แสงแดดยามสายของนครดูไบสาดส่องลงมาต้องผิวน้ำใสบริสุทธิ์ของ Sky Lounge Pool บนชั้นสูงของโรงแรมห้าดาวระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองซึ่งเบื้องล่างคือเส้นขอบฟ้าที่หลอมรวมระหว่างอาคารกระจกสูงระฟ้าและผืนน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มของอ่าวเปอร์เซียลมอุ่นทะเลพัดเอื่อยเป็นจังหวะ เคล้ากับเสียงคลื่นจากลำโพงจำลองและเสียงกริ๊กของแก้วเครื่องดื่มในมือแขกผู้มาพักผ่อนบรรยากาศราวกับโอเอซิสลอยฟ้าเต็มไปด้วยเบาะขาว ผ้าขาวบางปลิวไหวและเสียงดนตรีโซลจังหวะเนิบ ๆที่ขับกล่อมความเร่าร้อนแห่งตะวันออกกลางให้เจือความผ่อนคลายในสไตล์รีสอร์ตหรู กลิ่นอายความผ่อนคลายคลอด้วยเสียงน้ำกระทบขอบสระเบาๆ เก้าอี้อาบแดดเรียงรายใต้ร่มสีอ่อน พนักงานในชุดสุภาพเคลื่อนไหวคอยบริการ
บริเวณริมสระน้ำที่ทอดยาวราวกับลอยอยู่เหนือขอบฟ้าเต็มไปด้วยผู้คนหลากชาติพันธุ์ในชุดว่ายน้ำบ้าง นั่งเอกเขนกบนเตียงผ้าใบบ้างนอนอาบแดด พลิกตัวไปมาช้า ๆ เหมือนทุกอณูเวลาเดินช้าลงในโลกของความวาบหวามแต่แล้ว... การมาถึงของผู้หญิงแม่ลูกหนึ่งคนนึงกลับทำให้ความราบเรียบของบรรยากาศเปลี่ยนไป
เธอ...เดินมาตามทางไม้ที่ปูทอดขนานกับสระว่ายน้ำด้วยจังหวะย่างก้าวของหญิงผู้มากด้วยความมั่นใจ ไหล่ตั้งตรง เรียวขายาวสง่ากระดกปลายเท้าเล็กน้อยในทุกก้าวที่ย่ำลงบนทางเดินราวกับเดินอยู่บนรันเวย์ใต้แว่นกันแดดสีดำกรอบหนาและหมวกปีกกว้างสไตล์โมเดิร์น ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าเธอได้ชัดนักแต่กลับยิ่งทำให้เธอดูลึกลับ และเย้ายวนอย่างประหลาด...
ชุดบิกินี่สองชิ้นสีดำผ้าซาตินเงาวับตัดกับสีผิวขาวอมทองของเธออย่างลงตัวเส้นสายของบราที่ตัดพาดเฉียงไปทางลำคอ ทำให้เนินอกอวบอิ่ม E cup ถูกเน้นออกมาเด่นชัด ขณะที่ช่วงล่างเป็นบิกินี่แบบเอวสูงเว้าสูงเหนือสะโพกเผยให้เห็นเอวคอดกิ่วรัดแน่นอย่างได้รูปและสะโพกกลมกลึงแน่นตึงราวกับปั้นมาโดยช่างศิลป์มือหนึ่งบั้นท้ายงอนรับกับแผ่นหลังเปลือยที่ทอดตัวยาวรับแสงแดดอ่อน ๆทุกอณูของร่างกายภายใต้เนื้อผ้าบางเฉียบล้วนแต่เชื้อเชิญให้จินตนาการของบุรุษทั่วทุกมุมสระต้องสะดุดหยุดลงเพื่อตรึงสายตาไว้กับเรือนร่างของหญิงไทยร่างสูงระหงผู้นี้อย่างมิอาจละได้
แม้จะพยายามรักษามาดของภรรยานักเขียนชื่อดังด้วยท่วงท่าสง่างาม นิ่งเฉย และไม่เหลือบแลไปรอบด้าน แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตานับสิบที่ไล่ไถไปตามเนินอกแผ่นท้อง เอว สะโพก และเรียวขาที่ยาวจนล้นเตียงผ้าใบ... บางสายตาแฝงความทึ่งบางสายตารุกเร้า บางสายตาราวกับเปลื้องผ้าเธอด้วยจิตนาการ เสียงซุบซิบเบา ๆจากกลุ่มชายผิวแทนฝั่งตะวันออกกลางและชายผิวขาวจากฝั่งยุโรป ที่หันมาสะกิดกันเบา ๆเมื่อเธอเดินผ่านไปทีละก้าว สะโพกที่ส่ายเบา ๆตามธรรมชาติกลับกลายเป็นจังหวะที่เร้าใจต่อผู้พบเห็นมากกว่าโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ
เธอเลือกที่นั่งมุมสงบใกล้ขอบสระวางกระเป๋าลง ชะลอการหายใจ แล้วปล่อยให้ความคิดลอยไปไกลกว่าทะเลตรงหน้าการเดินทางกับสามีควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความชื่นมื่น และมันก็ควรเป็นเช่นนั้นต่อไปแต่ยามที่เสียงรอบตัวค่อย ๆ เงียบลง ฉันกลับได้ยินเสียงอื่นดังขึ้นแทนเสียงของความคิดถึงที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อระยะทางยืดยาว
เธอถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่ง ไขว้ขาอย่างอ่อนช้อย เสี้ยววินาทีนั้น... เส้นผมยาวสีดำเข้มก็ปลิวเบาๆ สะบัดพาดแนบลำคอและแผ่นหลัง ท่ามกลางแดดเช้า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมหรูจาง ๆคล้ายซิตรัสผสานไวท์มัสก์ก็แผ่กระจายออกมาต้องปลายจมูกผู้คนรอบข้าง
เธอไม่ได้ยิ้มไม่ได้พูด ไม่ได้มองใคร แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกราวกับเธออยู่เหนือพวกเขา...เธอเปล่งประกายอย่างเย้ายวนโดยไม่ต้องขยับแม้แต่ปลายนิ้วกชกรรู้ตัวดีว่าเธอคือจุดศูนย์กลางของสายตาทั้งสระแล้วในตอนนี้และนั่นกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเขินอายหากแต่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เธอไม่ได้มากับสามีในเวลานี้เขาติดงานสัมมนาอยู่ด้านในของโรงแรม ซึ่งเธอก็เข้าใจดี แต่เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง...ความเหงาที่แอบซ่อนอยู่ในห้วงลึกของจิตใจถึงได้ผุดขึ้นมาเคลือบสายตาของเธอให้เยิ้มแววแปลกประหลาดยามเมื่อนึกถึงใครบางคนที่อยู่ห่างไกลออกไป
สายลมแผ่วพัดผ่านแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธออีกครั้งพาเอาความคิดถึงที่เธอไม่กล้าเอ่ยถึงให้ย้อนกลับมาไหลเวียนในร่างกายอีกหนความคิดถึงเด็กหนุ่มร่างสูงที่เคยกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่นความคิดถึงความร้อนแรงของคำกระซิบข้างหูในยามค่ำคืน ความคิดถึงริมฝีปาก ปลายนิ้วและอวัยวะเพศที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญวัยที่เคยทำให้เธอครวญครางแทบขาดใจ
เขาไม่ได้อยู่ที่นี่...แต่เธอรู้ว่าเงาของเขาอยู่ในใจเธอเสมอ
ฉันรับรู้ได้ถึงสายตาหลายคู่ที่แอบเหลียวมองไม่ได้โจ่งแจ้ง แต่หนักแน่นพอจะทำให้รู้สึกถึงแรงสะท้อนนั้นพวกเขาเป็นชายต่างชาติหลากภาษา หลายวัย หลายสไตล์ สายตาบางคู่ฉายความสนใจบางคู่ฉายความใคร่ที่พยายามเก็บซ่อน ฉันไม่ได้หันไปสบตา เพียงสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานราวกับผู้หญิงที่คุ้นเคยกับการถูกมอง
แสงแดดสายที่ทอดผ่านม่านฟ้าบางๆ ของดูไบเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ถึงกับแผดเผาบนเตียงอาบแดดที่ปูด้วยผ้าขาวสะอาดริมขอบ Sky Pool ร่างของฉันทอดกายอย่างผ่อนคลายผิวขาวเนียนที่รับแสงแดดอย่างพอดีทำให้เรือนร่างเรืองรองเย้ายวนดั่งรูปปั้นหินอ่อนที่หายใจได้ริมฝีปากอิ่มเคลือบกลอสสีชมพูอ่อนเผยอเล็กน้อย ยามที่เอนศีรษะพิงหมอนใบใหญ่พลางยกขาข้างหนึ่งขึ้นไขว้กับอีกข้างอย่างแช่มช้า
เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาจากด้านข้างก่อนจะหยุดอยู่ตรงหัวเตียงพนักงานหนุ่มของโรงแรมในชุดยูนิฟอร์มสีกรมท่าทรงพอดีตัวโน้มตัวเข้ามานิดหน่อยด้วยท่าทางสุภาพแต่ในแววตาที่เหลือบมองต่ำชั่วขณะนั้นกลับบอกถึงความไม่สุภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่
“ขอโทษครับคุณผู้หญิง ต้องการเครื่องดื่มอะไรเพิ่มไหมครับ?”
เสียงทุ้มต่ำเป็นภาษาสากลของชายหนุ่มมีแววประหม่าจางๆ ในจังหวะเอ่ยถาม
ฉันไม่ตอบทันทีหรี่ตาลงช้า ๆ ผ่านแว่นกันแดดทรงใหญ่ก่อนยกมือเรียวยาวขึ้นเลื่อนกรอบแว่นลงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นดวงตาภายใต้เลนส์บ้าง ฉันไม่ได้มองหน้าเขาตรงๆ แต่สบตาเขาผ่านเงาเลนส์ที่ยังบดบังบางส่วน ริมฝีปากอิ่มเม้มเบา ๆก่อนเปล่งเสียงออกมาอย่างนุ่มนวลแต่แฝงความเย้ายวนเกินกว่าคำว่า
“ขอ... Aged Negroni... ใช้ Vermouth ที่หมักอย่างดี... แล้วก็อย่าใส่น้ำแข็งเยอะนะคะฉันไม่อยากให้รสชาติถูกทำลาย"
เสียงของฉันเปล่งออกมาเนิบช้าแต่น้ำเสียงกลับเหมือนการบรรเลงเพลงที่ชวนให้หัวใจของผู้ฟังเต้นผิดจังหวะพนักงานชายพยักหน้าเร็วเกินไปนิด ราวกับต้องเร่งกลบเสียงความคิดในหัวตัวเองจากนั้นรีบจดคำสั่งในสมุดโน้ตเล่มเล็ก
แต่ก่อนจะก้าวเท้าจากไปดวงตาเขาก็ยังเหลือบลงต่ำอีกครั้ง...มองลอดเงาของหมวกปีกกว้างเพื่อแอบประเมินเรือนร่างที่กำลังทอดตัวอยู่ต่อหน้าบิกินี่ผ้าซาตินสีดำแนบสนิทกับเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงช้า ๆตามจังหวะลมหายใจ สายตาของเขาไล่ลงไปยังหน้าท้องที่ราบเรียบลามไล้สู่รอยเว้าของสะโพกที่โค้งขึ้นอย่างชัดเจนจนขอบผ้าบิกินี่แทบจะจมหายเข้าไปในร่องผิวเนียนและตรงเป้าของบิกินี่อันอวบอูมที่ลอยเด่นออกมา
เสียงกลืนน้ำลายดังเอื้อก
เสียงแผ่วเบาแต่ไม่สามารถหลบหนีไปจากโสตประสาทของฉันได้รับรู้ได้ชัดเจนถึงสายตานั้น สายตาของชายหนุ่มผู้ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด แต่ฉันไม่แสดงอาการใดๆ เพียงแต่ปล่อยให้เขาจมอยู่ในโลกจินตนาการของตนเองต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าฉันรู้ทันทุกอย่างว่าเขาคิดอะไรอยู่กับร่างกายของฉัน
เมื่อเขาจากไปความนิ่งงันก็กลับมาอีกครั้ง ฉันผ่อนลมหายใจยาวอย่างแผ่วเบาพลิกตัวนอนตะแคงข้างเล็กน้อยยกขาไขว้กันใหม่ให้เหมาะสมกับการรับแสงแดดที่เปลี่ยนองศาท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุของแดดและเย็นเยียบของผิวน้ำข้างเตียงความรู้สึกในใจกลับไม่สอดคล้องกับอุณหภูมินั้นเลยสักนิด
เสียงสั่นเบา ๆดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้เล็กข้างเตียง ฉันชะงักนิดหนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆหันหน้าไปมองแสงหน้าจอที่สว่างขึ้นอย่างโดดเด่นท่ามกลางร่มเงาของร่มผ้าใบ
ข้อความสั้น ๆปรากฏขึ้นเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด
ฉันไม่ได้ตอบกลับทันใดเพียงแค่จ้องมันอยู่อย่างนั้น จ้องให้ความคิดถึงมันลอยออกมาจากตัวหนังสือให้ความเงียบระหว่างกันแผ่ซึมไปถึงหัวใจ และปล่อยให้ช่วงเวลาที่ได้ห่างไกลกันนี้แช่ตัวอยู่ในอารมณ์ที่ฉันอยากว่างเว้นไว้เพื่อสำรวจใจของตัวเอง
และเพราะในระยะทางที่ไกลแสนไกลนั้นกลับตอกย้ำว่าไม่มีอะไรจะมาขวางความคิดถึงได้เลย
มือเรียวของฉันค่อยๆ เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างแก้วน้ำดื่มเบา ๆปลายนิ้วแตะหน้าจอเพื่อปลดล็อกด้วยรหัสวันเกิดของลูกชายที่ฉันจำได้ขึ้นใจก่อนที่หน้าต่างสนทนาจะเด้งขึ้นมาอัตโนมัติ
ไอคอนแจ้งเตือนปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าจอ...พร้อมตัวเลขจำนวนข้อความที่ไม่ได้เปิดอ่านที่พุ่งทะลุหลักสิบ ฉันส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ หน้าต่างแชทค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นรูปของตัวเอง

ข้อความที่ส่งมารัว ๆตลอดช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งในเช้านี้หลังจากส่งรูปของตัวเองหน้ากระจกให้เขาตามสัญญาแต่ก็ไม่คิดว่าผลของมันจะรุนแรงได้ขนาดนี้
‘คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง’
‘อยากเลียหีแม่ อยากเอาควยยัดหีแม่แล้ว’
‘นึกภาพหีแม่อยู่ริมสระ แล้วควยเนอยู่ในมือแม่ แม่จะชักยังไงให้เนแตกออกมาเร็วที่สุดต่อหน้าคนอื่น’
‘อยากให้แม่เปิดกล้องให้ดูหีตอนนี้เลย’
‘แม่เคยช่วยตัวเองตอนคิดถึงเนบ้างมั้ย’
‘เอาแบบเบ็ดหีตอนมีพ่ออยู่ข้าง ๆ ก็ได้’
ฉันเม้มริมฝีปากแน่นหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆขณะที่สายตาไล่อ่านข้อความต่อไปเหมือนถูกดูดเข้าไปในแรงปรารถนาอันมืดดำของลูกชายทุกคำ ทุกประโยค เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ความอยาก ความเงี่ยน ที่ไม่ปรุงแต่งใด ๆทั้งสิ้น ราวกับถูกพิมพ์ออกมาจากกึ่งกลางหัวใจและใต้สะดือของเขาโดยตรง
‘เนอยากแหวกบิกินี่ของแม่ แล้วดูดแตดให้กลางโรงแรมต่อหน้าคนอื่น’
‘เนจะเลียจนแม่เสร็จหลายรอบแล้วค่อยเย็ดแม่ท่าหมาให้หีแม่กระเพื่อมเลย’
‘ถ้าแม่กลับมาคืนนี้ เนจะจับแม่อ้าขาเย็ดต่อหน้าพ่อเลย แม่จะกล้าร้องเสียวหีมั้ยถ้าเนเด้าหีแม่แรงๆ ตรงหน้าพ่อ’
‘ไม่ไหว คิดถึงหีแม่ เนจองตั๋วกลับให้เลยดีมั้ยแม่ เดี๋ยวเนกดให้ตอนนี้เลย’
‘เนดูคลิปตอนเราเย็ดกันแล้วชักว่าวทุกคืนเลย คิดถึงรูหีแม่ แม่คิดถึงควยเนบ้างไหม’
‘ตอนนี้แม่อยู่ตรงไหนของโรงแรม ถ้าเนบินไปถึงตอนนี้ แม่จะให้เนเย็ดต่อหน้าคนอื่นไหม’
‘เมื่อคืนก่อนเนนอนควยแข็งจนหลับไปเลย แถมฝันว่าแม่โม๊คควยให้ใต้โต๊ะเรียนอีกแล้ว’
‘แม่รู้มั้ย เวลาที่แม่กลืนน้ำควยเนลงไปทั้งก้อน เนนี่อยากเอาควยเย็ดหีแม่ให้หายเงี่ยนต่อทันทีเลยทุกครั้ง’
แต่ละข้อความบางช่วงสั้น บางช่วงยาว บางข้อความส่งติดกันรัว ๆราวกับว่าเขากลัวว่าความคิดถึงนั้นจะไม่สามารถระบายออกทันเวลาที่มันพุ่งทะลักจากข้างในฉันรู้สึกได้ถึงแรงปรารถนาอันหนาแน่นของลูกชายที่แทบจะไหลทะลุผ่านหน้าจอออกมา...มันไม่ใช่แค่คำพูดหยาบคาย มันคือเสียงครวญ ความกระหายความหื่นกระหายแบบที่ชายหนุ่มคนหนึ่งมีต่อหญิงสาวที่
ฉันจ้องข้อความเงียบๆ ในอกเหมือนมีบางสิ่งขยับ… ความร้อนที่ก่อตัวจากในใจ ค่อย ๆแผ่ไหลลงต่ำไปตามหน้าท้อง… กระจายสู่ต้นขา…และแทรกเข้าสู่ช่องว่างระหว่างเรียวขาที่กำลังแนบชิดอยู่ใต้ผ้าคลุมผืนบาง…
มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ไว้แน่น…ส่วนอีกข้างขยับช้า ๆ ลูบผ่านหน้าท้องลงมาจนหยุดอยู่ตรงสะโพก เอวของฉันพลิกเบา ๆเปลี่ยนท่านอนให้สะดวกขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น… แต่นัยน์ตาของฉันยังจับจ้องข้อความสุดท้ายบนหน้าจอกลับฉายแววสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
เพราะท่ามกลางผู้คนในโรงแรมแห่งนี้…ในแสงแดดยามสายที่ทอดทับบนหน้าท้องเปลือยเปล่า… และในบรรยากาศที่ทุกอย่างควรจะเป็นเวลาผ่อนคลาย…ทว่าความคิดถึงของลูกชายกลับกระตุ้นแรงราคะในใจของฉันให้ตื่นขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงเกินต้าน
ระหว่างอ่านไปก็ต้องเอามือขยี้เป้าตัวเองตามไปด้วยเพื่อระบายอารมณ์ที่ตีขึ้นมาเพราะลูกชายตัวดี
‘เนอยากให้แม่ยืนพิงระเบียงแล้วผมเย็ดจากด้านหลังระหว่างมองเห็นวิวทะเลไปด้วยควยเนจะอยู่ในหีแม่แน่น ๆ ในขณะที่มองก็มองวิวทะเลไป แล้วเนจะเย็ดแม่ให้เสียวหีจนครางเสียงดังไปถึงข้างห้องให้เขาออกมาดูว่าเราแม่ลูกทำอะไรกันอยู่’
แค่นึกภาพตามร่างกายของฉันมันก็ร้อนรุ่มไปหมด
‘นึกภาพตอนแม่โก้งโค้งให้เนอยู่หน้ากระจกสิ แล้วเนยืนซอยหีแม่แบบไม่พักจนขาแม่สั่นร้องขอให้เนแตกในเร็วๆ’
‘เนเงี่ยนจนทนไม่ไหวแล้วแม่รู้มั้ย เมื่อคืนเนเอารูปแม่ตอนสมัยที่อุ้มเนตอนเด็กมาถือไว้ส่วนอีกมือก็เอากางเกงในแม่พันควยแล้วชักว่าว จนน้ำพุ่งเลอะเต็มกรอบรูปเลย’
‘ถ้าแม่ยังไม่นอนคืนนี้ เนขอวิดีโอคอลชักว่าวให้แม่ดูได้มั้ย แล้วก็ให้แม่เบ็ดหีโชว์เราจะช่วยกันและกันจนเสร็จแม่ว่าดีไหม’
‘เนอยากให้แม่โม๊คควยจนน้ำแตก แล้วเอาน้ำว่าวราดหน้าแม่’
‘เนอยากจะเลียเท้าแม่ เลียหีแม่ ให้แม่เห็นว่าเนเป็นทาสรักของแม่’
หลังจากบี้เป้าตัวเองอยู่สักพักหนึ่งพนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟทำให้ฉันต้องรีบนำมือออกจากเป้าตัวเอง
พอพนักงานเดินจากไปฉันที่ตั้งสติได้จึงรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับ
‘เพ้อเจ้ออะไรของลูกนักหนา’
‘เย้~ ในที่สุดแม่ก็ยอมตอบกลับแล้ว’
‘ไหนว่าให้แม่ส่งรูปไปให้แล้ว ลูกจะเลิกงอแงไง’
‘ก็เพราะรูปที่แม่ส่งให้นั่นแหละทำเนเงี่ยนจนควยโด่ไม่หยุดจนถึงตอนนี้เลย’
‘...’
‘ความผิดแม่นั่นแหละ’
‘งั้นถ้าแม่ให้ sexphone จะหยุดงอแงไหม’
‘แม่พูดจริงอะ!?’
‘...จริง’
‘จริง ๆ แน่นะ... ไม่เบี้ยวนะ!?’
ฉันได้แต่อมยิ้มเมื่อลูกทำเหมือนไม่แน่ใจ
‘ไม่พูดแล้ว แค่นี้นะ’
ฉันวางโทรศัพท์ลงข้างกายด้วยความเร็วแทบจะเรียกได้ว่าแทบจะโยนเหมือนกับว่ามันคือของร้อนที่พร้อมจะเผาร่างกายให้ละลายไปทั้งตัว แค่ข้อความของลูกที่อ่านเพียงไม่กี่บรรทัดก็ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงจนอึดอัดในอกและที่ร้ายกว่านั้น คือร่างกายของฉันที่กำลังตอบสนองไปอย่างซื่อสัตย์
ฉันยกแก้วค็อกเทลขึ้นแตะริมฝีปากสีอำพันของเหลวในแก้วใสที่ถูกตัดด้วยเปลือกส้มฝานบางให้กลิ่นขมหวานปนเปรี้ยวแหลมแตะปลายจมูกก่อนซึมเข้าสู่ลิ้นความเย็นแผ่ซ่านเข้าปลอบประสาทที่ถูกรบกวนด้วยภาพจินตนาการซ้อนทับกับข้อความลามกที่เพิ่งอ่านความเงี่ยนจากข้อความของลูกชายมันยังกระเพื่อมอยู่ในช่องท้องลึก ๆและฉันต้องใช้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยับยั้งเพื่อระบายออกทางใจ ไม่ให้มันซึมลงลึกไปกว่านี้
เสียงฝีเท้าดังขึ้นแผ่วๆ จากด้านหลัง ก่อนที่เสียงทักที่คุ้นหูจะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสเป็นภาษาสากล
“ไฮ~”
"ไง เบ็ตตี้ ตื่นเร็วจังเลยนะ นึกว่าเธอจะโผล่มาตอนบ่ายเสียอีก"
ฉันหันไปมองต้นเสียงพลางยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้งหนึ่งเพื่อซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ ที่ยังติดอยู่บนใบหน้าแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ทักตอบ อีกฝ่ายก็เอียงหน้าหรี่ตาลงมองฉันอย่างจับผิดแล้วถามกลับแทนคำทักทายทันที
"ยูยิ้มอะไรอยู่น่ะ ฉันเห็นตั้งแต่เดินมาจากข้างสระแล้วนะยิ้มแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ ๆ"
ฉันชะงักนิดหนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะน้อย ๆ ออกมาแบบจำนน ยกหลังมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆโดยไม่รู้ตัว ราวกับพยายามเช็คให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอพูด... มันจริงไหมฉันยิ้มอยู่จริง ๆ เหรอ?
“ไม่มีอะไรหรอก...”
ฉันทำสีหน้าราบเรียบอย่างที่เคยก่อนตอบกลับไป
“แค่...ลูกหมาที่บ้านน่ะ... พอดีมันขี้อ้อนนิดหน่อย”
เบ็ตตี้หรี่ตาลงมากกว่าเดิมก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันเตียงอาบแดดเบียดแน่นขึ้นอย่างไม่เกรงใจความร้อนที่ระอุอยู่ในร่างฉัน
“ลูกหมาหรือ? ลูกหมาแบบไหนกันแน่น่ะ? เพราะจากที่ฉันเห็น...หน้าของยูมันไม่ได้เหมือนเจ้าของหมาเลยนะ มันเหมือน... คนที่กำลังอยากโดนหมากัดซะมากกว่า”
ฉันทำเสียงขึ้นจมูกอีกครั้งพยายามกลบเกลื่อนและระบายความร้อนในลำคอด้วยค็อกเทลที่ตอนนี้รสชาติขมซ่านยิ่งกว่าเดิม
เบ็ตตี้ในตอนนี้...ก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่างตั้งแต่เส้นผมทองประกายที่ยาวคลอเคลียไหล่เปลือยเปล่าจนถึงบิกินี่สีกรมที่แนบชิดกับผิวราวกับเป็นชั้นหนังแท้ของเธอเองหน้าอกกลมอิ่มที่แม้จะผ่านการมีบุตรมาแล้วสองคนแต่ก็ยังเต่งตึงชวนมองหน้าท้องแบนราบ เอวคอด และสะโพกผายอวบอิ่มรับกับขาเรียวยาวที่เรียงตัวสวยอย่างไร้ที่ติเธอมีรูปร่างหุ่นสะบึ้มที่สามารถเรียกได้เต็มปากว่า ‘แม่สาวดินระเบิด’ และที่น่าตกใจกว่านั้น คือเธอยังคงรักษาหุ่นได้อย่างดีเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เราพบกันครั้งแรกไม่มีเปลี่ยน
เรารู้จักกันในงานถ่ายแบบที่แอลเอฉันเป็นสาวเอเชียที่ถูกเชิญไปร่วมงานกับทีมโปรดักชันต่างชาติ ส่วนเธอหน้าใหม่ไฟแรงในตอนนั้นและเรากลับสนิทกันในเวลาไม่กี่วัน ด้วยอารมณ์ขันร้าย ๆ และนิสัยที่ไม่แคร์กรอบใด ๆของเธอ แม้เธอจะเป็นลูกครึ่งอังกฤษ–อเมริกันที่มีสามีสุดหวงและลูกชายสองคนที่กำลังอยู่ในช่วงวัยประถมแต่เบ็ตตี้ก็ยังเป็นเบ็ตตี้คนเดิมนั่นคือความ ‘เจ้าชู้’
“แปลกนะ...”
เธอพูดต่อขณะเอนหลังพิงหมอนใบใหญ่แล้วเหยียดขายาวออกไป
“เมื่อก่อนยูเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้มเลยจำได้ว่าตอนถ่ายแบบวันแรก ยูหน้านิ่งยิ่งกว่าสาวรัสเซียอีก แต่ดูตอนนี้สิ...ยิ้มง่ายเสียเหลือเกินจนไอยังแปลกใจ”
ฉันยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองอย่างเขินๆ
“เมื่อก่อนฉันดูเย็นชาขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เบ็ตตี้หัวเราะพรืดหันมามองฉันแล้วพูดเสียงสูง
“นั่นไง!เห็นไหมว่ายูยิ้มอีกแล้ว อย่างกับคนอินเลิฟแหนะ! สงสัยจะแอบมีเด็กเสียล่ะมั้งอย่างนี้”
ฉันกลอกตาเบา ๆพลางหลบสายตาเธอ ลมหายใจแผ่ว ๆ กลืนเอาความอุ่นร้อนเข้าไปในอก พร้อมกับคำโกหกเล็กๆ ที่ซ่อนความจริงบางอย่างไว้ใต้คำว่า
‘ลูกหมาที่บ้าน’
ถ้าเธอรู้ว่า‘ลูกหมา’ ที่ฉันพูดถึงไม่ได้สี่ขา ไม่ได้มีขน ไม่ได้เห่า แต่เป็น ‘ลูกชาย’ ที่มีมือใหญ่พอจะจับรั้งเอวแม่อย่างฉันไว้จากด้านหลังแล้วใช้อวัยวะเพศของเขาทำให้อวัยวะเพศของฉันน้ำแตกได้ในท่าหมา...เธอคงจะสำลักค็อกเทลแล้วขำตายตรงนี้เพราะความไม่เชื่อแน่ ๆ
บทสนทนาระหว่างฉันกับเบ็ตตี้ค่อยๆ ถูกฉันชักนำพาเปลี่ยนทิศทางจากคำแซวหยอกเย้า สู่เรื่องทั่วไปอย่างแนบเนียนฉันพยายามดึงบทพูดไปเรื่องสัพเพเหระ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นล่าสุดของปีนี้การกินอาหารสุขภาพเพื่อคุมรูปร่าง ไปจนถึงเรื่องการเรียนของลูก ๆ ของเธอทั้งหมดล้วนเป็นแค่ม่านควันจาง ๆที่ฉันใช้บังตาความร้อนในกายและในใจตัวเองที่ยังไม่จางหาย
เสียงหัวเราะของเบ็ตตี้ยังคงแว่วอยู่ข้างๆ เตียง ขณะที่เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามเรียกสายตาจากผู้ชายอีกเช่นเคยแดดเริ่มร้อนขึ้น แต่ฉันยังคงนั่งอยู่ภายใต้ร่มเงา พลางจิบค็อกเทลเย็น ๆ ไปเรื่อยๆ รอเวลาที่สามีของฉันจะเสร็จจากสัมมนา และสามีของเธอจะตื่นขึ้นมาเรียกหาเธอ
แต่ใจของฉัน...ไม่ได้อยู่ที่นี่เลย
เพียงแค่เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์เมื่อครู่…แค่บทสนทนาสั้น ๆ ที่ตัดจบไปว่าฉันจะทำให้เขา มันกลับกลายเป็นรอยไหม้เล็กที่ยังลุกกระพืออยู่ในอก
ฉันนั่งอยู่ในโรงแรมหรูต่างแดนในชุดบิกินี่สีดำที่แนบเนื้อไปกับผิวในแดดอ่อน ๆ แต่จิตใจกลับล่องลอย…ล่องไปยังอีกฝากของโลกที่ลูกกำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงควยแข็งตึงอยู่ใต้ผ้าห่ม
แค่ลูกกล้าระบายออกมาอย่างเปิดเผยโดยไม่อาย ไม่ปิดบัง ไม่อ้อมค้อม… มันทำให้ฉันรู้สึกว่าลูกซื่อตรงกับตัวเองเหลือเกินและนั่นยิ่งทำให้ฉันอายตัวเอง... ที่แม้จะอายุขนาดนี้แล้วแต่กลับยังแสดงความต้องการแบบนั้นออกมาไม่ได้อย่างลูกเลย
ทั้งที่ในใจฉันก็…อยากแสดงออกให้ได้สักครึ่งเหมือนที่ลูกรู้สึก
ใช่...ฉันเองก็อยากจะได้กลิ่นกายของลูกอีก อยากโดนมือหนาของลูกจับเอวฉันไว้ให้แน่น ๆแล้วกระแทกควยเข้ามาในหีฉันจนลึกสุดทุกครั้งที่ลูกชอบกระเด้าหีฉัน
อยากให้ลูกดูดนมฉันทีละข้างแรงๆ เหมือนตอนที่เรากำลังเย็ดกันหน้ากระโปรงรถคืนวันก่อนเดินทาง
ฉันอยากให้เขาเย็ดฉันตอนฉันโก้งโค้งบนโต๊ะอาหารหลังทานเสร็จ
อยากให้ลูกฉีกกางเกงในตอนกำลังล้างจานอยู่แล้วเสียบควยเข้ามาจากข้างหลังโดยไม่บอกล่วงหน้าอยากให้ลูกใช้ลิ้นเลียหีฉันใต้โต๊ะในร้านอาหารต่อหน้าคนอื่นโดยที่ฉันต้องแสร้งทำหน้าเฉยเหมือนทุกอย่างยังปกติ
ฉันอยากให้ลูกจับฉันคลานสี่ขาบนลู่วิ่งแล้วใช้ควยกระเด้าหีฉันแรงๆ จนน้ำกระเซ็นทิ้งไว้เต็มพื้นลู่วิ่ง หรือแม้แต่เย็ดกันในลิฟต์ของร้านฟิตเนสที่มีแค่ไม่กี่วินาทีให้ลูกตอกควยเข้ามาแล้วดึงออกก่อนประตูเปิด…แค่นึกถึงภาพเหล่านั้นก็ทำให้ร่างกายฉันร้อนวูบวาบขึ้นมาอีกแล้ว
ฉันอยากใช้เท้าให้ลูกเหมือนที่ลูกเคยขอ…อยากใช้สองเท้ารัดลำควยลูกแล้วชักเบา ๆ จนลูกครางออกมาอย่างน่ารักเหมือนสมัยยังเด็กๆ
อยากโดนลูกจับมัดมือมัดขา แล้วใช้ควยแทงเข้ามาช้า ๆ ทีละนิด จนฉันต้องร้องขอให้เขาเย็ดแรงขึ้น…
ฉันอยากให้ลูกนั่งบนเก้าอี้แล้วให้ฉันนั่งตักหันหน้าเข้าหากัน มือฉันโอบรอบคอลูกไว้ ขณะที่ลูกสอดควยเข้ามาในหีฉันแล้วให้ฉันขย่มเองช้าๆ จ้องตากันทุกครั้งที่กลีบหีฉันดูดควยลูกเข้าไปลึกถึงโคน
อยากให้ลูกแอบเข้ามาในห้องตอนที่ฉันอาบน้ำแล้วก้มเลียหีฉันจากข้างหลังพร้อมกับใช้มือบีบนมแน่น ๆ จนฉันแทบยืนไม่ไหว อยากให้ลูกใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปตอนที่ฉันช่วยตัวเองแล้วส่งไปให้เพื่อนของเขาดูหรือแม้แต่แอบวิดีโอคอลตอนฉันใส่ชุดนอนบาง ๆ แล้วลูกนอนลูบแตดให้คนอื่นดูตรง ๆ
อยากจะอมอวัยวะเพศของลูกไว้ในปากเพื่อให้เขาพอใจ
อยากจะขมิบให้เขามีความสุขเวลาอวัยวะเพศของเขากลับเข้าไปยังในจุดที่เขาเกิดมา
ความอยากของฉัน…ไม่ได้ต่างจากลูกเลย… ไม่แม้แต่นิดเดียว
ฉันเคยเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีให้เราสองแม่ลูกได้ห่างกันเสียบ้างห่างในระยะทาง ห่างในกามอารมณ์เพื่อที่ฉันจะได้มีเวลาคิดทบทวนอยู่กับตัวเองอย่างเงียบ ๆว่าสิ่งที่เรากำลังกระทำอยู่…ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ล้ำเส้นเกินกว่าคำว่าแม่ลูกนั้นมันควรจะดำเนินต่อไปหรือหยุดลงแค่เพียงความเผลอไผลในอดีต
ฉันอยากให้ตัวเองได้ใช้เวลาอยู่กับความเงียบอยู่กับผืนฟ้าและท้องน้ำที่ไร้คำกระซิบจากลูกเพื่อที่จะฟังเสียงในใจของตัวเองอย่างชัดเจนที่สุด... และในขณะเดียวกันฉันก็หวังว่าเขาจะได้ทบทวนเช่นกัน ได้กลับไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยกับเพื่อน ๆรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้พบรักกับใครสักคน ได้ห่างออกจากแม่อย่างฉันสักระยะเพื่อที่หัวใจของลูกจะได้ไม่ยึดติดกับฉันจนเกินไป
แต่ความจริง...กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
ยิ่งเราห่างกันเท่าไรความคิดถึงกลับยิ่งคมชัดมากขึ้น ยิ่งพยายามลืม เสียงของลูกกลับยิ่งดังชัดในหัวภาพของลูกกลับยิ่งปรากฏขึ้นในความฝันอย่างซ้ำซากฉันไม่อาจห้ามจิตใจตัวเองได้เลยแม้แต่น้อยทุกอย่างในร่างกายฉันกำลังต่อต้านความพยายามของฉันอย่างดื้อรั้นที่สุด
ความเงียบไม่ได้กลายเป็นเครื่องมือให้ฉันทบทวน...แต่มันกลับกลายเป็นกระจกเงาที่สะท้อนความจริงในใจว่าฉันรักลูก รักในแบบที่ไม่มีแม่คนไหนจะเข้าใจรักในแบบที่ไม่อาจพูดออกมาได้อย่างเต็มปาก รักด้วยทั้งกายและใจโดยไม่มีเงื่อนไขใดมาบดบัง
ร่างกายของฉันจำสัมผัสของลูกได้ทุกจุดลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ มือหนาที่สัมผัสแผ่นหลังลิ้นร้อนที่ตวัดเลียหัวนมจนฉันต้องจิกปลายเท้า และความใหญ่โตของลูกที่สอดลึกเข้ามาในตัวฉันทีละนิดจนฉันต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดรอดออกมาให้ใครได้ยิน
หัวใจและร่างกายของฉันจำความเร่าร้อนของลูกได้คำพูดสั้น ๆ ที่เอ่ยอย่างลามกยามเรานอนเอากันใต้ผ้าห่ม สีหน้าของลูกที่เปลี่ยนไปทันทีเมื่อฉันครางชื่อลูกด้วยเสียงกระเส่าน้ำตาที่ซึมออกมาจากมุมตาฉันในค่ำคืนนั้นเมื่อเราสองแม่ลูกร่วมรักกันอย่างแนบแน่นจนถึงเช้าเหมือนกับว่าในโลกทั้งใบนี้จะไม่มีใครสำคัญไปกว่าเราสองคนอีกแล้ว
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองแม่ลูกมันไม่ใช่แค่ความใคร่…แต่มันคือความผูกพันที่ไม่มีเงื่อนไขใดอธิบายได้เราสองคนเหมือนเสี้ยววิญญาณของกันและกันที่ตามหากันเจอในโลกที่ผิดเวลาผิดสถานะแต่กลับแนบแน่นราวกับธรรมชาติสร้างมาให้ประสานกันตั้งแต่แรก
แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่ต้องแยกจากกัน มันกลับรู้สึกเหมือนขาดอวัยวะสำคัญไปสักส่วน ลูกคือคนรักคือชายหนุ่มที่ฉันต้องการในทุกคืนวัน คือร่างกายที่ฉันโหยหาคือเสียงครางที่ฉันจำได้แม่นยำคือแขนที่โอบฉันไว้ในความมืดขณะเราทั้งคู่หายใจรดกันอย่างเงียบงันในห้องนอน
และยิ่งห่างไกล...ยิ่งชัดเจนว่าเรา... ขาดกันไม่ได้เลยจริง ๆ
ฉันเองก็อยากพิมพ์ตอบกลับลูกออกไปเหมือนกันว่า...
‘แม่เอง... ก็คิดถึงลูกเหมือนกันนะ’
====================================
สวัสดีปีใหม่นักอ่านที่น่ารักทุกท่านน้าาา
ขอบคุณจากใจจริงสำหรับแรงสนับสนุนอีกหนึ่งปีที่ผ่านมา
สำหรับทุกการติดตาม ทุกการเปิดอ่าน ทุกคอมเมนต์ และทุกความรู้สึกที่มอบให้กับความรักของแม่กับลูกชาย เรื่องราวนี้อาจเต็มไปด้วยความซับซ้อน ความขัดแย้ง และอารมณ์ที่ไม่ง่าย แต่การที่คุณเลือกจะอ่าน เลือกจะเข้าใจ และเดินทางไปกับตัวละครเหล่านี้ คือกำลังใจที่มีค่ามากที่สุดในฐานะนักเขียน
ขอให้ปีใหม่นี้
เป็นปีที่คุณได้พบความสุขในแบบของตัวเอง
มีพลังใจ มีแรงบันดาลใจ และมีพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจได้พัก
ไม่ว่าจะผ่านเรื่องราวหนักหนาแค่ไหน ขอให้คุณยังเชื่อในความรู้สึกของตัวเองเสมอ และฝ่าฟันมันไปให้ได้