ใช้เวลาไม่นานนักผมก็สังเกตได้ว่าใต้หม้อนั้นไฟเริ่มเดือดแล้ว ผมดีใจมากๆอย่างกับประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ยากเย็นอะไรขนาดนั้นก็เถอะ
บะหมี่สองซองนั้นก็พอให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมามาก ผมลุกจากโต๊ะนั่งก่อนจะนำถ้วยช้อนไปล้าง อย่างน้อยถ้าเ้าของบ้านกลับมาเร็วแล้วมาเห็นก็จะไม่ได้ดูแย่เกินไป
หลังกินอิ่มผมก็เริ่มออกไปเดินสำรวจรอบๆบ้านอีกครั้ง เมื่อเดินออกหน้าประตูบ้านถ้าสังเกตดีๆก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไม่น่าจะไกลมากนัก
ผมตัดสินใจตามเสียงน้ำนั้นไป ก่อนจะพบเจอลำธารเล็กๆน่าจะมีความกว้างประมาณสองเมตร ซึ่งมันก็อยู่ห่างจากตัวบ้านไม่ไกลมากนัก
ฝั่งตรงข้ามลำธารก็เป็ป่ารก มองๆดูแล้วก็ไม่มีร่องรอยเส้นทางคนเดินผ่านเลยสักนิด นั้นก็แปลว่าแถวนี้เองก็คงไม่ใช่ทางเดิน คิดแล้วก็ยังคงแปลกใจ อย่างน้อยๆก็ควรมีทางเดินบ้าง ไม่อย่างนั้นบ้านหลังนี้อยู่ๆจะมาโผล่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน
ในลำธารนั้นมีปลาแวกว่ายไปมา ถึงแม้ลำธารจะไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็มีปลาจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็คือป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์มากแน่ๆ
เสียงลมพัดต้นไม้ไล่มาแต่ไกลก่อนสายลมนั้นจะพัดผ่านตัวผมไป ผมมองไปยังทิศทางที่สายลมพัดมา ก็ปรากฏว่ามีก้อนเมฆสีดำขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ
เสียงฟ้าร้องดังลั่นมาจากไกลๆ เป็สัญญาณให้ผมนั้นต้องรีบกลับไปยังบ้านไม้หลังนั้นอีกครั้ง ทันทีที่ผมหันหลังกลับไปมองบ้านหลังนั้นผมก็คล้ายข้อสงสัยอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้ได้
บนหลังคาบ้านนั้นติดแผงโซล่าเซลล์แทบจะมิดหลังคา นั้นก็แปลว่าสิ่งนี้คือแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่จะใช้ในบ้านหลังนี้ เ้าของบ้านคงเป็คนไม่ธรรมดาแน่ๆ
ผมเปิดประตูบ้านเข้าไปก่อนจะเปิดสวิตไฟทางเดินที่อยู่ขวามือของประตู ตอนนี้ภายในบ้านเริ่มมืดลงเพราะมีก้อนเมฆมาบดบังดวงอาทิตย์จนหมดสิ้น
ผมเปิดประตูห้องนอนเข้าไปและตั้งใจสำรวจสิ่งของที่อยู่ภายในห้องอีกครั้ง เตียงนอนที่อยู่ชิดมุมด้านในฝั่งซ้าย ทางขวามีหน้าต่างพร้อมม่านทืบ และตรงหน้าต่างนั้นเองก็มีโต๊ะไม้สำหรับนั่งทำงานหนึ่งตัว บนนั้นเองก็มีสมุดโน๊ตและปากกา ร่วมถึงนาฬิกาอีกหนึ่งเรือนวางอยู่ตรงนั้น เมื่อเปิดประตูด้านซ้ายตรงปลายเตียงก็มีตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดใหญ่ ผมลองเปิดๆดูแล้วด้านในก็มีเสื้อผ้าเต็มไปหมด ซึ่งหลักๆเสื้อเหล่านี้ก็มีสีเทาเข้มเต็มไปหมด เ้าของบ้านคงเป็คนชอบแนวๆนี้เป็แน่
ผมเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานและลองนั่งลงบนเก้าอี้ สมุดโน๊ตที่วางอยู่นั้นยังดูใหม่มากๆเหมือนจะยังไม่เคยถูกใช้มาก่อน แต่อย่างไรก็ตามผมก็อดที่จะเปิดมันออกมาดูไม่ได้ แต่แล้วสมุดโน๊ตก็ว่างเปล่าทุกหน้า ผมถอนหายใจผิดหวังเล็กน้อย ตั้งใจว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีตัวหนังสืออะไรเขียนไว้บ้าง
ผมหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู นาฬิกาเรือนนี้ยังคงเดินอยู่ บนหน้าปัดทรงกลมของมันกำลังบอกว่าตอนนี้เป็เวลาสิบหกนาฬิกาสามสิบนาทีของวันที่หก บนหน้าปัดนาฬิกายังบอกรายละเอียดอีกว่านาฬิกาเรือนนี้เป็แบบโซล่าและกันน้ำได้หนึ่งร้อยเมตร
ผมเคยศึกษานาฬิกามาบ้างเล็กน้อย นั้นก็พอเข้าใจว่านาฬิกาประมาณนี้ราคาอย่างน้อยๆก็หลายหมื่นถึงหลายแสนเลยทีเดียว
‘ เอ๊ะ ! เดี๋ยวนะ วันนี้วันที่หกหรอก ’
ล่าสุดที่ผมจำได้คือประชุมกันทั้งวัน ซึ่งวันนั้นก็เป็วันที่สาม ถ้าหากนาฬิกาเรือนนี้แสดงเวลาไม่ผิดพลาด นั้นก็หมายความว่าผมหลับไปสามวันเลย
คิดๆไปแล้วก็ปวดหัว อย่างแรกเลยผมมาอยู่ที่ตรงนี้ได้ยังไงก่อน ใครพาผมมา แล้วเหตุผลนั้นคืออะไร
เสียงต้นไม้จากข้างนอกโซเซไปมาก่อนจะตามมาด้วยสายฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา ผมปิดม่านลงก่อนจะวางนาฬิกาไว้แล้วเดินไปนอนลงบนเตียง
เตียงนุ่มๆกับผ้านวมสีเทาอย่างดีทำให้ผมนั้นรู้สึกสบายตัวเมื่อทิ้งตัวลงที่เตียงนอน บรรยากาศตอนนี้ทำให้ผมนึกถึง่ลาพักร้อนที่ไปนอนโฮมสเตย์ตามต่างจังหวัดแถวบ้าน
ตอนนี้ผมรู้สึกง่วงลงเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่สุดท้ายแล้วก็เผลอหลับไปในที่สุด
เช้าวันที่สองของผมที่บ้านหลังนี้ ช่างเป็เช้าที่สดใส ผมรู้สึกหลับเต็มอิ่ม ผมลุกจากเตียงแล้วไปดูนาฬิกาข้อมือบนโต๊ะก็ปรากฏว่าตอนนี้เป็เวลาแปดโมงกว่าแล้ว
สิ่งแรกที่ผมอยากจะทำเช้านี้เลยก็คือเดินออกไปดูข้างนอกนั้น เมื่อคืนผมน่าจะหลับลึกไปประมาณหนึ่ง เพราะไม่ได้รู้สึกเลยว่าเมื่อคืนนั้นฝนตกหนักแค่ไหน
ผมเดินออกจากบ้านไปสำรวจรอบๆบ้าน บรรยากาศที่สดชื่นขนาดนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ละลองน้ำบางๆลอยกระทบหน้าผม นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ัับรรยากาศแบบนี้
ข้างนอกวันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน ทุกอย่างนั้นดูปกติเพียงแต่บนพื้นยังเปียกแฉะจากฝนเมื่อคืน
เสียงท้องผมมันเริ่มเรียกร้องหาของกินิีกครั้ง นั้นก็ทำให้ผมต้องกลับเข้าบ้านและต้มบะมี่อีกสองซองตามเดิม
ระหว่างที่ผมนั้นกำลังกินบะหมี่ ภายในใจก็ภาวนาให้เ้าของบ้านกลับมาโดยเร็ววัน อย่างน้อยๆก็จะได้รู้สักทีว่าที่นี่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้น และผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
ผมล้างถ้วยช้อนเก็บไว้ดังเดิมก่อนจะเดินออกจากบ้านและเริ่มคิดว่าวันนี้ผมจะทำอะไรดี ทุกอย่างตอนนี้ดูสับสนมาก และที่สำคัญในใจผมลึกๆก็แอบเกิดความกลัวขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน ถ้าหากว่าเ้าของบ้านไม่กลับมามาในเร็ววันหรืออาจจะไม่กลับมาอีกเลยผมจะทำอย่างไรดี
แต่ผมก็ยังเข้าข้างความคิดตัวเองอยู่ในตอนนี้ บ้านที่สะอาดเรียบร้อย ของกินของใช้ก็ดูดีเหมือนมีคนจัดเตรียมไว้ ยังไงซะก็ต้องมีคนดูแลบ้านหลังนี้ ไม่ช้าก็เร็วก็คงได้เจอกัน
ระหว่างที่ผมคิดเื่ราวเหล่านี้ ผมก็เดินสำรวจบริเวณรอบบ้าน โดยครั้งนี้ผมเดินชิดติดกับป่ารอบตัวบ้านเลย โดยคาดหวังว่าอย่างน้อยก็อาจจะเจอทางเดินเล็กๆให้เห็นได้บ้าง
แต่แล้วเมื่อผมเดินสำรวจป่าที่อยู่ถัดจากบริเวณบ้านที่เป็พื้นที่โล่งๆ ผมไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยทางเดินเลยแม้แต่น้อย ผมได้แต่คิดสงสัยว่ามันจะเป็อย่างนั้นได้ยังไง อยู่ๆบ้านจะโผล่มากลางป่าโดยไม่มีร่องรอยทางเดินหรืออะไรก็แล้วแต่ที่แสดงถึงว่าเคยมีมนุษย์สักคนอยู่แถวนี้มาก่อน หรือว่าเขาจะเดินทางโดยเครื่องบินอย่างนั้นหรอก นั้นมันก็บ้าบิ่นเกินไปหน่อยไหม
แต่แล้วเ้ากรรมผมก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา ผมจำได้ในบ้านตรงสุดทางเดินมีประตูบานหนึ่งที่ผมนั้นยังไม่ได้เปิดออกดู หากมันเป็ห้องน้ำก็คงดีไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่แล้วมันก็เป็ห้องน้ำจริงๆ ในห้องน้ำนี้มีฝักบัว กระจก โถส้วม และที่สำคัญที่สุดคือมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย เรียกในว่าครบครันจริงๆบ้านหลังนี้