“ที่นี่มัน... คืออะไรกัน ?” คริสกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
เขาเพิ่งจะเดินผ่านประตูห้างเข้ามาด้านในได้เพียงนิดเดียวก็พบเข้ากับภาพแปลกตาที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึงสิบชั้น มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดวิ่งอยู่ประปรายร้านค้าแต่ละร้านจะมีหน้าจอแสดงภาพโฮโลแกรมแสดงรายละเอียดสินค้าของแต่ละร้านชวนให้ลูกค้าอยากเข้าชม
“ข้าควรจะซื้อโทรศัพท์ก่อนสินะ” ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ถึงคำแนะนำของเซรีนและยูฮวาเลยกล่าวออกมา
ว่าแต่โทรศัพท์หน้าตาเป็ยังไงกันแน่นะ? คงคล้าย ๆ เครื่องมือสื่อสารสินะ ต้องขนาดไม่ใหญ่ พกพาสะดวก เขามองไปรอบ ๆก็พบเข้ากับบางสิ่งที่ทุกคนมักจะถือเอาไว้ บางก็ใช้ดูอะไรบางอย่างบ้างก็ยกขึ้นมาพูดคุย คงจะเป็สิ่งนั้น
“ข้าขอสอบถามอะไรสักหน่อยข้า้าโทรศัพท์ต้องทำเช่นไรบ้าง ?”ชายหนุ่มที่ไม่รู้จะไปตรงไหนเขาบังเอิญเห็นป้ายเขียนว่าติดต่อสอบถามจึงได้เดินเข้าไปสอบถามพนักงานหญิงที่นั่งอยู่
“คุณลูกค้า้าโทรศัพท์ยี่ห้ออะไรคะ ?” พนักงานสาวตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ชายตรงหน้าเธอหล่อมากแถมยังสวมชุดแบบนักเวทย์อีก คงจะเป็นักผจญภัยแน่ ๆ !
“อะไรก็ได้ข้าแค่้าไว้ใช้หาข้อมูลและติดต่อสื่อสาร ถ้ามันทนทานก็จะดีมาก” ชายหนุ่มตอบกลับไป เขาไม่ได้สนใจมากนักว่ามันจะต้องเป็ของยี่ห้ออะไรหรือมีรูปลักษณ์แบบไหน ขอแค่มันสามารถใช้งานได้ตามเป้าและไม่พังง่าย ๆก็จะดีที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นลองไปที่ร้าน Emphoer ที่ชั้นสิบดูนะคะ ขึ้นบันไดเลื่อนทางทิศตะวันออกเดินไปทางขวาหนึ่งร้อยเมตรก็จะเจอเลยค่ะ”พนักงานสาวยื่นแผ่นพับที่เป็แผนที่ของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลทาวเวอร์ให้อีกฝ่ายก่อนจะชี้ให้ดูพร้อมอธิบายให้ฟัง
“ขอบคุณ ข้าขอตัวก่อน”ชายหนุ่มรับแผ่นพับมาก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย
...
“ดูเหมือนจะเป็ที่นี่สินะ ?” ชายหนุ่มมองไปยังร้านโทรศัพท์ขนาดใหญ่ตรงหน้าของเขา
เพราะความไม่ชินเส้นทางและห้างแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากชายหนุ่มจึงเดินขึ้นบันไดจนมาถึงชั้นสิบ ก่อนที่จะเดินหาไปเรื่อย ๆจนมาเจอร้านโทรศัพท์ขนาดใหญ่ที่ป้ายเขียนว่า EMPHOER ได้อย่างไม่ยากนัก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกินเวลาไปตั้งครึ่งชั่วโมง
“สวัสดีครับคุณลูกค้าไม่ทราบว่า้าให้ผมช่วยอะไรไหมครับ”เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าร้านมาได้เพียงก้าวเดียวก็มีพนักงานในชุดสูทเดินเข้ามากล่าวทักทายเขาทันที
บ่งบอกถึงความใส่ใจลูกค้าอย่างถึงที่สุดของร้านได้เป็อย่างดี
“ข้า้าโทรศัพท์สักเครื่องขอที่ทนทานจะดีมาก” ชายหนุ่มบอกเป้าหมายของเขาไปทันที
“โทรศัพท์ที่ทนทาน ช่างบังเอิญจริง ๆ เลยครับ!ทางร้านมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดเข้ามาวางขายพอดี จำกัดจำนวนวางขายแค่วันละหนึ่งเครื่องเท่านั้นเอง” พนักงานกล่าวออกมาด้วยความกระตือรือร้นถ้าขายได้เขาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นไปด้วย!
“มันทำอะไรได้บ้าง ? พาข้าไปดูหน่อย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเสียบเรียบ
“มันทำได้ทุกอย่างที่โทรศัพท์ควรจะทำได้และยังมีฟังก์ชั่นพิเศษอีกด้วย เชิญตามผมมาทางนี้ได้เลยครับ!” พนักงานในชุดสูทกล่าวออกมาพลางผายมือให้อีกฝ่ายตามตนเข้าไปด้านใน
พวกเขาเดินผ่านผู้คนที่กำลังเลือกดูโทรศัพท์และสิ่งต่างๆ ไปยังโซนด้านในของร้าน ในโซนนี้จะมีเพียงโทรศัพท์ที่พิเศษและมีราคาสูงเท่านั้นซึ่งคนทั่วไปจะไม่ค่อยเข้ามาในโซนนี้สักเท่าไหร่ เพราะมันราคาแพงเกินความจำเป็
“นี่คือโทรศัพท์ EMPHOER UR 999 มีจำนวนเพียง 999 เครื่องเท่านั้นครับซึ่งสาขาของเรามีวางขายวันละหนึ่งเครื่องเท่านั้นถ้าเป็ที่อื่นนี่อาทิตย์ละหนึ่งเครื่องเลยนะครับ”พนักงานกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น เหมือนกับว่าเขาจะเป็คนซื้อเสียเอง
ครึ่งหลัง
“โทรศัพท์เครื่องนี้นอกจากการโทร พูดคุย แชทแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ จะใช้ได้ทั้งหมดแล้ว มันยังมีระบบป้องกันชีวิตของผู้ใช้อีกด้วยถ้าเมื่อไหร่ที่ผู้ใช้อยู่ในอันตรายมันจะส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังผู้ปลุกพลังที่ทางบริษัทจ้างไว้ให้เข้าไปช่วยเหลือในทันทีแต่จำกัดแค่ในดันเจี้ยนหรือโลกภายนอกนะครับภายในหอคอยมันซับซ้อนเกินกว่าระบบนี้จะใช้งานได้ แล้วก็ยังมี....” พนักงานกล่าวอธิบายความพิเศษของโทรศัพท์ออกมา
หลังจากที่นั่งฟังอยู่เกือบสิบนาทีชายหนุ่มก็ได้รู้ว่าโทรศัพท์ที่ว่ามันพิเศษยังไงบ้างนอกจากเื่ที่พนักงานกล่าวออกมายังมีเื่ที่มันทำมาจากชิ้นส่วนมอนสเตอร์อีกด้วยทำให้มันสามารถทนการโจมตีของผู้ปลุกพลังได้ถึงแรงค์ D เลยทีเดียว
แถมยังมีสลักวงเวทย์ที่ถูกสร้างเป็พิเศษที่สามารถเรียกใช้ได้โดยการกระตุ้นพลังเวทย์เพียงเล็กน้อยลงไปมันจะสร้างม่านพลังที่ป้องกันการโจมตีได้ถึงแรงค์ D นาน10นาทีแต่เมื่อใช้เสร็จก็ต้องนำกลับมาชาร์จพลังใหม่
ตัวเครื่องใช้พลังงานจากวงเวทย์ที่สลักเอาไว้ทำให้มันไม่ต้องเสียบชาร์จแบตใหม่มันจะดูดพลังเวทย์จากอากาศในการแปลงเป็พลังงานให้กับตัวเครื่องทำให้แบทไม่มีวันหมด
“ราคาเท่าไหร่ ?”คริสที่ฟังอยู่นานจนจบเลยกล่าวถามออกมา
“ราคาถูกสุด ๆ เพียงเครื่องละ 999,999 เครดิตเท่านั้นครับ!!” พนักงานชายกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เหมือนจะสื่อว่าราคามันช่างถูกเสียเหลือเกิน
“นั่นถูกแล้วเหรอเนี่ย! เครื่องเกือบหนึ่งล้าน” ชายคนหนึ่งซุบซิบกับเพื่อนของเขาที่กำลังเลือกดูโทรศัพท์รุ่นอื่นอยู่แม้มันจะไม่ได้ทนทานเท่ารุ่นที่มีเพียงเครื่องเดียว แต่ความสามารถก็ต่างกันไม่มากที่สำคัญคือถูกกว่ากันหลายเท่า!!
“นี่มันของสำหรับพวกเศรษฐีชัด ๆต่อให้เป็นักผจญภัยก็คงต้องเก็บเงินหลายเดือนเลยล่ะกว่าจะมีขนาดนั้น” เพื่อนของชายที่ซุบซิบตอนแรกตอบกลับ
แม้ว่าเสียงซุบซิบที่ว่าจะไม่ได้เบาก็ตามทุกคนในห้องล้วนได้ยินอย่างแน่นอนแต่พนักงานก็ทำเป็เหมือนว่าไม่มีคนพูดอะไรซะอย่างนั้น
“ว่ายังไงครับคุณลูกค้าเครื่องนี้เป็เครื่องสุดท้ายที่ผลิตในรุ่นนี้แล้วนะครับไม่เชื่อดูรหัสรุ่นได้เลยครับ เลข 999 พอดี”พนักงานกล่าวออกมาเต็มที่ เขาพยายามขายอย่างสุดความสามารถ
แต่สิ่งที่เขาพูดมาก็ไม่ได้โกหกเพราะมันเหลือเครื่องสุดท้ายแล้วจริง ๆ แถมโทรศัพท์รุ่นนี้ก็คุ้มค่าเป็อย่างมากแค่ระบบม่านพลังและความทนทานก็คุ้มค่าเงินแล้ว
แต่ก็อย่างที่ว่าราคามันแพงจนเกินไปจริง ๆ
“ข้า...”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะกล่าวจบก็มีคนพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ฉันซื้อเอง! พวกยาจกไม่มีเงินก็หลบไปสิเสียเวลา”มีชายหนุ่มในชุดนักผจญภัยสีขาวขลิบทองเดินเข้ามาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งเขากวาดตามองทุกคนในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาซึ่งกำลังยืนมองโทรศัพท์รุ่นที่เขา้าพอดี
“ชิ! ไอ้หน้าหล่อยาจกเสื้อแบบนั้นเป็นักเวทย์ล่ะสิ ช่วยหลบไปหน่อยได้ไหม ฉันจะซื้อโทรศัพท์เครื่องนั้น” ชายเย่อหยิ่งมองคริสั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะเดาะลิ้นแล้วกล่าวออกมา
เขาล่ะเกลียดนักไอ้พวกที่มันหล่อกว่าเขาเนี่ย!
“แต่ข้าจะซื้อก่อนเ้ามาทีหลังก็ควรจะอดไม่ใช่รึ ?”ชายหนุ่มกล่าวด้วยความไม่เข้าใจ
“นายไม่รู้รึไงว่าฉันเป็ใคร ?ถ้าไม่อยากมีปัญหาหลบไปจะดีกว่า!” ชายเย่อหยิ่งกล่าวเสียงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“คุณลูกค้าใจเย็น ๆ นะครับใครมาก่อนก็ต้องได้ซื้อก่อนนะครับ” พนักงานพยายามเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
เพี๊ยะ!
ชายเย่อหยิ่งตบพนักงานคนดังกล่าวจนปลิวกระเด็นไปถึงยังไงเขาก็เป็ถึงนักผจญภัยแรงค์ E คนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้ได้