ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

ตอนที่ 193 ชีวิตที่ชายทะเล

คลื่นทะเลซัดสาดเข้าฝั่งกระทบผืนทรายขาวนวลดุจดั่งชีวิตที่พลิกผันของ ฮวาเสี่ยวซี ณ บัดนี้นางเริ่มมีอาการแพ้ท้องอย่างหนักจากการตั้งครรภ์ซึ่งนับเป็นภาระอันหนักอึ้งท่ามกลางชีวิตอันเรียบง่ายแต่แสนลำบาก นางกับ อ้วนน้อยบุตรชายวัยสามขวบ อาศัยอยู่ในกระท่อมเก่าที่นางกับ อี้หานเฟิง เคยใช้ชีวิตร่วมกันเมื่อครั้งที่นางสูญเสียความทรงจำกระท่อมหลังนี้เคยเป็นดั่งสวรรค์น้อยๆ ยามที่จิตใจนางยังบริสุทธิ์ผุดผ่องทว่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป

 

เงินทองที่นางนำติดตัวมาเริ่มร่อยหรอลงทุกวันการใช้ชีวิตในแต่ละวันต้องอาศัยความประหยัดอย่างที่สุดอ้วนน้อยที่เริ่มเติบโตขึ้นทุกวันต้องการอาหารและเสื้อผ้านางต้องคิดหนักถึงหนทางในการหาเลี้ยงชีพเพื่อบุตรทั้งสองคน

 

ในทุกๆ วัน อาหลง มักจะแวะเวียนมาดูแลฮวาเสี่ยวซีและเจ้าอ้วนน้อยอยู่เสมอเขาช่วยเหลืองานบ้านเล็กๆ น้อยๆ นำปลาที่จับได้มาแบ่งปันและเป็นเพื่อนเล่นให้กับเจ้าอ้วนน้อย ยามที่นางต้องพักผ่อนจากอาการแพ้ท้องอาหลงไม่เคยเอ่ยถามถึงเรื่องราวในอดีตของนาง ไม่เคยพูดถึงท่านอาหลี่หรือผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับอดีตของนางเลยแม้แต่น้อยเขารู้เพียงว่าหญิงสาวตรงหน้าคือพี่เสี่ยวหว่านที่เขาเคารพรักและเขาจะคอยดูแลนางเท่าที่เขาจะทำได้เสมอ

 

วันหนึ่งฮวาเสี่ยวซีตัดสินใจว่านางไม่สามารถรอให้เงินหมดไปได้อีกแล้วก่อนที่บุตรในครรภ์จะลืมตาดูโลกนางจะต้องหาทางเพิ่มรายได้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่กำลังจะมาถึง

 

"อาหลง... เจ้าพอจะมีเวลาว่างหรือไม่"ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยถามในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่กำลังนั่งถักแหเล็กๆ อยู่หน้ากระท่อม

 

อาหลงเงยหน้าจากงานเหลาไม้"มีขอรับพี่เสี่ยวหว่าน มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ"

 

"ข้าคิดว่า...เราน่าจะลองออกไปหาอาหารทะเลที่พอจะขายได้ที่ชายหาด" นางพูดช้าๆแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เงินของเราเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีแล้วหากเราไม่ทำอะไรสักอย่างข้ากลัวว่าจะดูแลเจ้าอ้วนน้อยกับน้องในท้องได้ไม่ดีพอ"

 

อาหลงไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลง"ได้เลยขอรับพี่เสี่ยวหว่าน! ข้าคุ้นเคยกับชายหาดดีรู้ว่าตรงไหนมีสัตว์ทะเลซุกซ่อนอยู่บ้าง"

 

และแล้วในวันนั้น ฮวาเสี่ยวซี อาหลงและเจ้าอ้วนน้อย ก็พากันเดินเลียบไปตามแนวหาดทรายที่กว้างใหญ่แสงแดดยามเช้าสาดส่องผืนน้ำทะเลที่ทอประกายระยิบระยับอ้วนน้อยวิ่งซุกซนไปมาบนหาดทรายด้วยความสนุกสนานเสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยช่วยบรรเทาความกังวลในใจของฮวาเสี่ยวซีได้ไม่น้อย

 

อาหลงนำทางไปตามโขดหินและแอ่งน้ำที่ปรากฏขึ้นยามน้ำลงเขาชี้ชวนให้ฮวาเสี่ยวซีดูปู หอยชนิดต่างๆ และสาหร่ายทะเลที่สามารถนำไปขายได้ฮวาเสี่ยวซีที่ไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อนในชีวิต พยายามเรียนรู้จากอาหลงอย่างตั้งใจนางค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้มือคุ้ยเขี่ยตามซอกหินอย่างระมัดระวังแม้จะรู้สึกอ่อนเพลียจากอาการแพ้ท้อง แต่เพื่อบุตรของนางนางก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทาง

 

พวกเขาสามคนช่วยกันเก็บสัตว์ทะเลและสาหร่ายต่างๆใส่ตะกร้าที่นำมาด้วย ด้วยความช่วยเหลือจากอาหลงที่คุ้นเคยพื้นที่เป็นอย่างดีทำให้พวกเขาได้สัตว์ทะเลมาหลายอย่างฮวาเสี่ยวซีรู้สึกดีใจอย่างมากเมื่อเห็นผลงานของตนเอง มันอาจจะไม่มากนักแต่ก็เพียงพอที่จะนำไปขายและเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับวันต่อไป

 

สิ่งที่ฮวาเสี่ยวซีไม่รู้คือทุกย่างก้าวของนางและบุตรชาย อยู่ภายใต้สายตาจับจ้องของเงาปริศนา องค์รักษ์เงาของอี้จงเหวินซึ่งได้รับคำสั่งให้เฝ้าติดตามดูแลพระชายาอย่างลับๆ มาตั้งแต่แรกองค์รักษ์เงามักจะปรากฏตัวและหายไปราวกับสายลม ไม่มีใครในหมู่บ้านหรือแม้แต่ฮวาเสี่ยวซีเอง จะรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขาองค์รักษ์เหล่านี้จะคอยส่งข่าวกลับไปยัง อี้จงเหวิน ที่เมืองหลวงเป็นระยะๆรายงานทุกความเคลื่อนไหว สภาพความเป็นอยู่และความปลอดภัยของฮวาเสี่ยวซีและบุตรชายอย่างละเอียด

 

ในยามค่ำคืนเมื่อฮวาเสี่ยวซีและอ้วนน้อยหลับใหลไปแล้ว องค์รักษ์เงาก็จะรวมตัวกันเงียบๆใกล้กับกระท่อม พวกเขาถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เปื้อนความเหนื่อยล้าแต่แววตาเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ และความภักดีต่อองค์จักรพรรดิเหนือสิ่งอื่นใด

 

"ดูเหมือนพระชายาจะปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้ดีขึ้นแล้ว"องค์รักษ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นเบาๆ

 

"ใช่...แต่สภาพร่างกายของนางอ่อนแอลงมากจากการตั้งครรภ์"อีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล "เราต้องระมัดระวังมากขึ้นไม่ให้สิ่งใดมาคุกคามนางได้"

 

พวกเขาหารือกันถึงแผนการเฝ้าระวังและป้องกันภัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ให้ฮวาเสี่ยวซีล่วงรู้ การทำงานของพวกเขาเป็นไปอย่างลับๆและมีประสิทธิภาพเพื่อให้พระชายาและเชื้อพระวงศ์น้อยอยู่รอดปลอดภัยในโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอันตราย

 

ชีวิตใหม่ของฮวาเสี่ยวซีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณชายทะเลแห่งนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบากและความไม่แน่นอนแต่การมีอ้วนน้อยอยู่เคียงข้าง และลูกน้อยในครรภ์ที่เป็นกำลังใจรวมถึงความช่วยเหลือจากอาหลง และการเฝ้าระวังจากองค์รักษ์เงาที่นางไม่รู้ตัวก็ทำให้นางก้าวเดินต่อไปได้อย่างเข้มแข็งในเส้นทางที่เลือกเอง

 

ฮวาเสี่ยวซีตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงอรุณที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระท่อมไม้ผุพังใกล้ชายทะเลเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นดนตรีบรรเลงยามเช้าที่คุ้นเคย กลิ่นไอทะเลจางๆลอยอวลอยู่ในอากาศ นางยืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย พลางมองไปยังร่างเล็กจ้ำม่ำของ เจ้าอ้วนน้อยที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างกาย บนเสื่อเก่าๆ ผืนเดียวกับนาง

 

ด้วยความเคยชิน นางจุดเตาฟืนเล็กๆในมุมกระท่อมอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะจัดการต้มน้ำและเตรียมอาหารเช้าจาก สัตว์ทะเลที่หามาได้เมื่อวาน ไม่ว่าจะเป็นหอยตัวเล็กๆ หรือปลาจิ๋วที่ติดมากับอวนร้างความรู้ที่สั่งสมมาจากการสังเกตและการลงมือทำทำให้ฮวาเสี่ยวซีสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาเหล่านี้ให้กลายเป็นมื้อเช้าที่พอจะประทังชีวิตได้ไม่หรูหราแต่ก็อิ่มท้อง กลิ่นหอมของปลาต้มคลุกเกลือลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณปลุกเจ้าอ้วนน้อยให้ตื่นขึ้นมางัวเงียฮวาเสี่ยวซีหันไปยิ้มให้ลูกชายสุดที่รักอย่างอ่อนโยน ป้อนอาหารอุ่นๆอย่างอดทนจนเจ้าตัวน้อยอิ่มหนำ

 

เมื่อเจ้าอ้วนน้อยอิ่มและเริ่มซุกซนนางก็ปล่อยให้เขาเล่นอยู่บนพื้นดินใกล้ๆ ตัวภายใต้สายตาที่คอยจับจ้องไม่ให้คลาดสายตาทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าตัวเล็กอยู่ในความดูแลของแม่เสมอขณะที่ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องบุตรชาย อีกคู่หนึ่งก็หันกลับไปจดจ่ออยู่กับกอง หอยที่เก็บมา นางลงมือทำความสะอาดหอยแต่ละตัวอย่างพิถีพิถันล้างคราบโคลนและสาหร่ายออกจนหมดจด จากนั้นจึงนำไปต้มในหม้อดินใบเก่าบนเตาฟืนไอความร้อนและกลิ่นเค็มอ่อนๆ ของทะเลลอยคละคลุ้งไปทั่ว

 

หลังจากหอยสุกได้ที่ฮวาเสี่ยวซีใช้มือที่บอบบางแต่แข็งแกร่งค่อยๆ แกะเนื้อหอย ออกจากเปลือกทีละตัวอย่างใจเย็นเนื้อหอยสีขาวนวลถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบบนแผงไม้ไผ่ที่สานขึ้นเองก่อนจะนำไปตากแดดจัดๆ กลางลานเล็กๆ หน้ากระท่อมแสงแดดอันร้อนแรงของชายฝั่งจะช่วยขับไล่ความชื้นออกจากเนื้อหอยทำให้มันแห้งสนิทและสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น ฮวาเสี่ยวซีตั้งใจจะสะสมหอยแห้งเหล่านี้ให้ได้ปริมาณมากพอสำหรับนำไปขายในตลาดที่เมือง ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายลี้รายได้จากการขายหอยแห้งคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้แม่ลูกคู่นี้ประทังชีวิตต่อไปได้

 

นอกจากหอยแล้ว สาหร่ายทะเล ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญที่นางเก็บมานางนำสาหร่ายมาล้างทำความสะอาดอย่างละเอียดอ่อนเช่นกันก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้งสนิทสาหร่ายแห้งเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับปรุงอาหารประจำวันเท่านั้นแต่มันคือหัวใจสำคัญของ เมนูใหม่ ที่ฮวาเสี่ยวซีกำลังจะทดลองทำนางตั้งใจจะแปรรูปสาหร่ายให้เป็น ของว่างปรุงรส ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เพื่อหวังจะนำไปสร้างรายได้เพิ่มเติมในภายภาคหน้าความคิดที่จะนำสิ่งที่หาได้จากธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่าคือความหวังเล็กๆในชีวิตอันยากลำบากของนาง

 

ทุกย่างก้าว ทุกกิจกรรมของฮวาเสี่ยวซีตั้งแต่การจัดการงานบ้าน การดูแลลูกชายตัวน้อยไปจนถึงการแปรรูปสัตว์ทะเลและทดลองทำเมนูใหม่ ล้วนอยู่ในสายตาของใครหลายคน... ที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดตลอดเวลา สายตาเหล่านั้นจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของนางอย่างเงียบงันบ้างก็เป็นชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่คอยสังเกตความเป็นไปของหญิงม่ายลูกติดผู้นี้บ้างก็อาจเป็นคนแปลกหน้าที่แฝงตัวมาด้วยจุดประสงค์บางอย่างซึ่งฮวาเสี่ยวซีเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาเหล่านั้น แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตและหาเลี้ยงบุตรชายอย่างสุดกำลังเท่าที่หญิงคนหนึ่งจะทำได้ในโลกใบนี้

คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน