บทที่ 18 ขี้เหร่ ต้องทาแป้งให้หนาหน่อย
อันโหรวเคยมั่นใจว่าตัวเองปล่อยวางได้หมดแล้ว แต่พอเห็นภาพตรงหน้า หัวใจของเธอก็บีบรัดแน่น มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
ก่อนหน้านี้ถึงแม้เขาจะแต่งงานกับเลี่ยวเวยแล้ว แต่เขากับเลี่ยวเวยก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมต่อหน้าเธอ
ทว่าตอนนี้...
สายตาของอันโหรวยิ่งเ็า มือก็กำแน่นขึ้นอีก
ภาพเหล่านี้ตกอยู่ในสายตาของจิ่งเป่ยเฉินทั้งหมด ความสงสัยในใจยิ่งลึกซึ้งขึ้น
เมื่อครู่เธอพูดว่าตัวเองสืบข้อมูลของโอวหยางลี่เพื่อการทำงานเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนจะใส่ใจ ชัดเจนว่า...
จิ่งเป่ยเฉินเห็นเธอจ้องมองไปที่โอวหยางลี่ตาไม่กะพริบ สีหน้าของเธอยิ่งผิดปกติ เขาจึงยกมือโบกไปมาตรงหน้าเธอ “คุณไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ชายเลยเหรอ ถึงกับมองตาไม่กะพริบเลย”
ทันใดนั้น อันโหรวก็ตื่นจากภวังค์ และรีบดึงสติกลับมาทันที “ฉันมีลูกแล้วนะ แน่นอนว่าเคยใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ชายอยู่แล้ว” พูดจบ เธอก็ดึงประตูรถเปิดออก แล้วมุดเข้าไปข้างใน ปิดประตูดังปังด้วยความหงุดหงิด
ในฐานะพนักงานธรรมดาคนหนึ่ง อยู่ต่อหน้าบอสใหญ่แล้วยังจะหยิ่งผยองขนาดนี้เชียวเหรอ?
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาลง ในหัวผุดภาพผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา เธอก็หยิ่งผยองแบบนี้ ท่าทางที่แสดงราวกับขู่คำรามนั่น...
มุมปากของเขายกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าทั้งใบเขียนคำว่า ‘มีความสุข’ เอาไว้ชัดเจน
อันโหรวที่นั่งอยู่ในรถมองเห็นภาพนี้ เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่? ถึงได้มีความสุขขนาดนั้น?
จิ่งเป่ยเฉินเข้ามาในรถ ในไม่ช้าเขาก็ถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือเปล่า?”
“คุณจิ่ง ฉันกับเสี่ยวหยางรออยู่ในรถจนถึงตอนนี้ คุณยืนหัวเราะคิกคักคนเดียวอยู่ข้างนอกรถทำไมกัน?”
คนขับรถเสี่ยวหยางตาโต ทันใดนั้นก็หดหัวกลับ อันอวี้หาน ทำไมเธอถึงพูดรวมเขาเข้าไปด้วยล่ะ เธอกล้ามากจริง ๆ ที่ล้อเล่นกับท่านประธานจิ่งอย่างนี้
พอได้ยินคำว่า ‘หัวเราะคิกคัก’ สีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินก็เคร่งขรึมลง “เสี่ยวหยางขับรถ”
เสี่ยวหยางพยักหน้า ทันใดนั้นก็ปลดเบรกมือและเหยียบคันเร่ง
รถลินคอล์นตัวยาวเริ่มแล่นไปตามถนน ทว่าจิ่งเป่ยเฉินกลับขยับเข้าใกล้อันโหรวอย่างกะทันหัน การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันทำให้เธอใและถอยหลังทันที
“อันอวี้หาน คุณรู้จักกับโอวหยางลี่เหรอ?”
“คำถามเดียวกัน ทำไมถามถึงสองครั้ง” อันโหรวยกมือขึ้นดันอกของเขา ทำไมเขาถึงได้เข้ามาใกล้เธออีกแล้ว
“ง่ายนิดเดียว คุณทำให้คนสงสัย” สายตาแบบนั้น เขามองออกชัดเจน มันเต็มไปด้วยความเ็า ต้องมีอะไรแน่ ๆ
“ฉันไม่รู้จักประธานโอวหยาง เขาก็ไม่รู้จักฉัน แล้วอีกอย่าง ฉันจำเป็ต้องโกหกคุณด้วยเหรอ” พอพูดจบ เธอก็ผลักอกของเขาอย่างแรง
แต่จิ่งเป่ยเฉินกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย สายตาจ้องมองเธออย่างจับผิด ดวงตาของเธอ…เหมือนเกินไป
เขาออกแรงบีบมือเธอไว้จนแน่น แล้วเอื้อมมือไปแตะใบหน้าเธอ
อันโหรวเอาหัวโขกใส่เขาทันที บนหน้าผากของเธอปรากฏรอยแดง
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้ว มองแป้งเครื่องสำอางบนปลายนิ้วชี้ เมื่อครู่เขาััถูกใบหน้าของเธอแล้ว
“ฉันจะบอกความจริงกับคุณ ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง แฟนหนุ่มของเธอทรยศเธอไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ตอนนั้นตาทั้งสองข้างของเพื่อนฉันแทบจะบวมช้ำ ผ่านไปนานมากกว่าจะเอาตัวเองกลับมาได้ พอเห็นประธานโอวหยาง ฉันก็นึกถึงเพื่อนคนนั้นของฉันเท่านั้นเอง” อันโหรวพูดรวดเดียวจบ ครึ่งจริงครึ่งเท็จ ชั่วขณะก็ยากที่จะแยกแยะ
สองเดือนแรกที่เธอเพิ่งไปอังกฤษ เธอมักจะคิดถึงโอวหยางลี่ ตระกูลอัน และพ่อแม่อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ยามดึกดื่น เธอก็ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มร้องไห้ จนกระทั่งพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ เพื่อลูก เธอถึงได้หลุดพ้นจากสภาพเลื่อนลอยเช่นนี้
“สายตาแบบนั้น ไม่เหมือนเื่ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของคุณเลย มีแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้นถึงจะเป็แบบนี้” จิ่งเป่ยเฉินตอบรับด้วยเสียงเ็าในลำคอ แต่กลับโต้แย้งได้อย่างเฉียบคม
เมื่อนึกถึงคำว่า ‘สามี’ ที่เธอพูดถึง บางทีเธออาจจะไม่ได้อยู่ใน่ทดลองแต่งงาน แต่มีความเป็ไปได้มากกว่าว่าเธอถูกผู้ชายทอดทิ้ง
“คุณไม่ใช่ผู้หญิง แน่นอนว่าคุณไม่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนฉันในตอนนั้น ผู้หญิงเก่งที่สุดในการเอาใจเขามาใส่ใจเรา” อันโหรวไม่ชอบที่เขามองเธอด้วยสายตาแบบนั้นเลย เหมือนกับว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอย่างนั้นแหละ
ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมด เธอซ่อนมันไม่ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
จิ่งเป่ยเฉินถูแป้งบนปลายนิ้วออก ขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเ็าจนน่ากลัว “ทาแป้งเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
ต้องยอมรับว่าเขาเปลี่ยนเื่คุยได้เร็วมากจริง ๆ
อันโหรวหันหน้าหนี ไม่มองเขา “ฉันขี้เหร่ แน่นอนว่าต้องทาแป้งให้หนาหน่อย”
นัยก็คือ ฉันเป็ผู้หญิงขี้เหร่ นายอย่ามายืนใกล้ฉันขนาดนี้เลย! นี่หิวจนกินอะไรก็ได้งั้นเหรอ!
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอด้วยหางตา แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว “ตาของคุณสวยมาก”
เหมือนดวงดาวที่ส่องประกายที่สุดบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เหมือนเธอ…
พอนึกถึงเธอ หัวใจของจิ่งเป่ยเฉินก็อ่อนลง แต่หลังจากนั้นก็เ็าลงอีกครั้ง
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรอีกในรถ อันโหรวนั่งอยู่ด้านซ้ายสุด ห่างจากเขาไกลมาก โชคดีที่ภายในรถกว้างขวาง
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ความเงียบในรถจึงถูกทำลายลง จิ่งเป่ยเฉินมองชื่อที่ปรากฏ เป็สายจากชีเสิ่งเทียน
“ิ่ลี่เพิ่งกลับมาจากเยอรมนี พวกเราพี่น้องมารวมตัวกันหน่อยนะ อย่ามาสาย สิบสองนาฬิกา! ที่เดิม โรงแรมข่ายหัว”
“อืม” เขาตอบสั้น ๆ แสดงว่าเขาจะไป
“อย่าแค่อืม ต้องมาแน่นอนล่ะ ไม่งั้นจะโดนิ่ลี่ถลกหนังเอานะ!”
“อืม” จิ่งเป่ยเฉินพูดจบก็วางสาย ั้แ่ต้นจนจบเขาพูดแค่สองคำ แถมยังเป็คำว่าอืมทั้งนั้น
ทำเอาชีเสิ่งเทียนที่อยู่ปลายสายโมโหจนแทบะเิ แต่ก็ไม่มีทางเลือก จิ่งเป่ยเฉินเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กจนโต คนที่สามารถควบคุมเขาได้มีเพียงผู้หญิงที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อนเท่านั้น
เฮ้อ พูดแล้วก็น่าเศร้า!
“ไปโรงแรมข่ายหัว”
เมื่อได้รับคำสั่งจากประธาน เสี่ยวหยางก็พยักหน้า แล้วหมุนพวงมาลัย เปลี่ยนเลนไปอีกเส้นทางหนึ่ง
อันโหรวตระหนักได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้จะไปงานสังสรรค์ “เสี่ยวหยาง รบกวนจอดรถให้ฉันลงตรงทางแยกข้างหน้าหน่อยนะคะ”
“คุณตามผมมา” น้ำเสียงของเขาฟังดูเด็ดขาด ไม่ยอมรับคำปฏิเสธ ดุดันและเอาแต่ใจ นั่นคือสไตล์ประจำตัวของเขา
เธอไม่เข้าใจเลยว่า งานเลี้ยงของเขามันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย
“ประธานจิ่ง ถ้า้าพีอาร์ บริษัทเรามีคนเก่ง ๆ อยู่มากมาย ฉันคงไม่ไป…” อันโหรวหันหน้าหนี เตรียมจะปฏิเสธอย่างหยิ่งผยอง แต่ถูกชายหนุ่มยกมือขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“ผมแค่แจ้งให้คุณทราบ ไม่ได้สนใจความเห็นของคุณ”
เสี่ยวหยางมองประธานจิ่งผ่านกระจกมองหลัง พอเห็นสีหน้าของท่านประธาน เขาก็เกือบช็อก! ใบหน้าของประธานจิ่งดูหมองคล้ำ อันอวี้หานจากฝ่ายวางแผนนี่ไม่ให้เกียรติเขาเลยสักนิด!
พอเห็นท่าทางของประธานจิ่งแล้ว เขาก็ไม่กล้าจอดรถ ได้แต่ขับรถต่อไปท่ามกลางสายตาโศกเศร้าที่ส่งมาจากด้านหลัง แล้วเหยียบคันเร่งตรงดิ่งไปยังโรงแรมข่ายหัว
แปลกมากที่ประธานจิ่งไม่ได้มาโรงแรมข่ายหัวเป็เวลานานแล้ว ถ้าประธานจิ่งมางานเลี้ยง เขาไม่มีทางมาโรงแรมข่ายหัวแน่นอน
ประธานจิ่งจะมาโรงแรมข่ายหัวก็ต่อเมื่อมาจัดการเื่ส่วนตัวเท่านั้น หรือว่าคุณนายจิ่งจะแนะนำสาวให้เขาอีกแล้ว? ดังนั้นประธานจิ่ง จึงจงใจพาอันอวี้หานมาขัดขวาง?
อันอวี้หานนี่ช่างโชคดีเหลือเกิน!
แต่คนที่เสี่ยวหยางบอกว่าโชคดีอยู่ในใจนั้น ตอนนี้เธอรู้สึกไม่ดีใจเลย และกำลังโกรธเคืองสุดขีด เพราะเขาบังคับให้เธอไปกับเขา!
จิ่งเป่ยเฉินคลายคิ้วและดวงตาลง พิงหลังกับเบาะ ท่าทางผ่อนคลายและสบายใจ
รถลินคอล์นสีดำจอดลงตรงหน้าประตูหมุนของโรงแรมข่ายหัว พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนรีบเดินเข้ามาต้อนรับอย่างนอบน้อม
พวกเขาจำป้ายทะเบียนรถได้ เป็รถของประธานจิ่ง เขาไม่ได้มาโรงแรมข่ายหัวนานแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้จัดการยังพูดถึงเื่นี้เลย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีผู้หญิงออกมาจากรถด้วย! แถมยังเป็...ผู้หญิงแก่และน่าเกลียดอีกต่างหาก พวกเขาใจนตาเบิกโพลง
“ฉันไม่ไป” อันโหรวเงยหน้ามองตรงไปที่เขา พอพูดจบก็หันหลังกลับ สวมรองเท้าส้นสูงเดินจากไป
การกระทำนี้ทำให้เสี่ยวหยางและพนักงานรักษาความปลอดภัยใอย่างมาก เธอไม่ให้เกียรติท่านประธานเลยสักนิด!
จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมมือไปดึเธอไว้ ในพริบตา อันโหรวก็ขยับไม่ได้แล้ว
เขามองเธอแวบหนึ่ง และออกแรงบิดที่ข้อมือ ในที่สุดเธอก็มาอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ที่แท้คุณก็ชอบแบบนี้นี่เอง” พอพูดจบ เขาก็โอบเธอเข้าไปในโรงแรมข่ายหัว
อันโหรวโมโหจนแทบะเิ ใครชอบแบบนี้กัน! เธอรู้ดีอยู่เลยละ เปลี่ยนแผ่นดินง่ายกว่าเปลี่ยนนิสัย นิสัยของเขาจะเปลี่ยนง่าย ๆ ได้ยังไงกัน!
เผด็จการ อำนาจนิยม หยิ่งผยอง เื่ที่ตัดสินใจแล้วไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลง
เมื่อไม่มีทางเลือก อันโหรวจึงได้แต่ตามเขาเข้าไป
เพียงแต่เธอไม่คิดว่า นี่ไม่ใช่งานเลี้ยงธุรกิจ แต่เป็การรวมตัวของพี่น้อง
แถมยังมีคนที่คาดไม่ถึงอยู่ที่นี่ด้วย
“พี่เฉิน” เสียงอ่อนหวานของผู้หญิงดังขึ้น เสียงนี้เหมือนเคลือบน้ำผึ้ง หวานจนเลี่ยน
อันโหรวได้ยินเสียงแล้วชะงัก เมื่อมองตามเสียงไป ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อ
เป็เธอ...ถังซือเถียน