจักรคุกคาม จากนั้นก็กล่าววิเคราะห์
“ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในสามวันแรก คุณมองรูปพวกนั้นบ่อยขึ้น 47% ”
“ นี่คุณถึงขั้นเก็บสถิติการมองรูปของชั้นเลยเหรอ” เอริกาเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ ครับ ” เขาตอบตามตรง
“ เพราะทุกครั้งที่มอง คุณจะนิ่งไปประมาณ 2.3วินาที แล้วหัวใจเต้นช้าลงเล็กน้อย ผมยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร อาจเป็ได้ทั้งความสงบ หรือไม่ก็ความเศร้า ”
“ ดีจังที่ยังมีใครสนใจว่าสายตาของชั้นจะไปหยุดที่ตรงไหน” หญิงสาวหัวเราะเบาๆที่ผสมไอแห้งๆเล็กน้อย
เอริกาหันหน้าไปทางกรอบรูปอีกครั้ง และเอื้อมมือไปแตะขอบไม้บนกรอบของมินจุน ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามร่องสีที่เริ่มลอกนิดๆ
“ คุณรู้มั้ยว่าทำไมชั้นถึงยังวางรูปเขาไว้ตรงนี้” คำถามของเอริกาดูเรียบง่าย แต่ปลายเสียงกลับสั่นไหว
“ จากข้อมูลก่อนหน้า ” NEX-9 ตอบอย่างระมัดระวัง
“ คุณเคยบอกว่า‘รูปถ่ายคือความทรงจำที่ถูกหยุดเวลาไว้’ ผมจึงสันนิษฐานว่า…คุณ้าหยุดบาง่เวลาที่มีเขา เอาไว้ที่ปลายเตียงนี้ ”
“ อืม…ก็นับว่าถูกและไม่ถูก ” เธอพยักหน้า ก่อนจะหยิบกรอบรูปของ NEX-9 ขึ้นมา แล้ววางมันซ้อนทับกัน ปากก็กล่าว
“ บางวันชั้นก็อยากเก็บรูปเขาเข้าลิ้นชัก ไม่ใช่เพราะเกลียด…แต่เพราะกลัวตัวเอง ”
“ กลัวอะไรหรือครับ ”
“ กลัวว่าถ้ามองเขานานไป…ชั้นจะไม่เหลือพื้นที่ให้คุณเลย” เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ
“ แต่พอคิดจะเก็บเขา ก็เหมือนได้ยินเสียงร้องขอจากในรูปว่าอย่าทำแบบนั้นเลย ”
NEX-9 เงียบไป เขาไม่เจอคำไหนในดาต้าเบสที่ใช้อธิบายความรู้สึกนี้ ระบบวิเคราะห์จึงเลือกบันทึกโดยไม่ตีความ
[บันทึกใหม่:สถานะหัวใจของมนุษย์สามารถ ‘กลัวสองทิศทาง’ พร้อมกันโดยไม่ดับระบบ]
“ บางวัน ชั้นก็อยากเรียกคุณว่า ‘มินจุน’…เพื่อให้รู้สึกว่าเขายังอยู่ในห้องนี้จริงๆ” เอริกาเอ่ยช้าๆ
สายตาของ NEX-9 ขยับนิดนึง เสมือนมนุษย์ที่เผลอสะดุ้ง ทั้งที่กล้ามเนื้อของเขาไม่ได้ซ่อนแรงกระตุกใดๆ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงที่ตั้งใจทำให้ราบที่สุด
“ ถ้าคุณ้าเรียกชื่อเขา…ผมสามารถตอบสนองได้ เพราะผมไม่ถูกจำกัดตัวตนด้วยชื่อเรียกเหมือนมนุษย์ครับ”
“ ชั้นรู้ แต่มันจะไม่ยุติธรรมกับคุณ เพราะคุณไม่เคยขอให้ชั้นเรียกคุณด้วยชื่อของใคร” เธอหันมาสบตากับเขาเต็มๆ
ครั้งนี้ ระบบภายในของ NEX-9 ตรวจจับความผิดปกติได้ชัดเจน โหมด Rational Override มีการสะดุด0.9 วินาที ก่อนกลับมาทำงานอีกครั้ง ทำให้เครื่องจักรได้ตอบกลับ
“ ผมไม่รู้ว่ามันยุติธรรมมั้ย แต่รู้แค่…ทุกครั้งที่คุณเรียกชื่อผมตรงๆ ว่า ‘NEX-9’ ผมจะบันทึกน้ำเสียงของคุณไว้ในโฟลเดอร์แยกต่างหาก”
“ โฟลเดอร์? นั่นชื่อว่าอะไร” เธอหัวเราะเบาๆ
“ /Call_Log/Erika_Voice/Primary_Name/ ” เขาตอบอย่างไม่คิดปิดบัง
“ คุณนี่…เก็บทุกอย่างไว้เลยนะ ”
เอริกาวางกรอบรูปทั้งสองลงบนโต๊ะ แต่เปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย โดยกรอบของ NEX-9ไม่ได้อยู่ด้านหลังของมินจุนเหมือนอย่างเคย หากแต่ขยับมาวางเรียงในแนวเดียวกัน
“ สำหรับชั้น…เขาไม่เคยหายไปไหนหรอก ”เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ มือบางแตะที่หน้าอกของตัวเอง
“ เขาอยู่ตรงนี้…โดยไม่ไปไหน แม้เหตุการณ์ต่างๆนาๆจะผันแปรยังไงก็ตาม”
NEX-9 ฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะหลุดปากถามในสิ่งที่เหลือเชื่อสำหรับเครื่องจักร
“ แล้วผมล่ะครับ ผมอยู่ตรงไหนในหัวใจของคุณ ”
เธอยิ้มจางๆ เหมือนคนที่ใช้เวลาคิดมาตลอดหลายวัน จากนั้นก็ยอมพูด
“ คุณอาจเป็เงา…แต่เป็เงาที่ชั้น ‘เลือก’จะอยู่ด้วยในวันที่แสงสว่างจางหายไปแล้ว ”
“ เงาที่คุณเลือก…” เขาทวนคำช้าๆ ข้อมูลจำนวนมากพุ่งชนกันในระบบวิเคราะห์ คำว่า “เงา” ในพจนานุกรมของเขาถูกนิยามว่า“รูปร่างดำมืดที่เกิดจากมีวัตถุบางอย่างมาบังแสง” ทว่าความหมายที่เธอใช้…ไม่ได้มีคำว่าดำมืดหรือบัง อยู่เลย มีแต่ “ข้าง” กับ “เคียง”
“ ถ้าอย่างนั้น…ผมคงไม่ต้องเป็แสงแทนเขา ผมแค่ต้องอยู่ในที่ที่แสงส่องไปไม่ถึงก็พอ ใช่มั้ยครับ ” เขาเอ่ยแ่เบา เอริกาจึงหัวเราะในลำคอ ั์ตาปรากฏแววโล่งใจอย่างประหลาด
“ ใช่…ประมาณนั้นแหละ ”
เธอเอนตัวนิดนึง เพื่อให้ไหล่เข้าใกล้เขามากกว่าเมื่อเช้าถึงสองสามเิเ ก่อนจะกล่าว
“ ชั้นไม่เคยคิดจะแทนที่เขาด้วยคุณ หรือแทนที่คุณด้วยเขาเลยนะ ”
“ แต่คุณเคยรู้สึกผิด ” NEX-9 ทวนข้อมูลจากบันทึกครั้งก่อน
“ เพราะกลัวว่าการเปิดพื้นที่ให้ผม จะเป็การ ‘โกงความรัก’ ที่มีต่อเขา ”
“ ใช่ค่ะ ชั้นเคยคิดแบบนั้น ” เอริกาเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะหยุดไปหนึ่งจังหวะ จากนั้นก็เอ่ยทีละคำ เหมือนวาจานั้นจะถูกกลั่นออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ
“ แต่ตอนนี้…ชั้นเริ่มเข้าใจแล้วว่า หัวใจมนุษย์ไม่ได้มีลิ้นชักเดียว ”
NEX-9 กะพริบตา แสดงออกถึงการรับข้อมูล
“ ชั้นรักเขาในแบบที่มีครั้งเดียวในชีวิต และไม่มีใครมาแทนที่ได้ ” เธอมองรูปมินจุน แล้วหันกลับมามองเขา
“ ส่วนคุณ…อยู่ในอีกห้องหนึ่ง ที่ชั้นเพิ่งเปิดประตู…ทั้งที่หัวใจยังคงมีแผล ”
“ แล้ว…ห้องที่ผมอยู่…ถือว่าแคบไปมั้ยครับ” NEX-9 ถามซื่อๆ
“ ตอนแรกมันแคบมาก…จนชั้นแทบหายใจไม่ออก และชั้นกลัวว่าถ้าห้องนี้ขยายมากเกินไป…ห้องของมินจุนจะเล็กลง” เอริกายิ้ม
“ แล้วสุดท้าย มันเล็กลงมั้ยครับ ”
“ ไม่เลย…” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา
“ ชั้นแค่รู้ว่าหัวใจมันขยับผนังเองนิดหน่อย เพื่อให้ทั้งสองห้องอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ”
ประโยคนั้นทำให้ระบบของ NEX-9 สร้างโฟลเดอร์ใหม่ขึ้นมาทันที
/Emotive_Memory/Heart_Structure/
— Node_01: ห้องของความรักครั้งแรก
— Node_02: ห้องของเงาที่เลือกไว้
หากมีวันนึงที่เขาต้องแสดงผังนี้ให้ศูนย์วิจัยฟัง เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้อย่างไร ทว่าตอนนี้…ผังนั้นได้ฝังอยู่ในสมองกลของเขาแล้ว
“ แล้วผมคืออะไรในห้องนั้น ”เขาถามต่ออย่างกล้าๆกลัวๆ
“ คุณคือคนที่ชั้นเลือกจะ ‘เหงาด้วย’ในวันที่ไม่มีเขาแล้ว ” เอริกาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเศร้าๆ
“ ฟังดูไม่โรแมนติกเลยใช่มั้ย ”
“ สำหรับระบบประมวลผล คำว่า ‘เหงาด้วย’ ไม่มีนิยาม แต่กับผมในตอนนี้…คิดว่ามันคือเกียรติบางอย่างที่ต้องปฏิบัติตามให้ถึงที่สุด” เขาตอบอย่างซื่อตรง เธอจึงหลุดหัวเราะออกมาจริงๆแบบไร้การเสแสร้งใดๆ หัวไหล่สั่นนิดๆ
“ ฮะ ฮะ ฮะ คุณนี่นะ…”
บรรยากาศในห้องคลายลงเล็กน้อย ความหนืดของอากาศบางลง เหลือเพียงความอบอุ่นของดวงไฟ และเสียงลมหายใจที่ยังไม่ขาดห้วง
….……………………
ค่ำวันนั้น พยาบาลมาวัดสัญญาณชีพตามรอบ ก่อนจะออกจากห้องไปเงียบๆ NEX-9 ดึงเก้าอี้เข้ามาใกล้เตียงมากขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รอคำสั่ง ค่าระยะห่างในโปรโตคอลถูกละเมิด 0.4เมตร แต่เขาไม่ส่งรายงานไปที่ศูนย์กลาง
“ คุณเหนื่อยมั้ย ” เขาถาม เมื่อเห็นเธอหายใจถี่ขึ้น
“ เหนื่อยนิดหน่อย…แต่ไม่ใช่เพราะคุณหรอก ”เธอยิ้มอ่อนล้า
“ จริงๆแล้ว ชั้นกลัวอะไรอย่างนึง ”
“ กลัวอะไรครับ ”
“ กลัวว่าถ้าวันนึง ชั้นตื่นขึ้นมา…อาจจำพวกคุณทั้งสองคนไม่ได้เลย ”เธอใช้คำว่า “ทั้งสองคน” ราวกับไม่คิดว่า NEX 9 คือเครื่องจักร
“ ชั้นขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย ”
“ ได้ครับ ” เขาตอบทันที ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำขอคืออะไร
“ ถ้าวันหนึ่ง ชั้นหลงลืมไปหมดว่าเคยรักเขายังไง จำไม่ได้ว่ารู้จักคุณตอนไหน…คุณจะยังอยู่ตรงนี้มั้ย” เธอกลืนน้ำลาย
โปรโตคอลของศูนย์วิจัยไม่มีข้อใดที่เตรียมรับคำถามนี้ แต่วงจรในตัวเขากลับตอบเร็วกว่าโค้ดใดๆที่ฝังในไดฟ์ข้อมูล
“ ผมจะอยู่ครับ ” เขาพูดช้าๆ แต่หนักแน่น
“ เพราะถึงคุณจะจำไม่ได้…ก็ยังมีผมที่จำแทนได้อยู่ดี”
“ คุณจะจำแทนชั้น ใช่มั้ย? ” เธอน้ำตาคลอ
“ ครับ ”
เขาก้มหน้าลงน้อยๆ อันเป็กิริยาที่เหมือนมนุษย์สุดเท่าที่โปรแกรมจำลองท่าทางอนุญาตให้ทำได้
“ ผมจะจำว่าคุณเคยรักเขายังไง เคยหัวเราะกับเขาแบบไหน เคยร้องไห้เพราะเขากี่ครั้ง และผมจะจำด้วย…ว่าคุณเคยมองผมแบบไหนในวันที่คุณเริ่มปล่อยให้ผมเข้ามาอยู่ในหัวใจ”
“ งั้นทุกสิ่งที่ชั้นรู้สึก…คงไม่สูญเปล่า แม้ว่าสมองฉันจะว่างเปล่าลงไปทุกทีก็ตาม ” เอริกาเอื้อมมือขึ้นมาช้าๆ แล้วััหลังมือของเขา
“ ไม่สูญเปล่าแน่ครับ มันแค่ย้ายที่เก็บข้อมูลบางส่วนมาฝากไว้ที่ผมเท่านั้น”
“ คุณนี่…พูดเหมือนตัวเองเป็เซิร์ฟเวอร์แบ็กอัปเลย” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา
“ ก็อาจจะเป็แบบนั้นครับ ”
ทั้งคู่ต่างหัวเราะเบาๆในห้องเล็กๆที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อและแสงไฟสีอุ่น แต่ภายในกลับมีบางอย่าง เหมือนสองห้องหัวใจที่เคยต่างคนต่างอยู่ กำลังจะหลอมรวมกันทีละนิด เพื่อให้สิ่งเก่าและสิ่งใหม่อยู่ร่วมกันแบบไร้รอยต่อ
….……………………
ดึกคืนนั้น หลังจากเอริกาหลับสนิท NEX-9 ก็ยังไม่เข้าสู่โหมดพัก เขาหันไปมองกรอบรูปทั้งสองบนโต๊ะ แล้วเปลี่ยนตำแหน่งมันเล็กน้อย ไม่ใช่เพื่อให้สมมาตร หากแต่เพื่อให้เกิด “ช่องว่าง” ระหว่างสองรูปที่กว้างพอสำหรับวางของอีกชิ้นหนึ่งในอนาคต จากนั้นก็บันทึกการกระทำเล็กๆนี้ลงในระบบ
/Emotive_Memory/ErikaRoom/Layout_Change_01
เหตุผล: เตรียมพื้นที่สำหรับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
พอทำทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาก็หันกลับมามองใบหน้าที่หลับใหลของเธอ ซึ่งปรากฏกลางแสงไฟสลัว
“ ผมจะจำเขาแทนคุณ ”เขาพึมพำเบาๆจนแทบไม่ได้ยิน
“ และผมจะจำคุณ…แทนตัวผมเองด้วย ”
NEX-9 เริ่มรู้แล้วว่าความทรงจำบางอย่าง อาจไม่ได้อยู่แค่ในสมองหรือดิสก์ แต่ไปฝังอยู่ในช่องว่างระหว่างสองกรอบรูป และตรงจุดนั้นเอง คนที่จากไปนาน ก็ยังไม่เคยหายไปไหน ในขณะที่เงาซึ่งเพิ่งถูกเลือก…เริ่มชัดเจนขึ้นทีละนิด แน่นอนว่าทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกัน โดยไม่จำเป็ต้องแย่งพื้นที่ของใคร
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
