บทที่ 4: อุบัติเหตุในห้องเก็บอุปกรณ์
หลังจากผ่านพ้นการทดสอบสมรรถภาพที่สูบพลังชีวิตไปจนเกลี้ยง ครูวิน (ผู้ซึ่งกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม) ก็สั่งให้ฉันเก็บอุปกรณ์กีฬาทั้งหมดเข้าที่ นี่คือกฎเหล็กอีกข้อ: "คนเป็ครูต้องเก็บกวาดให้เรียบร้อยกว่านักเรียน"
ฉันเดินลากขาอันหนักอึ้งเข้ามาในห้องเก็บอุปกรณ์หลังโรงยิม ห้องนี้ทั้งแคบ อุดอู้ และเต็มไปด้วยกลิ่นยางกับฝุ่นจางๆ ชั้นวางของสูงตระหง่านอัดแน่นไปด้วยลูกบาส วอลเลย์บอล และเบาะรองเก่าๆ
"โอเค... แค่เอาตะกร้าวอลเลย์บอลขึ้นไปวางชั้นบนสุดก็เสร็จแล้ว"
ฉันพึมพำกับตัวเอง พยายามเขย่งปลายเท้าสุดฤทธิ์เพื่อดันตะกร้าเหล็กใบใหญ่ขึ้นไปบนชั้นวางที่อยู่สูงท่วมหัว แต่มัน... ไม่ถึง! ขาดอีกแค่นิดเดียวเอง
"ฮึบ!"
ฉันตัดสินใจะโนิดๆ เพื่อส่งแรงดันตะกร้าขึ้นไป แต่นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์! ตะกร้ากระแทกขอบชั้นวางอย่างแรง จนทำให้ลูกวอลเลย์บอลที่วางกองระเกะระกะอยู่้าไหลทะลักลงมาราวกับน้ำป่าไหลหลาก
"ว้ายยย!"
ฉันหลับตาปี๋ ยกมือขึ้นป้องหัว เตรียมรับแรงกระแทกจากกองทัพลูกบอลนับสิบลูก
ปึก!
แรงกระแทกที่คาดว่าจะโดนกลับไม่เกิดขึ้น แต่กลับมีความรู้สึกหนักๆ และอุ่นวาบเข้ามาทาบทับที่ด้านหลังแทน พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคย
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น และพบว่าตัวเองถูก "ขัง" อยู่ในวงแขนแกร่งของใครบางคน
ครูวินยืนซ้อนอยู่ด้านหลังฉัน มือทั้งสองข้างของเขายันกับชั้นวางของ คร่อมร่างเล็กๆ ของฉันไว้ตรงกลาง แผ่นหลังของฉันแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาจนััได้ถึงจังหวะการหายใจ ศีรษะของเขาโน้มลงมาต่ำเพื่อใช้แผ่นหลังตัวเองบังลูกวอลเลย์บอลที่ร่วงกราวลงมาใส่เขาแทนที่จะโดนฉัน
"ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะ..." เสียงกระซิบดุๆ ดังขึ้นที่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอฉันจนขนลุกซู่
เขายังไม่ยอมผละออกแม้ลูกบอลจะหยุดร่วงแล้ว ร่างกายของเราแนบชิดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็ร่างเดียวในห้องแคบๆ นี้ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว หรือหายใจแรงๆ เพราะกลัวว่าหัวใจที่เต้นโครมครามจะกระแทกหลังเขาจนเขารู้ตัว
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เขาถามเสียงต่ำ พลางก้มหน้าลงมามองฉันจากทางด้านข้าง สายตาที่เคยเ็าดูมีความกังวลเจืออยู่จางๆ
"มะ... ไม่ค่ะ ครูวินเจ็บไหมคะ?" ฉันถามเสียงสั่น
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวออกยืนเต็มความสูง แล้วปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"แค่ลูกบอลยาง ไม่เจ็บหรอก... แต่ถ้าเป็หัวเธอก็ไม่แน่ สมองยิ่งน้อยๆ อยู่ เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนไปกันใหญ่"
ปากร้าย! เป็ห่วงดีๆ ไม่ได้หรือไงนะ!
เขาขยับตัวเข้าไปจัดการดันตะกร้าขึ้นชั้นวางอย่างง่ายดายด้วยมือเดียว (ย้ำว่ามือเดียว!) ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหน้าแดงอยู่กลางดงลูกบอล
"รีบเก็บกวาดซะ แล้วตามไปที่ห้องพักครู... ผมมีเื่จะคุยด้วย"
พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฉันยืนกุมหัวใจตัวเองที่ยังเต้นไม่เป็จังหวะ นี่มัน... ฉากในละครชัดๆ! ทำไมอีตาครูขี้เก๊กถึงได้เท่ขนาดนี้เนี่ย!