41-คนที่อยู่ในความคิดและหัวใจ
เมษยาเดินเข้าแผนกมาเห็นลลิตากำลังดื่มด่ำกับกาแฟยามเช้า ก็ตรงดิ่งเข้าไปทักทาย พร้อมถามข่าวคราวที่เพิ่งรับรู้มาไม่นานนี้จากลักษณ์
“ยังไงคะสาวสวย ได้ข่าวว่าเมื่อเย็นวานไปเดทกับหนุ่ม”
“ข่าวเร็วจังนะคะคุณเมย์ ข่าวจากใครกันนะ”
“ก็...นั่นแหละ แล้วเป็นไง มีแววรักรีเทิร์นมั้ย”
ก่อนถามเรื่องที่สงสัย ไม่วายที่จะหันซ้ายขวาว่ายังไม่มีใครเข้ามาตอนนี้ แต่เสียงพูดก็เบาลงแสดงให้เห็นว่าเรื่องแบบนี้จะให้ใครรู้มากไม่ได้ คนถูกถามวางแก้วกาแฟในมือลง มองหน้าเพื่อนอย่างไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร
“เราไม่เคยคบกัน จะไปรีเทิร์นอะไรกับใครได้ล่ะ ไปโน่น หวานใจเธอยิ้มแป้นเข้ามาทางนี้แล้ว”
“เพี้ยะ! นี่แน่ะ หวานจงหวานใจอะไรกันยะ คุยแก้ขัดไปงั้น” หญิงสาวตีแขนลลิตาเบาๆ อย่างขัดเขิน
“อ๋อหรอออ”
“อื้ม เลิกคุยด้วยละ ชิส์”
โชคดีที่ลักษณ์เข้ามาพอดี จึงเปลี่ยนประเด็นพูดคุยกันได้ เมษยาเดินสะบัดออกไปอย่างแง่งอน ทิ้งให้อีกคนเริ่มทบทวนเรื่องราวไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ารังสรรค์มีผลต่อหัวใจของหญิงสาวจริงๆ หลังจากเมื่อคืนที่ไปดื่มเป็นเพื่อนเขา ลลิตาไปเพราะถูกบังคับอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่แล้วอย่างไรเล่า ลึกๆ ในใจก็เป็นห่วงชายหนุ่มอยู่ดี กลัวเขาจะจมดิ่ง ทำร้ายตัวเอง แล้วผลดันต่างจากที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มไม่ได้เสียใจหรืออกหัก แค่ผิดหวัง รู้สึกเสียหน้าเท่านั้น รังสรรค์ก็ยังเป็นรังสรรค์ ผู้ชายที่เสียอะไรไม่ว่า แต่เสียหน้าเสียศักดิ์ศรีไม่ได้! อีโก้นั้นสูงลิบ
“เลิกคิดๆ ฟุ้งซ่านยัยลิ้นจี่ คนอย่างนั้นไม่สมควรเอามาคิดให้รกสมองเลย คนบ้าๆ บอๆ หยิ่ง ถือดี หน้านี่เชิดจะถึงเพดานแล้ว”
ลลิตาสะบัดหัวไปมาพึมพำพูดกับตัวเอง แม้สมองจะต่อต้านไม่ให้ความสำคัญกับเขา แต่หัวใจกลับไม่ยอมฟัง ช่างไม่รักดีจริงๆ
“วันนี้มีอะไรเร่งด่วนมั้ยคุณกานต์”
“วันนี้ไม่มีเร่งด่วนค่ะ ช่วงเช้าท่านรองมีเอกสารที่ต้องพิจารณาเซ็นอนุมัติ มีประชุมบอร์ดรายสัปดาห์ช่วงบ่ายโมงที่ห้องประชุมชั้น 16 ค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”
“อื้ม ขอบคุณมาก”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
รังสรรค์เดินเข้าห้องไปก็ยังไม่วายผิวปาก ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ณัฐกานต์ทำได้เพียงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ หันหน้าไปมองสองบอดี้การ์ด คนหนึ่งก็เพียงหันไปมองผนัง อีกคนเงยหน้ามองเพดานอย่างไม่รู้ไม่ชี้
“อ้อคุณกานต์ ผมขอกาแฟดำด้วยแก้วหนึ่งครับ”
“ได้ค่ะท่านรอง”
เมื่อเสียงสั่งการดังมาจากในห้องที่ยังไม่ปิดสนิท เลขาสาวหนึ่งเดียวหมดเวลาสงสัย เร่งรีบไปทำตามคำสั่งทันที นทีกับวีระจึงได้จังหวะเดินเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย ทุกวันนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของรังสรรค์สงบ ดูปกติดี มีความสุขมากกว่าตอนแต่งงานมีพันธะซะอีก เล่นเอาลูกน้องบริวารทั้งหลายงุนงงไม่หยุด คนที่พอเข้าใจสถานการณ์ดีเห็นจะมีแต่สองบอดี้การ์ดที่ตามติดชีวิตเจ้านายที่สุด
“ไลน์!”
Rangsarn-
“เย็นนี้ไปทานข้าวกันครับ”
“ทานข้าวริมน้ำกัน”
“ผมอยากไปนั่งพักใจ ทานอาหารไทยอร่อยๆ”
“ช่วงนี้ผมเคว้งคว้างมาก คุณก็รู้”
...
“ไปเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ”
“พลีส ลิ้นจี่คุณอ่านไลน์ผมแล้วตอบอะไรหน่อยสิ”
“ไม่ตอบแปลว่าตกลงนะ”
“ถ้ายังเงียบผมจะไปชวนถึงแผนกการตลาดตอนนี้เลย”
15 นาทีผ่านไป
Lalitaaa-
“ได้ค่ะท่านรอง ดิฉันจะไปเป็นเพื่อน”
“แค่นี้ก่อนนะคะ ติดประชุมกับทีมอยู่”
Rangsarn-
“โอเค เจอกันเย็นนี้ที่ลานจอดรถผู้บริหาร หรือจะรอที่หน้าบริษัทเลย”
Lalitaaa-
“ลานจอดรถค่ะ!”
คนอารมณ์ดีส่งข้อความวอแวพนักงานในปกครองไม่เลิก คุยไปก็รู้สึกว่าแชทจะหนักขวา แล้วยังไงใครแคร์ อารมณ์ดีโว้ย วันนี้ก็ชวนสาวเจ้าไปทานข้าวเย็นด้วยแหละ ไม่ใช่อะไร ลลิตาคงรำคาญที่เขาไม่ยอมเลิกรัวแชท นทีกับวีระได้แต่มองบน สงสารหญิงสาวจริงๆ
“ฟู่ววว”
“หึ เป็นยังไงคุณ ถึงกับต้องโล่งใจอะไรขนาดนั้น”
ลลิตามองคนถามตาเขม็ง หลังจากที่เธอพยายามหลบหลีกคนรู้จักจนมาถึงรถของท่านรองประธานหนุ่มก็โล่งใจ เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้ใครมาครหาเธอและตัวเขา ทั้งที่อีกฝ่ายเพิ่งเลิกกับภรรยามาแท้ๆ ไหนจะความคลุมเครือที่เขามีต่อเธอ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรให้คนนอกรู้เป็นอย่างยิ่ง
“ร้านนี้ผมโทรจองเองเลยนะ เห็นรีวิวว่าอาหารอร่อย บรรยากาศดี ตอนโทรจองก็ได้โต๊ะสุดท้ายที่อยู่ริมน้ำด้วย เป็นไงล่ะผมเก่งมั้ย”
“ค่ะ ร้านนี้วิวสวยจริงๆ”
ลลิตาชื่นชมบรรยากาศของร้านเพลินๆ แล้วหันมองคนขี้อวดอย่างอึ้งๆ ไปครู่หนึ่ง ได้มาทานอาหารค่ำกับวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คนเป็นเจ้านายจัดแจงเสร็จสรรพโดยไม่ต้องให้หญิงสาวลงมือ หรือเอ่ยปากเอง แบบนี้ยิ่งทำให้ลลิตากดดันที่ถูกชวนมาด้วย เมื่ออาหารทยอยมาเสิร์ฟรังสรรค์ก็ทั้งตักกินเอง ทั้งตักใส่จานหญิงสาวสลับไปมา อาหารร้านนี้อร่อยมากจริงๆ เขากินข้าวไปสองจานแบบที่ไม่ได้กินเยอะแบบนี้มานานแล้ว
“อ้า กับข้าวร้านนี้อร่อยจริงๆ วันหลังคงต้องมาอีก คุณคิดแบบผมมั้ย”
“ค่ะ ร้านนี้ทำอาหารอร่อยทุกเมนูเลย”
“ผมคิดว่าคุณไม่ชอบ เห็นกินข้าวไม่ถึงจานก็รวบช้อนแล้ว”
“ชอบค่ะ แต่มีเรื่องให้คิดในหัว เลยทานได้ไม่เยอะ”
“เรื่องให้คิดในหัว หมายถึง เรื่องของผมรึเปล่า”
รังสรรค์นั่งหลังตรง เฝ้ารอสิ่งที่ลลิตาจะพูดออกมา ตอนนี้เธอทั้งอึดอัดและสับสน เขาทำแบบนี้เพื่ออะไรกันแน่ เลิกรากันไปกับแฟนสาวแล้วคิดจะให้เธอช่วยดามใจ หรือแค่คั่นเวลา อะไรก็แล้วแต่ที่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนแบบนี้เธอไม่ขอยุ่งเด็ดขาด
“คุณต้องการให้ฉันอยู่ในสถานะอะไรกันแน่คะ การที่เราออกมาทานข้าวกันสองต่อสอง ในร้านที่ต้องจองไว้ก่อน บรรยากาศดีแบบนี้ มันทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลคุณควรรู้ ถ้าไม่คิดอะไร ก็เลิกทำแบบนี้เถอะค่ะ”
“...”
เมื่อตัดสินใจถามไป สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงความเงียบ ลลิตามองคนตรงหน้าอย่างซับซ้อน เธอแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง มันเป็นสถานะที่ไม่มีชื่อ หญิงสาวไม่ขอรับไว้กับตัว เธอจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่าง เป็นคนที่ถูกมองข้าม สถานะที่คนรักไม่ให้ความสำคัญ ไม่เห็นคุณค่าในตัวเรา เธอไม่ขอเป็นแบบแม่ ไม่มีวัน!
“ขอบคุณสำหรับอาหารค่ำ แล้วก็ขอบคุณที่มาส่งฉันนะคะ” หลังมื้ออาหารค่ำ ชายหนุ่มขับรถมาส่งหญิงสาวถึงที่พักของเธอ
“อืม เรื่องที่คุณถามก่อนออกจากร้าน ผมขอโทษนะที่ไม่ได้ตอบ”
“เกิดอยากตอบขึ้นมาแล้วหรือคะ?”
รังสรรค์มองหน้าคนข้างกายอย่างเหม่อลอย การประชดประชันเล็กๆ นั้นเขารู้ แต่ก็เข้าใจเธอดี
“โอเค คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมเองก็มีเรื่องรุมเร้ามาก ที่ยังตอบคุณตอนนี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไรกับคุณนะ แต่ผมต้องการแน่ใจในตัวเองด้วย คุณให้เวลาผมอีกสักพักได้มั้ยลิ้นจี่ เมื่อไหร่ที่ผมมั่นใจในตัวเองแล้ว ผมจะกลับมา”
“ค่ะ ขอตัวขึ้นห้องพักแล้วนะคะ”
“อืม ปิดประตูหน้าต่างห้องดีๆ”
ลลิตาเดินลงรถไปโดยมีรังสรรค์มองส่งเธอจนลับสายตา เขารู้ว่ามองจากตรงนี้ห้องไหนคือห้องของเธอ เมื่อเห็นว่าไฟในห้องสว่างขึ้นก็ขับรถออกไป เขาขอเวลาคิดทบทวนตัวเอง เขาเองก็ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนแม้แต่กับปวริศา ระหว่างนี้จึงสัญญากับตัวเองจะไม่โผล่เข้าไปทำให้เธอสับสน อึดอัดใจ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รังสรรค์เงียบหายไปนานนับเดือน การกระทำของเขาคล้ายเป็นคำตอบให้อีกคนคิดไปอีกทางหนึ่งได้โดยไม่ต้องมีคำตอบจากเขาเสียแล้ว
__________
โหว แกก็เกินไปพ่อ หายไปเฉยๆ แบบนี้สาวก็คิดแล้วว่าแกไม่จริงจังกับเค้า อย่ามาหาทำแบบนี้นะ ไม่โอเค // หยุดยาวไปเที่ยวไหนกันบ้างคะ ไรท์นั้นได้หยุดแค่เสาร์อาทิตย์!ฮรึก! อันนี้ก็ไม่โอเครรร!!!