ตอนที่8
จนตรอก
“นี่เป็โอสถของข้าพี่หญิงให้ข้ามา” เด็กน้อยเอ่ยน้ำตานองหน้า เมื่อโอสถที่หลินรั่วซีมอบให้ ถูกหยางอวี่ถงยื้อแย่งไปจากมือ
“หยางเฉิงดูเหมือนครั้งนี้หลักฐานที่เ้ายักยอกจะชัดเจนแล้วนะ”
หยางเฉิงพิจารณาดูโอสถขวดนั้นของหยางอี้ เพียงดมกลิ่นเขาเองก็จำแนกออกว่าโอสถในขวดนั้น ถูกปรุงอย่างเลิศล้ำเกินกว่าจะหาซื้อได้ในเมืองเล็ก ๆ แถบนี้แต่เมื่อเอ่ยถึงข้อสันนิษฐานนั้นออกไปครานี้ผู้นำหยางตงฉวนที่เคยเข้าข้างตนเองเสมอมา กลับไม่รับฟังและเื่ราวหลังจากนั้นอีกหลายข้อโต้เถียงก็เช่นกัน จนในที่สุดหยางเฉิงก็อ่อนใจและรู้ดีว่า หยางตงฉวนนั้นคงมีเหตุผลส่วนตัว ทำให้เวลานี้ตัดสินใจเอนเอียง และเลือกที่จะยืนอยู่ข้างบุตรชายของตนแม้ว่ามันจะเป็ผู้กระทำผิดก็ตาม
“ตกลง ในเมื่อพวกท่านตั้งธงตัดสินความเอาไว้แต่ต้นเช่นนั้นข้าหยางเฉิงก็ไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีก”หยางเฉิงเอ่ยพลางหิ้วร่างของหยางอี้ให้ลุกขึ้น “พวกท่านมิต้องบีบคั้นข้าอีกต่อไป ตระกูลหยางแห่งนี้สำหรับข้าคงเป็ได้เพียงความทรงจำเท่านั้นั้แ่รุ่งสางวันพรุ่ง พวกท่านะจไม่ได้เห็นข้าที่ตระกูลหยางอีกต่อไป ข้าจะขอไปจากตระกูลหยางเอง”
“หยางเฉิง...”หยางตงฉวนรู้สึกเศร้าเสียใจ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างได้ดำเนินมาจนสุดรั้งที่จะหวนกลับแล้ว“เื่ที่แล้วก็แล้วกันไป เมื่อเ้าตัดสินใจแล้ว...เ้าก็จงไปเถอะ”
“ช้าก่อน เ้าเติบโตและใช้ทรัพยากรของตระกูลหยางมาหลายสิบปีเช่นนั้นจะจากไปง่าย ๆ ได้อย่างไร” หยางอวี่ถงเอ่ยพลางเดินเข้าไปหาหยางอี้ที่ยังคงร้องไห้ตัวสั่นเทา“ข้ารู้ว่าตระกูลหลิวร่ำรวยเช่นนั้นถ้าพวกมันอยากได้ตัวเ้าก็ต้องนำเงินมาไถ่ตัวไป”
“เ้า...” หยางเฉิงไม่ทันเอ่ยคำ เหล่าผู้ฝึกตนของตระกูลหยางก็กระโจนกันเข้ามาล้อมกักตนเองไว้จึงได้แต่สงสายตาวิงวอนไปยังหยางตงฉวน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้หยางอวี่ถงจะเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าเพราะผู้ที่ร่วมลงมือ มิใช่นักบู๊ทั่วไป แต่เป็กลุ่มผู้ฝึกตนชั้นสูงของตระกูลรวมถึงรองผู้นำตระกูลและผู้าุโอีกหนึ่งคน
“ท่านผู้าุโ โปรดนำท่านพ่อข้าเข้าไปพักด้วยวันนี้ท่านพ่อของข้าดูจะเหนื่อยล้ามากแล้ว”
หยางเฉิงกัดฟันกรอด แค้นเคืองในความโง่งมของตนเองที่คิดว่าอย่างไรหยางอวี่ถงก็เป็ลูกพี่ลูกน้องของตน คงไม่คิดกระทำการอันใดรุนแรงอย่างเลวร้ายที่สุด เมื่อตนเองเลือกที่จะเดินออกจากตระกูลหยางเื่ราวทุกอย่างก็คงจะยุติ
เมื่อคิดได้ว่าตนเองคงไม่อาจแก้ไขเื่ราวด้วยการเจรจา หยางเฉิงก็ตัดสินใจรวดเร็วเด็ดขาดทำทีมองกวาดรอบ แต่แท้จริงสาดส่ายประเมินขุมกำลังที่ลงมือปิดทางหนีเห็นมุมด้านหนึ่งอ่อนด้อยที่สุด ก็ไม่คิดชักช้ารอให้หยางอวี่ถงเข้าประชิดตัวหยางอี้“ลูกอี้กอดบิดาเอาไว้ให้แน่น” ทางหนึ่งเอ่ยให้หยางอี้ลุกขึ้นกอดเอวตนเองให้แน่นส่วนตนเองก็ใช้มือข้างหนึ่งโอบเด็กน้อยแนบเอวไว้ เมื่อมั่นใจว่าแขนที่รัดร่างของหยางอี้แน่นพอก็กระโจนหิ้วหยางอี้ โผพรวดทะลวงออกไปในเหลี่ยมมุมที่คิดไว้แต่ต้นทั้งอย่างนั้นแม้ห้องตัดสินความจะอยู่สูงบนตัวตึกสามชั้น แต่การกระโจนออกไปทางหน้าต่างล้วนมิใช่ปัญหาสำหรับผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติ
อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ !!!
หยางอวี่ถง แม้เตรียมการปิดทางหนี แต่ไม่คิดว่าหยางเฉิงตัดสินใจฉับไวไม่ทันสั่งคนล้อมกักบีบพื้นที่ อีกฝ่ายก็ชิงลงมือหลบหนีไปก่อนก้าวหนึ่งแถมยังเลือกเหลี่ยมมุมอย่างชาญฉลาด แม้ฝั่งตนมีจำนวนมากกว่าแต่หากวัดแค่วิชาตัวเบาหลบหนี เกรงว่าจำนวนมากหาได้เกิดประโยชน์
“ท่านพ่อปล่อยข้าลงเถอะ หากท่านหิ้วข้าไปด้วยเกรงว่า...”
“เด็กโง่ หากให้ทิ้งเ้า บิดายอมให้พวกมันจับตัวไปเสียดีกว่า”
“ท่าน...พ่อ...” หยางอี้ ยิ่งมายิ่งรู้สึกว่าตนเองเป็ดาวอับโชคตามที่ผู้คนนินทา
“ลูกผู้ชายอย่าได้ร้องไห้เพราะเื่เหลวไหลเช่นนี้วันนี้อย่างไรข้าก็จะพาเ้าหนีไปให้จงได้”
หยางอี้ไม่เอ่ยคำ แต่ใช้การกอดรัดบิดาแน่นแทนคำตอบ
หยางอวี่ถงรู้ดีว่าหยางเฉิง มีวิชาตัวเบาเหนือล้ำในตระกูลหยางมีเพียงผู้าุโขวา...หยางซีเหลียงเท่านั้นที่ว่องไวกว่าแต่ผู้าุโท่านนี้กลับมิเอนเอียงเข้ากับฝ่ายตนจึงยากที่จะไล่ตามด้วยกองกำลังที่ล้อมกักไม่สำเร็จ แต่ยังนับว่ามันมีสติปัญญาอยู่บ้างรู้ว่าจุดหมายของหยางเฉิง อย่างไรไม่พ้นมุ่งหน้าตระกูลหลิวจึงส่งนักฆ่าไปดักรอเอาไว้แต่แรก
ทันทีที่พ้นเขตอาศัย หยางเฉิงค่อยผ่อนคลาย นำตัวหยางอี้ไปแอบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้รกส่วนตนเอง กระโจนขึ้นสูง สำรวจดูผู้ติดตาม เมื่อพบว่าไม่มีคนของหยางอวี่ถงไล่ตามมาแรกรู้สึกว่าพ้นภัย แต่เมื่อไต่กลับลงถึงพื้น ค่อยบังเกิดความสงสัยว่าคนเช่นหยางอวี่ถง เ้าคิดเ้าแค้นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่คิดติดตามเมื่อตรองดูจึงค่อยพบว่า จุดหมายของตนเด่นชัดว่ามุ่งหน้าตระกูลหลิว การไล่ตามหลังล้วนเป็แผนการชั้นต่ำมิสู้ส่งคนไปซุ่มซ่อนดักรอจุดผ่านทาง เมื่อได้คำตอบ ระหว่างเดินทางกลับไปหาหยางอี้จึงคิดเปลี่ยนเส้นทางหลบหนี แต่ดูเหมือนว่าตนเองจะรู้ตัวช้าไปพริบตาที่หยางฉิงกลับมาถึงพุ่มไม้รก ก็พบว่าหยางอี้ก็ถูกกลุ่มชายชุดดำสี่คนจับตัวเอาไว้แล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนงานนี้จะง่ายกว่าที่คิด”ชายชุดดำจ่อมีดสั้นประชิดลำคอของหยางอี้ เพื่อข่มขู่หยางเฉิงอย่าได้ลงมือวู่วามเพราะคำสั่งที่ให้มานั้น จับเป็ล้วนได้เงินตอบแทนมากกว่าจับตาย
หยางเฉิงเห็นหยางอี้อยู่ในเงื้อมมือคนร้ายความใจเย็นสุขุมที่เพิ่งกลับคืนมาเมื่อครู่ ก็กลายเป็สับสนปั่นป่วน แต่แล้วไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเด็กน้อยผอมแห้งกลับบ้าบิ่นมิกลัวตาย อาศัยจังหวะที่คนร้ายเพ่งความสนใจไปที่บิดาของตน ออกแรงหดยืดสองขาะโลอยตัวขึ้น ใช้ศีรษะกระแทกใส่ปลายคางของชายชุดดำ คมมีดที่ยกจ่อก่อนหน้าไม่ได้กระทำแ่าแต่โลหะคมกล้ามิอาจล้อเล่น พริบตาที่ะโขึ้นคมมีดก็เฉือนปาดผิวขาวบริเวณลำคอลากลงมาจนถึงกลางหน้าอกแม้ไม่บาดลึกแต่โลหิตไหลซิบาแเปิดแสบร้อนยิ่ง แม้ความคิดอันบ้าบิ่นครานี้ จะทำให้เด็กน้อยเ็ปแทบตายแต่ก็ทำให้ตนเองหลุดออกจากเงื้อมมือของคนร้าย ซึ่งเซเสียหลักมึนงงไปชั่วขณะกลายเป็สร้างโอกาสหลบหนีจากจุดอับได้อย่างเหลือเชื่อ
หยางเฉิงที่กำลังสับสน เปลี่ยนเป็ตื่นใกับการกระทำของบุตรชาย ที่มุทะลุไม่คิดหน้าคิดหลังแต่นับว่าพอเหมาะพอเจาะ ตนเองจึงประสานเสริม ฉวยโอกาสกระโจนเข้าใส่คนร้ายที่อยู่ใกล้ใช้ออกด้วยกระบวนท่าสังหารดุดันโดยไม่คิดเก็บออมกระแทกหมัดป่นกระดูกเฉียดสวนกับกระบี่ยาวโดยมิคิดหลบหลีกแม้แขนขวาปรากฏาแเส้นสายสีแดงลากยาวขึ้นขีดหนึ่งแต่ก็แลกมาด้วยหมัดแกร่งที่กระแทกใส่กลางหน้าอกของคู่ต่อสู้ จนปรากฏเสียงกระดูกแตกร้าวดังชัดหมัดเดียวปลิดชีวิตนักฆ่าตกตายในทันที
ท่านพ่อระวัง !!!
หยางอี้วิ่งสวน ตรงกลับมาทางบิดาพอดีเห็นคนร้ายที่แอบวกอ้อมไปด้านหลังกระโจนเข้าใส่บิดาตนเอง จึงร้องเตือนด้วยใแต่หยางเฉิงกลับไม่สนใจ กระแทกหมัดที่รวมรั้งลมปราณทั่วร่างส่งออกกระแทกไกลเฉียดปอยผมของหยางอี้ลอยทะยานขึ้นบนซัดเข้าใส่ชายชุดดำที่ถือมีดสั้นซึ่งจับตัวหยางอี้ก่อนหน้า ซึ่งกำลังพุ่งตัวตามหลังคิดตะครุบจับหยางอี้เอาไว้อีกครา
หมัดลมปราณทะลวงร่าง...ถือเป็ไพ่ตายก้นหีบของหยางเฉิง ความรุนแรงจึงมิธรรมดากอปรกับคนร้ายพุ่งตัวเข้าหาหมัดลมปราณ พอดีกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของมันอย่างจัง จนศีรษะแหลกเละตกตายอย่างเลอะเลือนไปอีกคน ตนร้ายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่แรกคิดโถมเข้าใส่ตามหลังผู้อื่นแต่เวลานี้เห็นสหายตกตายไปสอง จึงชะงักฝีเท้าไม่คิดเข้าใกล้ ได้แต่ถอยห่างออกไปยืนคุมเชิงด้วยความหวาดกลัว
...หนึ่งชีวิตแลกสองาแ
แต่เพราะเลือกจะช่วยหยางอี้ที่อยู่ด้านหน้า จึงต้องใช้กระบวนท่าโจมตีอย่างสุดรั้งมิเผื่อทางถอยหรือปกป้องตน คมกระบี่ของคนร้ายที่พุ่งมาทางด้านหลังแต่ต้น พอดีจังหวะฟันเฉือนเข้าใส่ด้านหลังหยางเฉิงอย่างจังแต่คมกระบี่ยังกลับไม่อาจเฉือนลึกถึงกระดูก เพราะด้านในเสื้อของหยางเฉิง นั้นสวมใส่เกราะอ่อนปกป้องซึ่งหลิวซีอิ๋งมอบให้ติดตัว แม้รอดมาได้อย่างหวาดเสียวแต่ก็แลกมาด้วยเกราะวิเศษที่พังเสียหายไปแถบใหญ่
“บัดซบ ในข้อมูลผู้ว่าจ้าง บอกว่าเป้าหมายระดับพลังแค่ลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นเท่านั้นเหตุใดมันจึงกลายเป็ลมปราณแรกธรรมชาติขั้นที่สองไปได้”ผู้ที่เอ่ยคำดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของมือสังหาร ซึ่งก่อนหน้าหลบซ่อนตัวคุมเชิงอยู่วงนอกแต่เมื่อเห็นลูกน้องของตนถูกสังหารไปแล้วถึงสองคน จึงจำใจต้องร่วมลงมือ“ดูท่างานนี้ ข้าคงต้องลงมือเองเสียแล้ว”
“ลูกอี้”หยางเฉิงเอ่ยเบา “ทันทีที่พ่อลงมือ เ้าก็วิ่งไปทางนั้นอย่าได้หันกลับมาอีกเข้าใจไหม” หยางเฉิงเอ่ยพลางสะกิดชี้ไปยังเส้นทางซึ่งอยู่ใกล้กับถนนสัญจรด้วยหวังว่าหยางอี้หลบหนีถึงเส้นทางสัญจรได้ หากโชคดีพบผู้คนเดินทางหรือกลุ่มพ่อค้า คนร้ายคงมิกล้าลงมืออุกอาจ “หลังจากนั้นจงไปรอพ่อที่โรงเตี๊ยมที่เขตผ่านแดน สองวันหากบิดายังไปไม่ถึง เ้าจงหาทางไปยังสกุลหลิวด้วยตนเองให้ได้เข้าใจไหม”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ รับปากพ่อสิ”
หยางอี้ลังเล แต่สุดท้ายก็คราง...อืม ในลำคอพร้อมพยักหน้ารับคำ
“ลูกผู้ชายสัญญาแล้ว ต้องทำให้ได้ เ้าต้องรอดเข้าใจไหม”หยางเฉิงเกรงว่าหยางอี้จะไม่ยินยอมทำตาม เอ่ยคำเสร็จก็กระชากด้านหลังคอเสื้อเหวี่ยงร่างของหยางอี้กระเด็นไปในทิศทางที่ตนชี้ก่อนหน้าคนร้ายสองคนที่หยุดรอผู้เป็หัวหน้า เห็นหยางเฉิงโยนหยางอี้ห่างออก ก็กระโจนติดตามแต่หยางเฉิงตระเตรียมอยู่ก่อน จึงทะยานตามไปขวางทาง พร้อมใช้ออกด้วยกระบวนท่าเตะกวาดเป็วงกว้างสกัดกั้นแต่ไม่ทันใช้จนจบกระบวน จำต้องเปลี่ยนกระบวนท่า หันกลับมารับการจู่โจมของมือสังหารคนใหม่เสียก่อน
“คู่ต้อสู้ของเ้าคือข้าต่างหากละ” หัวหน้ามือสังหารเห็นหยางเฉิงขวางทางลูกน้องของตน ไม่คิดดูเชิงอีก ลอยตัวเหินพลางใช้ออกด้วยโซ่เคียวพุ่งเข้าใส่“พวกเ้ารีบตามไปจับเ้าเด็กนั้นกลับมาให้ข้า”