มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 20 มรสุมอสนีพิโรธ (1)

    ตอนนี้เหล่าทหารวสุธาต่างเสียขวัญกันหมด มีเพื่อนทหารของพวกเขาเสียชีวิตกันไปแล้วราวเจ็ดถึงแปดคน มิหนำซ้ำหนึ่งในนั้นคือผู้นำของพวกเขาอีกด้วย หากนับคนบาดเจ็บที่ต่อสู้ไม่ไหวเข้าไปด้วย พวกเขาสูญเสียกำลังรบไปราวหนึ่งในสามแล้ว



    สถานการณ์ของทหารวสุธาเหลือราวยี่สิบกว่าคนที่ยังพร้อมสู้รบ หากทั้งหมดหันอาวุธมาทางธาราและผู้กองเกรียงเดช จะเท่ากับพวกเขาจะต้องรับมือกับทหารวสุธาแบบหนึ่งต่อสามเป็นอย่างน้อย แต่เดชะบุญในหมู่ทหารวสุธายังมีบางคนที่จิตใจยังเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวไปกับคำขู่ของผู้พันประสิทธิ์และขุนปัถวีลงกรณ์ พวกเขาเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกับผู้กองเกรียงเดช แม้จะไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าที่พวกเขาทั้งหมดเลือกหันไปฝักใฝ่ฝั่งศัตรู



    ตอนนี้สถานการณ์ภายในห้องโถงถ้ำแบ่งกำลังรบออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน จากหนึ่งต่อสาม ลงลดเหลือหนึ่งต่อสอง แต่ธัญญ่าไม่คิดเช่นนั้น หากตัดดารินที่ตอนนี้สภาพไม่พร้อมที่จะสู้รบกับอานนท์ที่เธอไม่คิดจะคาดหวังอะไรอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมันก็ยังเท่ากับหนึ่งต่อสามเหมือนเดิมอยู่ ส่วนปลายฝนนั้นเธอไม่มั่นใจว่านอกจากช่วยฟื้นฟูแล้วเธอจะทำอย่างอื่นได้อีกหรือเปล่า?




    “พวกแกคิดดีแล้วใช่ไหมที่คิดจะยืนฝั่งตรงข้ามกับพวกเรา?” ธัญญ่าถามเสียงดังออกมาขณะในมือทั้งสองข้างเธอมีดาบเวทมนตร์สองเล่มปรากฏขึ้นมาเล่มละข้าง



    กลุ่มทหารวสุธาที่ย้ายฝั่งดูค่อนข้างลังเลก่อนที่จะมีใครสักคนตอบออกมา “จะให้พวกเราทำยังไง? พวกเรายังมีลูกเมียที่ต้องกลับไปหานะ พวกผู้กองมีแต่ธารา ส่วนพวกเขามีนภา มองยังไงผลก็ออกมาชัดเจนแล้ว”



    เกิดความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ธัญญ่าจะเอ่ยขึ้นมา “ผู้กองเกรียงเดช” เธอเว้นวรรคก่อนจะพูดออกมาอย่างเย็นชา “พวกเขากลายเป็นแค่อดีตลูกน้องของผู้กองไปแล้ว ฉันคงไม่ต้องขอโทษผู้กองแล้วถ้าเกิดฉันพลั้งมือฆ่าพวกมันเข้า”



    ผู้กองเกรียงเดชสีหน้ามืดมน เขารู้สึกแย่ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมา เขาได้แต่ยอมรับความจริงที่ว่าเขาเองก็รับประกันให้แก่ใครไม่ได้ว่าจะรอดชีวิตไปได้ มันคือศึกแห่งการเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง หากใครเลือกฝั่งผิด ก็ต้องรับผลของมันไป



    เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาจากผู้กองเกรียงเดช ธัญญ่าจึงให้ไปหาดารินที่ยังนั่งพักโดยมีปลายฝนดูแลอยู่ข้าง ๆ เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์ของอาจารย์ของเธอดีขึ้นแล้วหรือยัง แต่สังเกตจากสีหน้าของเธอแล้ว น่าจะดีขึ้นบ้างแล้ว



    “อาจารย์พอไหวไหม? ถ้ายังพอไหวช่วยใช้มนตร์ละอองฝนเมื่อตอนนั้นหน่อย” ธัญญ่าพูดอย่างจริงจัง



    “มันก็ได้อยู่หรอก แต่มันจะดีหรือ? ผู้พันประสิทธิ์นั่น...” ดารินดูลังเล เธอไม่แน่ใจว่าธัญญ่ารู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายอาจจะใช้วิธีเดิมในการจัดการพวกเธอ



    “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เชื่อใจฉันก็พอ” ธัญญ่าตอบอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเท่าที่จะเป็นไปได้



    ดารินพยักหน้าตอบรับ เธอยกมือขึ้นแล้วร่ายมนตร์ตามที่ธัญญ่าต้องการ “มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา ละอองทิพย์กำราบนภา”



    ทันใดนั้นเกิดละอองฝนออกมาตามที่ธัญญ่าต้องการ พวกมันจำกัดความเร็วของทุกคนที่ไม่ได้มีธาตุน้ำเป็นธาตุหลักในตัวทันทีที่โดนละอองฝนเข้าไป ในทางกลับกันธัญญ่าและพรรคพวกธาราก็จะได้รับการเสริมความเร็วเพิ่มขึ้น



    “ดูเหมือนพวกแกจะเจ็บแล้วไม่รู้จักจำนะ” ผู้พันประสิทธิ์พูดออกมาก่อนจะใช้เข็มฉีดยาฉีดไปที่ลำคอจนมีประกายแสงสีแดงไหลออกมารอบร่างกายของเขา แล้วเขาก็ท่องคาถาออกมาขณะมีรัศมีแสงสีเหลืองห่อหุ้มตัวเขา “มนตร์ผสานลมและไฟ จงออกมา อสนีบาตอเวจี”



    บังเกิดกระแสสายฟ้าออกมาจากวงเวทสีเหลืองที่ปรากฏขึ้นตามลูกบอลอัดอากาศที่ลูกน้องทั้งสองของผู้พันประสิทธิ์ได้ยิงพวกมันออกมารอหัวหน้าของพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้ว



    แววตาของธัญญ่าดูแน่วแน่ เธอดูเหมือนจะเตรียมการรับมือเรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว ทันทีที่ผู้พันประสิทธิ์ร่ายคาถาสายฟ้าออกมา เธอก็ร่ายคาถาออกมาเช่นกัน



    “มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา สิบสองดาบธาราดับดารา”

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน