ตอนที่ 21 มืออสูร
เช้าตรู่วันรุ่งมาถึงอย่างรวดเร็วเด็กๆในสำนักที่ยี่สิบเอ็ดต่างมารวมตัวกันที่ลานหน้าสำนักแทบทุกคนลู่ฟ่านพร้อมพวกพ้องต่างมายืนรอั้แ่ก่อนยังไม่สว่างดี ทุกคนใบหน้าไม่สู้ดีนักต้องรู้ว่าอสูรหลังเต่ามีพลังป้องกันสูงที่สุดในอสูรระดับสามยากต่อการสังหารทั้งยังมีพลังต่อสู้เกือบปลายระดับเริ่มกำเนิดขั้นห้าอีกด้วยไม่นับรวมว่าพวกมันนิยมอยู่เป็กลุ่มอย่างน้อยกลุ่มละสามตัวขึ้นไปการจะเข้าไปสังหารพวกมันหากไม่มีพลังกล้าแข็งระดับกำเนิดพลังมีแต่เข้าไปเจ็บตัวหรือไม่ก็ตายได้เลยทีเดียวการที่เด็กชายหินเสนอการเดิมพันใช้หนึ่งสู้สิบแสดงว่ามีความมั่นใจยิ่งคิดยิ่งหดหู่ใจไม่คิดว่าว่า เด็กใหม่จะเป็สุดยอดอัจฉริยะเช่นเดียวกับพวกดอกบัวพ้นน้ำเ่าั้ได้แต่ถึงอย่างไรพวกลู่ฟ่านก็หวังว่าจะมีปาฏิหารย์เพราะอย่างพวกตนก็อยู่ในระดับเริ่มกำเนิดขั้นห้าทั้งหมดทั้งยังมีผู้ครึ่งก้าวกำเนิดพลังอีกสองคนนั่นหมายถึงยังมีขีดความสามารถพิชิตอสูรหลังเต่าได้ส่วนจะชนะหรือไม่อตนนี้ไม่อยากคิดฝันเพียงแค่ไม่ถูกหักกระดูกสั่งสอนจากเด็กชายหินที่เป็ยอดฝีมือระดัยกำเนิดพลังก็นับว่าต้องรองดูสักตั้ง
ขณะที่พวกเด็กหัวโจกกำลังยืนรออย่างไม่เป็สุขประตูสำนักเปิดออกเด็กชายอ้วน ผอม และเด็กหญิงเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดชื่นเมื่อคืนทั้งสามเพิ่งทะลวงขั้นขึ้นมาอยู๋ระดับเริ่มกำเนิดขั้นห้าจากการใช้ผลึก์ที่เด็กชายหินให้มาสายตากวาดมองหาพี่ใหญ่ของตนเองแต่ไม่เห็นแม้แต่เงา
“ศิษย์พี่ลู่ พี่ใหญ่ของเรายังไม่ออกมาหรือ”เด็กชายอ้วนท่าทางปลอดโปร่งกว่าสมัยก่อนมากนักเมื่อก่อนเพียงเห็นกลุ่มของลู่ฟ่านเดินมา เด็กชายต้องหลบลี้หนีหน้าไม่งันก็โดนกลั่นแกล้งตลอดผู้ใดจะรู้ว่าการเลือกคบไม้แข็งแกร่งจะทำให้ตนได้เชิดหน้าชูตาเช่นนี้
“ยังไม่เห็น แต่ไม่เป็ไรยังไม่ถึงเวลาหกโมงขาดอีกนิดหน่อยพวกเรารอได้” ลู่ฟ่านตอบอย่างเกรงๆ ทำให้เด็กทั้งสามหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข
“ศิษย์น้องทั้งสาม เราสามารถตกลงกันได้หรือไม่ความจริงพวกเ้าทั้งสามกับพี่ใหญ่ฉีเทียนไม่ต้องมาเคารพพวกเราก็ได้”ลู่ฟ่านเดินเข้ามาใกล้เด็กทั้งสามกล่าวเสียงเบาๆ
“ได้สิ...พวกเ้าทุกเดือนส่งมอบห้าสิบผลึก์ขั้นต่ำให้พวกเราสำหรับคุยกับพี่ใหญ่ฉีเทียนข้าจัดการเอง” เด็กหญิงหงส์เยี่ยส่งเสียงดังขึ้นมาทันที
“เ้า...” ลู่ฟานแทบะเิโทสะออกมาสำหรับตนเองแล้วเด็กทั้งสามเบื้องหน้าเป็ได้เพียงมดปลวกไร้ค่าแต่ขณะจะกล่าวข่มขู่ พลันเห็นประตูสำนักเปิดออกเด็กชายหินที่ทุกคนรออยู่เดินเอามือเกาหัวที่ชี้โด่ชี้เด่ราวกับเพิ่งตื่นนอนเหมือนกับไม่เห็นการประลองครั้งสำคัญอันใดลู่ฟ่านต้องรีบเปลี่ยนท่าทีถอยหลังอย่างรวดเร็วทันทีราวกับเกรงว่าเพียงลมหายใจของฝ่ายตรงข้ามพ่นออกมาตนเองจะกลายเป็ฝุ่นไปเมื่อนึกถึงตัวเองกับพวกเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนร่วมกันวางแผนเพื่อจะชนะประลองครั้งนี้ให้ได้ไม่เช่นนั้นชั่วชีวิตนี้ไม่มีหน้าไปพบผู้ใดอีกแล้ว
“อ้า... พวกเ้ามาเช้าดีจริง” เด็กชายหินเห็นผู้คนมากมายยืนรออยู่แล้วต้องยิ้มอย่างกระดาก ในใจบ่นพึมพร่ำว่า เมื่อคืนไม่ได้หลับได้นอนขอให้ยาพวกนั้นใช้ได้ทีเถอะ
“หกโมงพอดี พี่ใหญ่เริ่มการประลองเถอะ” เด็กชายอ้วนเข้ามารับหน้ากล่าวบอก
“ดี พวกเ้าพร้อมแล้วใช่ไหม”เด็กชายหินส่งสายตาที่ขอบตาดำคล้ำเล็กน้อยมองไปทางลู่ฟ่านซึ่งพวกลู่ฟ่านรีบตอบรับว่าพร้อมอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อข้าเป็คนเสนอหัวข้อประลองเช่นนั้นเป็พวกเ้าเลือกป่าที่จะไปก่อนเป็ไร” เด็กชายหินทำเป็ใจกว้าง แต่ในใจกลับร่ำร้องว่าอย่าเลือกป่าดำนะ อย่าเลือกป่าดำตามบันทึกป่าดำไม่พบเจอสัตว์อสูรระดับสี่มากว่าห้าสิบปีแล้วแต่ป่าสามยอดเมื่อปีก่อนยังได้ข่าวว่ามีคนพบเจอมาบ้าง ข้าอุตส่าไปหาข้อมูลมา
“พวกเราเลือกป่าสามยอด..” ลู่ฟ่านราวกับไม่คิดเลยสักนิดรับกล่าวแล้วก็นำคนของตนรีบไปทันที หวังใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด
ฟู่...เด็กชายหินระบายลมปากอย่างโล่งอก แต่ยังมีความกังวลใจอยู่มาก
“พี่ใหญ่สู้ๆนะ” เด็กหญิงหงส์เยี่ยส่งเสียงให้กำลังใจเมื่อเด็กชายหินเริ่มเดินมุ่งหน้าไปทางป่าดำ ถึงตอนนี้พวกเด็กทั้งสามล้วนเชื่อสนิทใจว่าเด็กชายหินเป็นักสู้ระดับกำเนิดพลังเพราะผลึก์ตั้งหนึ่งพันก้อนเด็กชายหินเห็นเป็ของไร้ค่าทั้งที่ความจริงแล้วของสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์สักนิดเพราะเด็กชายหินไร้ซึ่งตันเถียน และช่องโพลงลมปราณ
เด็กชายหินที่กำลังเดินไปได้ยินเสียงไล่หลังต้องฝืนยิ้มเย้ยหยันตัวเองขึ้นครุ่นคิดว่าขอให้ไม่ตายก็โชคดีมากแล้ว
............
เวลาเกือบเก้าโมงตรง เด็กชายหินเดินอ้อยอิ่งมาถึงเขตแดนป่าดำต้องสูดหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่งเมื่อเห็น ต้นไม้สูงใหญ่จนปกคลุมฟ้าดินแม้แต่แสงยังแทบไม่สามารถรอดลงมาได้ มองไปเหมือนป่าที่ดำมืดตามบันทึกเก่าของเมืองเริ่มต้นว่าไว้ เมื่อครั้งก่อนที่หอคอยแห่งแสงจะถูกตั้งขึ้นป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรระดับหกมากมายสัตว์อสูรระดับนี้แม้แต่นักสู้ระดับกำเนิดพลังขั้นเจ็ดยังยากจะเอาชัยยังดีที่หอคอยแห่งแสงถูกผู้บุกเบิกตั้งสำเร็จ เหล่าสัตว์อสูรเ่าั้ค่อยๆถอยร่นเข้าไปส่วนลึกของโลกเทะที่เรียกว่าชั้นที่สอง
ต้องเข้าใจว่าเผ่าอสูร กับสัตว์อสูรแตกต่างกันเผ่าอสูรเป็เผ่าที่กำเนิดจากเทพอสูร เทพอสูรเป็เช่นมนุษย์เพียงแต่มีพลังเข้าถึงสรรพสัตว์สามารถดึงพลังของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรมาเสริมพลังการต่อสู้ได้หลากหลาย แต่สัตว์อสูรเป็เผ่าพันธุ์โบราณั้แ่เริ่มมีโลกาใบนี้ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็โลกเทวะ พลังดิบเถื่อนในสายเืทรงพลังกล้าแกร่งทั้งยังสามารถดูดซับได้ทั้งไอ์ ไอมาร ต้องบอกว่าเผ่าพันธ์ที่ครองโลกใบนี้มาก่อนเหล่าทวยเทพเสียอีก
ป่าดำเป็พื้นป่าที่อยู่ใกล้เมืองเริ่มต้นครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่หลายพันไร่พ้นจากป่าดำจะเป็ทะเลสาบิญญาล่องก่อนจะบรรลุถึงเมืองหลวงของดินแดนหอคอยเทพภายในป่าดำนอกจากมีสมุนไพรทั่วไปมากมาย และยังมีสมุนไพรหายากอีกจำนวนหนึ่งและด้วยเป็ป่าดิบชื้นทำให้สัตว์อสูรมีพิษชุกชุมส่วนสัตว์อสูรระดับสามส่วนใหญ่จะอยู่ลึกเข้าไปกว่าสิบกิโลเมตร
ระยะทางสิบกว่ากิโลเมตร เด็กชายหินนับว่าไม่ลำบากมากเพราะกำยานที่ทำจากหญ้าหงอนแดงกับผลรากเพลิงทำให้สัตว์อสูรต่ำกว่าระดับสามหลับไปในระยะรัศมีห้าสิบก้าวที่เด็กชายหินเดินไปย่อมไร้อันตรายใด ทั้งยังสามารถเก็บได้สมุนไพรหายากระดับพิเศษอีกสองสามชนิดระดับพิเศษที่ว่าก็คือสมุนไพรที่คนในโลกเทะก็ไม่รู้จักนั่นเอง
เวลาเที่ยงเศษๆ เด็กชายหินเดินมาถึงเขตอสูรระดับสาม ระหว่างทางแวะหยุดก่อไฟย่างเนื้ออสูรกินเอาแรงเรียบร้อยเพราะเมื่อเข้ามาถึงเขตนี้ต้องบอกว่าอันตรายร้ายแรงสำหรับเด็กขยะอย่างตนเองอย่างมากในมือมีเพียงมีดสั่นที่ทำจากแร่เงินเล่มหนึ่ง ในใจตึงเครียดอย่างมากขั้นแรกเด็กชายลองเอาเม็ดยาที่ใช้มอบประสาทอสูรระดับสี่ขั้นสูงออกมาทดลองดูก่อนตรงแนวรอยต่อที่พบเจอสัตว์ระดับสามที่อ่อนด้อยผลการทดลองต้องบอกได้รับผลดีเกินคาดเพียงพริบตาเหล่าสัตว์อสูรระดับสีในระยะยี่สิบก้าวล้วนหลับใหลจนหมดเด็กชายหินต้องดห่ร้องอย่างยินดีรีบะโเข้าไปใช้มีดสังหารสัตว์อสูรที่มีค่ามหาศาลเ่าั้เก็บเข้าแหวนมิติจนหมด
เมื่อยืนยันข้อมูลที่ได้ เด็กชายหินหยิบเอาขวดใสที่บรรจุน้ำสีเขียวๆที่เสียเวลาทำทั้งคืนออกมาเทน้ำสีเขียวนำมาทาทั่วตัว ั้แ่หัวจรดเท้า
“แหยะ...เหม็นซิบ” เด็กชายบ่นแต่ก็นับว่ามีเกราะสำหรับป้องกันตัวระดับหนึ่งจุดหมายต่อไปคือหาอสูรหลังเต่าที่ค่อนข้างจะอยู่ลึกเข้าไปอีก่ใหญ่จึงเรีบเดินมุ่งหน้าไป
จากนั้นเหตุการณ์สังหารหมู่อสูรหลังเต่าบังเกิดอย่างเงียบๆในป่าดำเพียงไม่นานเด็กชายเก็บซากอสูรหลังเต่าที่ได้ชื่อว่ายากสังหารไปถึงหกตัวแล้วเวลาตอนนี้เริ่มมืดลง แม้ป่าดำจะร่มแต่ยังมองเห็นได้ชัดแต่พอพระอาทิตย์เริ่มคลอยลงค่ำ ภายในป่ามืดเร็วกว่าเบื้องนอกเท่าตัว
“โห่...” เด็กชายหินเพิ่งจัดการอสูรหลังเต่าอีกสามตัวเสร็จใบหน้าประดับรอยยิ้มอย่างยินดี ครุ่นคิดว่าต่อให้พวกลู่ฟ่านจะมีคนมากกว่าแต่ต้องสังหารได้น้อยกว่าคนเองแน่นอน
ขณะเด็กชายหินเก็บซากอสูรตรงหน้าลงไปในแหวนมิติกลิ่นกำยานที่จุดกองอยู่ไม่ห่าง ซึ่งปกติจะต้องโชยกลิ่นเหม็นสาบจางๆมาอย่างน้อยต้องสองชั่วโมงขึ้นไปจึงจะสลายหายไปแต่ตอนนี้กลับไม่มีกลิ่นกำยานเข้ามาเตะจมูก ทำให้เด็กชายถึงกับใจหายวาบรีบหยิบกำยานอีกชุดออกมาทำท่าจะจุด แต่ยังไม่ทันได้กระทำ
ตึง... เสียงของหนักดังขึ้นทางเื้ัจากนั้นรู้สึกถึงพลังลมรุนแรงที่แฝงอำนาจปราณ์จากด้านหลัง
- อสูรระดับสี่!!!!- เด็กชายหินคร่ำครวญในใจ่เวลาเป็ตายกลับเยือกย็นอย่างประหลาดรีบหมุนหลิกตัวยกมือซ้ายขึ้นกันเบื้องหน้า มือขวาขวางขวดน้ำสีเขียวใส่อสูรร้ายตรงหน้า
ตูม... พลังรุนแรงกระชากร่างเด็กชายหินลอยไปราวกับใบไม้เืสีแดงพุ่งฉีกออก แขนซ้ายั้แ่หัวไหล่ลงมาขาดออกจากร่างความเ็ปเกินกว่าสเด็กเจ๊กขวบจะรับไหว สิ้นสติั้แ่ยังไม่ร่วงถึงพื้น
ตึง...ร่างเล็กๆผอมบางของเด็กชายตกลงพื้นกลิ้งราวกับลูกบอลไปอีกห้าเมตรจนมาหยุดใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งแขนซ้ายที่ขาดร่วงลงตรงหน้าสัตว์อสูรร่างใหญ่ั์ มีขนรุงรังสีครามทั่วตัวแต่ที่สองมือกลับมีขนสีทองขึ้นราวกับสวมใส่ถุงมือทองคำ สัตว์อสูรตนนี้ถูกเรียกอสูรมือทอง เป็สัตว์อสูรระดับสี่ ที่ไม่ค่อยปรากฏที่ป่าดำมากนักแต่วันนี้กลับถูกชักนำจากสัญชาติดิบบางอย่าง จึงเข้ามาถึงที่แห่งนี้
อสูรมือทองยกมือลูบเอาของเหลวสีเขียวที่เด็กชายหินขวางใส่เข้ามาหวังหยุดยั้งสร้างความเจ็บแสบตามตัว ยิ่งสะกิดสันดานดุร้ายะโลอยวืดคราเดียวมายืนตรงร่างเด็กชายหินปากคำรามลั่นอย่างโมโหสองมือสีทองยกขึ้นเหนือหัวจากนั้นกระแสลมปราณพลันถูกผนึกขึ้นที่กลางมือทั้งสองหากทุบฟาดลงไป อย่าว่าแต่ร่างกายเืเนื้อเลยแม้แต่ก้อนหินใหญ่ยังแตกสลาย
ชั่วเวลานั้นเอง เมื่อซ้ายที่ถูกตัดขาดออกจากร่างที่กลางฝ่ามือพลันปรากฏริ้วประกายสีดำกระจายออกมาก่อนจะเกิดดวงตาสีดำขึ้นที่กลางฝ่ามือพลังปราณทมิฬเข้มข้นที่เปี่ยมล้นด้วยประกายสายฟ้า กระจายไปตามแขนซ้ายราวกับมีชีวิตจากนั้นพุ่งใส่อสูรมือทองราวกับสายฟ้าสีดำ!
ปุ....
....................