เสียงรถของชยันต์บึ่งออกจากหน้าบ้านไปตั้งแต่เช้าทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นจากการหลับไหลยาวนานเนื่องจากความเหนื่อยล้าดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สบอารมณ์กับเรื่องเมื่อคืนนักถึงได้ขับรถออกไปแบบนั้นแต่พิญญาไม่ได้ใส่ใจเพราะเธอต้องรีบตื่นมาเตรียมอาหารให้อลินกินก่อนไปโรงเรียน
“อลิน ตื่นได้แล้วลูก”
“เช้าแล้วเหรอคะ”
เมื่อเห็นใบหน้างัวเงียของลูกสาวก็ทำให้พิญญาอดขำไม่ได้ที่จริงอลินไม่ใช่เด็กตื่นยากแต่วันนี้ต้องตื่นเช้ากว่าทุกวันเพราะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อเก็บตัวอย่างเลือดและขูดกระพุ้งแก้มด้วยความเป็นเด็กช่างถามทำให้เจ้าตัวเล็กสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยพิญญาจึงได้แต่ตอบไปว่าทำไปเพื่อตรวจสุขภาพแบบที่อลินเคยทำเมื่อมาหาลุงหมอ
“เจ็บไหมคะ”คนเป็นแม่ถามเมื่อเห็นว่าอลินต้องปิดพลาสเตอร์ยาตรงที่เจาะเลือด
“ไม่เจ็บค่ะ แต่ทำไมคุณลุงถึงต้องเจาะเลือดด้วยคะคุณลุงก็จะมาหาลุงหมอเหมือนอลินเหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะ”พิญญาตอบพลางชายตามองชยันต์ที่นั่งหลับตาปี๋ตอนที่พยาบาลแทงเข็มลงที่ข้อพับ
“น่าสงสารนะคะ คุณลุงคงกลัวเข็มฉีดยา” สาวน้อยทำตาปริบๆ
“นั่นสิคะ ว่าแต่...เราสองคนไปโรงเรียนกันดีกว่าป่านนี้ครูพลอยคิดถึงแย่แล้ว”
จากนั้นสองแม่ลูกก็จูงมือเดินออกจากห้องเก็บตัวอย่างพลางคุยกันกระหนุงกระหนิงโดยปล่อยให้ชยันต์อยู่กับพยาบาลไปตามลำพังผลการตรวจว่าทั้งสามคนเป็นพ่อแม่ลูกกันหรือไม่ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนนับจากนี้แต่ถึงแม้จะพิสูจน์ได้ว่าเด็กอลินเป็นลูกของเขาชยันต์ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักเพราะอย่างน้อยตอนนี้พิญญาก็กลับมาอยู่กับเขาแล้วถึงแม้ว่าเมื่อคืนเธอดูไม่ใช่คนเดิมแต่ก็พอเข้าใจเวลาทำให้ระยะห่างมันเนิ่นนานกันไปมากแล้ว...
พิญญานัดส่งงานกับกัลยาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งทำให้หญิงสาวได้มีเวลาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่เธอตัดสินใจบอกชยันต์ว่าเขามีลูกกับเธอให้กับกัลยาได้ฟังอย่างละเอียดยิบ
“แบบนี้ก็ดีแล้ว แต่อย่าปล่อยให้เขาทำอะไรตัวเองได้อีกล่ะตานั่นยิ่งบ้าอำนาจตัณหากลับอยู่ด้วย”
“อืม...” หญิงสาวตอบสั้นๆ เพราะกัลยาได้ใช้คำด่าไปหมดแล้ว
“แกจะมาแค่ อืม... เนี่ยเหรอ แล้ววันดีคืนดีมันจะมาทำอะไรกับแกอีกแกก็แค่ อืม... งั้นเหรอ”
“แล้วญ่าจะทำอะไรได้ล่ะเจ้”
“ก็ไล่ไปสิวะ เอาอีโต้ไล่ฟันหัวเขาเลยก็ได้”
“บ้า...เจ้ก็พูดไปเรื่อย”หญิงสาวหัวเราะแก้เก้อพลางยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ
“แกยังรักเขาอยู่ใช่ไหม”
พิญญานิ่งอึ้งพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เธอปฏิเสธ แต่ก็ไม่อยากตอบแม้ว่าลึกๆ แล้วหญิงสาวจะรู้ว่าเขาไม่เคยให้ค่าความรักของเธอหรือใครเลยเมื่อก่อนนั้นเขาเลี้ยงดูเพียงเพื่อให้เธอตอบแทนด้วยเรือนร่างแต่หลายครั้งพิญญาก็รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มมีความรู้สึกพิเศษกับเธอแม้ในยามที่มีผู้หญิงรายอื่นของเขามาระรานเธอถึงบ้าน เขาก็ออกหน้าปกป้องและไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปหลายครั้งที่ชายหนุ่มเป็นที่ปรึกษาและดูแลเธอราวกับว่าหญิงสาวเป็นคนรักแต่พิญญาก็สลัดความเป็นจริงที่ว่าเธอขายตัวให้กับเขาไปไม่ได้ดังนั้นหญิงสาวจึงตอบได้ไม่เต็มปากนักว่ารักเขาหรือไม่
“เออ...ดิษฐ์มันโทร.หาแกรึยัง”
“หืม ใครนะเจ้” เพราะใจลอยทำให้พิญญาไม่ทันได้ฟังว่ารุ่นพี่กำลังเล่าเรื่องอะไรอยู่
“ก็ดิษฐ์ไง มันโทร.หาแกรึยัง นี่...ใจลอยไปถึงไหนกัน”
“อ๋อ ไม่เลยเจ้ ทำไมเหรอ”
“ก็มันบอกว่าจะขึ้นมากรุงเทพฯมันโทร.หาเจ้แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะโทรไปนัดแกกินข้าวด้วยกันเจ้ก็นึกว่าพวกแกโทร.หากันน่ะสิ”
“แล้วดิษฐ์บอกเจ้หรือเปล่าว่าขึ้นมากรุงเทพทำไม”
“ก็คงขึ้นมาเที่ยวล่ะมั้ง หรือไม่ก็มาเป็นกอ ขอ คอ ให้ใครบางคน”
ถึงกัลยาไม่พูดหญิงสาวก็เดาออก เธอคงโทร.ไปเล่าเรื่องของพิญญาให้สุรดิษฐ์ฟังทำให้เขาต้องขึ้นมากรุงเทพทั้งที่ไม่จำเป็น พิญญารู้ใจเพื่อนรักคนนี้เป็นอย่างดีสุรดิษฐ์เป็นคนเรียนเก่งที่สุดในชั้นแต่เขาก็เลือกสอบเป็นครูและกลับไปสอนหนังสือให้เด็กๆในโรงเรียนแถวบ้านเกิดแม้หลายคนจะบอกว่าเป็นการเอาความรู้ไปทิ้งอย่างน่าเสียดายเพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชายหนุ่มจะเป็นคนมีอนาคตไกลหากอยู่ในวงการนักเขียนหรือสิ่งพิมพ์
แต่การที่สุรดิษฐ์ยอมละทิ้งความสันโดษที่เขาได้เลือกแล้วและกลับมายังเมืองหลวงที่วุ่นวายก็คงเพราะรู้เรื่องของเพื่อนรักอย่างพิญญาแม้เมื่อก่อนชายหนุ่มจะขยับฐานะจากเพื่อนเป็นคนรักไม่ได้แต่เขาก็ยังมีความรักและหวังดีให้กับเธอเสมอมา...