ก่อนที่จะได้ทำอะไร ลัคนาถูกอรุโณทัยดึงตัวไป
“ฝากทางนี้ด้วย!” หญิงสาวะโก่อนที่ลัคนาจะถูกลากให้วิ่งตาม เธอหันมองคนที่เหลืออย่างเป็ห่วงแต่พวกเขาไม่ได้พูดอะไร สีหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีเวลามาสงสัยแล้วในที่นี้คนที่เป็ผู้นำมีเพียงสามคนคือหยาง ประกายมาศ และอรุโณทัย ในสถานการณ์คับขันมีแต่ต้องเชื่อใจพวกเขาเท่านั้น
การจัดแนวป้องกันของบ้านพักเหมือนกับตอนที่ผู้เล่นไล่จนใกล้บาเรีย มีสมาชิกหน่วยลาดตระเวนคนหนึ่งยืนกันประตูไว้ในบ้านพักถูกบุไว้ด้วยฟูก อริสและผู้หญิงคนอื่นๆ ยืนประจำตำแหน่งตรงหน้าต่างชั้นสองง้างคันธนูเตรียมพร้อมยิงทุกเมื่อ หน่วยป้องกันบาเรียออกันอยู่ชั้นล่างและรอบๆ บ้านพักเป็ปราการด่านแรกและคนที่เหลือก็กระจุกตัวกันอยู่ข้างใน
อรุโณทัยเข้ามาสั่งการแทนสามคนที่ถูกมอบหมายไว้ก่อนหน้า สมาชิกหน่วยป้องกันบาเรียถูกจัดเป็ครึ่งวงกลมล้อมด้านหน้าของบ้านพักอาวุธถูกยัดใส่มือของพวกที่ปกติก็ไม่เคยทำอะไร ส่วนลัคนาถูกพาเข้าไปข้างใน
“แต่ว่า...”
“หน้าที่ของเธอคืออยู่เฉยๆ แล้วเอาตัวเองให้รอด ถ้าจะช่วยอริสฉันก็ไม่ว่าหรอก”หญิงสาวสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สถานการณ์ครั้งนี้ปางตายยิ่งกว่าครั้งไหนทั้งหมด
“แต่ฉันเป็หน่วยลาดตระเวน—” เด็กสาวเถียง
“ฉันไม่มีเวลามาต่อคำ จำใส่กะโหลกไว้ว่าเธอเป็กุญแจ!” อรุโณทัยตะคอกจนเด็กสาวย่นคอ
“...อย่างน้อยขอแผนที่ไว้กับตัวจะได้ไหมคะ?” ลัคนาพูดเสียงเบา หัวหน้าสาวยัดม้วนกระดาษใส่มือเธอแล้วกลับออกไป
ลัคนายืนอยู่ตรงนั้น รอคอยเวลาที่ผู้เล่นจะมาถึงตัว เธอไม่รู้ว่าพวกเขามีจำนวนเท่าไหร่และเข้ามาจากตรงไหนแต่สิ่งหนึ่งที่เธอทำไม่ได้คือยืนเฉยๆ แล้วปล่อยให้คนอื่นสู้แทนตัวเอง
เธอตั้งใจฝึกมาตลอดเพื่ออะไรกัน?
เพื่อมีชีวิตรอด และเพื่อให้คนอื่นรอดไปกับเธอด้วย
เธอคลี่ม้วนกระดาษออก ระหว่างที่ผู้เล่นยังมาไม่ถึง เธอจะต้องทำากับความกดดันและเวลาพยายามหาให้ได้ว่ารหัสซ่อนอยู่ตรงไหนของแผนที่กันแน่
...
ศาลา สถานที่ซึ่งเคยเงียบสงบกลายเป็สนามรบ
มีรอยแตกของบาเรียพอให้แทรกเข้ามาได้ทีละคน มีผู้เล่นเข้ามาเรื่อยๆ กะจำนวนจากที่เข้ามาแล้วและกำลังคอยอยู่ข้างนอกมีประมาณยี่สิบคนประมาณหนึ่งส่วนสามจำนวนคนในบาเรียทั้งหมด แถบสีเขียวส่องแสงเรืองๆ ััได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่ถูกปล่อยออกมาในจำนวนคนที่ยังอออยู่ข้างนอก บางคนก็ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
ฮิบิคิรวบรวมสมาธิแล้วมองกลุ่มคนตรงหน้า
ข้างตัวเขามีครูฝึกสี่คนและสมาชิกคนอื่นๆ ของหน่วยลาดตระเวน มินและเพื่อนของเขาอีกหลายคนก็อยู่ด้วยพวกเขาเป็คนระบุตำแหน่งของต้นเสียงจึงหาตัวผู้เล่นพบ
“เข้ามาได้แล้ว!!”
“อิลิกเซอร์ใครมาก่อนได้ก่อน ไม่แชร์กันนะเว้ย”
“เอาดิ”
เสียงพูดคุยดังมา ยืนประจันหน้ากันครู่หนึ่ง ผู้เล่นคนหนึ่งก็ชูคทาขึ้น
“Stardust Blessing!” พวกผู้เล่นที่เหลือยืนนิ่งเหมือนคอยให้อะไรสักอย่างเกิดขึ้นแต่บริเวณนั้นก็มีแต่ความเงียบและความตึงเครียด
ฮิบิคิชักเท้าถอยหลังในท่าพร้อมจะพุ่งไปปักคอหอยพวกเขาได้ทุกเมื่อ
“อ้าว สกิลใช้ไม่ได้เหรอ?”
“ซวยแล้วไง”
เสียงพูดคุยดังระงม
“ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว” คนที่ถือหอก ท่าทางเหมือนเป็หัวหน้าพูดขึ้น “ก็สู้ทั้งที่ไม่มีสกิลเลยแล้วกัน”
แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไร สีขาวและสีท้องฟ้ายามสนธยาก็พาดผ่านไป พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกันนั้นร่างของสัตว์อันสง่างามก็ร่อนลงมาอย่างนิ่มนวล มีคนขี่อยู่บนหลังร่างอันใหญ่โตเด็กสาวคนหนึ่งก้าวลงมา เธอยืนหันหลังให้ แต่ลอร์น่าก็รู้ทันทีว่าเธอเป็ใคร
“นิชพร!” เธอร้องเรียกชื่อนั้นด้วยความดีใจระคนแปลกใจ
“ขอโทษที่หายไปนานนะ” เสียงใสคุ้นหูดังขึ้น นิชพรหันหลังมา
ผมยาวสลวยสีดำสนิทพลิ้วไหว ใบหน้าที่มีสีหน้าอ่อนละมุนนั้นยังเป็นิชพรคนเดิมแต่ชุดที่สวมกลับเป็สีดำมันวาว มือซ้ายของเธอสวมกรงเล็บ ส่วนมือขวาถือดาบ ท่าทางการยืนก็ไร้ช่องโหว่เสียจนทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมา
“...แยกกัน พวกนายครึ่งหนึ่งไปก่อนเลย!” คนที่เป็หัวหน้าผู้เล่นสั่งการอีกครั้งผู้เล่นที่เข้ามาแล้วส่วนหนึ่งผละออกไป ดูเหมือนว่าจะตรงไปยังบ้านพัก
“อุลริก” หยางเรียกเสียงเบา
“เข้าใจแล้ว”
ชายหนุ่มตามพวกเขาไปอย่างไม่ลังเล เขาวิ่งตามหลังผู้เล่นไปโดยทิ้งระยะไม่ให้รู้ตัวอรุโณทัยวิ่งเข้ามาสมทบจากอีกด้านหนึ่ง เธอดูแปลกใจทีเดียวเมื่อเห็นนิชพรยืนคั่นกลางระหว่างสองฝ่าย
“ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่ฉันทิ้งไปเฉยๆ แบบนั้น แต่ไม่แล้วล่ะ คราวนี้จะไม่ไปไหนอีกแล้ว”เด็กสาวพูดกับพวกพ้อง เสือตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ สะบัดหางที่มีลักษณะเหมือนคบเพลิงจนบริเวณนั้นสว่างวาบไปด้วยแสงอาทิตย์อัสดงและดวงดาว
“ความปรารถนาของเ้าถูกเติมเต็มแล้ว ข้าขอลาเ้าั้แ่บัดนี้” เสือขาวกล่าวด้วยเสียงทุ้มนุ่ม
“ขอบคุณค่ะ...”
ร่างของเสือขาวอันตรธานหายไปในสายตาตกตะลึงของทุกคน มีเสียงซุบซิบดังมาจากฝั่งผู้เล่นดูเหมือนพวกเขาเองก็รู้จักทไวไลท์ ไทเกอร์ เช่นกัน
“...นี่...ยัยนั่นนี่นา” ผู้เล่นคนหนึ่งชี้มาที่ลอร์น่าอย่างแปลกใจ เธอมีผมแกละและถือขวานาเล่มโต
....นารี พวกเขาเคยพบกันทีู่เาสามฤดูหลังหิมะถล่ม
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีสิ ไม่มีเหตุผลต้องออมมือสินะ ว่าไหมนิชพร?” ลอร์น่ายกขวานพาดบ่าพร้อมส่งสายตาท้าทายไปยังกลุ่มผู้เล่น เธอพอจะเดาได้ว่าสีหน้าหงุดหงิดมาจากการที่ใช้เวทมนตร์อะไรไม่ได้เลยหมายความว่านารีเองก็ไม่สามารถใช้ Phantom Axel ที่ปลิดชีวิตนิโคไลในพริบตาได้
“ตามนั้น” นิชพรขยับร่าง เตรียมรับการโจมตี ทั้งสองขยับเข้าหากันเหมือนกับทุกครั้งที่ออกสู้
ฮิบิคิเฝ้ามองการกระทำของทุกคน มีผู้เล่นอยู่สิบคนจากเดิมยี่สิบคน เป็จำนวนที่รับมือได้ยากเย็นแสนเข็ญการยืนอยู่ตรงนี้อาจจะเหมือนฆ่าตัวตายเลยก็ได้ เขาภาวนาให้ลัคนากับอุลริกสามารถรับมือกับพวกที่ผ่านเข้าไปถึงบ้านพักได้อย่างปลอดภัยเขาจะเอาตัวรอดให้ได้ และเขาหวังว่าลัคนาจะมีชีวิตต่อไปเช่นกัน
ผู้เล่นเริ่มมาสมทบกับกำลังก่อนหน้า จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็ยืนดูสถานการณ์บางคนก็ตรงไปยังบ้านพัก
“...พร้อมไหม?” ประกายมาศถาม ดาบเล่มยาวสะท้อนแสงยามราตรีวูบหนึ่ง
“ถอยไปรวมกับที่บ้านพักจะไม่ดีกว่าเหรอครับ?” มินแย้ง ความกลัวแฝงมาในน้ำเสียง ไม่แปลกเลยที่เขาจะเห็นความตายของตัวเองอยู่ตรงหน้าแล้วกลัวขึ้นมาเขาไม่ใช่คนที่ชำนาญการต่อสู้ นอกจาก่ที่เนโครแมนเซอร์บุกไม่กี่วันก่อนเขาก็ไม่ได้มีประสบการณ์ต่อสู้จริงๆเลยสักนิด
“ไม่” อรุโณทัยเป็คนตอบ “เราต้องพยายามลดจำนวนให้ได้มากที่สุดก่อนจะไปถึงบ้านพัก”
ดูเหมือนว่าผู้เล่นทั้งหลายจะไม่อยากรอนานจึงเปิดศึกโดยทันที
ถึงความสามารถของหลายคนจะเป็รองเพราะใช้พลังไม่ได้ แต่แถบเืที่มากของพวกเขาทำให้รับมือยากทั้งสองฝ่ายสู้กันอย่างสูสี แต่พอรู้ตัวอีกทีสนามรบของพวกเขาก็ถอยไปหาบ้านพักมากขึ้นเรื่อยๆ
อึนริวล้มหาย ผู้เล่นถูกฟันคอขาด มินถูกฝูงชนกลืน อาวุธ ะุ และลูกศรบินว่อนไปทั่วสนามรบของพวกเขาคือความโกลาหลแท้ๆ
ฮิบิคิทั้งฟันทั้งแทงผู้เล่นแบบไม่ยั้ง เขาแทงเข้าที่จุดตายของผู้เล่นที่ไม่ทันระวังตัวส่งให้ลงไปนอนกองกับพื้นรู้สึกเหมือนความรู้สึกเป็รองค่อยๆ ถูกขจัดหายไป สมาธิจดจ่ออยู่กับการหลบหลีกและโจมตีเท่านั้นไม่นานความรู้สึกกดดันก็เปลี่ยนเป็ความปลอดโปร่ง สมองรู้สึกโล่งจนน่าใ เขาจดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้าความคิดและคำสั่งร่างกายแล่นเร็วเหมือนน้ำเชี่ยว ร่างของเด็กหนุ่มเหมือนกับลม ปียืนอยู่หลังสุดยิงหน้าไม้พลางมองหาอึนริว แขนข้างหนึ่งกุมท้องที่ถูกะุเข้า ส่วนหยางนั้นซัดมีดเข้าก่อกวนจนผู้เล่นล้มหน้าคะมำไปหลายคน
แต่ฝั่งผู้เล่นเองก็แข็งแกร่งไม่น้อย ทั้งที่ใช้พลังไม่ได้แต่ผู้เล่นที่ใช้อาวุธก็ยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนนารีกับลอร์น่าเริ่มถอยห่างออกไปเรื่อยๆ หัวหน้าผู้เล่นแทงหอกสร้างาแให้ทุกคน ฟอร์ชูนาโต้ผู้อีโก้สูงกำลังรับมือเขาอยู่แต่เืก็ไหลออกมาทุกครั้งที่เขาขยับตัว น่ากลัวว่าถ้าโดนมากกว่านี้เขาอาจจะล้มลงไปเลยก็ได้นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้มีดสั้นที่เร็วพอๆ กับฮิบิคิที่ลอดไปยังบ้านพัก
นิชพรที่เพิ่งกลับมายังบาเรียฝีมือพัฒนาจนน่าใ เธอสามารถรับมือกับผู้เล่นทีละสองสามคนได้อย่างไม่สะทกสะท้านแต่ MT คนอื่นเริ่มถูกพิษาแเล่นงานไม่เว้นแม้แต่อรุโณทัยหรือประกายมาศ
...
ลัคนาเห็นอุลริกแวบๆ
เธอปล่อยแผนที่ไว้กับคนบนชั้นสองที่ทำหน้าที่ยิงสนับสนุน ส่วนหน้าที่ของเด็กสาวตอนนี้คือการจัดการกับใครก็ตามที่สามารถลอดจากแนวป้องกันด่านหน้าเข้ามาได้ธนูจากชั้นสองเทลงมาช่วยลดจำนวนของผู้เล่นได้บ้าง
ดาบในมือกลายเป็อวัยวะไปแล้ว เธอฟันผู้เล่นคนหนึ่งซ้ำๆ จนเขาล้มลงแต่กลับไร้เืสักหยดเธอมองเห็นคนกลุ่มใหญ่ต่อสู้กับหน่วยป้องกันที่เริ่มตายไปเรื่อยๆ เหมือนดาวตก แต่ไม่นานก็เหลือคนป้องกันบ้านพักอยู่น้อยจนผู้เล่นเริ่มเบนความสนใจมาหาเธอแทน
ผู้คนในบ้านพักกรีดร้อง เธอไม่รู้ว่าอุลริกหายไปไหน แต่การปกป้องคนเหล่านี้กลายเป็หน้าที่ของเธอ
เด็กสาวพยายามไม่มองคนที่นอนกองอยู่ตรงประตู เพียงก่อนอาทิตย์ตกดินพวกเขายังหัวเราะยังพูดคุย และยังปกป้องความหวังของตัวเองเอาไว้ แต่พวกเขาจากไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
ลัคนานึกถึงคำพูดหนึ่ง มันอาจเป็โชคชะตา แต่ในเมื่อเราเกิดมาเป็เหยื่อของพวกนั้นสิ่งที่เราทำได้คือทนไป
มันคือคำพูดของคนที่ชื่อว่ารินคำ ซึ่งเธอพยายามไม่นึกถึงมาตลอด
ทุกอณูของชีวิตปฏิเสธคำพูดนี้ แต่ในสถานการณ์สิ้นหวังเธอกลับนึกถึงคำพูดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อผู้เล่นเริ่มเข้ามายังชั้นล่าง ลัคนากับคนที่เหลือจึงต้องยอมถอยขึ้นชั้นสองหลายคนปัดอาวุธอย่างมั่วซั่วและจบโดยที่โดนฆ่าตาย เด็กสาวไม่อยากมองภาพนั้น คนที่สู้อยู่ข้างตัวโดนปืนยิงทะลุหัวใจล้มลงไปนอนจมกองเืต่อหน้าต่อตาแต่คนที่ยิงปืนไม่นานก็ถูกบางอย่างแทงเข้าข้างหลังจนตายเช่นกัน
ฮิบิคิยืนหอบอยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นเธอเขาก็โล่งใจ แต่ก่อนลัคนาจะได้ทำอะไรมีมือหนึ่งดึงแขนเธอ เด็กสาวเกือบฟันแต่หยุดทันเมื่อเห็นว่าคืออริส
“นาน่า!” ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นปนหวาดกลัว “เรารู้แล้ว...เรารู้แล้วว่ารหัสคืออะไร!”
...
อรุโณทัยมองร่างที่กองอยู่รอบบ้านพัก หญิงสาวใจหาย รู้ตัวอีกทีพวกเธอก็ถอยจนมาอยู่ตรงนี้แล้ว
ร่างกายของทุกคนเต็มไปด้วยาแ หลายคนหายไปจากกลุ่ม ขาซ้ายของเธอรู้สึกเหมือนท่อนไม้ที่ถูกติดไว้กับร่างมากกว่าจะเป็ขาสีข้างเจ็บแปลบทุกครั้งที่ขยับตัว
ผู้เล่นยังรุดหน้ามาอย่างดุดัน นิชพรคนเดียวไม่สามารถรับมือกับพวกเขาได้ทั้งหมดเด็กสาวเองก็เริ่มเหนื่อยหอบ เืหยดติ๋งๆ จากคาง อรุโณทัยเช็ดเืออกจากตาแล้วตั้งใจสู้ต่อไป
อรุโณทัยเป็คนแรกๆ ที่เข้ามาในบาเรีย เธอยังจำความหวาดกลัวต่อโลกภายนอกได้ยังจำวันเวลาที่ขดตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้กับกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ออกมาแล้วร้องไห้วิ่งหนีแม้แต่หนูตัวเล็กๆ ่ที่สมองสับสนและไม่รู้อะไรเลย ่เวลาที่เธอเป็แค่เด็กขี้ขลาดคนหนึ่ง
แต่หญิงสาวก็จำวันที่เธอตัดสินใจหยิบดาบได้ วันที่เธอได้พบกับหยางแล้วรู้ว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวท่ามกลางโลกอันแสนโหดร้ายวันที่เธอได้เห็นถึงความสวยงามของโลกนี้เป็ครั้งแรก วันที่เธอเห็นท้องฟ้าเป็สีฟ้าอย่างแท้จริงนั่นทำให้เธอมีความกล้าหาญที่จะตามหาสตาร์ดัสต์ เรล์ม
...เธอยังจำรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นของรินคำยามที่พูดว่า ยินดีต้อนรับสู่ออโรร่าบาเรียค่ะทั้งสองคนปลอดภัยแล้วนะ ได้อย่างไม่มีวันลืม
เธอและหยางสืบทอดหน่วยลาดตระเวน ตามหาพวกพ้องคนอื่นเพื่อไม่ให้ต้องหวาดกลัวเช่นตนและเธอรู้สึกอุ่นใจที่สุดยามที่ได้มีผู้คนรายล้อม เวลาที่ได้เห็นสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวังของพวกเขาคือความสุขของเธอ
และอรุโณทัยในตอนนี้ก็มีความกล้าหาญและความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดอยู่ในตัวฉะนั้นถึงเธอจะตายไป ขอแค่ใครสักคนจะยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อต้อนรับคนที่กำลังสิ้นหวังเธอก็พอใจแล้ว
อรุโณทัยยังค้างคาใจต่อการฆ่าตัวตายอย่างไม่มีที่มาที่ไปของยูริมาจนถึงบัดนี้คนที่เหลือคิดมาตลอดว่าเป็เพราะศักดิ์ศรีของเขาถูกทำร้าย แต่เมื่อมีความรู้สึกนี้พลุ่งพล่านอยู่ในอกหญิงสาวก็รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย
ยูริยอมแลกชีวิตตนเองเพื่อฆ่าผู้เล่น พอคิดดูอีกทีตอนที่วิ่งออกไปนั้นด้วยจำนวนผู้เล่นขนาดนั้นเป็ปาฏิหาริย์จริงๆ ที่นอกจากยูริแล้วไม่มีใครเป็อะไรเลย
แม้ตัวตายเขาจะไม่ยอมให้พวกเธอแพ้
เป็ความไม่เห็นแก่ตัวของยูริที่ทำให้พวกเธอสามารถรอดจากวันนั้นได้
การจากไปอันอาจหาญของเขาช่างเหมือนกับวาซิลิซ่า...ช่างเหมือนกับผู้หญิงที่ยูริรักหมดหัวใจจริงๆ
ดาบสั้นคู่ในมือยังกวัดแกว่งต่อไป เธอไม่รู้อีกแล้วว่าใครอยู่หรือตาย แค่จะเอาตัวเองให้รอดยังลำบาก
อรุโณทัยถอยเข้าไปใกล้บ้านพัก ยังดีที่หยางยังมีชีวิตอยู่ เขาพยายามรับมือกับผู้เล่นในชั้นล่างขณะที่ไม่กี่คนที่เหลือสู้อย่างดุเดือดที่บันได
อรุโณทัยดึงแรงเฮือกสุดท้ายออกมา แล้วเข้าไปในบ้านพัก
...
เฟนน่าอยู่ข้างนอก เธอหลบซ่อนตัวอยู่ในศาลาเก่าๆ อย่างมิดชิดมาตลอดการต่อสู้พอเสียงเริ่มไกลออกไปเธอจึงคลานออกมา
“ขอบใจนะเฟนน่า ถ้าไม่ได้เธอ พวกเราคงจะยอมแพ้ไปนานแล้วล่ะ”
ผู้เล่นคนหนึ่งยืนอยู่ข้างตัวเด็กสาว เธอมองตรงไปที่เขาและเพื่อนๆ
“ฉันช่วยพวกคุณแล้ว ฉะนั้นตอนนี้ได้เวลาที่พวกคุณจะคุ้มกันฉัน”
กลุ่มผู้เล่นมองหน้ากัน พวกเขาคิดอยู่พักหนึ่ง ดึงแผ่นสี่เหลี่ยมโปร่งแสงขึ้นมาแล้วแตะลงไปที่มันหลายครั้งผ่านไปพักหนึ่งก็เหมือนตกลงกันได้
หนึ่งในนั้นดึงอาวุธออกมา
“ดะ เดี๋ยวสิ...จะทำอะไรน่ะ? เรามีข้อตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“แบบนี้มันง่ายกว่าเยอะ”
“...”
สีหน้าของเฟนน่าหวาดกลัวจนถึงขีดสุด
ร่างกายของเธอไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อดาบฟันร่างขาดเป็สองท่อน
...
เด็กสาวคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างแผนที่ เธอเป็คนที่นอนอยู่ในส่วนเดียวกับลัคนาแววตาของเธอฉลาดแต่ขาดความเป็ผู้นำ อริสพาลัคนามานั่งลงข้างๆ แผนที่ เด็กสาวคนนั้นชี้ไปที่จุดต่างๆที่มีการทำเครื่องหมายไว้
“ทวีปนี้มีลักษณะเป็พระจันทร์เสี้ยวโดยมีเมืองนี้เป็ศูนย์กลาง” เธอเริ่มพูดน้ำเสียงสั่นๆ จนจับใจความยาก แต่เพื่อนที่นั่งรายล้อมก็คอยให้กำลังใจ
“แต่ละพื้นที่จะมีมินิบอสของตนเองใช่ไหมคะ?” อริสพูดต่อ
“ทีนี้พวกเราก็สังเกตว่ามันมีวิธีตั้งชื่อของมันอยู่ค่ะ ป่าต้นหลิวที่ติดอยู่ถัดไปจากที่โล่งที่มีปูมอนสเตอร์พิเศษของที่นั่นคือสไตรค์เกอร์ ซอร์ดแพนด้า ชื่อทั้งสองคำขึ้นต้นด้วยตัวS ส่วนถ้ำที่อยู่ถัดไปอีกนิดก็มี ทไวไลท์ ไทเกอร์ ขึ้นต้นด้วยตัวT “ เด็กสาวคนเดิมรับ่ต่อ
“ต้องขอบคุณที่ทักขึ้นมาเล่นๆ นะ” ใครคนหนึ่งพูดขึ้น
“พอเราเอาตัวอักษรทุกตัวมาต่อกันหมด วนตามรูปพระจันทร์เสี้ยวโดยเริ่มที่บาเรียและสุดที่ปลายแหลมตรงป่าเรไรเราจะได้...”
S T A R N K
Striker Swordpanda, Twilight Tiger,Avalanche Apricot, Rose Rabbit, Necromancer Nedir, Killer Kismet
เหล่ามอนส์เตอร์ที่คร่าชีวิตของผู้คนอย่างง่ายดาย
“แต่มันไม่มีความหมายเลย... STAR ก็เข้าใจหรอกนะแต่ว่า...”
“ปัญหามันอยู่ตรงนี้นะนาน่า ตรงนี้มีช่องโหว่ไม่มีข้อมูลที่ใหญ่มาก” อริสชี้ไปที่พื้นที่ถัดจากเขาวงกตกุหลาบสถานที่ที่อุลริกเจอกับ โรส แรบบิท ไม่มีเครื่องหมายอะไรอยู่ในนั้นเรื่อยไปจนถึงสุสานโบราณของเนโครแมนเซอร์และป่าเรไรของคิสเมท
“เราไม่รู้ว่าเราพลาดตัวไหนไปรึเปล่ารหัสถึงไม่สมบูรณ์ เราไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่านี่คือรหัสรึเปล่าแต่เราคิดได้แค่นี้ และนี่ก็ดูเป็ทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”
ลัคนาผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งลงไป
“ฉันจะไปตามหัวหน้า!”
โชคดีที่หยางยังอยู่ที่ชั้นล่างคอยปกป้องบันไดไว้พร้อมกับฮิบิคิ พวกเขาอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายจำนวนผู้เล่นที่เข้ามาน้อยลงเพราะนิชพรที่ยืนสกัดอยู่ตรงทางเข้า แต่ถ้าไม่ได้คนไปช่วยเพิ่มอาจะแพ้ได้
ถึงอย่างนั้นลัคนาดึงตัวเขาขึ้นมาซักถาม ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์นั่งกุมาแของตนแล้วหลับตานึกเืยังหยดไม่หยุด ระหว่างนั้นพวกผู้หญิงก็รีบปฐมพยาบาล
พวกเธอเสียเปรียบมาก โต๊ะและเก้าอี้ถูกนำมากันบันไดไว้ไม่ให้เข้ามาง่ายๆแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ให้คนข้างล่างหลบหนีขึ้นมาได้ ลัคนาต้องใช้เวลาฝ่าไปนานพอดูกว่าจะพาหยางขึ้นมาได้
ฮิบิคิยังสู้กับผู้เล่นอยู่ ร่างกายเขาเริ่มสะบักสะบอม หัวหน้าอรุโณทัยเองก็อยู่ในสภาพเดียวกันเธอจดจ่ออยู่กับการสู้กับผู้เล่นที่ใช้มีดสั้นคนหนึ่ง มีอีกไม่กี่คนที่ยังยืนหยัดสู้ไม่ถอยโชคดีที่ผู้เล่นเหลือไม่มากแต่ยังไงภาพนั้นเป็ภาพที่มองแล้วเจ็บหัวใจเหลือเกิน
“ที่นี่มีวิหาร ลักษณะคล้ายแท่นบูชา” เขาพูดเสียงนิ่งแต่ก็เห็นได้ชัดว่าข่มความเจ็บอยู่“เป็แท่นบูชาัน้ำ...”
“ลีไวอาซัน!” เด็กสาวท่าทางฉลาดเฉลียวร้อง ทุกสายตาหันไปมองเธอ
“Little Leviathan…ฉันกับอรุโณทัยเคยเจอ...”
“ตรงนี้คือ L…”
“STARL……NK?”
“ไม่...ยังไม่ได้....” ใครคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วตบมือลงกับพื้น
ทันใดนั้นลัคนารู้สึกว่าร่างกายชาไปหมด ร่างกายเหมือนไม่ใช่ร่างของตัวเองอีกต่อไป
คลื่นไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง เริ่มจากสมองลงไปถึงปลายเท้า จากนั้นร่างกายก็รู้สึกเหมือนจมน้ำวิสัยทัศน์เหมือนถูกตัดไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
มีชายสวมชุดสีขาวแปลกตายืนอยู่ไกลๆ แล้วสมองก็รู้สึกชา
“เชื่อมโยง...” เขาขยับปากพูด ปากฉีกยิ้ม “นึกให้ออกสิ ‘*****’ “
ลัคนามองแผนที่อีกครั้ง แปลกใจกับชายประหลาดคนนั้นแต่ก็คิดถึงคำพูดของเขา
“เชื่อมโยง” เธอพูดให้คนอื่นได้ฟัง เมื่อคำนั้นถูกส่งออกไปพวกเขาก็เบิกตาโตลัคนาเองเมื่อพูดออกไปก็อยากจะทุบหัวตัวเองว่ามัวแต่ไปคิดถึงอะไรอยู่
“รหัสคือ...”
STARLINK
“เชื่อมโยงกับดวงดาว”
รหัสที่สามารถช่วยชีวิตทุกคนที่สู้อย่างกล้าหาญ
แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่
“จะใช้รหัสยังไงล่ะ?”
โครม!
กองเก้าอี้และโต๊ะที่ใช้ปิดทางเอาไว้พังครืน
ลัคนาใจหายวูบเมื่อคิดว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่างผู้เล่นจึงขึ้นมาชั้นสองได้
ข้างบนมีคนอยู่มาก ส่วนใหญ่เป็คนที่ฝึกธนูและผู้หญิง พวกเขายกคันธนูสั่นๆเล็งไปที่บันได หยางถืออาวุธสำหรับขว้างเอาไว้ในมือที่เริ่มซีดลงเรื่อยๆ
ลัคนาจับดาบแต่ในใจยังว้าวุ่น อุตส่าห์ได้รหัสมาแต่ไม่มีที่ใช้ ถึงจะรู้และพูดออกไปเธอก็ไม่เห็นความแตกต่างของม่านพลังสีชมพูข้างนอกเลย
ต้องทำยังไงรหัสถึงจะทำงาน?
ผู้เล่นบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ลัคนาลุกพรวดแล้วชักดาบ หยางยืนอยู่ใกล้หน้าต่างพอมองสถานการณ์ลัคนาถึงได้รู้ตัวว่าอริสหายไป ผู้เล่นคนหนึ่งมีธนูปักเข่า
เธอพยายามดันชิ้นส่วนของความคิดไม่ให้เข้าล็อก เธอจะได้ไม่ต้องรู้ความจริง
ทันใดนั้นหยางก็ดึงเธอแล้วเหวี่ยงออกไปนอกหน้าต่าง ลัคนาไม่ทันตั้งตัวเธอจึงทำดาบกระเด็นหลุดมือ
“...?”
เธอมองร่างของหัวหน้าที่เธอเคารพค่อยๆ ห่างออกไป ลัคนาไม่เข้าใจและไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งร่างกระแทกเข้ากับกองศพตรงทางเข้าเด็กสาวไถลไปอีกแล้วหยุดลง แขนเป็แผลถลอก แต่นั่นเทียบอะไรกับาแของคนอื่นๆ ไม่ได้เลย
ในภาพที่หมุนติ้ว เธอเห็นนิชพรและอุลริก เด็กสาวตะเกียกตะกายลุกขึ้น บัตรสีดำร่วงออกมาจากในอกเสื้อ
ลัคนาหยิบมันขึ้นมอง เธอมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่ได้สังเกตเพราะถูกรบกวนเด็กสาวเบิกตากว้าง แทบจะร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป
นิ้วมือของเธอเอื้อมแตะสัญลักษณ์ดาวบนบัตรเชิญสีดำสนิท เสียงอาวุธและเสียงร้องดังอื้ออึง
“MT ทำตามเงื่อนไข ‘รหัสฟื้นฟูบาเรีย’กรุณายืนยันรหัสอีกครั้งค่ะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมแผ่นสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินโปร่งแสง
สมองรู้สึกชาไปหมดเมื่อเธอเอ่ยคำหนึ่งออกมาด้วยเสียงแหบพร่า
“STARLINK”
...
รู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ
ชายในชุดขาวยิ้มกว้าง
แต่เขาหันไปมองชายหนุ่มที่นอนอยู่ในโลงแก้ว
เขาเร่งรุดเข้าไปหา สีหน้าไม่สู้ดี
หนังตาหนัก เธอหลับตา...
...
สิ่งที่เกิดขึ้น จะเรียกว่าปาฏิหาริย์ก็ไม่ผิดนัก
“ยืนยันรหัสถูกต้อง การฟื้นฟูบาเรียเริ่มต้น ณ บัดนี้ค่ะ”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังจากในบ้านพัก ลัคนาสะดุ้งเฮือก มีผู้เล่นร่วงลงมาจากหน้าต่างชั้นสองมีเสียงดังมากมายตามมา ทุกอย่างมืดสลัวไปอย่างฉับพลัน ถึงจะเป็เวลากลางคืนแต่ความมืดนี้ถือว่าผิดปกติลัคนามองไปรอบตัว เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปยังบ้านพัก
ไม่มีใครมีชีวิตอยู่เลย
ลัคนาหัวใจสลาย
โลกทั้งใบของเธอพังครืนลงมาตอนนั้นเอง
ไม่มีเงาผู้เล่นหรือเพื่อนของเธอคนไหน ที่ขอบฟ้า พระอาทิตย์เริ่มขึ้นอย่างเชื่องช้าสัญญาณเริ่มต้นของวันใหม่
“ฮิบิคิ...”
เข่าทรุดลง
“ขอโทษ ฉันมันไร้ประโยชน์! บ้าที่สุด!!!” น้ำตาหยดหนึ่งไหล แล้วตามมาด้วยอีกหยดหนึ่ง...แล้วอีกหยดหนึ่ง...จนไม่นานน้ำตาก็อาบแก้มของเด็กสาวจนชื้นแฉะไปหมด
“ยัย...บ๊อง...”
“...?”
“คิดว่า....ฉัน.....ตายง่ายขนาดนั้น...”
ฮิบิคินั่งอยู่ติดกับขอบประตู
“ฮิบิคิ!!!” ลัคนาโผเข้ากอดเด็กหนุ่มแบบไม่สนอะไรทั้งสิ้น ฝ่ายฮิบิคิก็เอามือที่ยังพอขยับได้ลูบหลังเธอเบาๆ
“ชนะแล้วเหรอ...?”
“อือ...”
ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวดังมาจากอีกฝ่าย
“ทำไม...ฉันไม่รู้สึกดีใจเลย...”
“ยืนไหวรึเปล่า?”
“...ไหว”
เด็กหนุ่มรับมือของลัคนาแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น สิ่งแรกที่เขาทำคือออกไปมองข้างนอกไม่มีผู้เล่นอยู่เลยสักคน
แสงแดดยามเช้าส่องรำไร
บาเรียเป็สีชมพูเข้ม เป็สัญญาณว่ามันถูกฟื้นฟูจนกลับมาในสภาพดั้งเดิมแล้ว
ลัคนาถอนหายใจยาว น้ำตาไหลพราก เธอไม่อยากรู้ว่ามีใครตายไปบ้าง ไม่อยากให้ความเงียบสงัดยามเช้าที่แสนธรรมดาต้องถูกทำลายถ้าเห็นกองร่างไร้ชีวิตที่อยู่รอบตัวทุกคนคงจะกรีดร้อง แต่พวกเขาได้เจอเื่ราวมามากมายเหลือเกินจนไม่อยากทำแบบนั้นอีก
“เรามัวแต่ดีใจไม่ได้ ต้องรีบไปหาคนอื่นๆ” ฮิบิคิพูด น้ำเสียงของเขาเจือปนด้วยความรู้สึกหลากหลายเด็กสาวพยักหน้ารับ ใช้แขนปาดน้ำตาแล้วเริ่มมองหาคนที่ยังรอด
สายตาของเธอเห็นคนอีกคนหนึ่ง
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางร่างไร้ชีวิตของผู้เล่น ตัวของเขาเต็มไปด้วยเื
เืสีแดงสดหยดติ๋งๆ จากเคียวไม่ขาดสาย ผมสีทองแดงปรกใบหน้าที่แหงนขึ้นหาท้องฟ้าที่มุมปากของเขากระตุกยิ้ม ภาพนั้นราวกับยมทูตที่พรากชีวิตคนมานับไม่ถ้วน
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม? จะลากพวกแกไปลงนรกให้มากที่สุด”
อุลริกพึมพำก่อนจะล้มลงไปนอนกับพื้นเืบนร่างของเขาไม่ใช่เืของผู้เล่นแต่เป็แผลของตัวเขาเอง
“อุลริก!” ลัคนารีบเข้าไปดูอาการ เขายังหายใจปกติดี แต่สีหน้าของเขาราวกับกำลังฝันร้าย
ได้ยินเสียงร้องเ็ปดังแว่วมา ฟังดูราวกับเ้าของเสียงนั้นจิตใจแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
“เสียงอึนริว...” ฮิบิคิหลบสายตา เด็กหนุ่มรีบหันหลังให้เธอทำให้สามารถมองเห็นแผลต่างๆที่ย้อมผ้าพันคอจนเป็สีแดง
ลัคนาไม่รู้จะทำยังไง เธอไม่รู้สึกอย่างร้องะโดีใจเลยสักนิด สิ่งที่เธอทำเพียงบอกเด็กหนุ่มข้างๆเพื่อยืนยันถึงสถานะของตน
“เรา...รอดแล้วสินะ”
“ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้น”