"ฆ่าเขางั้นหรือ?" สวี่หยางพยักหน้ารับอย่างครุ่นคิด จากนั้นก็เดินไปส่งพัศดีเจียง เมื่อกลับมาถึงบนเขา สวี่หยางก็ไปหาจางหลิง จากน้ำเสียงของพัศดีเจียงเมื่อครู่นี้ สวี่หยางก็พอจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว
"จางหลิง มานี่สิ ข้ามีเื่จะถามเ้า"
จางหลิงวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเดินเข้ามาหาสวี่หยางพลางเอ่ยถาม "หัวหน้าผู้คุมสวี่ มีเื่อะไรหรือขอรับ?"
สวี่หยางกวาดตามองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นจึงเอ่ยถาม "จางหลิง เื่ในวันนั้น เ้าแอบไปแจ้งทางการมาใช่หรือไม่?"
จางหลิงไม่กล้าปิดบังสวี่หยางแม้แต่น้อย เขาพยักหน้ารับแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ตอนกลางคืนที่ข้ากลับมา ข้านอนพลิกไปพลิกมานอนไม่หลับ ข้ารู้สึกว่าเื่นี้ยังไงก็ต้องรายงานให้เบื้องบนรับรู้ไว้เสียหน่อย
หัวหน้าผู้คุมสวี่ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านถูกปล่อยตัวกลับมาได้อย่างไร แต่ข้าไม่อยากให้ท่านทำเื่ผิดพลาด ท่านยังหนุ่มยังแน่น ยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่อีกยาวไกล..."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า จางหลิง เ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าบรรลุข้อตกลงอะไรกับหกประหลาดพวกนั้นหรอกนะ?"
จางหลิงพยักหน้ารับ "นอกจากเื่นี้แล้ว ข้าก็คิดเป็อย่างอื่นไปไม่ได้เลย เพียงแต่ตอนนี้เบื้องบนบอกข้าว่าเื่นี้จบลงแล้ว ข้าก็เลยไม่กังวลแล้วล่ะขอรับ"
"อีกไม่กี่วัน ถังซานนั่นก็ต้องถูกปะาแล้ว ความกังวลของเ้ามันสูญเปล่าทั้งนั้น เอาล่ะ เ้าไปทำงานของเ้าเถอะ" สวี่หยางเดินเข้าไปในเรือนจำและมุ่งหน้าไปยังกรงขังของถังซาน ทว่าในเวลานี้สิ่งที่เขาครุ่นคิดกลับไม่ใช่เื่ของถังซาน
แม้จะบอกว่าจางหลิงทำไปเพราะหวังดีต่อเขา แต่มันก็อาจจะเป็ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายได้ ศพของหกประหลาดพวกนั้นตนเองก็ไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย หากเบื้องบนไปสืบสวนจริง ๆ แล้วเกิดสงสัยมาถึงตัวเขาขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ?
"ยังไงก็ต้องเก็บตัวให้ดี ห้ามเปิดเผยความแข็งแกร่งของตนเองออกไป มิเช่นนั้นคงจะยุ่งยากน่าดู..." สวี่หยางเดินมาถึงหน้ากรงขังของถังซานโดยไม่รู้ตัว
"ไม่ใช่เพิ่งจะสอบสวนเสร็จไปหรอกหรือ เหตุใดถึงมาอีกแล้วล่ะ" ถังซานถ่มน้ำลายพลางหัวเราะหยัน "วันนี้ยังทรมานข้าไม่พออีกหรือ อยากมาก็มาเถอะ ข้าไม่สนหรอก ถึงอย่างไร... หึ ๆ "
"ก็ไม่เชิงหรอกนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาทรมานเ้า เ้าเป็คนใจเด็ดถึงเพียงนี้ พวกเราคิดว่าการทรมานเ้าต่อไปก็ไม่มีความหมายอันใด" สวี่หยางหัวเราะเบา ๆ พลางกล่าว
"ข้ามีข่าวดีอยากจะมาบอกเ้า เ้าสนใจอยากจะรู้หรือไม่ล่ะ"
ถังซานสะบัดขื่อคานบนร่างแล้วล้มตัวลงนอนบนพื้น ดูเหมือนว่าการทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดพละกำลังของเขาได้บ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับข่าวดีของสวี่หยาง ถังซานกลับไม่รู้สึกสนใจเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่าย
สวี่หยางพิงกำแพงพลางเอ่ย "ถึงแม้เ้าจะไม่อยากรู้ แต่ข้าก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องบอกเ้าอยู่ดี
ถังซาน... อีกสองวันเ้าก็จะถูกปะาชีวิตแล้ว เป็อย่างไรบ้าง นี่ถือเป็ข่าวดีใช่หรือไม่ ถึงอย่างไรการต้องทนถูกทรมานทุกวันมันก็ยากลำบากอยู่ไม่น้อย ตายไปซะเื่ราวก็จบสิ้น
หากเ้าตายไป ไม่เพียงแต่ตัวเ้าเองที่จะสบายขึ้น พวกเราเองก็จะสบายขึ้นมากด้วย พวกเราน่ะ อยากให้เ้าตายใจจะขาดอยู่แล้ว ต้องมาลงทัณฑ์เ้าทุกวันมันเหนื่อยนะจะบอกให้"
โซ่ตรวนบนร่างของถังซานส่งเสียงดังกราว เขาลุกพรวดขึ้นมาคว้ากรงขังเอาไว้พลางะโอย่างคนบ้า "ปะาข้า?!"
สวี่หยางที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยถาม "อะไรกัน เหตุใดเ้าถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้ล่ะ นี่มันไม่สมกับเป็ตัวเ้าเลยนะ พอได้ยินคำว่าตาย เ้าเองก็รู้จักกลัวด้วยหรือ?
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เอาแต่แหกปากร้องโวยวายให้พวกเรารีบฆ่าเ้าหรอกหรือ?"
ถังซานแสดงอาการคลุ้มคลั่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพึมพำกับตนเอง "เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ได้ เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ? พวกเขา... หรือว่าพวกเขาจะมีความคิดอื่น?"
"ความคิดหรือ? พวกเขาเนี่ยนะ เ้ากำลังหมายถึงหกประหลาดจะมาช่วยเ้าอย่างนั้นหรือ?" สวี่หยางหัวเราะเบา ๆ
"เช่นนั้นเ้าคงจะคิดมากไปแล้วล่ะ พวกมันมาไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็ที่ใดก็ไม่ใช่สถานที่ที่พวกมันจะสามารถฝ่าด่านเข้ามาได้ง่าย ๆ หรอกนะ"
"เป็ไปไม่ได้ ความเป็พี่น้องของพวกเราแข็งแกร่งดั่งทองคำ ไม่ว่าใครจะเกิดเื่ พวกเราพี่น้องก็พร้อมที่จะสละชีวิตเข้าช่วยเหลือ เ้าไม่มีทางเข้าใจหรอก
ผู้คุมธรรมดาอย่างเ้าจะไปรู้อะไร!"
จู่ ๆ สวี่หยางก็มองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบเสียงแ่ "ถังซาน ข้าจะบอกข่าวให้เ้าฟังอีกเื่หนึ่ง เ้าสนใจอยากจะรู้หรือไม่ล่ะ"
ถังซานหัวเราะหยัน ไหล่สั่นเทิ้ม "เ้ายังมีข่าวอะไรมาบอกข้าได้อีก นอกจากข่าวที่พี่น้องจะมาช่วยข้าแล้ว ข้าก็ไม่สนใจเื่อื่นใดทั้งสิ้น"
"เื่นี้เกี่ยวข้องกับพี่น้องหกประหลาดของเ้าจริง ๆ ซะด้วยสิ" สวี่หยางเดาะลิ้น "พวกมันก็อยากจะช่วยเ้าจริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสมองมากกว่าที่เ้าคิดไว้เสียอีกนะ"
"จริงหรือ?" ถังซานชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับข่าวเช่นนี้
"ที่แท้ ที่แท้พวกเขาก็มาช่วยข้าจริง ๆ ด้วย ข้าว่าแล้ว ข้าว่าแล้วเชียว" แน่นอนว่าถังซานย่อมเชื่อมั่นว่าพี่น้องของตนจะต้องมาช่วยตนเองอย่างแน่นอน ทว่าเมื่อความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้นมา เขาก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจ
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ
พวกมันตั้งใจจะมาช่วยเ้าจริง ๆ น่าเสียดายที่พวกมันล้วนถูกข้าฆ่าตายหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครมาช่วยเ้าแล้วล่ะ เ้าเข้าใจหรือไม่?"
"เ้าน่ะหรือ?!" ถังซานราวกับได้ยินเื่ตลกขบขันที่ใหญ่โตที่สุดในโลก จู่ ๆ มันก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา ผู้คุมคนหนึ่งกลับกล้าพูดว่าตนเองเป็คนสังหารหกประหลาดสำนักถัง นี่มันช่างเป็เื่ไร้สาระสิ้นดี
สวี่หยางพึมพำราวกับพูดกับตนเองเสียงแ่ "คนทั้งหกนั่นน่าสนใจมากทีเดียว ชอบใช้อาวุธลับ ชายตาเขคนนั้นดูมีอำนาจน่าเกรงขาม แต่กลับรับการโจมตีของข้าไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ส่วนผู้หญิงสามคนก็หน้าตาดีใช้ได้เลยนะ โดยเฉพาะแม่นางขายาวคนนั้น จุ๊ ๆ ตอนที่ข้าจะฆ่านาง นางกลับบอกว่าจะปรนนิบัติรับใช้ข้า ยอมทำทุกอย่าง ขอเพียงให้ได้เป็สุนัขรับใช้ของข้าก็พอ
น่าเสียดายที่ข้าไม่ชอบเลี้ยงผู้หญิง เ้าว่ามันน่าเสียดายหรือไม่ล่ะ?"
"เ้าพูดจาไร้สาระ" ถังซานราวกับถูกกระตุ้นเส้นประสาท เขาเริ่มบ้าคลั่ง "นางจะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร ไม่มีทาง เ้ากำลังโกหก เ้ามีสิทธิ์อะไรไปฆ่าพวกเขา เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน"
ในเวลานี้สวี่หยางไม่ได้สนใจสีหน้าที่ดุร้ายของถังซานเลย ทว่ากลับกำลังสังเกตบันทึกเื่ราวปีศาจแทน ตอนนี้ค่าความมุ่งร้ายของถังซานกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง นี่เป็ครั้งแรกที่สวี่หยางได้เห็นค่าความมุ่งร้ายที่ทะลุ 10% ยิ่งไปกว่านั้นมันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน
'99% หนึ่งชั่วยามให้ค่าประสบการณ์หนึ่งพันแต้ม!'
สวี่หยางเบิกตากว้างจ้องมองถังซาน หากถังซานก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมชีพจรได้ หนึ่งชั่วยามจะสามารถมอบค่าประสบการณ์ให้เขาได้ถึงหนึ่งหมื่นแต้มเลยหรือไม่ นี่มันจะเกินจริงเกินไปแล้ว
'เวลาสองวันจะสามารถมอบค่าประสบการณ์ให้ข้าได้ถึงสองสามหมื่นแต้มเลยหรือ? เช่นนี้ข้าก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมชีพจรขั้นที่สามได้โดยตรงเลยน่ะสิ
แม้ข้าจะเดาไว้แล้วว่า การใช้คำพูดเหล่านี้มายั่วโมโหจะทำให้มันคลุ้มคลั่ง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้ น่าเสียดาย ยังขาดอีกนิดเดียว'
สวี่หยางอยากรู้ว่า หากถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มแล้วมันจะเป็อย่างไร จึงเริ่มเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก
"แม่นางขายาวคนนั้นน่าจะเป็ผู้หญิงของเ้าสินะ แม้ตอนนั้นข้าจะไม่ได้เก็บนางไว้ แต่เื่สนุกสุดเหวี่ยง ข้าก็ทำไปไม่น้อยเลยทีเดียว
เรียวขาขาวเนียนอมชมพูของนาง มันช่างน่าลูบคลำเล่นได้เป็ปี ๆ เลยล่ะ ตอนที่ฆ่านาง ข้าทำใจไม่ค่อยลงเป็พิเศษเลย"
ดวงตาของถังซานแดงก่ำราวกับสีเื ทั่วทั้งร่างตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งไร้สติ ในตอนนี้ไม่ว่าสิ่งที่สวี่หยางพูดจะเป็ความจริงหรือไม่ เขาก็้าจะฆ่าชายที่อยู่ตรงหน้าให้ตายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม อยากจะสับร่างอีกฝ่ายออกเป็หมื่น ๆ ชิ้นเสียให้ได้
"ข้าไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่! ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไป ต่อให้กลายเป็ผีข้าก็จะไม่ละเว้นเ้า ข้าจะสาปแช่งเ้าไปทุกภพทุกชาติ!!"
สวี่หยางฉีกยิ้มกว้าง แสร้งทำสีหน้าหื่นกามราวกับกำลังดื่มด่ำกับความสุข คล้ายกำลังหวนรำลึกถึงฉากรักอันแสนวิเศษ
"บัดซบ บัดซบ!" ถังซานพุ่งชนกรงขังอย่างบ้าคลั่ง ชนจนหัวแตกเืไหลอาบก็ยังไม่ยอมหยุด
ในเวลานี้สวี่หยางเพียงแค่พึมพำเสียงแ่
"หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์"