บทที่ 48
..ทางด้านของปีเตอร์ที่กำลังคิดหนักอยู่ที่บ้านของตัวเอง ตามลำพัง..“เราจะขอขมาคุณชายเขายังไงดีนะ..” ปีเตอร์ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตร ส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือผลไม้ไปทั้งต่างประเทศ และกระจายทั่วทั้งประเทศก็ตาม เขาก็ไม่รู้ว่าจะขอโทษคุณชายกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยังไง จะเอาบัตรกำนันสินค้าของเขาเองก็ดูจะไม่เหมาะสม จะปรึกษากับใครก็ไม่ได้ แม้แต่ครอบครัวของเขาเองก็ตาม เพราะว่าเขาสัญญาไปกับคุณแม่ฝนเอาไว้แล้วว่าเรื่องนี้เขาจะไม่บอกกล่าวกับใคร ตัวตนของคุณชายจะต้องเป็นความลับต่อไป ในระหว่างที่เขาเดินไปเดินมาอย่างกังวลใจนั้นเอง ลูกสาวคนเดียวของเขาก็เคาะประตูห้องทำงานของเขา และเดินเข้ามาในทันที“คุณพ่อคะ.. หนูมีเรื่องอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับบริษัทสักหน่อยนะคะ..” คริสกล่าวกับพ่อของตัวเอง เธอวางแผนที่จะซื้อสูตรแป้งแพนเค้กของโอ๊ตเอามาทำต่อยอดที่บริษัท แพนเค้กที่อร่อยขนาดนั้นถ้ามันถูกส่งออกไปล่ะก็ กำไรของบริษัทคงจะพุ่งทะยานไม่น้อย นอกจากนี้ยังถือว่าได้ช่วยน้องชายเจ้าของร้านในเรื่องของลิขสิทธิ์สูตรขนมอีกด้วย“ตอนนี้พ่อมีเรื่องที่ต้องคิด.. ถ้าไม่รีบอะไรเอาเป็นวันพรุ่งนี้จะได้ไหมลูก..” ปีเตอร์กล่าวกับคริส“เรื่องด่วนสิคะคุณพ่อ นี่คือช่องทางการทำเงินให้กับบริษัทมหาศาล.. หรือเพราะว่าเป็นหนู พ่อเลยไม่สนใจ” คริสกล่าวแทงใจดำคุณพ่อของเธอไป นี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่เธอโดนอะไรแบบนี้ ปีเตอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกจุกเล็กน้อย มันก็เป็นเรื่องจริงที่เขาให้ความสำคัญกับลูกๆของเขาน้อยจนเกินไป มิเชลเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขาแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าของลูกสาวก็ทำให้เขาเหมือนนึกขึ้นมาได้ว่าเขาขาดการเอาใจใส่กับลูกๆไปจริงๆ“โอเค.. พ่อขอโทษ พ่อไม่ได้คิดอย่างนั้น เอาเถอะ แล้วลูกมีอะไรมาเสนอกับพอล่ะ..” ปีเตอร์กล่าวกับคริส และแน่นอนว่าถึงมันจะเป็นบรรยากาศที่แปลกประหลาดไปบ้าง เหมือนว่าเรื่องอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาเมื่อนานมากแล้ว ซึ่งเป็นส่วนที่เติมเต็มเข้าไปในช่องว่างของทั้งสองอย่างไม่รู้ตัว“นี่เลยค่ะคุณพ่อ.. มีแพนเค้กเจ้าหนึ่งที่อร่อยมาก โชคดีที่หนูพอจะสนิทกับเจ้าของร้านอยู่บ้าง.. นี่คือตัวอย่างสินค้าของเขา พ่อลองทานมันพร้อมกับดูวิธีการทำของเขาสิคะ..” คริสยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวกับคุณพ่ออย่างเป็นกันเอง เธอแทบจะรอเวลาที่พ่อยิ้มให้เธออย่างนี้มานานมากแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอยิ้มออกมาอย่างสุขใจ“หืออ.. แพนเค้กเหรอ น่าสนใจนะ ถ้าอย่างนั้นพ่อขอลองชิมดูสักหน่อยนะ.. โห มีภาพวาดด้วยเหรอเนี่ย ดูน่าอร่อยนะ..” ปีเตอร์กล่าว ในมือขวาของเขาถือไอแพดที่ลูกสาวกำลังเปิดคลิปการทำแพนเค้กของพ่อค้า กับในมือซ้ายถือแพนเค้กที่ลูกสาวนำมาให้เขาลองทาน“ใช่ไหมล่ะคะคุณพ่อ.. นี่หนูต้องวิ่งแข่งกับน้องฟ้าลูกสาวคุณหญิงเปรมมาเชียวนะ กว่าจะได้มันมาน่ะ” คริสที่ไม่ใช่เด็กๆแล้ว แต่เธอก็ยังอยากจะอ้อนคุณพ่อของเธอ และขยับเข้ามาใกล้เหมือนว่าเธอกำลังโหยหาอ้อมกอดจากผู้เป็นพ่อ“เก่งมากเลยลูกรัก.. แต่ว่าพ่อค้าคนนี้ก็ทำเก่งจริงๆนั่นแหละ ดูตอนที่เขากลับด้านแพนเค้กสิ!.. หะ..เห้..เดี่ยวนะ..” ปีเตอร์ที่กำลังมองชมการทำแพนเค้กพร้อมกับเตรียมที่จะกัดกินแพนเค้กตามฟิลลิ่ง แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นว่าใครเป็นคนทำแพนเค้กอยู่ในคลิปวีดิโอ“อะไรเหรอคะคุณพ่อ.. มีอะไรหรือเปล่า” คริสมึนงงที่จู่ๆพ่อของเธอก็ชะงักตัวไป และร้องอุทานออกมาเสียงหลง หนำซ้ำยังวางแผนเค้กที่เธอนำมาให้บนจานอย่างเดิมก่อนจะขยี้ตาของตัวเอง“เปล่าๆ.. ว่าแต่ลูกบอกว่าสนิทกับพ่อค้าคนนี้อย่างนั้นเหรอ เขามีชื่อว่าอะไรล่ะ” ปีเตอร์ที่แม้จะตื่นเต้นในสิ่งที่ลูกสาวกล่าว มันทำให้เขาเริ่มเห็นหนทางที่จะเชื่อมสัมพันธ์ให้ตระกูลของเขากับคุณชายกลับมาดีได้แล้ว มีหรือเขาจะปล่อยโอกาสนี้ไป แต่ถึงกระนั้นเขาก็อยากจะถามชื่อของพ่อค้าจากปากของลูกสาวตัวเอง เพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง“น้องชายคนนี้เขามีชื่อว่าโอ๊ตน่ะค่ะคุณพ่อ.. มีอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย หรือว่าคุณพ่อรู้จักน้องโอ๊ตเขาด้วย..” คริสกล่าวถามกับพ่อด้วยความสงสัย“เปล่าหรอก พ่อก็เห็นตามโซเชียลเหมือนกันนี่แหละ เห็นว่ามีร้านแพนเค้กอร่อยๆ ไม่คิดว่าจะเป็นร้านเดียวกัน จริงๆพ่อก็สนใจในตัวของเขาล่ะนะ.. เห็นลูกบอกว่าสนิทพ่อก็เลยถามดู..” ปีเตอร์กล่าวแบบเลิ่กลั่กเล็กน้อย เขายกเรื่องอื่นมากลบเรื่องที่เขาเกือบจะหลุดปากออกไปเกี่ยวกับคุณชายเสียแล้ว ดีที่ไหวพริบของเขายังทำงานได้เป็นอย่างดี“ใช่ไหมล่ะคะคุณพ่อ.. ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อก็ลองทานมันดูสิคะ ถึงมันจะเย็นแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังอร่อยมากอยู่ดี.. ทานเลยๆ” คริสกล่าว ปีเตอร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าก่อนจะหยิบมันมากัดกินตามที่ลูกสาวบอก แน่นอนว่าโอ๊ตก็ได้สาวกแพนเค้กเพิ่มมาแบบงงๆแล้วอีกหนึ่งคนไปตามระเบียบ“อร่อยใช่ไหมล่ะคะ..” คริสกล่าวออกมาอย่างมีความสุข เธอไม่ได้เห็นใบหน้าของพ่อที่เป็นอย่างนี้มานานมากแล้ว ปีเตอร์ที่ได้ยินลูกสาวถามเขาก็พยักหน้าตอบรับ“มันอร่อยมากจริงๆ แล้วลูกได้ทานมันแล้วหรือยัง แบ่งกับพ่อได้นะ..” ปีเตอร์ที่หันไปตอบกับลูกสาว ก่อนจะพยายามบิดแบ่งให้กับเธอ แต่คริสก็กล่าวปฏิเสธในทันที“หนูทานมาเยอะแล้วค่ะคุณพ่อ อันนี้หนูตั้งใจจะเอามามอบให้กับคุณพ่อเลยโดยเฉพาะ.. ทานเลยไม่ต้องเกรงใจนะคะ” คริสกล่าวตามความเป็นจริง เธอทานมาแล้ว 4 ชิ้น ถ้าทานอีกก็คงจะเอาเปรียบพ่อของเธอมากเกินไป เพราะเธอตั้งใจที่จะเอาให้คุณพ่อทั้งชิ้นเลย และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง คุณแม่ฉัตรก็เดินเข้ามาพบกับทั้งสองคนพอดี“ทำอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะพ่อลูกคู่นี้.. เอ๊ะ! มาแอบกินขนมกันนี่เอง..” ฉัตรสุดากล่าว ในตอนบ่ายๆเธอกังวลแทบตามว่าคุณชายใหญ่จะเล่นงานลูกชายคนเล็กของเธอ แต่หลังจากที่ทราบว่าเรื่องถูกแก้ไขปัญหาไปแล้ว เธอก็สบายใจขึ้นมากเลยทีเดียว ทั้งในตอนนี้ที่ได้เห็นภาพของลูกสาวกับสามีดูมีความสุขเหมือนกับเมื่อก่อนเธอก็ชื่นใจไม่น้อย“คุณมาพอดีเลย.. มาลองทานแพนเค้กนี่ดูสิ ลูกคริสเธอซื้อมาเพื่อที่จะเสนอให้ซื้อสูตรจากพ่อค้าน่ะ.. มาๆผมแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง” แม้ว่าปีเตอร์อยากจะทานมันเองทั้งหมด แต่เมื่อเขาคิดได้ว่าครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เขากลายเป็นทั้งสามี และคุณพ่อที่ดีเหมือนเมื่อก่อน“ขอบคุณค่ะ.. ฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ.. ง่ำ!.. อาร่อยยย” คุณแม่ฉัตรร้องออกมาก่อนจะนำมือกุมไปที่แก้มของเธอ รสสวรรค์นี้มันทำให้เธอผ่อนคลายลงไปมากจริงๆ คริสที่มองทั้งคุณพ่อทั้งคุณแม่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเธอก็นึกขอบคุณน้องชายโอ๊ตจากใจจริง มันเป็นเพราะแพนเค้กของเขาเลยแท้ๆ“จริงสิลูก.. ลูกบอกว่าสนิทกับพ่อค้าใช่ไหม งั้นลูกก็พยายามตีสนิทกับเขาเอาไว้นะ ถ้าว่างๆก็เชิญเขามาทานข้าวที่บ้านบ้าง พอดีพ่ออยากจะรู้จักเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วน่ะ..” ปีเตอร์ถึงแม้ว่าจะเพลินกับแพนเค้กในปากอยู่ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวเข้าประเด็นในทันที“จริงเหรอคะคุณพ่อ.. แปลว่าคุณพ่อไฟเขียวให้หนูแล้วนะ.. รักคุณพ่อที่สุดเลย” คริสกล่าวอย่างดีใจ ก่อนจะหอมแก้มคุณพ่อไปหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าลูกสาวก็ไม่เล็กๆแล้ว ผู้เป็นพ่อก็ออกอาการเขินเล็กน้อย“แหะๆ.. ทำอย่างนี้คุณแม่ของลูกก็หึงพ่อแย่เลยน่ะสิ.. ส่วนเรื่องของพ่อค้าหนุ่มคนนี้พ่ออยากให้ลูกสนิทๆกับเขาเอาไว้ และก็อย่าลืมชวนเขามาให้ได้ล่ะ” ปีเตอร์กล่าว คริสที่ได้ยินก็พยักหน้าก่อนที่เธอจะขอตัวกลับบ้านของเธอไป วันนี้เธออิ่มอกอิ่มใจแล้ว มันเหมือนว่าเธอได้คุณพ่อที่แสนคิดถึงกลับมาแล้ว เมื่อคริสเดินออกจากห้องทำงานของปีเตอร์ไป ฉัตรสุดาที่เห็นถึงความผิดปกติของสามี เธอไม่รอช้าที่จะกล่าวถามในทันที“มีอะไรที่น่ายินดีขนาดนั้นกันคะคุณ.. แล้วก็เรื่องของพ่อค้าหนุ่มคนนั้น น่าสงสัยจริงๆ ปกติคุณจะไม่ค่อยเชิญชวนใครมาทานข้าวที่บ้านเลย พ่อหนุ่มคนนั้นเป็นใครอย่างนั้นเหรอคะ...” ฉัตรสุดากล่าวถาม ปีเตอร์ที่ได้ยินอย่างนั้นเหงื่อของเขาก็เริ่มไหลออกมาเพราะมันดูมีพิรุธเอามากๆ“เปล่าหรอก.. ไม่มี้..ไม่มีอะไรเลยทั้งนั้น จริงๆนะ..” ปีเตอร์กล่าวปฏิเสธอย่างลกๆ แน่นอนว่าภรรยามักจะจับได้เสมอในยามที่สามีของตนโกหก เธอไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใดๆกับสามีของเธอเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่สายตาก็เพียงพอจะฆ่าแกงสามีได้แล้ว“ก็ได้ๆ แต่คุณห้ามเอาไปบอกใครนะ.. คนขายคือคุณชายโอ๊ต คุณชายใหญ่ตระกูล ณ สุวรรณภูมิน่ะครับ ผมกำลังหาทางไถ่โทษเรื่องของพวกเราอยู่ ดูเหมือนว่าคริสจะช่วยเราได้นะ..” ปีเตอร์กล่าวยอมแพ้ก่อนจะเข้าไปกระซิบกับภรรยาราวกับว่ากลัวว่าใครจะได้ยิน“นี่คุณจะให้คริสเข้าหาคุณชายคนนั้นน่ะเหรอคะ.. คุณคิดว่าเขาจะไม่รู้เรื่องของคริสอย่างนั้นเหรอ..” ฉัตรสุดากล่าวถามเบาๆ เรื่องนี้มันสร้างความตกใจให้กับเธอไม่น้อย ปีเตอร์ที่ได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย“มันเป็นทางเดียวที่จะเข้าหาตัวของเขาได้.. ผมไม่อยากให้ตระกูลของเราต้องมาเข้าใจผิดกับคุณชายไปมากกว่านี้แล้ว อีกอย่างดูเหมือนว่าลูกของเราจะชื่นชอบในตัวคุณชายเขาไม่น้อย ดีไม่ดีอาจจะถึงขั้นแต่งงานเลยก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะปิดจังหวัดเลี้ยงฉลองสัก 10 วัน 10 คืนเลยคอยดู” ปีเตอร์กล่าว“คุณคิดอะไรง่ายเกินไปแล้ว ถ้าลูกสาวของเรากลับไปสร้างปัญหาให้กับคุณชายเขา เราจะไม่แย่เอาเหรอ” ฉัตรสุดากล่าว ปีเตอร์ที่ได้ยินก็ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า“ผมมีลางสังหรณ์ที่ดี คุณก็รู้.. ผมเชื่อว่ามันจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นระหว่างคุณชายกับลูกคริสอย่างแน่นอน..” ปีเตอร์กล่าวอย่างเชื่อมั่น ฉัตรสุดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย เธอไม่สามารถพูดอะไรได้อีกเลย เพราะมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสามีของเธอมีลางสังหรณ์ที่แม่นจริงๆ“หวังว่าจะเป็นอย่างที่คุณคิดเอาไว้นะคะ..”