“กินข้าวเสร็จเมฆกับฟ้าช่วยกันเก็บของนะพี่จะพาไปไปดูบ้านของเรากัน”ไผ่เอยกับเมฆและฟ้าขณะกินข้าวเช้ากันอยู่
เมื่อเมฆกับฟ้าได้ยินคำว่าบ้านของเราแววตาของทั้งสองคนส่องประกายทันทีจากนั้นก็ยิงคำถามออกมาไม่หยุด ไผ่ก็ตั้งใจตอบคำถามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเช่นกันเขามีความสุขทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของน้องๆ
ทั้งสองเป็เด็กฉลาดรู้ว่าที่นี่โรมแรมไม่ใช่บ้าน พวกเขามาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อทั้งสองได้ยินคำว่าบ้านซึ่งมันมีความหมายกับทั้งสองคนมากจึงไม่แปลกที่จะตื่นเต้นขนาดนี้
“พี่นี่รถใครหรอค่ะ”เมื่อสะพายกระเป๋าเดินมาถึงรถฟ้าเอยถามขึ้น
“รถของเราเองพี่พึ่งซื้อมาใหม่ น้องชอบใหม่”ไผ่ลูบหัวทั้งสองด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเปิดประตูรถ
“ชอบครับ/ค่ะพี่”เด็กทั้งสองตอบพร้อมกันด้วยแววตาเป็ประกาย
“ว้าวสวยมาก ใหญ่มากเลย”เมื่อขึ้นไปบนรถทั้งสองคนพูดไม่หยุดด้วยความตื่นเต้น ไผ่ยกกระเป๋าขึ้นวางก่อนจะคาดเข็มขัดให้ทั้งสองคน จากนั้นไผ่ก็เดินขึ้นไปขึ้นรถฝั่งคนขับ
“ไปกันเถอะไปดูบ้านของเรากัน”ไผ่มองทั้งสองคนที่กับมองสำรวจรถผ่านกระจกหลังด้วยรอยยิ้ม
ขับรถไม่นานก็มาถึงประตูหน้าคฤหาสน์หลังจากกดปุ่มเปิดประตูไผ่ก็ขับรถเข้าไป มองลึกไปตามถนนจะพบว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยดอกเฟื่องฟ้าสีขาวสวยงาม
“ใหญ่มากเลย”
“นี่คือบ้านเราจริงหรอ”ทั้งสองคนอุทานขึ้นจากนั้นก็ยิงคำถามใส่ไผ่ไม่หยุด
ไผ่พาน้องๆเข้าคฤหาสน์จากนั้นก็พาเดินชมทุกส่วนภายในคฤหาสน์ ตลอดทางตัวแสบทั้งสองคนพูดไม่หยุดทั้งวิ่งเล่นหัวเราะตลอดทาง
ด้วยความเป็เด็กทั้งสองคนไม่ได้สนใจหรอกว่าไผ่ซื้อบ้านใหญ่แบบนี้ได้ยังไง เพราะทั้งสองรู้แค่ว่าไผ่ทำงานอย่างยากลำบากเพื่อหาเงินมาดูแลพวกตนมาตลอดเท่านั้น
ไผ่ใช้เวลากับทั้งสองทั้งวัน ตกเย็นหลังจากกินข้าวเรียบร้อยแล้วก็ให้ทั้งสองอาบน้ำด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันเมื่ออาบน้ำเสร็จทั้งสองคนก็กลับไปอย่างรวดเร็ว
ไผ่กำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงในห้องที่น้องทั้งสองนอน เพราะพึ่งย้ายมาวันแรกเขากลัวว่าทั้งสองจะยังไม่คุ้นชินแล้วตื่นเรียกหาตนกลางดึก
“บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คงจัดการเองไม่ได้แน่ แต่ถ้าให้คนมาอยู่ด้วยความเป็ส่วนตัวอาจจะหายไป อีกทั้งตอนนี้เรายังปลุกพลังไม่ได้เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย”ไผ่ขบคิดอย่างจริงจจัง อาจจะมองดูเหมือนคนระแวงเกินไปแต่โลกมันโหดร้ายถ้าไม่มีความแข็งแกร่งมันอันตรายเกินไปที่จะไว้ใจคนอื่น
“ตอนนี้คงได้แต่จ้างคนมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์ไปก่อนก็แล้วกัน”ไผ่คิดสักพักจึงต้องเืวิธีนี้
จากนั้นไผ่จึงตัดสินใจติดต่อหาผู้จักขายธีระคนที่ขายบ้าน จากนั้นไผ่ก็แจ้งจุดประสงค์ว่า้าให้คนมาทำความสะอาดและดูแลคฤหาสน์ของคนทุกอาทิตย์
ซึ่งธีระเองก็รีบรับปากอย่างรวดเร็ว ลูกค้าผู้ลึกลับขนาดนี้มีหรือที่เขาจะปฎิเสธแม้จะไม่สามารถสนิทได้แต่ขอแค่ได้รู้จักกันก็พอ
“เหลือแค่พาเมฆกับฟ้าไปสมัครเรียนเท่านั้นทุกอย่างจะลงตัวเราจะได้มีเวลาฝึกฝนร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่”ไผ่พึมพำออกมาก่อนจะเดิมเข้าบ้านไปนอนพักผ่อน
.
รถSUVสีขาวขับมาจอดหน้าประตูโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งซึ่งหน้าประตูเขียนว่าโรงเรียนอนุบาลรุ่งอรุณ โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้เป็โรงเรียนอนุบาลที่ติดหนึ่งในห้าของโรงเรียนอนุบาลที่ดีที่สุดในเมืองทะเลครามแห่งนี้ สาเหตุที่ไผ่เลือกโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ก็เพราะว่ามันอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ของเขาที่สุด
ค่าใช้จ่ายในการเรียนที่นี่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแพงมากเพราะมันเป็โรงเรียนอนุบาลเอกชน ซึ่งรายเดือนอยู่ที่หนึ่งร้อยล้านเครดิตต่อคน หมายความว่าไผ่จะต้องจ่ายถึงสองร้อยล้านเครดิตต่อเดือนสำหรับเมฆและฟ้า แต่ด้วยชื่อเสียงของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้มันไม่ถือว่าแพงเลย
ไผ่ไม่ได้สนใจราคาของมันเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วเงินเป็เพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นถ้าเขา้าเงินเพียงแค่ขายข้อมูลของดินแดนลึกลับหรือแค่บอกตำแหน่งของสมุนไพรระดับสูงให้อาทิตย์ไปนำมาก็พอแล้ว
ไผ่จ่ายเงินค่าเรียนล่วงหน้าสามเดือนในครั้งเดียวสำหรับเมฆและฟ้า หลังจากที่รับเอกสารแล้วไผ่จะพาน้องมาเริ่มเรียนในวันพรุ่งนี้ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไร ด้วยความเป็เด็กเล็กจึงสามารถเข้าเรียนกลางคันได้เลย
เมื่อจัดการธุระเรียนร้อยไผ่ได้พาเมฆกับฟ้าไปเที่ยวสวนสนุก กินข้าวและซื้อของต่างๆมากมาย
เช้าวันต่อมาไผ่ขับรถมาส่งเมฆกับฟ้าที่โรงเรียนั้แ่7โมงเช้า
“เมฆ ฟ้าหนูต้องตั้งใจเรียนและเชื่อฟังคุณครูนะเข้าใจไหม ห้ามดื้อห้ามซนเด็ดขาดเดี๋ยวตอนเย็นพี่มารับ”ไผ่เอยพร้อมกับลูบหัวทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะพี่”เมฆกับฟ้าตอบรับพร้อมกับเสียงดัง
“ผมต้องรบกวนคุณครูช่วยดูแลสั่งสอนด้วยนะครับ”ไผ่หันไปยิ้มพูดกับครูสาวสวยที่ยืนต้อนรับนักเรียนอยู่ที่ประตู
“คุณพี่ชายไม่ต้องเป็ห่วงไปนะคะ เราดูแลเด็กทุกคนอย่างดีแน่นอนคะ”ครูผู้หญิงตอบรับด้วยรอยยิ้มสวยงาม
“ขอบคุณมากครับยังไงผมรบกวนด้วยครับ”ไผ่พยักหน้าตอบ
“เด็กๆพี่ไปก่อนนะเดียวตอนเย็นพี่มารับ”ไผ่หันมายิ้มพูดกับเมฆและฟ้า
“บ๊าย บายครับ/ค่ะพี่”เมฆกับฟ้าโบกมือให้กับไผ่พร้อมกันก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเรียน
ไผ่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกตอนแรกเขากลัวว่าทั้งสองจะดื้อจนไม่ยอมมาเรียน แต่เมื่อเห็นการกระทำของทั้งสองคนแล้วไผ่อดที่จะมีความสุขไม่ได้ มีใครบ้างที่ไม่อยากเห็นน้องๆของตัวเองเป็เด็กดีและเชื่อฟัง.