ตอนที่ 16 นักพรตตู๋
จู่ๆก็มีชายแก่กับเด็กหนุ่มปรากฎตัว มันเลยทำให้ผมรู้สึกประหม่าอยู่นิดหน่อย
หลังจากที่สองคนนี้ได้ยินเสียงของเหล่าฉิน พวกเขาก็เข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว
เหล่าฉินก็ไม่พูดอ้อมค้อม แนะนำให้พวกเรารู้จักตรงๆเลย “เหล่าติง เสี่ยวฝาน นี่คือศิษย์น้องของฉัน ตู๋อ่าว”
ในเวลาเดียวกัน เหล่าฉินก็ชี้มาทางผมและอาจารย์ให้แนะนำตัวนิดหน่อย
ทุกคนเป็คนในสายงานเดียวกัน เมื่อยึดตามกฎในสายงาน พวกเราจึงจับมือกันเล็กน้อย
ผมเองก็เรียกนักพรตตู๋อ่าวว่า “ท่านผู้าุโ” เพื่อถือเป็การทักทาย
ชื่อตู๋อ่าวนี้มันฟังดูร้ายกาจมาก แต่ก็แสดงถึงความใจดีมากเช่นกัน ส่วนเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างๆเขาคือลูกศิษย์ของเขา ชื่อว่าเฟิงเฉ่วหาน เป็ผู้ชายที่เ็ามาก เขาพูดออกมาไม่ถึงสองประโยคด้วยซ้ำ
หลังจากทำความรู้จักกันคราวๆ แต่ละคนก็ต่างแยกย้ายกันไปนั่งที่โซฟา
อาจารย์ให้ผมไปปิดประตู จากนั้นพวกเราก็เริ่มพูดเข้าประเด็น
แต่คนพูดกลับเป็เหล่าฉิน เขาเล่าเื่ที่ผมและหลี่เหล่าซานไปเก็บศพ จากนั้นก็ได้เจอผีร้ายมาพรากชีวิต เจอหลุมฝังศพอันชั่วร้าย และพูดเื่ที่เมื่อคืนมีผีผูกคอตายมาบุกถึงบ้าน เขาพูดเื่ทั้งหมดหนึ่งรอบ
ขณะที่นักพรตตู๋พูดคุยใบหน้าของเขายังประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่เวลาที่พูดกันอย่างเป็การเป็งานเขากลับเผยสีหน้าที่จริงจังออกมา
หลังจากที่เหล่าฉินพูดจบ เขาก็พูดกับนักพรตตู๋ “ศิษย์น้อง นายคิดยังไงกับเื่นี้”
นักพรตตู๋ผู้นี้ไม่ได้ตอบโต้โดยทันที เขาถามวันเดือนปีเกิดของผม และบ่นพึมพร่ำในปาก “ธาตุน้ำ”
หลังจากนั้นก็หันมามองที่ผม “เสี่ยวฝานซินะ เธอยื่นมือซ้ายออกมาให้ฉันดูหน่อย!”
ผมไม่เข้าใจ แต่เมื่อผู้าุโพูดแล้ว แน่นอนว่าผมไม่กล้าพูดอะไรมาก
จากนั้น ผมก็ยื่นมือซ้ายออกไปตรงๆ
นักพรตตู๋ยกแขนของผมขึ้นตรงๆ จากนั้นก็มองดูที่มือซ้ายของผม ทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาว่า “เพี้ยง!”
หลังจากพูดจบ เขาก็เอานิ้วจิ้มที่กลางมือของผม
ทันใดนั้น ผมก็รู้สึกเ็ปเหมือนโดนเข็มทิ่ม เหมือนกับโดนเจาะทะลวงอะไรแบบนั้น
ผมกัดฟัน ร้องออกมาเบาๆด้วยความเ็ป
จากนั้นผมก็เห็นนักพรตตู๋หยิกแขนของผม วินาทีต่อมา เื่ราวแปลกๆก็ปรากฎขึ้น
แขนซ้ายของผม มีจุดสีน้ำตาลเทาๆเล็กๆปรากฎขึ้น
เมื่ออาจารย์และเหล่าฉินเห็นจุดนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ะเิออกมาทันที
พวกเขาต่างพูดเป็เสียงเดียวกัน “จุดศพ!”
เมื่อได้ยิน “จุดศพ” สองคำนี้ ในสมองของผมก็มีเสียงะเิดัง “เวิง” และตัวสั่นขึ้นมาทันที
จุดศพนี้จะเติบโตบนร่างของคนตายเท่านั้น แต่ผมเป็คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วจะมีจุดศพขึ้นบนร่างกายได้ยังไง
ผมทำสีหน้าตื่นตระหนก “จุดศพไม่ได้มีบนตัวของคนตายเหรอครับ ของผมนี้อาจจะเป็แค่ผื่นธรรมดาๆก็ได้นะครับ”
แต่นักพรตตู๋กลับหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นก็พูด “เสี่ยวฝาน เธอไม่ต้องกังวล เราเจอมันแต่เนิ่นๆ เธอจะไม่เป็อะไรหรอก!”
“ศิษย์น้อง เสี่ยวฝานเป็อะไรไปงั้นเหรอ” เหล่าฉินถาม
อาจารย์เองก็หันมามองหน้านักพรตตู๋เช่นกัน เขามองดูด้วยสีหน้าสงสัย
นักพรตตู๋ปล่อยมือผมอย่างผ่อนคลาย จากนั้นก็พูด “เสี่ยวฝานไม่ได้โดนแค่พลังหยินซึมเข้าสู่ร่างกายเท่านั้น เขายังถูกพิษจากศพด้วย ดังนั้นจึงได้มีสิ่งนี้ปรากฎขึ้น แต่ปัญหาไม่ใหญ่มาก เพียงแค่ดื่มน้ำข้าวเหนียวต้มก็ได้แล้วครับ”
“แต่ว่า……”
“ท่านนักพรตตู๋เชิญพูดมาได้เลยครับ……” อาจารย์ของผมค่อนข้างใจร้อน จึงพูดออกมาตรงๆ “แต่พิษของศพนี้ไม่ค่อยธรรมดา เกรงว่าจะมาจากการรบกวนผีที่โเี้!” นักพรตตู๋ขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าปัญหามันค่อนข้างแก้ยาก
เหล่าฉินไม่สุภาพอีกต่อไป “ฉันเรียกแกมา ก็เพื่อให้แกมาแก้ปัญหา แกดันมาพูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่ได้ สรุปแล้วแก้มันได้ไหมฮะ”
เหล่าฉินะเิอารมณ์ออกมา แต่นักพรตผู้นี้ยังคงไม่โกรธเคือง “ศิษย์พี่อย่างรีบร้อนซิ ตอนนี้ผมเองก็ไม่มั่นใจ พวกคุณพาผมไปดูสถานที่เกิดเื่สักสองสามแห่งก่อนก็แล้วกัน!”
เมื่อนักพรตตู๋พูดออกมาแบบนี้ อาจารย์และเหล่าฉินก็ไม่รีรออะไรต่อ
พวกเขารีบพานักพรตตู๋ไปยังสุสานทันที เพื่อพาไปดูโอ่งขนาดใหญ่ที่เพื่อนของตัวเองจมน้ำตาย
แต่ขณะที่พวกเรามาถึงสุสาน ลูกจ้างในสุสานก็รีบวิ่งลนลานออกมา “ท่านฉิน วิดิโอที่คุณ้าได้แล้วครับ! คนที่มาบันทึกในตอนนั้น ก็คือหลี่กวางหลงครับ”
เมื่อคำพูดนั้นออกมา “พรึบ” ใบหน้าของพวกเราทั้งสามคนก็ถอดสีทันที
มันจะเป็ไปได้ยังไง สภาพศพของหลี่กวางหลงบอกพวกเราว่า ชายคนนี้ตายไปั้แ่ห้าวันที่แล้ว แล้วเขาจะเป็คนมารับเถ้ากระดูกของสองสามีภรรยาชาวประมงนั้นได้ยังไง
สิ่งที่พวกเราเดาั้แ่เริ่มต้น ต่างคิดว่าทั้งหมดเป็ฝีมือของคนที่อยู่เื้ัคนนั้น
เหล่าฉินบอกให้คนในสุสานไปดูวิดิโอที่บันทึกเอาไว้ แต่เมื่อคืนคอมพิวเตอร์กลับมีปัญหาขึ้นมา ดังนั้นมันจึงใช้การไม่ได้จนถึงตอนนี้
ตอนนี้เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้ แล้วจะไม่ให้พวกเราใได้ยังไง
นักพรตตู๋และลูกศิษย์ต่างไม่รู้สถานการณ์ พวกเขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
แต่อาจารย์และเหล่าฉิน กลับรีบเดินตามลูกจ้างคนนั้นเข้าไปในห้องรักษาความปลอดภัยทันที
เมื่อมาถึงห้องรักษาความปลอดภัย ลูกจ้างคนนั้นก็รีบเปิดวิดิโอย้อนหลังวันที่หลี่กวางหลงมารับเถ้ากระดูก พวกเราทุกๆคนต่างมึนงงทันที
เพราะมีวิดิโอเป็หลักฐาน และภาพยังชัดเจนมากอีกด้วย แล้วแบบนี้จะอธิบายว่ายังไงละเนี่ย
นักพรตตู๋ไม่ค่อยเข้าใจ จึงถามออกมาสองสามประโยค
ผมจึงเป็คนอธิบายให้เขาฟัง “ท่านผู้าุโ ชายคนนี้เป็ผีผูกคอตายที่ผมเจอเมื่อคืน เมื่อวานตอนกลางวันพวกเราได้ไปพบศพของเขาเข้า และมันยังเน่าเปื่อยเป็จำนวนมากแล้ว”
“พวกเราเดาว่า เขาน่าจะตายได้ 5 วันแล้ว แต่เวลาที่มารับเถ้ากระดูก พึ่งผ่านมาสองวันเท่านั้น ดังนั้น ดังนั้นนี่มันเลยแปลกมากน่ะครับ……”
ผมยังพูดไม่จบ นักพรตตู๋ก็พนักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลังออกมาจากห้องรักษาความปลอดภัย พวกเราก็พานักพรตตู๋ไปดูโอ่งที่หลี่เหล่าซานจมน้ำตาย จากนั้นก็พาไปจุดฝังศพของสองสามีภรรยาชาวประมง
หลังจากที่พวกเรามาถึงหลุมศพ กลับพบว่าต้นโอ๊ตที่ถูกตัดจนเหลือแต่ตอนั้น ดันฟื้นจากความตายขึ้นมาใหม่
เวลาไม่ถึงสองวัน มันเติบโตขึ้นเป็ต้นอ่อนเล็กๆ แต่สีของมันกลับเหมือนกับนกสีคราม ราวกับว่าถูกสาดด้วยน้ำหมึก
เมื่อคนแก่เห็นแบบนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนอย่างฉับพรัน เขาด่าออกมาตรงๆ “แม่...ซิ นี่มันฝีมือใครกันแน่ แม้แต่
เหมินติงยังไม่สามารถกดพลังชั่วจากหลุมศพนี้ได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็ใช้เท้ากระทืบต้นกล้านั้นทันที
นักพรตตู๋ยังคงไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาหันไปมองรอบๆเป็วงกลม หลังจากสังเกตดูสองสามรอบ
จากนั้นเขาก็พูดกับลูกศิษย์เฟิงเฉ่วหานสองสามประโยค บอกให้นำยันต์เหลืองไปแปะไว้รอบๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นแล้วมันได้อะไรขึ้นมา
นักพรตตู๋เองก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงส่งสัญญาณให้พวกเราพาไปดูบ้านที่หลี่กวางหลงผูกคอตาย และอ่างเก็บน้ำที่เป็สถานที่เกิดเหตุ
พวกเราไม่รู้ว่านักพรตตู๋มองเห็นเบาะแสอะไรบ้าง ได้แต่ทำตามที่นักพรตตู๋พูดเท่านั้น
เมื่อทำเื่พวกนี้เสร็จ ก็เป็เวลาที่ฟ้าเริ่มมืดแล้ว
ขณะนี้นักพรตตู๋กำลังมองไปที่อ่างเก็บน้ำ และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ทันใดนั้นเขาก็พูดออกมาว่า “ถ้ำัถูกล็อค ภูติผีปีศาจแบกโลง ดอกไม้สีเหลืองดับสูญ อยากปล้นชีวิตธาตุน้ำ ถึงว่า ถึงว่า!”
เหมือนนักพรตตู๋จะใช้ศิลปะระดับสูงในการคาดเดา แม้ว่ามันจะเป็คำพูดของคน แต่พวกเรากลับฟังไม่รู้เื่ ไม่แน่ใจว่าคำพูดนี้ของนักพรต้าสื่อคืออะไรกันแน่
เหล่าฉินพูดออกมาตรงๆ “ศิษย์น้อง นายมองเห็นอะไร ชอบพูดสำบัดสำนวนอยู่ได้ ฉันละเกลียดท่าทางแบบนี้ของนายจริงๆ!”
ขณะนั้นนักพรตตู๋ยังเผยรอยยิ้มออกมา ไม่โมโหเลยสักนิด
“ศิษย์พี่ ผู้าุโติง ผมมองออกเกือบหมดแล้วครับ”
“มองออกแล้วเหรอ รีบพูดมา มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่” เหล่าฉินพูดออกมาตรงๆ
อาจารย์และผมก็ทำสีหน้าเคร่งเครียด นี่มันเกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้ว แต่พวกเรายังคิดอะไรไม่ออกเลย
นักพรตตู๋อ่าวผู้นี้ แค่เดินเพียงรอบเดียว ก็มองทุกอย่างออกแล้ว
ถ้าเป็แบบนั้นจริงๆ พลังและความสามารถของคนผู้นี้ จะต้องร้ายกาจมากแน่ๆ
นักพรตตู๋ถอนหายใจออกมา เขาชี้ไปที่อ่างเก็บน้ำ “ภูมิประเทศของที่นี่ เคยมีถ้ำัเก่าแกอยู่ เป็ฮวงจุ้ยที่ดี แต่หลังจากซ่อมเขื่อนครั้งใหญ่ กลับเปลี่ยนเป็ตัวล็อคถ้ำัไว้”
“ถ้ามองไม่ผิด ด้านล่างของพื้นน้ำ มีโลงศพอยู่ในน้ำโลงหนึ่ง”
“80 เปอร์เซ็นของคดีฆาตกรรมเกิดจากที่นั้น ดังนั้นถึงได้แสดงฝีมือเช่นนี้ออกมาได้ เขาอยากหาร่างมาแทน ยืมศพคืนชีพ เลยขึ้นฝั่งมาสร้างเื่เลวร้าย”
เมื่อได้ยินถึงจุดนี้ หน้าอกของผมก็สั่นไหว เริ่มหวาดกลัว หรือพูดได้ว่า มันเลวร้ายจนเกินไป
แต่ผมก็ถามออกมา “ท่านผู้าุโ ทุกวันมีคนมาที่อ่างเก็บน้ำมากมาย แล้วทำไมเ้านี้ถึงต้องจ้องเล่นงานผมกับหลี่เหล่าซานด้วยล่ะครับ”
แต่จู่ๆนักพรตตู๋ก็พูดขึ้น “หลี่เหล่าซาน ไม่ถูก ไม่ถูก คนที่สำคัญคือเธอ เธอมีวันเกิดเป็เอกลักษณ์ คือธาตุน้ำ”