วันที่25 กรกฏาคม ปี2557
คืนก่อนพระจันทร์เต็มดวงปลายเดือนกรกฏาคม ผ่านวันเกิดปีที่27ของคีย์มาประมาณ2อาทิตย์ คืนนี้อากาศร้อนอบอ้าว มีเหงื่อผุดขึ้นมาตามิัจนซึมไปทั่วร่างกาย คืนนี้เงียบจนน่ากลัว คล้ายมีลางร้ายเข้ามาทักทายบ้านหลังสีฟ้าที่ดูสดใสให้หม่นหมองลงทันตา เวลานี้ผู้คนบนเกาะคงหลับกันหมดแล้วมีเพียงแต่นักเขียนนิยายอย่างคีย์ที่ชอบทำงานในตอนกลางคืน
....และแล้วหญิงสาวผู้รักความสงบก็ต้องเข้ามาพัวพันกับเื่ลึกลับนี้จนได้.....
ประโยคสุดท้ายของบทเกริ่นนำในนิยายของคีย์จบลง หญิงสาวยืนบิดี้เีก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางก็แหงนหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนังบ้าน
นาฬิกาบอกเวลาตี2แล้ว บรรยากาศรอบๆเงียบวังเวงพิกล ไฟในห้องน้ำเสีย คีย์จึงเดินฝ่าความมืดด้วยความเคยชิน เธอถอดแว่นสายตาวางไว้บนอ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำ ทำการล้างหน้าล้างตาจนเสร็จ ่จังหวะหยิบผ้าขนหนูที่แขวนไว้มาซับหน้า คีย์ได้ยินเสียงลมหายใจ มีอะไรกำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลัง เธอรวบรวมความกล้าหยิบแว่นตรงขอบอ่างมาใส่ แล้วแหงนหน้ามองกระจกที่อยู่เหนืออ่างล้างหน้า มีเพียงเงาสะท้อนของหญิงสาวผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนที่มีใบหน้าอิดโรยเพราะอดหลับอดนอนจากการร่างโครงเื่นิยาย ่จังหวะก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ เธอได้ยินเสียงกระซิบของใครบางคน แต่เธอก็ทำราวกับว่ามันไม่มีอะไร คีย์รีบเดินออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วแล้วตรงไปยังห้องนอน เปิดประตูแล้วล็อคห้องเข้านอนทันที ไฟสว่างในห้องถูกเปิดไว้ หญิงสาวคลุมโป่งนอนสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มแพรสีแดง แต่เธออดนอนมาหลายคืน ไม่นานเธอก็พล่อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเปลี่ยน ความหนาวเย็นเข้ามาแทนที่อากาศอบอ้าว ข้างนอกบ้านมีลมพายุ และฝนกำลังตกอย่างหนัก มีเสียงฟ้าผ่าเป็ระยะ ไฟสว่างในห้องนอนดับลง กลุ่มหมอกสีดำกำลังเคลื่อนไหวในความมืด พยายามปกคลุมร่างอวบที่นอนอยู่บนเตียง ่เวลาครึ่งหลับครึ่งตื่น มีอะไรหนักๆกำลังเคลื่อนไหวบนตัวเธอ มันเย็นๆ หนืดๆ ซักพักก็เหมือนมีคนเอามือมาลูบไล้บนตัว คีย์พยายามลืมตา แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ก็รู้สึกอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น ลองกระดิกนิ้วมือนิ้วเท้าจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัวก็ยังขยับไม่ได้ จึงรวบรวมสติที่มีอยู่ กรีดร้องออกไปสุดเสียงไม่มีแม้เสียงเล็ดลอดออกมาจากปากแม้แต่นิดเดียว แต่ร่างกายเริ่มตอบสนอง หมอกสีดำที่ปกคลุมร่างกายเริ่มสลายตัว มีเพียงเสียงกระซิบข้างหูว่า
" เธอคือฉัน ฉันคือเธอ เราคือกันและกัน
เมื่อไหร่ที่ดวงจิตต่างมิติ กลายเป็หนึ่งเดียวกัน เธอจะรับรู้เหมือนที่ฉันรู้ "
หลังจากนั้นก็มีเสียงหัวเราะของหญิงชรา พร้อมประโยคทิ้งท้ายก่อนจากไป
" ลาก่อน ปุริมปรัชญ์ หายจากบ้านไปนานเลยนะ นึกว่าจะไม่กลับบ้านซะแล้ว แล้วค่อยเจอกันใหม่ ข้ารู้เ้าได้ยิน "
ประโยคนี้ทำให้คีย์หลอนหนักขึ้นกว่าเดิม และทำให้มั่นใจว่าเธอไม่ได้ฝันไป พร้อมกับคำถามที่อยู่ในใจ เสียงนั่นรู้ได้ยังไงว่าเธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน ปุริมปรัชญ์คือใคร ทำไมเสียงนั่นจึงเรียกเธอว่า ....ปุริมปรัชญ์......
คีย์สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการสั่นเทา
และหยิบโทรศัพท์ข้างกายมาดูเวลา ตี2แล้ว เวลาเดียวกับตอนเข้าห้องน้ำ เหมือนว่าเวลามันถูกหยุดไว้ พักหลังมานี้เธอก็เจอกับเหตุการณ์เดจาวูรวมถึงเื่แปลกประหลาดที่อธิบายไม่ได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มันชัดเจนกว่าทุกครั้งเพราะเธอทั้งได้ยินเสียงและรู้สึกถึงการมีอยู่ของใครบางคน คีย์ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่ก็ต้องลืมตาโพล่งทั้งคืน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันทั้งน่าสงสัยและน่ากลัวเกินกว่าจะข่มตาให้นอนหลับสนิท